lostlessboy*112 reviews53 followersFollowFollowJuly 25, 2024รวมสี่เรื่องสั้นแสนเปลี่ยวเหงา เล่าผ่านตัวละครที่แปลกแยก โดดเดี่ยว ในโมงยามที่แสงสว่างความมีชีวิตชีวาค่อยๆ ถูกจุดสีดำที่ถูกเรียกว่าอนธการ ขยายใหญ่ กลืนกิน ครอบงำเรารู้สึกว่าเรื่องสั้นทุกเรื่องในเล่มนี้ ถ้าถูกเล่าเรื่องย่อ ความน่าสนใจ รวมถึงความคาดหวังว่าเรื่องจะนำพาไปมันแทบจะถูกตัดจบลงเลย เพราะเรื่องที่เล่าสำหรับเรามันมีแค่เรื่องย่อนั่นแหละ เรารู้สึกว่าสิ่งที่โดดเด่นของเล่มนี้คือการสร้างบรรยากาศที่เป็นดั่งชื่อเรื่อง ค่อยๆ หยดหยดสีดำลงบนแอ่งน้ำ เราเห็นตัวละครทุกเรื่องชะโงกหน้าดูแอ่งน้ำนั้น แล้วพวกเขาก็ค่อยๆ ถูกเจือ ถูกลบเลือน เดียวดายอยู่ภายใต้โลกส่วนตัวที่เต็มไปด้วยปัญหาไม่ว่าจะครอบครัว ตัวตนที่ไม่ถูกมองเห็นที่โรงเรียน การต้องการใครสักคนเพื่อรับฟังแม้จะเป็นซากศพก็ตาม เรารู้สึกสัมผัสได้ถึงความพึงพอใจในความมืดมิดที่ทุกเรื่องจะมีสักพักหนึ่งให้ตัวเขาเป็นส่วนหนึ่งของอนธการนั้น ก่อนจะถูกฉุดรั้งชำเราด้วยการดึงพวกเขาขึ้นให้กลับมาสู่โลกความจริงที่พวกเขาไม่ต้องการ เราเสียใจกับตัวละครที่พวกเขาถูกดึงจากการร่วงหล่น เพราะตลอดการอ่านหนังสือเล่มนี้ การร่วงหล่นลงไปในอนธการมันมีความหมาย มีความอบอุ่น พวกเขาเปล่งแสง และเป็นประกายได้ ณ ที่เดียวนั่นคือในอนธการอันมืดมิด แต่ก็เหมือนกับกลางคืนที่ต้องจากไปทุกเช้า ความมืดไม่อาจมีอำนาจเหนือดวงอาทิตย์ และเช้าวันใหม่ เช้าที่ผุพัง เช้าของวันธรรมดาสามัญไร้ตัวตนก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแสงสว่างที่แสนเศร้าและวังเวงปกคลุมทั่วทั้งหน้ากระดาษและบริเวณ3.5
Pawarut Jongsirirag709 reviews139 followersFollowFollowAugust 11, 2024งานเขียนชิ้นหนึ่งบ่งบอกอะไรได้มาก เกี่ยวกับตัวนักเขียนเอง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่เพียงใด ทัศนคติและตัวตนของนักเขียนจะเผยตัวออกมาในชิ้นงานของเขา ไม่ว่าจะเผยออกมาอย่างตั้งใจตามความต้องการที่จะแสดงอะไรบางอย่างออกมา หรือไม่ได้ตั้งใจแต่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมันคือตัวตนของนักเขียนเองผลงานทั้ง 4 ชิ้นของคุณนริศพงศ์ทำให้ผมนึกถึงคำกล่าวข้างต้นได้ค่อนข้างชัดเจน เพราะงานทั้งหมดมีกลิ่นอายและวัตถุดิบที่นำมาใช้คล้ายคลึงกัน จนคิดเป็นอื่นไม่ได้ว่ามันมีตัวตนของคุณนริศพงศ์อยู่มากอย่างแน่นอนแม้ชื่อเรื่องของเล่ม คือ การร่วงหล่นในอนธการ แต่ผมคิดว่าหัวใจหลักของเรื่อง น่าจะเป็นการเกิดใหม่ภายหลังจาการร่วงหล่นไปแล้วมากกว่า (หากนับว่าเหตุการณ์ในแต่ละเรื่องเป็นการร่วงหล่น)อนธการในที่นี้ เป็นความมืดที่ถูกเปรียบดังความตายที่ปรากฎในเรื่องสั้นทุกเรื่อง ที่จะมีธีมของความตายวนเวียนว่ายวนอยู่เสมอ ซึ่งการร่วงหล่นลงไปในที่นี้ไม่ใช่การมอบความตายให้กับตัวเอก แต่เป็นการให้ตัวเอกเหล่านั้นพบเจอกับความตายในช่วงเวลาและรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งการร่วงหล่นลงสู่ความตายนี้เอง ไม่ได้นำพาไปสู่จุดจบของชีวิตดังความหมายตายตัวของความตาย แต่มันกลับทำหน้าที่เยียวยาชีวิตหรือทำให้ปมปัญหาที่ผูกเอาไว้ได้รับการคลี่คลายลงมันจึงไม่ใช่การย้อมดำให้กับชีวิต แต่คือการร่วงหล่นเพื่อกระชากความดำที่เกาะกุมในจิตใจออกไปเพื่อให้เฉดสีอื่นเข้ามาแทนที่ความตายในมุมมองนี้ จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มใหม่ของชีวิตที่ได้ถูกความตายพรากเอาไป เพื่อให้ชีวิตใหม่ได้ถือกำเนิดทัศนะเกี่ยวกับความตายในรูปแบบนี้จึงน่าสนใจว่า มันเป็นมุมมองแท้จริงจากภายในของ คุณนริศพงศ์ หรือเป็นเพียงการนำเสนอมุมมองใหม่ของความตายว่าหาใช่จุดสิ้นสุดเท่านั้นไม่ เพื่อเป็นกิมมิกความน่าสนใจของเรื่องสั้นเท่านั้น แม้ผมจะคิดว่ามันเป็นมุมมองจริงๆของ คุณนริศพงศ์ ก็ตามที่ ซึ่งนำไปสู่คำถามต่อไปว่า อะไรกลใดที่ทำให้แนวคิดนี้ปรากฎขึ้นมาจนนำไปสู่การถ่ายทอดออกมาเป็นงานเขียนที่ชัดเจนว่ามันต้องการสื่อสารสิ่งนี้ให้กับผู้อ่าน ซึ่งมันก็ยังคงมีกลิ่นอายของความตายทำนองนี้อยู่เช่นกันในงานลำดับถัดไปที่ได้ซีไรต์ อย่างด้วยรักและผุพัง ที่แม้จะเกี่ยวข้องกับความวัฒนธรรมของจีน แต่หากพิจดูอีกทีแล้ว มันก็เป็นเรื่องสั้นที่มีองค์ประกอบของความตายผสมอยู่ไม่มากก็น้อยแทบทุกเรื่องเช่นเดียวกันกับเรื่องสั้นเล่มนี้ แตกต่างกันแต่เพียงว่า เล่มนี้คือการรวมรวบความคิดเศษเสี้ยวที่เล่าถึงความตายที่ชัดเจนยิ่งกว่าเล่มด้วยรัก จนคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว เล่มนี้แหละที่เป็นตัวตนของคุณนริศพงศ์ที่ชัดเจนมากกว่าเล่มด้วยรักและผุพังอยู่มากทีเดียว
Amuno52 reviews2 followersFollowFollowReadAugust 1, 2024เคยอ่านด้วยรักและผุพังมาก่อน และค่อนข้างชอบเล่มนั้น มาจนถึงเล่มนี้ที่รู้สึกอยากอ่าน เพราะชื่นชอบสำนวนของนักเขียนท่านนี้ เราคิดว่าในเล่มยังคงเล่าถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว ความเว้าแหว่งที่คนในครอบครัวไม่อาจเติมเต็มได้ ทั้งเรื่องของลูกที่เหินห่างกับพ่อแม่แก่ชรา ทั้งที่พ่อแม่แก่ชราอาจกำลังรอคอยลูกสักคนมาทำความเข้าใจอยู่ก็ได้ หรือลูกที่รอให้พ่อแม่ไต่ถาม หรือรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นของตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครรับฟัง จนมาสู่การตามหาซากศพเพื่อจะรับฟังตนเอง นักเขียนขยี้ปมความสัมพันธ์และความไม่อบอุ่นในครอบครัวได้ดี ส่วนเรื่องสั้นเรื่องสุดท้ายอ่านแล้วยอมรับว่าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก แต่กลับชอบที่เราไม่เข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ ชอบที่นักเขียนปล่อยให้คนอ่านคิดเอาเอง รู้สึกว่าเล่มนี้นักเขียนถ่ายทอดความเป็นตัวเองได้มากขึ้น ในเรื่องมีการฆ่าตัวตาย โปรดระมัดระวังในการอ่าน
Makmild808 reviews223 followersFollowFollowSeptember 7, 2024เราคิดว่า ทุกคนน่าจะมีสักช่วงจังหวะชีวิตที่รู้สึกว่าตอนนี้มันมืดแปดทิศ อะไรๆ ก็ดูไม่เป็นใจ และหาทางออกยากเสียเหลือเกิน เหมือนกำลังค่อยๆ จมสู่ใต้น้ำอย่างไม่มีแรงว่ายหนี เล่มนี้ก็ให้ความรู้สึกแบบนั้น เรื่องสั้นสี่เรื่องที่เราอ่าน ถ้าตัวละครในเล่มเป็นเพื่อนเราในชีวิตจริงก็คงยื่นเบอร์หมอดูให้ เพราะราคาถูกกว่าปรึกษานักจิต แม้ฟังก์ชั่นจะไม่ใกล้กัน แต่การมีใครสักคนรับฟังมันก็น่าจะช่วยได้แหละ อย่างน้อยหาทางออกปลอมๆ มาก่อนก็ได้ แต่เลือกหมอดูหน่อยอย่าไปเอาแบบพูดจาหมาไม่กิน อ่าว รีวิว ท่ดๆ กลับมาด้วยความที่เป็นเรื่องสั้นหม่นๆ สี่เรื่อง ตัวละครเศร้า ซึม หม่น ต่างเจอปัญหาของตัวเอง แล้วก็ไม่ได้ไปไหนมาไหน พูดจาดูใจร้ายเพราะตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในหลุมเดียวกันกับเขา แต่ก็คิดแหละว่าในจังหวะที่มีชีวิตติดหล่มการได้อ่านอะไรแบบนี้มันก็คงรู้สึกเหมือนมีเพื่อนได้ผ่านไปด้วยกันดี คิดว่าคุณนักเขียนใส่ใจประเด็นที่สภาพแวดล้อมสร้างผลกระทบอย่างไรกับตัวละครได้เป็นอย่างดี เขาใส่ใจตรงนี้มาก มันเลยทำให้เราเชื่อจริงๆ นะว่า เรื่องที่เขาเล่าทั้งสี่เรื่องมันคงเป็นชีวิตจริงใครสักคนบนโลกใบนี้ มันเกิดขึ้นได้สิ่งที่ชื่นชมคือสำนวนการเขียน แม้ประเด็นมันจะเศร้าและหม่น แต่สำนวนนั้นอ่านง่ายและไม่ฟูมฟาย ทำให้สามารถอ่านเรื่องประเด็นหนักๆ ได้อย่างราบรื่น
Chontiwat Udomsiripat223 reviews5 followersFollowFollowSeptember 19, 2024"ตอนนั้นผมอายุสิบห้า มีเพื่อนอยู่กลุ่มหนึ่งที่โรงเรียน ไม่ได้เป็นกลุ่มโดดเด่น ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีเรื่องเลวร้ายให้ต้องหลบซ่อน ไม่มีความดีงามอะไรให้อ้างถึง เป็นการดึงดูดของคนประเภทคล้าย ๆ กันที่ยากจะบอกว่าคืออะไร" - P. 13.พารากราฟนี้แหละมั้ง พออ่านจบแล้วคิดถึงตัวเองสมัยมัธยม วัยแห่งความสนุกสนาน เรียบเฉยและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ก่อนจะไปหาความท้าทายครั้งใหม่ในวัยมหาวิทยาลัย กับชีวิตวัย 20 ปีตอนต้นที่เป็นการลองผิดลองถูกที่แท้จริง ทั้งตกหลุมรักแบบหัวปักหัวปำ และเลิกรากันแบบสามัญธรรมดา ก่อนจะอยู่ไปวัน ๆ แบบเต็มสูบในชีวิตวัยทำงานปัจจุบันก็ยังคงจำได้ แม้ช่วงเวลาแห่งการเรียนจะผ่านมานานพอสมควรแล้ว แต่ผมก็ยังจำได้ดี อดีตยังคงร่างเดิมเสมอ แม้การจากลากำลังจะใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ก็ตาม2024
Bighead_Monster345 reviewsFollowFollowSeptember 13, 2024รวมเรื่องสั้นธีมดาร์กชูโรงความโดดเดี่ยวเหงาหงอยของมนุษย์ เศร้าหม่นแต่ไม่ฟูมฟาย หนักหนาแต่เข้าใจง่าย เอกลักษณ์คือความสโลว์เบิร์นไต่ระดับความดิ่งในจิตใจตัวละคร ที่ต่างพากัน #ร่วงหล่นในอนธการ ตกลงไปในหลุมความรู้สึกที่มิอาจบอกใครให้เข้าใจได้ ลอยเท้งในความอ้างว้างที่มากล้นเกินขนาดเล่ม..*TW:การฆ่าตัวตาย /ในเล่มมี4เรื่องสั้น ซึ่งแน่นอนการันตีคุณภาพผลงานระดับหนึ่งเพราะเล่มนี้มาจากผู้เขียนชนะเลิศรางวัลซีไรต์ในประเภทรวมเรื่องสั้น ด้วยเนื้อหาที่ปกคลุมไปด้วยความเศร้า ความอ้างว้างของเหล่าบุคคลผูู้สิ้นแล้วซึ่งความหมายของชีวิต แม้จะผู้เยาว์หรือผู้เฒ่า ต่างพากันหาหนทางสิ้นสลายหนังสือเล่มจิ๋วที่อ่านง่ายแต่ดาร์กมาก อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายของความมืดมนในใจของผู้คน ความเว้าแหว่ง อ้างว้าง แตกสลาย ซึ่งคนเขียนสร้างสภาพแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดขึ้นภายในหัวกับการกระทำของตัวละครออกมาได้ดี สมจริง คล้ายว่าเรื่องเล่าเหล่านี้อาจเป็นชีวิตใครสักคนก็เป็นได้ ภาษาดีทีเดียว(สำหรับเราสวยขึ้นจากที่เคยอ่านในด้วยรักและผุพัง) สำนวน+การใช้คำเข้าท่าเข้าทีเหมาะสมกับคำว่าร่วงหล่น เล่นเร้ากับคำว่าอนธการ ทั้งลึกลับ เย็นเยียบ หน่วง อ้างว้าง ค่อย ๆ แง้มรูปร่างเรื่องราวอันน่าระทมทั้งหมดนี้ออกมาให้คนอ่านเห็น ผ่านตัวอักษรที่เย็นเยียบแต่ชวนให้คิดตามลึกซึ้งตอน หลุมว่างเปล่าที่ถมไม่เคยเต็ม : ตั้งแต่เขากลับมาจากงานศพของพ่อ ก็ทบทวนความไล่เลี่ยความเป็นมาของพ่อ ความรู้สึกที่สะท้อนออกมาจากข้าวของที่พ่อสั่งมาแต่ไม่เคยได้ใช้ บนความสัมพันธ์ของเขากับพ่อที่เริ่มห่างเกินไปตอนไหน เป็นตอนเปิดที่ดี เริ่มต้นก็เศร้า จบก็เศร้า ฮุกไปที่ต่อมน้ำตาเหลือเกินควันจางและคำสัญญา : ชายคนหนึ่งเดินทางเข้าไปในป่าหาน้ำตก จุดมุ่งหมายก็เพื่อไปปลิดชีพตัวเอง แต่เพื่อนร่วมทางที่เขาได้พูดคุยด้วยกันกลับแนะนำให้เขาทำอีกอย่างที่ไม่เหมือนกับความตั้งใจแรก เรื่องนี้แม้จะสั้น แต่กลับจบได้กระชับ อ่านจบแล้วทบทวนเมสเซสที่สื่อคุณจะรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อเสียงเงียบงันอันปรารถนา : เด็กหนุ่มผู้ออกสอดส่องหาศพที่อาจถูกฆ่าแล้วทิ้งไว้ในทุ่งหญ้าแถวละแวกบ้าน เพื่อจุดหมายบางอย่างที่น่าตกใจ เรื่องนี้ระหว่างอ่านให้ฟีลเย็นยะเยือกมาก พออ่านจบยิ่งจมดิ่ง มืดมนสมชื่อเล่มสุดแล้ว การไปหาศพเพื่อพูดคุยด้วยเป็นอะไรที่สื่อถึงปัญหาในครอบครัวที่เขาเผชิญได้เป็นอย่างดีความโดดเดี่ยวที่อีกฟากฝั่งอุโมงค์ : การตามหาเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่มที่หายตัวไปในยังสถานที่ลึกลับที่เขาเคยเกริ่นเอาไว้ เมื่อสืบสาวไปพวกเขาจะพบกับความจริงอันน่าใจหาย อะไรที่นำไปสู่ความสูญสิ้นของวัยเยาว์ ตอนนี้แฝงไปด้วยเรื่องราวมิตรภาพ ทะเลาะเบาะแว้ง และการค้นหาจุดมุ่งหมายของชีวิต วรรคที่ชอบ- การต้องลืมทั้งที่ไม่อยากลืมเป็นเรื่องทรมานที่สุดอย่างหนึ่ง- บางครั้งเวลาก็เป็นสิ่งลวง มันทำให้เข้าใจว่า เพียงใช้ชีวิตร่วมกันยาวนาน เราจะรู้จักใครสักคนอย่างลึกซึ้งเช่นเดียวกับสายเลือด มันทำให้เราทึกทักว่า เพียงแบ่งปันเลือดเนื้อซึ่งกัน ก็จะเข้าใจมนุษย์อีกคนหนึ่งได้
nisemono偽者229 reviews25 followersFollowFollowNovember 23, 2025รวมเรื่องสั้น (very สั้น) ของชายต่างวัยต่างแตกสลายและกำลังดำดิ่ง กดกริ่งหายมบาล ในวันที่มืดที่สุดของแต่ละคน ต่างมองหาไขว่คว้าลำแสงเปร่งประกาย แต่ควานหาเท่าไหร่ก็ไม่มากพอให้ดำเนินชีวิตต่อไป ดังนั้นความตาย (ทั้งในรูปแบบคำนามและกริยา) อาจจะเป็นคำตอบของใครหลายๆคนไม่ได่อ่านเล่มแจ้งเกิดของเขา คิดว่าทรงคงคล้ายกันแต่ better เล่มนี้ก็สะท้อนจุดแข็งเขาเรื่อง ค ร อ บ ค รั ว (ที่ผุพัง) ไว้ปีหน้าค่อยหยิบยืมหรือซื้ออ่านแล้วกันเผินๆอาจจะดูเหมือนเชิดชูความตายนะ แต่จริงๆแล้ว เขาน่าจะต้องบอกเล่าต่างหากว่า ก่อนทางออกนั้นจะปิ๊งป่องขึ้นมา อะไรที่ก่อร่างสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาบ้าง อะไรทำนองนั้นส่วนตัวรู้สึก cringe นิดนึงเวลาอ่าน การ set up บรรยากาศหว่องๆ มืดๆ เปล่าเปลี่ยว เยี่ยวเลอะฝาชักโครก ทรงแบบหมาป่าเดียวดายในมีมชัดๆ (นึกถึงตนเองสมัยใช้อีเมล xx_soulcaster) ถ้าคนอ่านโดยไม่ใช้วิจารณาญาณอย่างจักรนงคงจะแปลความหมายไปได้อีกแบบ ซึ่งค่อนข้างอันตรายประมาณนึงเลยแหล่ะ ส่วนตัวชอบเรื่องสามมากที่สุด ขาดความรักจากคนเป็น ก็มองหาไออุ่นจากคนตาย ส่วนเรื่องอื่นๆนั้น ค่อนข้าง meh เปิดหัวมาก็ไม่ประทับใจแล้ว เลยออกมาทรงนี้bookfairth24 properties
Plan26 reviewsFollowFollowFebruary 18, 2025ในการร่วงหล่น บางครั้งก็เจ็บกว่าครั้งอื่นๆ และเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ก็เช่นกัน แม้ทุกเรื่องจะเกี่ยวกับความข��ขื่นและปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่บางเรื่องก็บาดลึกไปในอารมณ์ และทิ้งร่องรอยในความรู้สึกได้มากกว่าเรื่องอื่น
p12a340 reviewsFollowFollowJune 18, 2025รวมเรื่องสั้นขนาดเศร้า ชอบโทนของเรื่องที่สมกับช่วงเวลาอนธการ หน่วงๆ ซึมๆ เรื่องสั้นแต่ละเรื่องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง
clemmie20 reviews1 followerFollowFollowJuly 11, 2025ให้สี่ดาวเรื่องสั้นที่หนึ่ง เรื่องที่เหลือรู้สึกไม่คลิก พอมาอยู่รวมกันยิ่งแอบจำเจที่พูดถึงแต่เรื่องปัญหาครอบครัว / ความโดดเดี่ยว ซึ่งเรื่องแรกเล่าประเด็นนี้ไว้ได้ดีที่สุดอยู่แล้ว
CHANOKNAN MASJAMRAS4 reviewsFollowFollowOctober 3, 2025ข้าพเจ้าตระหนักได้ว่า ความตายได้โอบกอดและปลอบประโลมข้าพเจ้ามากกว่าความรักเสียอีก
Mirai601 reviews128 followersFollowFollowJanuary 3, 2025เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 4 เรื่องของผู้เขียน ‘Family Comes First ด้วยรักและผุพัง’ อ่านเล่มนี้แล้วให้ความรู้สึกสมชื่อจริงๆ คือระหว่างทึ่เรากำลังอ่าน เหมือนได้ดำดิ่งลงไปในอีกห้วงหนึ่ง แล้วกลายเป็นใครสักคนในแต่ละเรื่อง บางครั้งก็ละม้ายคล้ายตัวละครหลัก บางคร้้งก็เป็นเหมือนคนสังเกตการณ์ภายนอกที่ไม่ได้ทำอะไรนอกจากมองชีวิตตัวละครดำเนินไปตามวิถีท้องเรื่อง เหมือนได้ร่วงหล่นลงไปท่ามกลางตัวอักษรพวกนี้ ทั้งสี่เรื่องให้ความรู้สึกแหลกสลาย โดดเดี่ยว และสิ้นหวัง เจือปนไปหมดทุกบรรทัด แต่สัมผัสได้ว่า ในความมืดมิด ก็ยังมีแสงแห่งความหวังบางอย่างในช่วงท้ายอยู่เสมอ อ่านจบแล้วก็ปลงใจ เออเนอะ เหมือนชีวิตยังอยู่ได้ คือต่อให้เจอเรื่องหนักหนายังไง ก็หาทางออกได้แหละ คนเราไม่ตายง่ายๆ หรอก