Jump to ratings and reviews
Rate this book

รวมเรื่องสยองของมนัส จรรยงค์

Rate this book
รวม 9 เรื่องสั้นคัดสรร สั่นประสาท โดยราชาเรื่องสั้นไทย
1 ท่อนแขนนางรำ
2 แรงครู
3 ครูแก
4 สีดา
5 ซึงผี
6 บาโหย
7 ป่าเปลี่ยว
8 ผีถ้ำ
9 มือดอง

เรื่องสั้น ‘ท่อนแขนนางรำ’ ได้รับการดัดแปลงเป็น 1 ใน 3 ตอนของภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘ผีสามบาท’ เมื่อปี 2544 ส่วนเรื่องสั้น ‘ครูแก’ ก็ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อว่า ‘ครูแก แรงรัก แรงอาถรรพ์’ ออกฉายในปี 2547

มนัส จรรยงค์ ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 15 นักเขียนเรื่องสั้นดีเด่น เนื่องในวาระ 100 ปีเรื่องสั้นไทย มีผลงานที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษและได้รับเลือกให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา เกียรติยศสูงสุดคือได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘ราชาเรื่องสั้นของเมืองไทย’

200 pages, Paperback

First published October 1, 2024

2 people are currently reading
12 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
1 (3%)
4 stars
15 (53%)
3 stars
9 (32%)
2 stars
3 (10%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
699 reviews140 followers
March 21, 2025
ถึงแม้จะตั้งต้นว่า มนัส จรรยงค์ คือ ราชาเรื่องสั้นเมืองไทย ฉะนั้นงานในฐานะของราชาน่าจะเป็นงานที่ดูวิจิตรเลิศเลอ อ่านยาก นำเสนอปรัชญาแบบทะลุแก่น

แต่จริงๆแล้วงานสิ่งที่น่าจะทำให้ มนัส จรรยงค์ได้ชื่อว่าราชาเรื่องสั้นเมืองไทย นอกจากจำนวนเรื่องสั้นที่เขียนออกมาแบบเยอะมากกกกกกมายแล้ว ตัวชิ้นงานเรื่องสั้น ทำให้เห็นว่าเรื่องสั้นที่ดีควรจะต้องมีอะไร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นภาษา เนื้อเรื่อง ตัวละคร ฉาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เรื่องสั้นเรื่องหนึ่งมีชีวิตขึ้นมา ปรากฎอยู่ในชิ้นงานของมนัส จรรยงค์ แทบทั้งสิ้น

เรื่องสั้นของมนัส (หากนับเฉพาะในเล่มนี้) แสดงให้เห็นว่า ขอเพียงนักเขียนสามารถสร้างชีวิตเรื่องราวให้กับตัวละครได้อย่างสมจริง ฉายภาพฉากพื้นหลังให้ปรากฎอย่างชัดเจนเป็นเนื้อเดียวกับเรื่องเล่าและตัวละคร พร้อมทั้งปมของเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องพิสดารซับซ้อน แต่เล่าอย่างท่วงทำนองจังหวะจะโคนและผู้อ่านสามารถสร้างภาพของตนเองเข้ากับเนื้อเรื่องและตัวละครเหล่านั้นได้ งานชิ้นนั้น ก็คือเรื่องสั้นชั้นดีอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งเรื่องสั้นในเล่มนี้สามารถทำได้แทบทุกเรื่องอย่างน่าตกใจ

รวมเรื่องสั้นเล่มนี้เป็นการคัดสรรเรื่องสั้นจาก บก สุดเท่ ที่ให้ "ความรู้สึกของความสยอง" มากกว่าจะเป็นเรื่องสยองขวัญแบบผีสางนางไม้ แต่เป็นเรื่องสั้นที่ให้ความรู้สึกเย็นเยียบ สะพรึงต่อความเป็นมนุษย์ที่บิดเบี้ยวมากกว่า ซึ่งหวนนึกถึงงานของรัมโป (อีกแล้ว) และงานของ อะคุตางาว่า แบบเบาๆในเชิงเรื่องเล่าที่ให้กลิ่นอายของนิทานหรือตำนานอันห่างไกล

ความสยองขวัญที่มนัส สื่อออกมาในเรื่องสั้นของเขา คือ ความสยองขวัญของมนุษย์ที่ถูกกิเลสของตนเองครอบงำจนเปลือกของศีลธรรมหลุดออกและเบ่งบานไปสู่มนุษย์อีกจำพวกหนึ่ง จนกระทำการอันดูบ้าคลั่งชวนสยดสยองที่ท้ายที่สุดมีแต่ความตายและการสูญเสียคล้อยตามเป็นฉากหลัง จนผีหรือปีศาจดูจะเป็นหมาน้อยน่ารักไปเลยเมื่อเทียบกับมนุษย์ที่หลุดจากเปลือกของศีลธรรมเหล่านี้

นอกจากความสยองขวัญที่เป็นเมนหลักของเรื่องแล้ว เรื่องสั้นต่างๆในเล่มนี้ยังมีแก่นแกนของการปะทะกันของโลกสมัยก่อนและโลกสมัยใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามากลืนกินโลกใบเก่า ไม่ว่าจะเป็นการสังคมของคนเมืองและสังคมต่างจังหวัด ความเชื่ออันเกิดจากศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและองค์ความรู้ของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่ตีกรอบให้ความรู้พื้นถิ่นเหล่านี้ดูเป็นสิ่งที่ไร้สาระจับต้องไม่ได้ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในเรื่องสั้นของมนัสเท่านั้น แต่มันยังเป็นเหตุการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เรื่องสั้นเหล่านี้ถูกเขียนขึ้นมาอีกด้วย จึงไม่แปลกใจที่มนัสจะหยิบจับเองวัตถุดิบเหล่านี้มาใช้เป็นเส้นเรื่องในเรื่องสั้นของเขาจำนวนมาก

ภายใต้ความสยองขวัญที่เกิดจากมนุษย์ การปะทะกันของโลกสองโลก สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ วัตถุดิบที่ถูกหยิบจับมาผสมเป็นรสชาติหลักของเรื่องสั้นทั้งหลายในเล่มนี้ดูจะมีมากมายเหลือเกินหากนับถึงยุคสมัยนั้นที่ยังเป็นโลกที่ไร้เทคโนโลยี ยังเป็นโลกที่มนุษย์หันหน้าเข้าหามนุษย์ด้วยกันที่ยุคสมัยนี้อาจเข้าใจว่าการกระทำแบบนั้นไม่น่าเกิดขึ้นจริง เป็นเพียงนิทานที่ดูไกลเกินกว่าจะเข้าใจ แต่ในโลกช่วงเวลานั้นเอง กลับเป็นโลกที่เรื่องเล่าและวัตถุดิบของชีวิตมนุษย์ทั่วไปเบ่งบาน มีอะไรมากมายให้บอกเล่าเขียนถึง ย้ำเตือนว่าเรื่องเล่าไม่ว่าจะวิจิตรพิสดารแบบใดก็ตาม หากมันไม่อาจจับต้องได้ถึงเลือดเนื้อและชีวิตของมนุษย์แล้ว งานชิ้นนั้นก็ดูจะเป็นเพียงเรื่องเล่าที่ผ่านมาและผ่านไปโดยไม่มีอะไรให้จดจำ แต่หากเรื่องเล่าไม่ว่าจะเรียบง่ายถึงที่สุด แต่หากก่อร่างสร้างชีวิตของมนุษย์ให้ผู้อ่านเห็นได้ งานชิ้นนั้นจะทำงานกับเราในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปตามแต่เครื่องจักรภายในของผู้อ่านเหล่านั้นเอง

งานของมนัส จึงเป็นงานที่เรียบง่ายและออกจะถ่อมตนในเชิงวรรณศิลป์ แต่ไม่ถ่อมตนใดๆที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่เราทุกคนอาจหลงลืมว่าเคยมี
Profile Image for Jessada Karnjana.
591 reviews9 followers
April 14, 2025
เกือบทั้งหมดเป็นเรื่องของความรัก/ใคร่ที่ไม่สมหวัง หรือบิดเบี้ยว (ยกเว้นเรื่องป่าเปลี่ยว) และค่อนข้างอ่านยากสำหรับ พ.ศ. 2568 ไม่สยอง และไม่ค่อยชอบ
Profile Image for Pandan .
353 reviews18 followers
November 15, 2024
ภาษาเป็นภาษาสมัยก่อน บางประโยคต้องแปลไทยเป็นไทยอีกที (แต่ก็ได้อารมณ์แปลกใหม่ตอนอ่านดีนะ นึกภาพตามว่าคนสมัยก่อนพูดกันแบบนี้เหรอ) ตัวเรื่องไม่ได้หวือหวาอะไร ด้วยความที่งานสยองขวัญยุคใหม่มันแปลกแหวกแนวและล้ำโลกไปมากแล้ว เรื่องนี้สำหรับเราเลยไม่ได้ชวนให้ขนพองสยองเกล้าอะไรมากนัก แต่ได้ความเป็นไทยจ๋าจริงๆ
Profile Image for Pan.
35 reviews
November 30, 2024
ชอบมากกกก ชอบไวบ์เรื่องลึกลับแปลกประหลาด ไม่จำเป็นต้องมีหักมุม มีจุดต้น จุดจบ จุดพีคอะไร ฟีลเหมือนนั่งฟังเพื่อนที่ไปเจอเรื่องประหลาดๆ มา แล้วเอามาเล่าให้ฟัง ความไม่มีที่มาที่ไป ทำให้นึกถึงเรื่องเล่าแนวไคดันของญี่ปุ่นเลย แต่เป็นในบรรยากาศแบบไทยๆ ความเชื่อความลี้ลับแบบไทยๆ
ข้อเสียน่าจะเป็นตรงที่ธีมมันวกวนไปหน่อย (พลอตรักๆหลงๆ) ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าอันนี้เป็นซิกเนเจอร์ของนักเขียนเอง หรือเกี่ยวกับตัวบรรณาธิการที่เลือกมาขนาดไหน เพราะอ่านประวัติที่บอกว่าประพันธ์ไว้เป็นพันเรื่อง ก็คิดว่ามันน่าจะหลากหลายกว่านี้ แต่เรารู้สึกว่านักเขียนสมัยเก่าๆ มักชอบเล่นธีมแนวนี้ หรือใช้ธีมซ้ำๆ เลยไม่แน่ใจเหมือนกัน
ขออีกจุด ชอบภาษามาก จากใจคนที่ไม่ค่อยได้อ่านงานเขียนคลาสสิค/เก่าๆ ภาษาไทย ทำให้เปิดหูเปิดตาดีค่ะว่าภาษาไทยก็มีสำบัดสำนวนแบบนี้ได้ด้วยนะ
Profile Image for Bannarot.
88 reviews5 followers
June 23, 2025
3.75

ราชาเรื่องสั้นของเมืองไทยคงไม่ใช่สมญาที่ได้มาง่ายๆ เพราะแม้นักเขียนจะตายไปรวม 6 ทศวรรษแล้ว ก็ยังมีคนหยิบจับผลงานเขามาทำงานอยู่เรื่อยๆ

ทรงจำเกี่ยวกับมนัสที่ติดอยู่ในหัวเราเสมอคือเรื่อง ‘จับตาย’ เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกๆ ที่นักเรียนวรรณกรรมกรรมไทยต้องเรียนเมื่อเข้าคลาสวรรณกรรมไทยร่วมสมัย/วรรณกรรมเด่นร่วมสมัย เพราะเป็นเหมือนแม่บทที่ทำให้เห็นองค์ประกอบของเรื่องสั้นสมัยใหม่ได้ดี ทั้งการสร้างฉากและบรรยากาศ พ���ฒนาการตัวละคร ปมขัดแย้ง การจบเรื่องแบบจับใจ ฯลฯ

รวมเรื่องสยองของมนัส จรรยงค์ ที่รวมพิมพ์โดยอ่าน ๑๐๑ ทุกเรื่องยังมีกลิ่นอายและเสน่ห์แบบมนัส แบบที่เราจะเห็นภาพโรงเรือนเก่าๆ ที่เก็บตัวหนังเชิดหรือหัวโขนอย่างน่าขนลุก แบบที่เราจะเห็นป่าสล้างลึกลับแผ่อาณาเขตอยู่ทางตอนใต้ของไทย สัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัยและคาดเดาไม่ได้ที่ซุกซ่อนอยู่ในถ้อยคำของตัวละคร

จริงๆ สนุกแทบทุกเรื่องเลย มันไม่ใช่เป็นเรื่องผีอย่างที่เราคาดหวัง แต่มันเป็นเรื่อง ‘สยอง’ ที่ดำมืด จิตใจที่บิดเบี้ยวจากอารมณ์รัก หึง หวง โกรธ อยากได้อยากดี แล้วมีองค์ประกอบของสิ่งเหนือธรรมชาติมาช่วยขับเคลื่อนเรื่อง

ท่อนแขนนางรำ ครูแก สีดา มือดอง เป็น 4 เรื่องที่พออ่านจบแล้วได้แต่พยักหน้าชื่นชมวิธีการเขียน — จริงๆ งานเรื่องสั้นของมนัสมีแง่มุมอีกเยอะเลยที่น่าพูดถึง ทั้งวิธีการเล่าแบบที่จะมีตัวละครเซตหนึ่งที่โผล่มาตอนต้นเรื่องเพื่อปูไปยังเรื่องอื่นๆ, ตัวละครผู้ชายและความเป็นชาย, ดนตรีไทยกับการกลายมาเป็นมายาคติของความสยองแบบไทยๆ ฯลฯ

ใครชอบคลาสสิกไทย อ่านด่วนครับ
Profile Image for SunflowerRead.
44 reviews2 followers
April 20, 2025
เล่มนี้ส่วนตัวว่าสมมงคำโปรยที่ว่าราชาเรื่องสั้นเมืองไทยมาก

ในเล่มจะแบ่งหลัก ๆ ได้ 2 ธีม ธีมแรกคือศิลปะการแสดงของไทยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นการรำ โขน หนังตะลุง ดนตรี เป็นวัตถุดิบที่ดีมาก ๆ ในการหยิบไปทำหนังผี (ซึ่งก็ถูกหยิบไปทำจริง ๆ หลายเรื่อง) ชอบทุกเรื่องเลย

ธีมที่ 2 เป็นเรื่องสิ่งลึกลับในป่า ที่ป่ามันดูน่ากลัวเพราะเราไม่รู้ว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง นี่เลยมาเป็นหัวใจหลักของเรื่องสั้นช่วงหลัง

ภาษามาแบบย้อนยุค เรารู้สึกว่ามันให้อารมณ์คลาสสิคดี เรื่องสั้นแต่ละเรื่องดำเนินไปแบบเรื่อย ๆ เรียบ ๆ ไม่หวือหวา แต่มันกลับเข้มข้น ถึงอารมณ์ ทั้ง ๆ ที่งานถูกเขียนไว้นานแล้วแต่มันสนุกและดีแบบร่วมสมัยกับปัจจุบันได้เลย
Displaying 1 - 6 of 6 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.