Mirai597 reviews128 followersFollowFollowJanuary 2, 2025นี่ว่าก็ตั้งชื่อหนังสือเวอร์เกินไป 55555ศาสตร์มืดแห่งการชักใยคนอะไรกัน ไม่ขนาดนั้นหรอก น่าจะเรียกว่าเป็นหนังสือที่แนะนำเทคนิคการสนิทชิดเชื้อกับคนอื่นมากกว่า คือพอเราเริ่มสนิทกับบุคคลที่เป็นเป้าหมายมากขึ้น บทสนทนาก็จะเริ่มผ่อนคลาย เราก็เริ่มขอความช่วยเหลือหรือขอร้องคนๆ นั้นได้มากขึ้น โอกาสที่คนๆ นั้นจะตอบตกลงช่วยเหลือเราก็มากขึ้นไปด้วย เพราะอะไรล่ะ ก็เพราะเราสนิทกันแล้วไง 55555เป็นหนังสืออ่านง่ายเข้าใจง่าย วิธีการก็ง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยากเกินความสามารถที่เราจะนำไปปรับใช้ เป็นอีกหนึ่งเล่มที่น่าสนใจค่ะ
Rajita P.332 reviews28 followersFollowFollowDecember 31, 2024เล่มนี้อ่านง่าย ไม่เยินเย้อค่ะ อ่านไว้เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ตกเป็นเยื่อ
TheGarlicMaster1 review2 followersFollowFollowJanuary 9, 2026I forgot most of it shortly after reading plus an absolute psychopath gave this to meso it's a pass for me ไม่ค่อยได้ชอบหนังสือเล่มนี้ วีธีดูน่าลืมนะ
Bighead_Monster342 reviewsFollowFollowNovember 7, 2024รวมเทคนิคที่จะทำให้คนเชื่อใจในตัวเรา รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเราเองด้วยใน #ศาสตร์มืดแห่งการชักใยคน ศาสตร์มืดที่ไม่ได้มืดมนขนาดนั้น ออกแนวสว่างสดใสให้คนอ่านนำเทคนิคเหล่านี้ไปเข้าสังคมได้ อ่านเข้าใจง่ายกับเทคนิคในการคุยกับผู้คน โน้มน้าวใจ แนะนำวิธี+แนวคิด+เคล็ดลับเยอะแยะปะปังในเชิงวาทศิลป์..เล่มนี้เน้นที่การแนะนำวิธีการสลายความระแวดระวัง+การทลายเกราะป้องกันทางใจของคู่สนทนาคบค้า เมื่อทลายเกราะที่อีกฝ่ายสร้างขึ้นได้ การมองอ่านจิตใจและการกระทำของอีกฝ่ายก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น(%ก็ตามแต่จะปรับใช้นะ55) ตัวอย่างการพูดที่เอาไว้คุยกับผู้คน คุยกับลูกค้าหรือหาเพื่อนใหม่ ๆ ก็ย่อมได้มี6บทใหญ่กับเทคนิคย่อยอีกมากมาย 1)บอกความลับความเป็นมาของเกราะใรใจผู้คน 2)เคล็ดลับทลายเกราะใจ เมื่อแรกพบยังไม่สนิทกับคนที่ต้องเจอ 3)เคล็ดลับการคุย 4)กุญแจที่เอาไว้ไขใจคน 5)การชักใยคน ที่จะมีทฤษฎี+เทคนิตต่างๆ 6)หนทางขัดเกลาใจแนวคิดที่ทำให้เข้าใจตัวเองและส่งต่อไปยังผู้อื่นได้ด้วย น้ำเสียงถ่ายทอดน่าติดตามดี สำนวนน่าฟัง มียกตัวอย่างสถานการณ์(มีการ์ตูนประกอบด้วยนิดหน่อย) ตัวอักษรมีถมตัวหนาเวลาเน้นหัวข้อไหนจึงโดดเด่นดึงอารมณ์ แต่มุมมองเขียนก็จะทรงผู้ชายเขียนเยอะหน่อย จึงจะมีแนะนำด้านเดตกับสาว ด้านการขายเยอะหน่อย(อิงประสบการณ์ผู้เขียนที่เป็นเซลล์แมน) เขียนออกมาอ่านง่ายสมมงตำแหน่งนักขายมือเอกในการพูดโน้มน้าวคนฟัง+ลูกค้า เกร็ดความรู้บางอย่างเราเพิ่งเคยรู้แต่บางอันก็เป็นมารยาทสื่อสารสากล บ้างก็ละเอียดลออตามสไตล์ญี่ปุ่น(คนเขียนญี่ปุ่นอะ) ที่ชอบก็มีเคล็ดลับจงใจพูดผิดเพื่อเป็นให้คู่สนทนาแก้ไขและบอกความจริงของตัวเองออกมาด้วยก็แปลกดีอย่างทฤษฎีกินข้าวหม้อเดียวก็น่าสนใจ เช่นการกินอะไรด้วยกันกับคนอื่น มันให้ความรู้สึกปลอดภัยจากครั้นโบราณกาลว่ามนุษย์คนนี้อยู่ด้วยแล้วกักเก็บอาหารได้รอดชีวิตแน่เรา คือจริงมาก สังเกตว่านี่สนิทกับผู้คนได้รวดเร็วเพราะกินอาหารด้วยกันเช่น กินหมูกะทะ หม้อสุกี้หรืออะไรที่ช่วยกันกินละลายพฤติกรรมได้ดีมากคือประสบการณ์จริงที่กลั่นออกมาเป็นเทคนิคดี ๆ เหล่านี้ ซึ่งเราจะปรับใช้หรือไม่ก็ได้ อ่านด้วยมายเซตที่เปิดใจก็ได้ความรู้อะไรดี ๆ เช่นกันก็จับประเด็นที่ชอบมาพัฒนาตัวเองได้ ซึ่งบทสรุปตอนท้ายดีนะได้รู้ประวัติความเป็นมาคุณคนเขียน ทำให้เข้าใจว่าเขาต้องการสื่อสารเล่มนี้ออกมาเพราะประโยชน์ในทิศทางไหนวรรคที่ชอบ- การที่ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความอดทนส่งผลให้โลกนี้กลายเป็นสถานที่โหดร้าย- หากตัวคุณเปลี่ยนไปคนรอบข้างก็จะเปลี่ยนไปด้วย เพราะคนเราจะอยู่ได้เฉพาะกับคนที่เข้ากันได้- ไม่มีอะไรกำหนดความสามารถของเราได้ นอกเหนือจากเป้าหมาย
Tanh Chomphooteep72 reviews16 followersFollowFollowFebruary 1, 2025หลังจากอ่านจิตวิทยาสายดาร์กจบก็เล็งเล่มนี้ต่อ โฟกัสที่การทลายเกราะป้องกันทางใจให้เราสามารถกล้าทำในสิ่งที่อยากทำ และช่วยให้เราสามารถโน้มน้าวจิตใจของคนอื่นได้ง่ายขึ้น เล่มนี้ยังคงอ่านสนุก มีทริคใหม่ๆ เยอะขึ้นกว่าเล่มก่อนการทลายเกราะป้องกันทางใจนั้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะถ้าอีกฝ่ายปิดใจ เรางัดเทคนิคอะไรมาพูดเท่าไรเขาก็ไม่ฟัง ดังนั้นเราต้องโฟกัสที่การทำให้อีกฝ่ายยอมลดการ์ดก่อนหนังสือแจกเคล็ดลับหลายอย่าง ส่วนใหญ่อ้างอิงจากปรากฏการณ์ทางจิตวิทยา หลายๆ ทริคเพิ่งเคยอ่านเจอเป็นครั้งแรก เปิดโลกดี ถือเป็นภาคต่อจากเล่มแรกที่เน้นเรื่องภาพลักษณ์ภายนอกซะเยอะชื่อหนังสือยังคงคอนเซ็ปต์ clickbait ไม่เปลี่ยนแปลง 555 ใช้คำว่า "ศาสตร์มืด" ก็เล่นใหญ่แหละ เพราะจริงๆ เนื้อหาในหนังสือมันเป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้ดาร์กอะไรผู้เขียนยังสามารถเล่าเรื่องให้อ่านเพลินอ่านลื่น พลิกหน้ากระดาษแบบรู้ตัวอีกทีก็จบบทแล้ว สมกับเป็นนักขายและที่ปรึกษามือทอง ระหว่างทางก็มีรูปประกอบเป็นการ์ตูนน่ารักๆ ทำให้เราเข้าใจการนำไปปรับใช้มากขึ้น และมีการเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนในการนำทริคต่างๆ ไปใช้ใครที่อยากลับคมสกิลการสื่อสารให้กุมใจคน และใครที่ชื่นชอบ "จิตวิทยาสายดาร์ก" เป็นทุนเดิม เล่มนี้เป็นอีกเล่มที่น่าอ่าน ไม่อยากให้พลาดกันค่ะnon-fiction
Nopadol RomphoAuthor 4 books390 followersFollowFollowAugust 12, 2024หนังสือที่สอนให้รู้จักวิธีทลายเกราะป้องกันใจ ซึ่งจะทำให้เราสามารถชักจูงใจคนได้อย่างได้ผล สามารถนำไปใช้ในเรื่องการขายหรือเรื่องการจูงใจในเรื่องอื่น ๆ ได้ดีbusiness-related
Apisilp Trunganont107 reviews4 followersFollowFollowDecember 23, 2024เป็นหนังสือฮาวทูสื่อสารกับคนอื่นที่เหมาะกับ introvert, nerd ที่สื่อสารกับผู้คนไม่ค่อยเป็นมาก เนื้อหาแต่ละบทสั้นแต่ก็มีตัวอย่างที่เห็นภาพ นำไปประยุกต์ใช้งานได้จร��ง
KaTe66 reviewsFollowFollowMarch 16, 2025ตั้งชื่อหนังสือเกินจริงไปหน่อย ม้นไม่ใช่ศาสตร์มืดอะไรขนาดนั้น และก็ไม่ได้ว่าจะชักใยคนขนาดนั้นด้วยอะ เราว่ามันเป็นทริกเล็กๆน้อยๆ ในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนมากกว่า
Tame62 reviews1 followerFollowFollowSeptember 8, 2025ชอบจิตวิทยาสายดาร์กมากเลยอยากลองอ่านเล่มนี้ แต่อ่านจบแล้วรู้สึกเฉย ๆ บางเรื่องก็รู้สึกว่ามีประโยชน์ดี อ่านได้ไม่เสียเวลา