Ongorn61 reviews29 followersFollowFollowMarch 24, 2015รวมความเรียงที่วรพจน์เคยเขียนไว้ใน IMAGE และ GM ในช่วงปี 2556หลายเรื่องพูดถึงความอึดอัดคับข้องเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองอีกหลายเรื่องพูดถึงชีวิต(ของคนอื่น)ที่งมงายอยู่กับความรักเราชอบวรพจน์จากประเด็นหลัง เริ่มจากรวมเล่มชื่อ "ทางโลก" ที่พูดถึงประเด็นนี้ไว้เกือบทั้งเล่ม...ตอนนั้นเขาก็เป็นหนึ่งในชีวิตงมงายเหล่านั้นด้วยมาเล่มนี้ วรพจน์ฟันธงชัดเจนว่า อายุปูนนี้แล้วไม่สมควรเสียเวลากับความรักอีกแล้วจนแม้กระทั่งเมื่อเจอ"ไอดอล"นักเขียนที่เคยชื่นชอบในวัยหนุ่มจากหนังสือแนวถนัดของนักเขียนท่านนั้น ว่าด้วยเรื่องความรักหนุ่มสาว-อุดมการณ์สูงส่ง วรพจน์เองกลับไม่มีความประหม่าอีกแล้วแม้จะผิดหวังนิดๆ ที่ไม่ได้อ่านความโรแมนติกของเขาอีกแล้วแต่ก็ทำให้เราได้รู้ว่า วรพจน์ได้อิทธิพลการมองโลกแบบนั้นมาจากใครชื่อนักเขียนท่านนั้นเราได้ยินนานแล้ว แต่ไม่เคยหยิบมาอ่านเสียทีค่าที่ไม่ชอบอ่านนิยายรักๆใคร่ๆแต่หลังจากที่ได้ฟังพี่หนุ่ม โตมร ชื่นชมถึงการใช้ภาษาที่โคตรจะสวยซึ่งได้มาจากหัวใจและสายตาอันอ่อนโยนและหลังจากอ่านความเรียงเล่มนี้จบเราก็ใส่ชื่อ พิบูลศักดิ์ ละครพล ลงใน wish list อีกคนปล. ความเรียงตอนที่ชอบที่สุดในเล่มนี้คือ ดาวเหนือ
Tony126 reviewsFollowFollowNovember 20, 2014ยังคงเขียนงานได้น่าอ่าน ชวนคิดติดตาม ในแง่มุมการใช้ชีวิต การให้คุณค่าแก่การทำงาน การไม่หมุนเหวี่ยงไปตามสังคม เขียนเรื่องสามัญในชีวิตทุกๆวันให้มีประเด็นที่ได้ขบคิดอย่างน่าสนใจ ในเล่มนี้ ชอบเรื่อง ความเป็นผู้ใหญ่ ... มากที่สุดthought
KaTe67 reviewsFollowFollowMay 30, 2022เพิ่งเคยอ่านผลงานของนักเขียนท่านนี้เป็นครั้งแรกชอบมากๆสำนวนสไตล์การเขียนไม่เหมือนใคร มันเหมือนจะแรงแต่ก็ไม่ พูดไม่ถูก รู้แต่เข้มข้นอ่านละวางไม่ลงเลย จะไปตามหาผลงานอื่นๆมาอ่านเพิ่มแน่นอนค่ะ
เอกภพ สิทธิวรรณธนะAuthor 6 books36 followersFollowFollowDecember 13, 2015จุดเทียนทั้งปลายทั้งโคน โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์- - - - - - - - - -1ไม่ใช่ปฐมนิเทศน์สำหรับหนุ่มสาวที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยทำงานไม่ใช่ปัจฉิมนิเทศน์โดยองค์ปาฐกชราวัยจุดเทียนทั้งปลายทั้งโคน คือ - มัจฉิมนิเทศน์ดีๆ สำหรับหนุ่มสาวที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยสามสิบเช่นผม โดยผู้เขียนชายวัยกลางคนที่โชกโชนชีวิตพอที่จะนิเทศน์ แต่เทศน์นั้นไม่ตกผลึกสวยงามเกินไปจนกลายเป็นพระธรรมคำบรรยายเถรตรง ถึกทื่อ ดักคอเป็นบางครั้ง ...เขกกะโหลกเบาๆ เป็นบางที2บทความบทหนึ่งยาวเพียงหกเจ็ดหน้าพ็อกเก็ตบุค ความยาวต่อบทไม่มากนัก แต่กระนั้นนักยังอุตสาห์แบ่งซอยตัวเลขกำกับ หนึ่ง สอง สาม ฯลฯนี่อาจเป็นเล่ห์กลที่ทำให้ผมอ่านไม่เหนื่อย จึงพลิกหน้าได้เรื่อยจนจบบทและจบเล่มอย่างรวดเร็ว นิเทศน์บางบทผ่านไปแผ่วเบาเหมือนสายลมเอื่อย บางบทผมพยักหน้าเห็นด้วยหงึกๆ บางบทกระแทกใจจนร้องโอดโอยเหมือนโดนโบยตีก็กรณีและปรากฏการณ์ที่ผู้เขียนหยิบมาถกเถียงนั้น มันคือเรื่องราวของพวกเรานี่หน่า ชีวิตที่โลดแล่นของคนหนุ่ม เงินงานที่ต้องจัดการ อารมณ์ความรู้สึกที่ปั่นป่วน แหละโดยเฉพาะความรักความสัมพันธ์ที่เราต้องเผชิญและผ่านพ้นไป3ผมชอบบทสนทนาระหว่างวรพจน์กับผู้คนที่ผ่านพบ บ้างเป็นมนุษย์กรณีศึกษา บ้างเป็นหนุ่มสาวจิตป่วย ผู้ผ่านมาให้ผู้เขียนเขกหัวแบบลับหลังเป็นตัวหนังสือ (ไม่รู้ว่าคนต้นเรื่องอ่านเจอแล้วจะรู้สึกอย่างไร จะไปทวงค่าเรื่องซึ่งๆ หน้า ผมก็ว่าไม่ผิด)วรพจน์เลือกใช้วิธีสื่อสารแบบกดแชร์และเม้นท์แรงๆ แต่เป็นความแรงที่อาบเจือด้วยปรารถนาดี เห็นใจแต่ไม่สงสาร ส่วนใหญ่ก็ภาวนาให้เราผ่านพ้น เติบโต และเรียนรู้4อ่านจบเล่มผมรู้สึกดีใจนะ ว่าอย่างน้อยก็มีหนึ่งคนในโลก ที่เข้าใจหัวอกของคนหนุ่มสาวเช่นผม คราวนี้ล่ะ ถ้าพบปัญหาหรือทางตันใดๆ ผมก็พอจะรู้ที่อยู่อีเมลไปเขียนคุย เขียนถามขอคำแนะนำแต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าจะถามจะคุยอะไร...ก็ปัญหาส่วนใหญ่ วรพจน์จุดเทียนตอบไว้แล้วในเล่ม
Nan Sutida22 reviews16 followersFollowFollowJuly 17, 2014ชอบสำนวน ชอบการพัฒนา รายละเอียด คำคมๆ สอนใจ สอนคน เปิดทัศนะ ดิบ มีความเป็นคน เปิดกว้าง ไม่พิพากษา ปลุกใจ ปลุกไฟ ให้รัก ให้มีความตั้งใจ ให้เป็นคนจริง
Savagerecore17 reviews3 followersFollowFollowDecember 19, 2016มันก็ยังดีนะ แต่เราเสียดายที่ตั้งแต่มีเรื่องการเมือง มีบางครั้งเรารู้สึกว่าพี่หนุ่มเขียนเอนไปข้างไหนมากโดยไม่รู้ตัว