Jump to ratings and reviews

ทรัพย์ หุ้น ทุน ศิลป์

หนังสือ ‘ทรัพย์ หุ้น ทุน ศิลป์’ จาก ลงทุนศาสตร์ - Investerest นักเขียน นักลงทุน ที่มีคนติดตามรวมกันมากกว่า 1,500,000 คน ที่จะชวนมาอ่านศิลปะว่าด้วยโลกของทุนนิยม ผ่านแง่มุมแปลกใหม่ของหุ้นและทรัพย์สิน

อ่านศิลปะว่าด้วยโลกของทุนนิยม ผ่านแง่มุมแปลกใหม่ของหุ้นและทรัพย์สิน เรื่องราวรอบตัวของเรา ทั้งไกลและใกล้ แฝงแง่คิด ความรู้ และข้อสงสัยอื่นใดเกี่ยวกับการเงินการลงทุนไว้บ้าง

“ทรัพย์ หุ้น ทุน ศิลป์” จะพาทุกคนไปผจญภัยกับการตีความศิลปะทั้งละครและภาพยนตร์ เชื่อมสู่โลกเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และตลาดหลักทรัพย์ จากชีวิตประวัติของชายก้องโลกสู่แนวคิดการลงทุนแบบถือลืม จากตำนานรัก 3,650 วันสู่พลวัตการเคลื่อนไหวประชากรระหว่างประเทศ จากภาพยนตร์รางวัลออสการ์สู่แนวโน้นการเคลื่อนไหวทางสังคมโลก

รวมบทความอ่านง่าย สนุก และกะเทาะเปลือกความรู้ไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว บางบทหวานเสียจนอยากปิดหนังสือไปเปิดข้อมูลบริษัทจดทะเบียนมาอ่าน บางบทเผ็ดจนอยากกลับไปอ่านอดีตอันรุ่งโรจน์และล่มสลายของหลายเหตุการณ์ทางการเงินอีก บางบทขมจนต้องกลับมาทบทวนถึงบทความเป็นมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ในถนนสายวอลล์สตรีท

248 pages, Paperback

Published June 30, 2024

Loading...
Loading...

Ratings & Reviews

What do you think?

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
2 (20%)
4 stars
6 (60%)
3 stars
2 (20%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 2 of 2 reviews
Profile Image for Mook Woramon.
979 reviews210 followers
October 9, 2024
อ่านเพลิน อ่านง่าย อ่านสนุก ไม่มีตัวเลขให้หนักใจ

เป็นบทความที่ผู้เขียนเล่าถึงการดูหนัง อ่านหนังสือแล้วย้อนดูตัวเองทั้งเรื่องการใช้ชีวิตในระบอบทุนนิยม และเรื่องการลงทุน

เอาจริงพอพูดเรื่องการวางแผนชีวิต การลงทุน บางทีก็เบื่อ ไม่อยากจะอ่าน 😅😅แต่เล่มนี้แทบไม่รู้สึกอะไร ฟีลเตือนสตินิด ๆ หน่อย ๆ จากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง เขียนนิยายเก่งแล้วยังลงทุนเก่งอีกอะ ปังมากกก

คือในยุคทุนนิยมมันก็หลีกเลี่ยงการวางแผนการเงินไม่ได้อะเนอะ ถ้ามีเวลา มีโอกาส คิดไว้หน่อยก็ดีกว่า การมีเงินก็ทำให้ชีวิตคล่องขึ้นในหลาย ๆ ด้าน เช่น การซื้อหนังสือมาดองเป็นต้น 😆😆

แต่ถ้าไม่ชอบอ่านเรื่องเงิน เรื่องการลงทุนก็อ่านได้นะ เพราะผู้เขียนก็เล่าถึงหนังที่เราคุ้นชิน มุมมองทัศนคติ การใช้ชีวิตใด ๆ ปนอยู่ ฟีลหนังสือวาไรตี้มากกกก
Profile Image for loonchies.
246 reviews27 followers
February 12, 2026
มีสติหน่อยคุณธีร์พาชั้นมาเจอเล่มนี้
เพราะเห็นในทวิตว่ามีเมนชั่นถึงปภว ~ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะพูดถึงในแง่เอกลักษณ์ธุรกิจแบบเอเชีย
//แล้วก็เลยได้คำตอบที่สงสัยว่าทำไมเพลงประกอบเพื่อนายแค่หนึ่งเดียวมันมีภาษาจีน เอ้อออ มันบ่ใช่ละคร cliche ธรรมดา

ตอนแรกก็แอบคิดว่ามันอาจจะเป็นฟิลลิ่งเหมือนหนังสือเกี่ยวกับอาหารของ อาสา คำภา หรือ สถาปัตย์ของ ชาตรี ประกิตนนทการ หรือประวัติศาสตร์ สไตล์สุจิตต์ วงเทศ
อยากให้มันมีหนังสือบันทึกอะไรพวกนี้ไว้แบบเก็บรายละเอียด เพราะเมื่อเวลาผ่านไปรายละเอียดการกำเนิด progression จะถูกลดทอนไป
กระแสที่กำเนิดขึ้นมามันมีจังหวะของแต่ละเรื่อง แล้วถ้าเราเก็บรายละเอียดไว้ มันเป็น case study ได้

อ่านไปแล้วมันก็มีทั้งส่วนที่เหมือนแต่ไม่เหมือนแหละ
บางสื่อศิลป์ที่ถูกยกมาในหนังสือมีบางอันที่เราก็ได้ดู/อ่านมา แต่ก็มีอันที่เราไม่รู้จักมาก่อน
เรียกว่าได้อ่านความคิดเห็นของผู้เขียนที่มีต่อสื่อต่าง ๆ โดยคิดเชื่อมกับเรื่องเศรษฐศาสตร์ ความรู้เรื่องการลงทุน
โดยที่ไม่ได้พูดถึงสิ่งที่มันยากเกินไปนัก
แล้วก็แง่คิดบางอย่างของชีวิตที่ตกผลึกได้จากเรื่องนั้น ๆ ละมั้ง
เป็นหนังสือที่ออกมาในแนวปลอบประโลมจิตใจที่แทรกความรู้นิด คอยเตือนสติหน่อย ไม่ได้ให้กำลังใจแบบเว่อวังแบบแนวทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอ แต่ก็ยังให้เรามีสติแล้วพิจารณาอะไรตามความเป็นจริงอยู่ บวกกับประสบการณ์~ความรู้ ตกผลึกออกมาเป็นบทสรุปที่ได้จากการเสพสื่อของผู้เขียน
รู้สึกว่ามันก็ดีนะที่ได้อ่าน ดีนะที่อ่านแล้วได้คิด ดีจังที่อยากจะอ่านเพื่ออยากจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น มี empathy ความเข้าอกเข้าใจบ้างโดยที่เราอาจจะไม่ต้องไปมีประสบการณ์นั้นจริง ๆ ก็ได้

ช่วงหลัง ๆ ของหนังสือเราว่าความรู้เรื่องทุน/หุ้น/ธุรกิจค่อนข้างแน่นขึ้นกว่าช่วงบทแรก ๆ คือมีสาระเลยละ ย่อยง่าย อ่านแล้วเข้าใจประเด็นที่จะสื่อ แล้วพอย่อยมาเรารู้สึกว่าบางจุดเราน่าจะเอาไปใช้ในชีวิตจริง ๆ ได้
ไม่รู้ผู้เขียนตั้งใจเรียงแบบนี้รึเปล่า หนักหน่อยมาทีหลัง

มีหลายสื่อเลยที่เราเคยได้ยินมาแต่ยังไม่ได้ดู/อ่าน อ่านจบนี่ว่าจะไปตามเก็บ อย่างน้อยก็เรื่อง Memoria (2021) อภิชาติพงศ์, Betting on Zero (2016) , Anatomy of Time จักรวาล นิลธำรง

เราชอบและเห็นด้วยอยู่หลายบท
- A Beautiful Day in the Neighborhood
“เราอาจมุ่งมั่นตั้งใจทำงานอะไรสักอย่างเพื่อความสำเร็จแบบเต็มที่แบ้ว แค่เพราะจังหวะเวลามันยังไม่ใช่ มันก็ไม่เห็นผลลัพธ์อะไร การเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นและคาดหวังในตัวเองมากไปว่าจะต้องได้รับแต่สิ่งดี ๆ … แต่ละคนมีจังหวะชีวิตที่ไม่เหมือนกัน … ทุกอย่างต้องใช้เวลา
- พระจันทร์มันไก่
“การที่ใครสักคนไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้โดยง่ายเพราะแต่ละวันต้องใช้เวลาไปกับการหาเงินเพื่อให้มีข้าวกินอิ่มท้อง จะเป้ยนไปได้อย่างไรที่เขาหรือเธอผู้พากเพียรเหล่านั้นจะคิดถึงอนาคตที่ไกลกว่าวันพรุ่งนี้หรือเดือนหน้า ในเมื่อความจริงตรงหน้าคือการอยู่รอดไปวัน ๆ ยังเป็นเรื่องยาก จริงอยู่ที่บางคนกระเสือดกระสนจนพ้นเส้นความยากจนได้สำเร็จ แต่ชีวิตคนผู้หนึ่งไม่ควรต้องดิ้นรนเกือบตายกว่าจะได้รับชีวิตที่ดีขั้นพื้นฐาน ชีวิตที่มีรายได้เหมาะสม มีเงินเก็บพอประมาณ ฟุ่มเฟือยได้ตามโอกาส และมีความสุขได้ในแบบที่มนุษย์คนหนึ่งพึงจะมี“ ~~ “การอยู่ในโลกทุนนิยม ไม่ใช่ความเก่งที่สุด ความขยันที่สุด ความฉลาดที่สุด แต่คือความเข้าใจว่าเราจะสามารถเอาตัวรอดในระบบนี้อย่างไรให้มีความสุขที่สุดต่างหาก”
- Memoria
“โลกใบนี้มีเสียงมากเกินไป มากจนเราอาจจะไม่ได้ยินเสียงทุกเสียง นั่นอาจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้มนุผายต้องงแยกสิ่งสำคัญกับสิ่งที่ไม่สำคัญออกจากกันให้ได้ … สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแยกความจริงกับความลวงออกจากกันให้เด็ดขาด นั่นเป็นทักษะสำคัญในการเอาชีวิตรอดท่ามกลางสารพัดเสียงที่ไม่เคยสงบเงียบลง“
- Anatomy of Time
“ไม่มีใครอยู่เหนือเวลา…“ โลกมันเปลี่ยนแปลงตลอด เราต้องรู้ทันตามให้ทัน หุ้นที่เคยดี เมื่อสังคมเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เราก็ต้องศึกษานะ และเราศึกษาจากอดีต/ความผิดพลาดได้ ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังไม่ประมาท
- Five Feet Apart
กับประเด็นเรื่องสิทธิ์การเข้ารับรักษาพยาบาลที่อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ พูดถึงเรื่องตลาดประกันชีวิต/โรงพยาบาล/รัฐสวัสดิการ/ธุรกิจที่เติบโตมาอุดช่องว่าง
- The Big Short
“วิธีการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจที่ดีที่สุด คือ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีอยู่เสมอ รู้จักใช้เงิน และตัดสินใจลงทุนอย่างมีเหตุผล ไม่ว่าจะมีวิกฤตหรือไม่มีวิกฤต เราก็สมควรจะทำแบบนี้“, “กลัวได้ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องกลัวแบบมีเหตุผลด้วย กลัวแบบต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป ไม่ใช่กลัวจนชีวิตก้าวไปไหนไม่ได้เลย

นี่อยู่กับการติ่ง/เสพสื่อบันเทิงมาตั้งแต่เด็กจนโต
เห็นการเปลี่ยนแปลงการเติบโต การที่มันกลายมาเป็นวัฒนธรรม บางอย่างมันไม่ได้อยู่ดี ๆ จะมีก็มี มันไม่ได้เกิดจากคน ๆ เดียวมันมีเงื่อนไขหลาย ๆ อย่างที่มาพบกัน
สิ่งบันเทิงที่บางคนอาจจะมองว่าไร้สาระ สมองไหล อะไรงั้น เลยมานั่งคิดจริง ๆ มันก็ธุรกิจ การตลาด เม็ดเงินมหาศาลที่อยู่ตรงนี้ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ทั้งกำลังเดินไป มีสิ่งที่เป็นรากฐาน มีการหยิบยืมการปรับปรุง จนปัจจุบันมันเป็นอย่างที่เราเห็น แล้วมันก็น่าสนใจว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง
การผลิตสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์หรือละคร/หนัง มันมีการแทรกสอดวัฒนธรรมเข้าไปอยู่แล้ว ดูแล้วสังเกตอะไรได้ถ้าจะคิดตาม คิดว่าทำไมมันถึงออกมาเป็นแบบนี้ แล้วมันก็เกี่ยวโยงกันไปหมด

คือเรียกว่าหยิบเล่มนี้มาอ่านได้ถูกจังหวะมาก
ถ้าคิดว่า ทรัพย์ หุ้น ทุน ศิลป์ มันเป็นคนละเรื่องกันก็ไม่ใช่ละ มันเกี่ยวกัน เกี่ยวกันมาก ๆ ด้วย

คิดว่าเลือกมาอ่านได้ถูกเวลาเหมือนกันนะ
หนังสือบางเล่มมันมีเวลาสมควรของมันจริง ๆ แหละ
Displaying 1 - 2 of 2 reviews