Jump to ratings and reviews
Rate this book

รวมบทความ ธงชัย วินิจจะกูล #1

ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง

Rate this book
รวมบทความว่าด้วยประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ของ "ธงชัย วินิจจะกูล" ที่เขียนขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2547-2555 ในฐานะนักประวัติศาสตร์ ผู้เขียนได้คลี่ให้เห็นเค้าโครงประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทยแบบเป็นกระแสซ้อนกัน โดยดูจากประวัติศาสตร์ในช่วงยาว ซึ่งเริ่มจากการสร้างรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสมัยรัชกาลที่ 5 มาจนถึงประชาธิปไตยแบบอำมาตย์ ท่ามกลางวิกฤตการเมือง เหลือง-แดง ที่ยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

336 pages, Paperback

First published January 1, 2012

40 people are currently reading
355 people want to read

About the author

ศาสตราจารย์ ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชาวไทย เกิดและโตที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย อดีตรองนายกองค์การบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาธรรมศาสตร์อดีตเป็นผู้นำนักศึกษาซึ่งถูกจับกุมในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ต่อมาย้ายไปสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประวัติศาสตร์ไทย ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน สหรัฐอเมริกา

เขามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและวิทยาการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคต้นสมัยใหม่และสมัยใหม่ (คริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20) โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการปะทะกันทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับอารยธรรมตะวันตก ประวัติศาสตร์ความคิดและการเมืองวัฒนธรรมของสยาม/ไทย ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ชาตินิยม ประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ความทรงจำ ประวัติศาสตร์บาดแผล และวิธีที่สังคมจัดการกับอดีตที่เป็นปัญหาเหล่านั้น

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
87 (63%)
4 stars
43 (31%)
3 stars
7 (5%)
2 stars
0 (0%)
1 star
1 (<1%)
Displaying 1 - 14 of 14 reviews
Profile Image for วฬา วฬา.
Author 14 books24 followers
November 15, 2020
ความรู้สึกก่อนอ่าน

นี่เราทำอะไรลงไปเนี่ยซื้อหนังสือ ปวศ.การเมืองมาเพราะเห็นคุณตำรวจไปยึด ตอนแรกยึกยักอยู่นานเพราะกลัวอ่านแล้วง่วง เป็นโรคไม่รับประวัติศาสตร์ไทย +ไม่เคยอ่าน สนพ.ฟ้าเดียวกันมาก่อน เห็นชื่อ อ.ธงชัยมานานแต่เห็นเล่มแล้วกลัวว่าจะซื้อมาปลวกกินเหมือนนิยายที่ดองไว้

ความรู้สึกตอนได้หนังสือมา

อ่ะมาไม่ครบ 55 เนื่องจากขายดีจัด เล่มนี้มาเล่มแรกกรีดดูก่อน ดมทีนึงก่อนจะเอาปกหนังสือใส่แล้วทำการสำรวจปก แหม่แข็งกว่าปกนิยาย เอาวะ! ลองเปิดดูหน่อย หนังสืออื่นดองไปก่อน

ระหว่างที่อ่าน + คหสต.

แอบไปเปิดกูเกิ้ลเป็นระยะเพราะเรื่องที่ อ.ธงชัยพูดถึงนั้นเป็นเหตุการณ์ก่อนที่เราจะเกิดทั้งสิ้น แม้ว่าจะฟังมาบ้างตอนเรียนมหาวิทยาลัย แต่อาจารย์พูดอ้อมแอ้มมาก แบบไม่อยากพูดเยอะเจ็บคอ!! อ่านไปอ่านมาเจอชื่อคณะแปลกๆ ที่รู้สึกเหมือนเดจาวู เอ๊ะ เอ๊ะ ตลอดเวลาเหมือนนั่งไทม์แมชชีนกลับไปส่อง ต่อจากนี้เป็นสปอยล์และความคิดเห็นส่วนตัวเล็กน้อย

สูตร 24752516(+2519)2535 คือตอนแรก ไม่เข้าใจเลยจริงๆ 555 นั่งเทียนเดาไว้ก่อน คือปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ตามด้วย 6 ตุลา 2516 + 14 ตุลา 2519 ต่อมาถึง พฤษภาทมิฬ 2535 ซึ่งที่กล่าวมานั้นคือเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ๆ ในประเทศไทย สิ่งที่หนังสือเรื่องนี้สื่อคือประวัติศาสตร์และความผิดพลาดในอดีตซึ่งไม่ได้ล้าสมัยเลยเพราะทุกอย่างที่พูดในหนังสือนั้นเป็นเหตุการณ์วนลูปที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นั่นทำให้เราอินกับสิ่งที่อ่านได้ไม่ยาก แม้ว่าเหตุการณ์เก่าๆ จะผ่านมานานแล้วก็ตาม แต่อย่างหนึ่งที่พิสูจน์ได้เลยคือเพราะความเข้าใจผิดๆ ของคนรุ่นก่อนเรื่องการเมือง คำพูดที่พวกผู้ใหญ่พูดว่า ‘นักการเมืองนั้นมีแต่โกงกินทั้งหมด’ เราฟังแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก ถามเพื่อนรุ่นเดียวกันก็พูดเหมือนกันหมด จนงงว่าอะไรทำให้พวกเราคิดแบบนั้น? หากอ่านด้วยความอคติบางคนก็อาจจะรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งยุยงปลุกปั่น แต่หากลดเรื่องอคตินั้นออกไป มองในแง่ของความสมเหตุสมผล ตั้งคำถามกับอดีตบ้าง เราก็อาจจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้
หลังอ่านจบ

กลับมาที่ชื่อหนังสือ ‘ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง’ เป็นแนวความคิดหลักที่หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง เพราะคำพูดนี้เองทำให้ทุกคนไม่ตั้งคำถามหรือสงสัย เพราะคำว่า ‘เหนือการเมือง’ ถือว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่แท้จริงแล้วการเหนือการเมืองก็เป็น ‘การเมือง’ ในอีกรูปแบบหนึ่ง (อ่ะงงมะ) อ่านจบแบบเหนื่อยล้าแต่ก็คุ้มค่าที่ได้อ่าน และเพิ่งสงสัยว่านี่ประเทศเราใช้เวลาสังเคราะห์แสงกับระบอบประชาธิปไตยนานถึง 80 กว่าปี!! และประชาชน+อธิปไตย ไม่เคยมีจริง
เหลืออีกสองเล่มที่คุณตำรวจยึดไปตรวจสอบ.... 555 ป่ะ อ่านต่อ
Profile Image for Sornpon Wichaidit.
29 reviews
March 22, 2021
รีวิวจากความทรงจำเพราะอ่านไปหลายเดือนแล้ว ผมคาดหวังมากไปหน่อยอาจจะเพราะชื่อหนังสือด้วยละมั้ง แต่เล่มนี้หนังสือดีนะครับ แต่อาจจะเพราะผมฟังอาจารย์แกพูดบ่อยแล้ว เนื้อหาเลยไม่ได้ว้าวอะไรมาก ตัวหนังสือเป็นหนังสือรวมบทความของอาจารย์ธงชัยระหว่งปี 2547-2555 บางบทความก็ลึกซึ้งมากครับ บางบทความก็จะอ่านละรู้สึกมีอารมณ์ผสมอยู่ในตัวเขียน เนื่องจากผมชอบอ่านเป็นข้อมูลมากกว่าอ่านคนด่ากัน แต่ก็เข้าใจครับ เพราะบางช่วงเป็นบทความที่อาจารย์เขียนหลังจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดใหม่ๆ หรือบางเหตุการณ์อาจารย์แกไปมีส่วนร่วมเอง มันไม่ใช่แค่หน้ากระดาษเหมือนผมที่ก็แค่อ่านแค่สำหรับอาจารย์คนที่ตายไปอาจจะเป็นที่เป็นเพื่อนแกเองก็ได้อารมณ์ร่วมคงมีเยอะกว่าปรกติ ฉะนั้นความรู้สึกคนอ่านแบบผมเลยผสมๆ แต่โดยถาพรวมให้ 8/10 เป็นหนังสือที่ดีครับ โดยเฉพาะบางบท ถ้านำบทเหล่านั้นมารวมกันเป็น 1 เล่ม ละตัดบทที่อาจารย์เดือดออกไปผมก็ให้ 9-10/10 ครับ
.
เล่มนี้มีการแบ่งบทความเป็น 3 บท ประชาธิปไตยแบบไทย, รัฐประหาร, สังหารหมู่
โดยอธิบายให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงการแตกแยกกัน การะปะทะกัน การต่อสู้กัน การแตกแยก รวมตัวกัน ของแต่ละกลุ่มอำนาจ ตั้งแต่ปี 2475 มาถึง 2516 ประชาชนคิดว่าชนะและก็มาถูกสังหารหมู่ในปี 19 ซึ่งอาจารย์เองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย
หนังสือเล่มนี้ทำให้เราเห็น "ช้างสองตัวในห้องการเมืองไทยกับสภาวะปฏิเสธความเป็นจริง" มีช้างสองตัวที่ประชันกำลังในห้องเราแต่เราดันไม่เห็นมัน ตัวหนึงคือฝ่ายนิยมเจ้า กับอีกฝ่ายคือฝ่ายตรข้ามอุดมการณ์นิยมเจ้า
.
สิ่งที่ชอบในเล่มนี้ การเล่าให้เห็นถึงพลังของกลุ่มการเมืองทั้งสองฝั่ง ที่พยายามสถาปณา "ความเหนือการเมือง" ให้กับระบบกษัตรย์ จากระบอบที่กษัติรย์ที่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ คือ เหนือการเมือง ในลักษณะที่ "อย่าเข้ามายุ่งไม่ใช่เรื่องของท่าน" เป็น เหนือกว่าในรูปแบบ "ท่านอยู่สูงกว่านะ การเมื่องต้องต่ำกว่าท่าน" ทำให้เราเห็นพัฒนาการของการต่อสู้ทางความคิดหลัง 2475 จากที่ฝ่ายนิยมเจ้าสู้กลับประชาธิปไตยด้วย "กบฏบวรเดช" พยายามหมุนาฬิกากลับมาแต่ก็ไม่สำเร็จ ผู้ก่อการต้องหนีไป ในหลวง ร.7 ก็ต้องสละราชสมบัติไป จากนั้นพวกนิยมเจ้าเปลี่ยนแผนการ นำโดยบุคคลที่อาจารย์ศึกษาเป็นพอเศษคือพระองค์เจ้าธานีนิวัตเป็นคนสำคัญในการสถาปณาอำนาจนำของพวกเจ้าหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เปลี่ยนจากอย่ามายุ่งเป็นสูงกว่าการเมือง การสถาปณาอำนาจ จากที่แทบไม่มีอำนาจอะไรเลยของพวกเจ้าจนมาเห็นถึงการมีอำนาจนำหนัง 14 ตุลา การช่วงชิงความทรงจำ ในเล่มเราเห็นถึงงานหนังสือบางเล่มการตีความนอกเหนือไปจากรัฐธรรมนูญที่ พระเจ้าอยู่หัวร.9 ก็ยังทรงเห็นด้วยอีก (พระราชอํานาจ ประมวล รุจนเสรี) การสร้างวาทะกรรมทำการเมืองให้มันสะอาด เป็นการสร้างความสกปรกให้นักการเมืองและสถาปันการเมืองทันที จากนั้นเมื่อมีสิ่งสกปรกย่อมต้องมีสิ่งเปรียบเทียบคือสิ่งที่สะอาด ก็มีการโยนกลับไปให้ฝ่ายเจ้าว่านี่สิ่สะอาด เช่นวาทกรรม "นักการเมืองยืนปลาพระราชายื่นเป็ด" เป็นการด้อยค่าความเชื่อมั่นต่อสถาบันสภาของเราอย่างเป็นระบบ อาจารย์เห็นว่าเราควรยึดมั่นในสถาบันการเมือง ไม่ใช่ออกห่างจากสถาบันการเมืองไป ให้พลังกับฝ่ายช้างอีกตัวในห้องที่รอรับผลประโยชน์อยู่ จนก่อร่างจนมั่นคง มีการสั่งสมบารมีจนเราพูดถึงไม่ได้ แม้มันจะไม่ได้ผิดกฎหมาย 112 ด้วยซ้ำ แต่ด้วยบารมีที่ครอบคลุมทำให้เราต้องทำการ self-censorship ตัวเองเพื่อความปลอดภัยตัวเอง (จะเห็นว่าหลังปี 2020 พลังที่ปกคลุมนี้เริ่มจางไปบ้างแล้ว เราเริ่มพูดเรื่องเจ้ากันเยอะขึ้น เราเริ่มเห็นช้างแล้ว!!!)
.
ความคิดที่ผมคิดว่าสำคัญสุดในเล่มนี้ และเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย คือ ลัทธิผลลัพธ์นิยม กับการล้มล้างประชาธิปไตย เพราะนักการเมืองมันฉ้อฉล เราจึงต้องทำทุกอย่างเพราะขจัดมันออกไปจะเห็นได้ชัดในยุครัฐบาลคุณทักษิณ "เพราะทักษิณมันโกง เราเลยต้องล้มมันด้วยวิธีการใดๆก็ได้" นี่เป็นผลของพวกผลลัพธ์นิยม pragmatics คือต้องการแค่ผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยไม่สนวิธีการ ถ้าปัญหาตั้งต้นคือ รัฐบาลที่มาจากรประชาธิปไตยมันบ้าอำนาจจริง ทางแก้ของคุณ คือการพยายามทำให้ รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยกลับสู่ร่องสู่รอยไม่ใช่หรือ แต่พวกผลลัพธ์นิยมกลับเลือกที่จะล้มล้างประชาธิปไตยไปก่อน ด้วยวิธีการใดก็ได้เพราะแค่จะกำจัดคุณทักษิณ(ทำขนาดนั้นเพื่อแค่เนี้ยอะนะ)
สิ่งที่เป็นปัญหา= รัฐบาลเป็นประชาธิปไตยแต่ในรูปแบบ ไม่เป็นประชาธิปไตยพอในการปฎิบัติงาน
สิ่งที่ต้องการ = รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย
ทางแก้ปัญหาที่เลือก = ล้มล้างประชาธิปไตย เปิดช่องให้อำนาจนอกประชาธิปไตยเข้ามามีบทบาท
ปัญหาของผลลัพธ์นิยมในทุกวันนี้ยังมีอยู่ หลังจากอาจารย์เขียนมาเป็นสิบปี ผมคุยกับเพื่อนๆเค้าก็ยังคิดเลยว่าทำยังไงก็ได้ขอแค่ให้นายกประยุทธ์ออกไป ปัญหาเดิมที่อาจารย์เขียนเลยครับ แค่เปลี่ยนตัวละครไป และคุณประยุทธ์อาจจะเป็นเผด็จการซ่อนรูป แต่การมที่เอาอะไรก็ได้ขอให้เป็นคนเก่งมาเอาคุณประยุทธ์ออกไปก็พอ จะทำให้ประเทศเข้าสู่ลูปเดิม และอาจจะก่อปัญหาการออกห่างจากประชาธิปไตยของเราต่อเป็นงูกินหาง
.
อีกสิ่งที่ชอบในงานชิ้นนี้คือ มายาคติเรื่องการซื้อเสียง เพราะเพื่อไทยมันซื้อเสียงมันเลยได้เป็นรัฐบาลไง ซึ่งนับเป็นการด้อยค่าชาวบ้านต่างจังหวัดเป็นอันมาก คือมันก็เป็นจริงแหละที่เสียงซื้อมันก็ได้บ้างไม่ว่าจะเป็นชาวอะไร แต่การที่ไปแปะว่าพวกเค้าผิดโง่ รับเงินแล้วกา เป็นการด้อยค่าเค้าอย่างมาก อันที่จริงการเข้ามาของคุณทักษิณถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการแจกแจงงบประมาณประเทศเป็นการบายพาสผลประโยชน์สู่รอบนอกเมืองหลวง เค้าจะได้คะแนนเสียงมันก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไร ไม่ชอบใจอย่างมากกับการไปด่าว่าเค้าแค่ซื้อเสียงก็ได้มา
.
อ่านแล้วไปต่อด้วย การก่อตัวของระบอบฉันทามติภูมิพล ของคุณ อาสา คำภา ก็จะเห็นภาพการต่อตัวตรงนี้ชัดครับ ผมคิดว่าอาจารย์อาสา แกวิเคราะห์ได้ลึกว่าอาจารย์ธงชัยหรอกนะครับ มองตัวละครเหล่านั้น ทั้งเจ้า ทหาร ขุนนาง ข้าราชการ เป็นตัวเล่นทางประวิติศาสตร์ ที่มีเป้าหมายของตน ที่ต้องการทำตามเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของตนมากกว่า จึงเห็นโครงร่างการก่อตัวของพวกเขาโดยไม่ได้มีอารมณ์โกรธแค้นเจือมาในตัวอักษรเหมือนอาจารย์ธงชัยในเล่มนี้(แหม จริงๆมันก็น่าแค้นอยู่แหละครับ)
Profile Image for Enhancingmight Umbrellaflorum.
5 reviews9 followers
September 22, 2015
ยอดเยี่ยมในมุมมองและการวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ที่ทำให้เห็นช้างตัวใหญ่สองตัวในห้อง (สังคมไทย) ที่คนในสังคมพยายามทำเป็นมองไม่เห็น ด้วยอาการป่วยทางจิตแบบปฏิเสธความจริง

หนังสือสำคัญเล่มนี้เปิดตาผู้อ่านให้เห็นบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่นั่งบนยอดสุดของระบอบการเมือง แต่ส่งอิทธิพลแรงกล้าเป็นเวลายาวนาน ก่อให้เกิดอาการวิปริตวิปลาสในสังคมไทยอย่างรุนแรงในทศวรรษนี้.
Profile Image for Pae Ponsiri.
112 reviews23 followers
June 27, 2023
เนื้อหาภายในเล่มแบ่งออกเป็น 4 ภาค แต่ละภาคอาจมีเนื้อหาที่เหลื่อมซ้อนทับกันถึงช่วงประวัติศาสตร์ที่ไกลกว่านั้น แต่ผมจะขอจับประเด็นเน้นดังต่อไปนี้คือ คือ
1.ประชาธิปไตยแบบไทย (ที่จะมีพูดถึงปัญหาความคิดของม็อบ พธม. เสื้อเหลือง ช่วงก่อนปี 49)
2.รัฐประหาร (หรือก็คือพูดถึงสาเหตุและผลกระทบของเหตุการณ์ 19 กันยาฯ 49)
3.สังหารหมู่ (หรือก็คือพูดถึงการสลายการชุมนุม นปช. คนเสื้อแดง เมษา-พฤษภา​ เลือด ปี 53) และ
4.เปลี่ยน(ไม่)ผ่าน ([ที่ในระหว่างบรรทัด?]​จะพูดถึงช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์/อำนาจนำเก่า สู่รัฐบาล​ยิ่ง​ลักษณ์/อำนาจนำใหม่ หลังปี 53)​
.
[จะเป็นไปได้ไหมว่าเล่มนี้กำลังคาดถึงช่วงกำลังจะเปลี่ยนรัชสมัยด้วย??]​
.
ประเด็นสำคัญหนึ่งที่งานชิ้นนี้พยามจะถกเถียง/เล่นด้วยก็คือคำว่า "กษัตริย์​เหนือการเมือง" ซึ่งตรงนี้เราก็จะได้เห็นในภาพหน้าปกที่มีภาพคำที่นูนออกมา และสีเหลือที่สื่อถึงกษัตริย์​รัชกาล​ก่อน
คำว่า "เหนือ" นั้น ถ้าไม่นับความหมายทางทิศเหนือ (north)​ ในภาษาไทยมันก็จะยังมีความหมายอีก 2 ความหมายหลัก
หลักการที่ว่ากษัตริย์​อยู่เหนือการเมือง หลักการนี้ก็มีอยู่ในทางสากล และก็เป็นที่เข้าใจและยอมรับได้ เพราะในหลักการสากลนั้นกษัตริย์อยู่เหนือการเมืองหมายถึง พ้นเหนือ (above; overhead)​ ไม่มียุ่งเกี่ยว/ไม่ไปข้องแวะการเมือง
ขณะที่ในไทย แม้แต่เดิมจะมีความพยามสถาปนา​หลักการข้างต้นนี้ แต่ก็มีกลุ่มบางกลุ่มที่พยามตีความหรือสร้างให้ความหมายคำนี้ใหม่ คือกษัตริย์อยู่เหนือการเมืองหมายถึง อำนาจเหนือ (superior; above)​ ครอบงำ/ควบคุมการเมือง
.
จะดีกว่าไหม ที่เราอาจจะไม่ชอบรัฐบาลทักษิณก็ได้ แต่เราจะต้องไม่ไปเล่นนอกเกม ล้มระบอบประชาธิปไตย​
จะดีกว่าไหม ที่เราจะต้องระวังวิธีคิดเรื่องประชาธิปไตยใสสะอาด ปราบปรามนักการเมือง จนไปดึกอำนาจนอกเข้ามา
จะดีกว่าไหม ที่เราจะต้องพยามทำความทำความเข้าใจวัฒนธรรมนักเลงและสันติอหิงสาใหม่ เพื่อให้เข้าใจคนที่ภูมิหลังไม่เหมือนเรา
จะดีกว่าไหมที่เราจะต้องเผชิญหน้า หันมาพูดสิ่งที่เราแกล้งทำเป็นไม่เห็น/ไม่อยากพูด เพื่อหาทางออกร่วมกัน ไม่ให้ปัญหาบานปลายขึ้นไปอีก
.
จากที่เราได้เห็นในสารบัญทั้ง 4 ภาคนั้น เราจะสามารถกล่าวได้ไหมว่า หรือนี่ก็คือผลงานหลักที่กษัตริย์​พยามจะแทรกแทรงอยู่เหนือการเมืองไทยมาโดยตลอด
.
Profile Image for ตรัง สุวรรณศิลป์.
Author 2 books9 followers
December 28, 2020
เป็นหนังสือแนววิเคราะห์ประวัติศาสตร์การเมืองยุคใหม่ เป็นการรวมบทความของ อ.ธงชัย ที่เขียนในปี 2547-2555

หนังสือจะว่าด้วยช้าง 2 ตัว ที่ไม่มีใครเห็น
มาจากสำนวน ”ช้างในห้อง” (Elephant in the room) ที่แปลว่า มีช้างตัวบะเริ่มอยู่ในห้อง แต่ไม่มีใครเห็นและพูดถึงมัน ซึ่งคือสภาวะปฏิเสธความจริง

แต่ในสังคมไทยมี ช้างอยู่ 2 ตัวที่ไม่มีใครพูดถึงมัน ทำเหมือนไม่มีอยู่ แล้วปล่อยให้ผ่านไป

ช้างตัวแรกคือ ระบอบกษัตริย์ และ อุดมการณ์กษัตริย์นิยม
ช้างตัวที่สองคือ ฝ่ายที่วิพากษ์และตั้งคำถามต่ออุดมการณ์กษัตริย์นิยม

หนังสือเขียนได้น่าสนใจว่า ช้าง 2 ตัวนี้เป็น 2 ด้านของเหรียญเดียวกัน คือ เพราะมีช้างตัวที่1 เลยทำให้ ช้างตัวที่2 ปรากฏออกมา

สังคมเราอยู่ในบรรยากาศที่มีการปราบปราม รวมถึงการ self-censorship ที่ทำให้คนไม่กล้าพูดถึงช้างทั้ง 2 ตัว

ส่วนตัวมองว่า หนังสือเขียนได้เป็นกลางนะ วิเคราะห์ทุกฝั่งอย่างนักวิชาการ ผิดถูกก็อยู่ที่คนอ่านจะคิด แต่นั่นหล่ะ ผมว่า คำว่าเป็นกลางมันก็อยู่ว่าเราอยู่ข้างไหน ถ้าเรายืนอยู่ขวา���น่อย ตรงกลางก็ถูกมองว่าซ้าย ถ้าเรายืนซ้ายหน่อย ตรงกลางก็กลายเป็นอยู่ขวา

ระหว่างอ่านเองก็พยายามเถียงคนเขียนไปเรื่อยๆ ซึ่งก็พบว่าสนุกดี ซึ่งเทคนิคการอ่านแล้วเถียงคนเขียนเนี่ย ได้มาจาก Bill Gate ลองใช้มาซักพักแล้วพบว่าทำให้อ่านแล้วสนุกขึ้น 555

เป็นหนังสือที่อ่านแล้วอยากบอกว่า หนัก-แน่น-เหนื่อย

คือเป็นหนังสือที่วิเคราะห์ประวัติศาสตร์การเมือง ที่มีเนื้อหาหนักๆ แบบอัดแน่น อ่านแล้วเหนื่อย

แบบว่าคนเขียนเค้าเขียนเชิงวิชาการ ไม่ได้กะให้อ่านง่ายเลย 555

จริงๆหนังสือแนวนี้ ขึ้น best seller อยู่หลายสำนักนะ และเห็นว่าคนที่ซื้อไปอ่านส่วนนึงก็เป็นเด็กด้วย ทำให้ผมรู้สึกดีใจนะ ที่เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่านได้ขนาดนี้ เพราะหนังสือแบบนี้มันไม่ใช่หนังสืออ่านเล่นๆ คนจะอ่านได้มันต้องเป็นนักอ่านระดับนึงเลย

สรุป ไม่แนะนำให้อ่าน ถ้าไม่ได้สนใจการเมือง เพราะหนักไป แต่ถ้าอยากอ่านบทความเชิงวิชาการของประวัติศาสร์การเมือง เพื่อจะได้เห็นภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็อ่านได้ครับ

ปล. ผมติดเล่มนี้มาก ถือเดินไปอ่านที่ทำงาน มีคนมาหยิบดูบอกว่า อ่านไรอ่ะ พอเห็นปกเค้าก็โยนลงแล้วบอกว่า ไม่เอาๆไม่คุย ... นี่ไง ช้าง2ตัวในห้อง
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Tanan.
234 reviews47 followers
October 16, 2020
ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง เป็นหนังสือรวมบทความว่าด้วยประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ของอาจารย์ธงชัย วินิจจะกุูลที่เขียนขึ้นระหว่างปี 2547 - 2555 โดยผู้เขียนต้องการฉายภาพประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทยในมุมมองที่กว้างขึ้น อาจารย์ธงชัยวิเคราะห์ให้เห็นการต่อสู้ต่อรองของผู้เล่นมากหน้าหลายตาในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย ทั้งสถาบันกษัตริย์ ฝ่ายนิยมเจ้า คณะราษฎร กองทัพ ฝ่ายเสรีนิยม

ในช่วงระยะเวลา 72 ปีของประชาธิปไตย ผู้เล่นมากหน้าหลายตาดังกล่าวผลัดกันแพ้ผัดกันชนะ บางช่วงร่วมมือกัน บางช่วงต่อสู้กัน จนกลายมาเป็นประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่เหนือการเมืองในปัจจุบัน

หนังสือเล่มหนาและราคาไม่ถูก ถ้าไม่คิดจะเปิดหูเปิดตาจริง ๆ คงไม่มีใครซื้ออ่าน แต่หากเล่าเนื้อหาโดยสรุปคือคำว่า #อยู่เหนือการเมือง ถูกดัดแปลงและนำมาใช้ในความหมายใหม่ด้วยมันสมองของฝ่ายนิยมเจ้าในช่วงหลังปี 2475 และสภาวะนั้นดำรงอยู่อย่างทรงพลานุภาพจนถึงปัจจุบัน

แนะนำให้อ่านเหมือนเราเกิดในอีก 500 ปีข้างหน้า แล้วย้อนมาอ่านประวัติศาสตร์ปัจจุบันแบบคนนอก เช่นเดียวกับเวลาอ่านสามก๊ก ซึ่งเราคงไม่อินถึงขนาดยอมตายแทนโจโฉ หรือกอบกู้ราชวงศ์ฮั่นแทนฮ่องเต้ที่ไม่สนใจราชการแบบเล่าเสี้ยนใช่ไหม
Profile Image for Anness.
111 reviews46 followers
January 2, 2021
คิดว่าอ่านช้าไปนิดเมื่อเทียบกับปรากฏการณ์ที่คนในสังคมตาสว่างกันขนาดนี้ แต่คิดว่าเป็นการดีที่จะได้พินิจใคร่ครวญมองระบอบประชาธิปไตยของไทยที่ผิดเพี้ยนอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งในประเด็นการเปลี่ยน(ไม่)ผ่านของระบบการปกครอง รัฐประหาร ทักษิณ เสื้อแดง ความล้มเหลวของศาลยุติธรรม สถาบันกษัตริย์ ฯลฯ เราชอบบทที่นำเสนอช้างสองตัวในห้อง คิดว่าเห็นภาพชัดมากๆ

พูดเลยว่าไม่ใช่หนังสือที่อ่านง่าย เหมือนอ่านหนังสือสอบตลอดเวลา แน่นหนักและเหนื่อยมาก ต้องมีพื้นความรู้เรื่องประวัติศาสตร์การเมืองไทยมาประมาณนึง (เล่มจวบจันทร์ฯอ่านง่ายกว่ามาก) แต่ถ้าใครที่ติดตามอ่านการเมืองมาเยอะๆ แล้วไปอ่านเล่มนี้เพื่อทบทวนความรู้ก็ดีนะ รู้สึกว่าได้ประเด็นและแง่มุมใหม่ๆ มาคิดเสริมเยอะ อย่างเรื่องมุมมองของนักประวัติศาสตร์ของอาจารย์ธงชัยที่น่าสนใจ การให้พิจารณาถึงปัจจัยโดยรอบ รวมถึงประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่สามารถแบ่งแยกกระแสสังคมได้แยกชัดขนาดนั้น มันทั้งปะปนทับซ้อนกันอยู่ แต่คุ้มค่ามากที่ได้อ่าน
Profile Image for Fai C. -.
156 reviews8 followers
October 20, 2020
คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
Profile Image for Kom Komsan.
33 reviews2 followers
May 24, 2021
ผ่านไปเป็นสิบปี ประเทศไทยยังวนเวียนอยู่ที่เดิม บางบทความยังสดใหม่ราวกับเขียนถึงเรื่องราวในปัจจุบัน (พ.ค.64) โดยเฉพาะกรณี ม.112

ด้วยความที่เป็นหนังสือรวมบทความจากต่างกรรมต่างวาระ ตั้งแต่ปี 2547-2555 ทำให้ท่วงทำนองในแต่ละบทมีความแตกต่างกัน อ่านแล้วได้อรรถรสหลากหลายอารมณ์ แต่เรื่องราวยังร้อยเรียงอยู่บนแกนเรื่องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งพออ่านแล้วก็ยังรู้สึกร่วมสมัย และทำให้มีความเข้าใจเหตุการณ์อย่างได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เห็นด้วยอย่างยิ่งที่อาจารย์ชวนให้เราลองมองเรื่องราววันนี้จะอนาคตอีก 50 ปีข้างหน้า หลายเรื่องหลายคนจะเป็นเรื่องตลกและเรื่องเศร้า ม.112 อาจจะกลายเป็นตำนานขำขันในวงเหล้า รอยัลยิสต์หลายคนจะกลายเป็นปิศาจในคราบนักบุญ และนักโทษในคุกหลายคนจะกลายเป็นวีรบุรุษ.
Profile Image for Isara.
39 reviews3 followers
May 9, 2021
เป็นหนังสือที่ดีมาก ๆ เล่มหนึ่งในปีนี้เลย ที่เห็นหักไป 1 ดาว เพราะเราไม่คุ้นกับสำนวนแบบนี้เท่าไหร่ประกอบกับเป็นเนื้อหาที่เราเองก็ไม่ได้มีความรู้มากนัก ทำให้รู้สึกว่าอ่านยากพอสมควรเลย กว่าจะอ่านจบใช้เวลาเกือบ 2 เดือน อ่าน ๆ ไปสักพักต้องหยุดมาประมวลผลก่อนถึงจะกลับไปอ่านต่อได้

ยกเล่มนี้ให้เป็นเล่มที่เปิดโลกการเมืองของเราเลย
Profile Image for nisemono偽者.
220 reviews23 followers
August 25, 2021
1 ใน 5 หนังสือประวัติศาสตร์ การเมืองไทยที่ควรอ่าน ดีมาก อธิบายเหตุการณ์ได้ดี เรียบเรียงภาษาเชิงวิชาการออกมาได้อย่างไม่น่าเบื่อ ประทับใจทุกบท แต่ชอบจริงๆคือ บทเรื่องช้าง วิจารณ์ฟ้าได้ถึงใจดินมาก และชอบอีกอัน(ขอแถม) คือเรื่องบทเรียนความรุนแรง ที่เล่าถึง movement คนเสื้อแดง เข้าบุกรพ.จุฬา ตาสว่างโจ้งมาก อยากหาอ่านเกี่ยวกับชุมนุมนปช. สมัยก่อนเลย ดูแบบคนละเรื่องกับที่สื่อรายงานตอนเราเป็นเด็กเลย
Profile Image for K..
13 reviews1 follower
January 15, 2017
เป็นหนังสือที่ดีมาก สวนกลับ และตุ้นให้คิดถึงระบบกษัตริย์ที่เป็นอยู่ปัจจุบันว่าเป็นสถาบันการเมืองอย่างหนึ่ง ซึ่งชาวไทยอาจจะมองไม่เห็น
This entire review has been hidden because of spoilers.
Displaying 1 - 14 of 14 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.