loonchies240 reviews27 followersFollowFollowOctober 19, 2024หนึ่งในหนังสือชุดที่พูดถึงชีวิตของผู้หญิงหลากกลุ่มหลากชนชั้นในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสมัยใหม่ของสยาม เล่มนี้พูดถึงกลุ่มนางพยาบาลและนางผดุงครรภ์ ซึ่งเป็นวิชาชีพแรกที่ผู้หญิงมีส่วนร่วมการกำหนดบทบาทหน้าที่ เรื่องท้าทายและการปะทะระหว่างกรอบเก่าและกรอบใหม่ ใด ๆ ก็ไปเกี่ยวกับเรื่องอำนาจและกำหนดสิ่ง “ที่ถูกที่ควร” การเปลี่ยนแปลงเมื่อกำเนิดนางพยาบาลในฐานะสาวสมัยใหม่—-หนังสือเล่าเริ่มต้นตั้งแต่สภาพสังคมสมัย 2400+ ที่ตอนนั้นผู้หญิงไม่ได้มีบทบาทอะไรเลยนอกจากดูแลบ้าน แต่ของสยามยังดีกว่าเอเชียอื่น ๆ หน่อยตรงที่ อาจจะได้คุมการเงินครอบครัว แต่ก็มีแต่เรื่องในบ้านอยู่ดี จนตะวันตกเข้ามา เลยได้เปลี่ยนสถานภาพและหน้าที่ จะได้ดูไม่ป่าเถื่อน มีความศิวิไลซ์ ~ แต่พอคนดูหลังบ้านต้องมาทำงานหน้าบ้าน มีรายได้เป็นของตัวเอง มีความรู้และได้รับข่าวสารมากขึ้น วิถีชีวิตมันก็เปลี่ยนไป หนังสือเล่มนี้เอามาเล่านี่ละว่าความเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ มีอะไรบ้าง ——เพิ่งรู้ว่าสมัยก่อนเขาแยกพยบชายดูคนไข้ผช พยบหญิงดูคนไข้ผญ เพิ่งมาเปลี่ยนสมัยสงครามเสือป่าที่พยบชออกไปภาคสนามหมด ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้หญิงได้มาทำหน้าที่ที่ผู้ชายเคยทำมาก่อน แล้วกลายเป็นภาพผูกพยบกับผู้หญิงมาจนปัจจุบันอ่าน ๆ ก็แบบเรานี่ยกย่องตะวันตกมาแต่ไหนแต่ไรแล้วจริง ๆ แฮะ คือต้องแบบนั้นถึงจะดี ซึ่งบางจุดก็ใช่ แต่ด้วยสังคมและวัฒนธรรมที่ต่างก็เลยคิดว่าไม่ใช่ต้องเหมือนถึงจะดี แล้วบางจุดเหมือนไปก็ใช่ว่าดีเอามาสังเคราะห์เป็นสิ่งใหม่ที่ดีกว่าสำหรับทุกคนก็น่าจะดี อีกอันก็คือการพัฒนา everything ผูกโยงกับ “เจ้า”ซึ่งมันเป็นแบบนั้นเพราะเขามีอำนาจและ privilege จะเปลี่ยนและพัฒนาไง (ถ้าจะทำ) แล้วการจัดตำแหน่งคนต่าง ๆ ลำดับลงมาก็มีความใกล้ชิดระบบราชการที่แผลงมาจากข้าชบริพาน คือสุดท้ายอำนาจสูงกว่าก็เป็นกลุ่มคนที่เป็นชนชั้นปกครองหรือมีความใกล้ชิดอยู่ดี ไม่ว่าพัฒนาอะไรก็ตามให้แนวทางเป็นแบบที่ยังคงสงวนอำนาจไว้ได้แต่ไม่ว่าจะยึดตะวันตกเป็นแม่แบบยังไง ถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้เป็นคุณต่อผู้มีอำนาจ และเขารู้สึกว่าอาจจะเสียประโยชน์หรืออำนาจที่มีอยู่ ก็ไม่เปลี่ยนก็ได้ (ถถถ) ~ เช่น วัฒนธรรม monogamy กับ ผัวเดียวหลายเมียสมัยก่อน ที่อยู่ดี ๆ อ้างว่าตรงนี้ไม่ต้องทำตามตะวันตกเขาก็ได้ 555แต่ถ้าเป็น house wife ideology อันนี้โอเค จะมาเป็นลูก-เมีย-แม่ โง่ ๆ อยู่บ้านไม่ได้นะ ต้องมีความรู้ เอามาเป็นเพื่อนคู่คิด มีงานทำแต่ก็แยก ๆ กันทำเอางานที่มันต้องเกี่ยวกับผู้หญิงแยกไป ครูสอนสตรีล้วน งานพยาบาลผดุงครรภ์ งี้ เงินก็ไม่ต้องเท่ากัน ความก้าวหน้าทางอาชีพก็ไม่ต้องเยอะมากงี้ว้าว ตรงบางจุดมันก็ยังมีมาจนปัจจุบัน ร้อยปีผ่านไป ถถถ มีจุดที่พูดถึงเรื่องกุ๊กกิ๊กกับนศพและนศพยบสมัยที่เป็นชายล้วนหญิงล้วนความพยายามแหกกฏที่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุตำนาน “ฟอราเม็น” รูรั้วสังกะสี ที่ก็น่ารักดีมั้งแล้วก็แผนกในร.พ.สมัยก่อนที่ไม่เหมือนสมัยนี้เมื่อก่อนมี แพทย์ประจำบ้านแผนกแผลสดและเรื้อรัง หรือวอร์ดโอสถกรรมงี้แล้วก็ตลกร้ายอย่างการตกเบิกมันมีมาตั้งแต่ยุค 2400+ (2567 ก็ยังมีการตกเบิกกันต่อไป เลิกตกเบิกกี่โมง?) แต่มีจุดที่น่ารัก มันก็มีจุดที่ไม่น่ารักอย่างบทลงโทษที่ลงโทษนศพยบหญิงอย่างร้ายแรงถึงขั้นไม่ให้เรียนต่อ ในขณะที่เด้นท์ผชยังได้ทำงานต่อไป แม้มีประวัติพฤติกรรมเชิงชู้สาวบ่อยครั้งมาก่อนด้วยซ้ำ ว้าวลากมาถึงเรื่องรัฐที่วางตำแหน่งให้ผูกกับความเป็นแม่-เมีย ที่มีหน้าที่ดูแลคน (อ่านไปก็ว่า แล้วพ่อ-ผัว ไม่ได้มีหน้าที่มาดูแลเหมือนกันเหรอ ถถถ) คือไป ๆ มาๆ ก็กำหนดให้ นางพยาบาล คือผู้เสียสละได้ทุกเมื่อ เป็นอาชีพงดงามสำหรับสตรี เหมือนแม่ดูแลลูก ออกมาทำงานทำกุศลให้ชาติ คือโดนปัดไปในแนวนั้นแทน ทั้ง ๆ ที่มันคือการทำงานนอกบ้านหาเงินเข้าบ้านเป็นอาชีพ ๆ หนึ่ง อุดรูทัศนคติที่จะโดนต่อว่าเบรื่องออกมาทำวานนอกบ้านแล้วอาจจะบกพร่องในครัวเรือนได้บ้าง เพราะมีภาระหน้าที่ต้องทำเพื่อสังคมอยู่เหมือนจะดี แต่มันพ่วงกับเงิน ๆ ทอง ๆ นี่สิการตั้งเงินเดือนและการขึ้นเงินเดือน จะโดนปัดมากับความเสียสละ (ร้อยกว่าปีก่อนเป็นยังไง เรื่องนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเล้ย ถถถ)กับการเลือกที่จะเล่าเรื่องของโรลโมเดล เช่น ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ในประวัติศาสตร์สยามเลือกเล่าและในความสำคัญกับบุคลิกและคุณลักษณะทางศีลธรรม “ที่ดี” ตามแบบที่รัฐอยากเชิดชู โดยไม่ได้วิเคราะห์ความสำเร็จในงานด้านต่าง ๆ คือไปเน้นเล่าว่า เสียสละทำงานหนักแค่ไหน เมตตามีคุณธรรมยังไง แบบติดฟีลเตอร์นางเอกสวยฟรุ๊งฟริ้งนิ่มนวล รวมถึงปรับให้เข้ากับพุทธศาสนา การพยาบาลคือการทำบุญทำกุศลเสียงั้น ในขณะที่เวอร์ชั่นของตะวันตกก็เอาเรื่องไปผูกกับศาสนาคริสต์เสียเยอะแต่ยังไงเวอร์ชั่นสยามก็ ไม่ค่อนเน้นว่าเจออุปสรรคกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นผชในสภาพแวดล้มทางทหาร โต้แย้งเพื่อเปลี่ยนกฏกับพวกผู้บริหาร หมอ นักการเมือง ฯลฯ อย่างไร มันก็น่าสนใจแต่ไม่ค่อยได้ถูกเล่าเลยส่วนตรงนี้ทำให้เรากระตุกใจว่าเวลาอ่านประวัติศาสตร์นี่ตระหนักให้มากว่างานนั้นก็เป็นเวอร์ชั่นหนึ่งๆ เพื่อนำเสนอหรือชี้นำอะไรบางอย่าง มันอยู่ที่วิธีเล่า เรื่องนึงมันมีหลายเวอร์ชั่นโดยทุกอันก็เป็นเรื่องจริงได้หนังสือเล่มนี้ก็เช่นกัน—- เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลยมีช่วงเนือย ๆ บ้าง แต่ก็แทรกด้วยจุดที่น่าสนใจเป็นระยะนึกว่าจะน่าเบื่อ แต่โดยรวมอ่านได้สนุกเลย
Chanamon Wangthip73 reviews9 followersFollowFollowJanuary 3, 2026จุดเด่นมากๆ ของงานอาจารย์ภาวิณีทุกเล่ม คือเราจะไม่ได้อ่านแค่เรื่องของผู้หญิง แต่ได้เห็น "สุ้มเสียง" จริงๆ ของผู้หญิงที่มีชีวิตชีวา จากเอกสารน้อยกว่าน้อยที่ผู้หญิงมีโอกาสได้บันทึกไว้ด้วยตัวเองบนประวัติศาสตร์ที่มีแต่เรื่องราวของผู้ชาย และยิ่งไปกว่าสุ้มเสียงของความเป็นหญิง อาจารย์ยังจับประเด็นแหลมคมที่ซ่อนซ้อนอยู่ในยุคสมัยและเรื่องราวของผู้หญิงออกมาแผ่ได้อย่างน่าสนใจ (เช่นในเล่มนี้คือการผลัดกันนำผลัดกันตามตีกันนัวแบ่งขั้วไม่ได้ระหว่างความเป็นหญิงความเป็นชาย พื้นที่ข้างในกับพื้นที่ข้างนอก ความเป็นเจ้าความเป็นไพร่ ความเป็นไทยแท้กับความศิวิไลซ์ ความเป็นวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญา ไปจนถึงความแยบยลของการสร้างอำนาจบารมีในทุกภาคส่วนของชนชั้นนำในรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ฯลฯ โอย สนุก) ไม่ว่าจะเป็นคองานสตรีศึกษา ประวัติศาสตร์สังคม ประวัติศาสตร์การเมือง การเมืองวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์การสาธารณสุข เล่มนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่ๆ