Pawarut Jongsirirag699 reviews140 followersFollowFollowMarch 21, 2025ถึงแม้จะตั้งต้นว่า มนัส จรรยงค์ คือ ราชาเรื่องสั้นเมืองไทย ฉะนั้นงานในฐานะของราชาน่าจะเป็นงานที่ดูวิจิตรเลิศเลอ อ่านยาก นำเสนอปรัชญาแบบทะลุแก่น แต่จริงๆแล้วงานสิ่งที่น่าจะทำให้ มนัส จรรยงค์ได้ชื่อว่าราชาเรื่องสั้นเมืองไทย นอกจากจำนวนเรื่องสั้นที่เขียนออกมาแบบเยอะมากกกกกกมายแล้ว ตัวชิ้นงานเรื่องสั้น ทำให้เห็นว่าเรื่องสั้นที่ดีควรจะต้องมีอะไร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นภาษา เนื้อเรื่อง ตัวละคร ฉาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เรื่องสั้นเรื่องหนึ่งมีชีวิตขึ้นมา ปรากฎอยู่ในชิ้นงานของมนัส จรรยงค์ แทบทั้งสิ้น เรื่องสั้นของมนัส (หากนับเฉพาะในเล่มนี้) แสดงให้เห็นว่า ขอเพียงนักเขียนสามารถสร้างชีวิตเรื่องราวให้กับตัวละครได้อย่างสมจริง ฉายภาพฉากพื้นหลังให้ปรากฎอย่างชัดเจนเป็นเนื้อเดียวกับเรื่องเล่าและตัวละคร พร้อมทั้งปมของเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องพิสดารซับซ้อน แต่เล่าอย่างท่วงทำนองจังหวะจะโคนและผู้อ่านสามารถสร้างภาพของตนเองเข้ากับเนื้อเรื่องและตัวละครเหล่านั้นได้ งานชิ้นนั้น ก็คือเรื่องสั้นชั้นดีอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งเรื่องสั้นในเล่มนี้สามารถทำได้แทบทุกเรื่องอย่างน่าตกใจ รวมเรื่องสั้นเล่มนี้เป็นการคัดสรรเรื่องสั้นจาก บก สุดเท่ ที่ให้ "ความรู้สึกของความสยอง" มากกว่าจะเป็นเรื่องสยองขวัญแบบผีสางนางไม้ แต่เป็นเรื่องสั้นที่ให้ความรู้สึกเย็นเยียบ สะพรึงต่อความเป็นมนุษย์ที่บิดเบี้ยวมากกว่า ซึ่งหวนนึกถึงงานของรัมโป (อีกแล้ว) และงานของ อะคุตางาว่า แบบเบาๆในเชิงเรื่องเล่าที่ให้กลิ่นอายของนิทานหรือตำนานอันห่างไกลความสยองขวัญที่มนัส สื่อออกมาในเรื่องสั้นของเขา คือ ความสยองขวัญของมนุษย์ที่ถูกกิเลสของตนเองครอบงำจนเปลือกของศีลธรรมหลุดออกและเบ่งบานไปสู่มนุษย์อีกจำพวกหนึ่ง จนกระทำการอันดูบ้าคลั่งชวนสยดสยองที่ท้ายที่สุดมีแต่ความตายและการสูญเสียคล้อยตามเป็นฉากหลัง จนผีหรือปีศาจดูจะเป็นหมาน้อยน่ารักไปเลยเมื่อเทียบกับมนุษย์ที่หลุดจากเปลือกของศีลธรรมเหล่านี้นอกจากความสยองขวัญที่เป็นเมนหลักของเรื่องแล้ว เรื่องสั้นต่างๆในเล่มนี้ยังมีแก่นแกนของการปะทะกันของโลกสมัยก่อนและโลกสมัยใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามากลืนกินโลกใบเก่า ไม่ว่าจะเป็นการสังคมของคนเมืองและสังคมต่างจังหวัด ความเชื่ออันเกิดจากศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและองค์ความรู้ของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่ตีกรอบให้ความรู้พื้นถิ่นเหล่านี้ดูเป็นสิ่งที่ไร้สาระจับต้องไม่ได้ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในเรื่องสั้นของมนัสเท่านั้น แต่มันยังเป็นเหตุการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เรื่องสั้นเหล่านี้ถูกเขียนขึ้นมาอีกด้วย จึงไม่แปลกใจที่มนัสจะหยิบจับเองวัตถุดิบเหล่านี้มาใช้เป็นเส้นเรื่องในเรื่องสั้นของเขาจำนวนมากภายใต้ความสยองขวัญที่เกิดจากมนุษย์ การปะทะกันของโลกสองโลก สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ วัตถุดิบที่ถูกหยิบจับมาผสมเป็นรสชาติหลักของเรื่องสั้นทั้งหลายในเล่มนี้ดูจะมีมากมายเหลือเกินหากนับถึงยุคสมัยนั้นที่ยังเป็นโลกที่ไร้เทคโนโลยี ยังเป็นโลกที่มนุษย์หันหน้าเข้าหามนุษย์ด้วยกันที่ยุคสมัยนี้อาจเข้าใจว่าการกระทำแบบนั้นไม่น่าเกิดขึ้นจริง เป็นเพียงนิทานที่ดูไกลเกินกว่าจะเข้าใจ แต่ในโลกช่วงเวลานั้นเอง กลับเป็นโลกที่เรื่องเล่าและวัตถุดิบของชีวิตมนุษย์ทั่วไปเบ่งบาน มีอะไรมากมายให้บอกเล่าเขียนถึง ย้ำเตือนว่าเรื่องเล่าไม่ว่าจะวิจิตรพิสดารแบบใดก็ตาม หากมันไม่อาจจับต้องได้ถึงเลือดเนื้อและชีวิตของมนุษย์แล้ว งานชิ้นนั้นก็ดูจะเป็นเพียงเรื่องเล่าที่ผ่านมาและผ่านไปโดยไม่มีอะไรให้จดจำ แต่หากเรื่องเล่าไม่ว่าจะเรียบง่ายถึงที่สุด แต่หากก่อร่างสร้างชีวิตของมนุษย์ให้ผู้อ่านเห็นได้ งานชิ้นนั้นจะทำงานกับเราในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปตามแต่เครื่องจักรภายในของผู้อ่านเหล่านั้นเอง งานของมนัส จึงเป็นงานที่เรียบง่ายและออกจะถ่อมตนในเชิงวรรณศิลป์ แต่ไม่ถ่อมตนใดๆที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่เราทุกคนอาจหลงลืมว่าเคยมี
Jessada Karnjana591 reviews9 followersFollowFollowApril 14, 2025เกือบทั้งหมดเป็นเรื่องของความรัก/ใคร่ที่ไม่สมหวัง หรือบิดเบี้ยว (ยกเว้นเรื่องป่าเปลี่ยว) และค่อนข้างอ่านยากสำหรับ พ.ศ. 2568 ไม่สยอง และไม่ค่อยชอบ
Pandan 353 reviews18 followersFollowFollowNovember 15, 2024ภาษาเป็นภาษาสมัยก่อน บางประโยคต้องแปลไทยเป็นไทยอีกที (แต่ก็ได้อารมณ์แปลกใหม่ตอนอ่านดีนะ นึกภาพตามว่าคนสมัยก่อนพูดกันแบบนี้เหรอ) ตัวเรื่องไม่ได้หวือหวาอะไร ด้วยความที่งานสยองขวัญยุคใหม่มันแปลกแหวกแนวและล้ำโลกไปมากแล้ว เรื่องนี้สำหรับเราเลยไม่ได้ชวนให้ขนพองสยองเกล้าอะไรมากนัก แต่ได้ความเป็นไทยจ๋าจริงๆ supernatural th
Pan35 reviewsFollowFollowNovember 30, 2024ชอบมากกกก ชอบไวบ์เรื่องลึกลับแปลกประหลาด ไม่จำเป็นต้องมีหักมุม มีจุดต้น จุดจบ จุดพีคอะไร ฟีลเหมือนนั่งฟังเพื่อนที่ไปเจอเรื่องประหลาดๆ มา แล้วเอามาเล่าให้ฟัง ความไม่มีที่มาที่ไป ทำให้นึกถึงเรื่องเล่าแนวไคดันของญี่ปุ่นเลย แต่เป็นในบรรยากาศแบบไทยๆ ความเชื่อความลี้ลับแบบไทยๆ ข้อเสียน่าจะเป็นตรงที่ธีมมันวกวนไปหน่อย (พลอตรักๆหลงๆ) ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าอันนี้เป็นซิกเนเจอร์ของนักเขียนเอง หรือเกี่ยวกับตัวบรรณาธิการที่เลือกมาขนาดไหน เพราะอ่านประวัติที่บอกว่าประพันธ์ไว้เป็นพันเรื่อง ก็คิดว่ามันน่าจะหลากหลายกว่านี้ แต่เรารู้สึกว่านักเขียนสมัยเก่าๆ มักชอบเล่นธีมแนวนี้ หรือใช้ธีมซ้ำๆ เลยไม่แน่ใจเหมือนกันขออีกจุด ชอบภาษามาก จากใจคนที่ไม่ค่อยได้อ่านงานเขียนคลาสสิค/เก่าๆ ภาษาไทย ทำให้เปิดหูเปิดตาดีค่ะว่าภาษาไทยก็มีสำบัดสำนวนแบบนี้ได้ด้วยนะfiction finished-in-2024 horror ...more
Bannarot88 reviews5 followersFollowFollowJune 23, 20253.75ราชาเรื่องสั้นของเมืองไทยคงไม่ใช่สมญาที่ได้มาง่ายๆ เพราะแม้นักเขียนจะตายไปรวม 6 ทศวรรษแล้ว ก็ยังมีคนหยิบจับผลงานเขามาทำงานอยู่เรื่อยๆ ทรงจำเกี่ยวกับมนัสที่ติดอยู่ในหัวเราเสมอคือเรื่อง ‘จับตาย’ เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกๆ ที่นักเรียนวรรณกรรมกรรมไทยต้องเรียนเมื่อเข้าคลาสวรรณกรรมไทยร่วมสมัย/วรรณกรรมเด่นร่วมสมัย เพราะเป็นเหมือนแม่บทที่ทำให้เห็นองค์ประกอบของเรื่องสั้นสมัยใหม่ได้ดี ทั้งการสร้างฉากและบรรยากาศ พ���ฒนาการตัวละคร ปมขัดแย้ง การจบเรื่องแบบจับใจ ฯลฯรวมเรื่องสยองของมนัส จรรยงค์ ที่รวมพิมพ์โดยอ่าน ๑๐๑ ทุกเรื่องยังมีกลิ่นอายและเสน่ห์แบบมนัส แบบที่เราจะเห็นภาพโรงเรือนเก่าๆ ที่เก็บตัวหนังเชิดหรือหัวโขนอย่างน่าขนลุก แบบที่เราจะเห็นป่าสล้างลึกลับแผ่อาณาเขตอยู่ทางตอนใต้ของไทย สัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัยและคาดเดาไม่ได้ที่ซุกซ่อนอยู่ในถ้อยคำของตัวละครจริงๆ สนุกแทบทุกเรื่องเลย มันไม่ใช่เป็นเรื่องผีอย่างที่เราคาดหวัง แต่มันเป็นเรื่อง ‘สยอง’ ที่ดำมืด จิตใจที่บิดเบี้ยวจากอารมณ์รัก หึง หวง โกรธ อยากได้อยากดี แล้วมีองค์ประกอบของสิ่งเหนือธรรมชาติมาช่วยขับเคลื่อนเรื่อง ท่อนแขนนางรำ ครูแก สีดา มือดอง เป็น 4 เรื่องที่พออ่านจบแล้วได้แต่พยักหน้าชื่นชมวิธีการเขียน — จริงๆ งานเรื่องสั้นของมนัสมีแง่มุมอีกเยอะเลยที่น่าพูดถึง ทั้งวิธีการเล่าแบบที่จะมีตัวละครเซตหนึ่งที่โผล่มาตอนต้นเรื่องเพื่อปูไปยังเรื่องอื่นๆ, ตัวละครผู้ชายและความเป็นชาย, ดนตรีไทยกับการกลายมาเป็นมายาคติของความสยองแบบไทยๆ ฯลฯใครชอบคลาสสิกไทย อ่านด่วนครับthai-short
SunflowerRead44 reviews2 followersFollowFollowApril 20, 2025เล่มนี้ส่วนตัวว่าสมมงคำโปรยที่ว่าราชาเรื่องสั้นเมืองไทยมากในเล่มจะแบ่งหลัก ๆ ได้ 2 ธีม ธีมแรกคือศิลปะการแสดงของไทยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นการรำ โขน หนังตะลุง ดนตรี เป็นวัตถุดิบที่ดีมาก ๆ ในการหยิบไปทำหนังผี (ซึ่งก็ถูกหยิบไปทำจริง ๆ หลายเรื่อง) ชอบทุกเรื่องเลยธีมที่ 2 เป็นเรื่องสิ่งลึกลับในป่า ที่ป่ามันดูน่ากลัวเพราะเราไม่รู้ว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง นี่เลยมาเป็นหัวใจหลักของเรื่องสั้นช่วงหลัง ภาษามาแบบย้อนยุค เรารู้สึกว่ามันให้อารมณ์คลาสสิคดี เรื่องสั้นแต่ละเรื่องดำเนินไปแบบเรื่อย ๆ เรียบ ๆ ไม่หวือหวา แต่มันกลับเข้มข้น ถึงอารมณ์ ทั้ง ๆ ที่งานถูกเขียนไว้นานแล้วแต่มันสนุกและดีแบบร่วมสมัยกับปัจจุบันได้เลย