Jump to ratings and reviews
Rate this book

ฝาแฝดยอดนักสืบ #1

โอปปาติกะอำพราง

Rate this book
ปฐมบทของ ‘กาสักอังก์ฆาต’ เรื่องราวของผู้ช่วย ‘นักสืบซินแคลร์’ ที่ต้องไปสืบคดีตามหาศพคนหายบนพื้นที่หลายพันไร่ที่แทบจะไม่มีเบาะแสอะไรหลงเหลืออยู่เลย รายละเอียดทั้งหมดของคดีที่เกิดขึ้นในเรื่องได้แรงบันดาลใจมาจากคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย

หนังสือเล่มนี้จะเป็นการตีพิมพ์ครั้งที่ 2 โดยได้เปลี่ยนหน้าปกใหม่เพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับหนังสือเล่มอื่น ๆ ในซีรีส์ ‘ฝาแฝดยอดนักสืบ’ นี้ และมีการรีไรต์เนื้อเรื่องใหม่เพื่อให้อ่านได้สนุกมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือมีการเพิ่มตอนพิเศษที่ยังไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน

288 pages, Paperback

First published November 1, 2020

8 people are currently reading
129 people want to read

About the author

Associated Names:
* กิตติศักดิ์ คงคา
* ลงทุนศาสตร์
* นายพินต้า

กิตติศักดิ์ คงคา เป็นหนึ่งในนามปากกาและชื่อจริงของนักเขียนชาวไทย เป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนนิยายสืบสวนฆาตกรรม

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
39 (18%)
4 stars
79 (36%)
3 stars
77 (35%)
2 stars
15 (6%)
1 star
6 (2%)
Displaying 1 - 30 of 39 reviews
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
699 reviews140 followers
June 23, 2024
**รีวิวพิเศษ สองเล่มในทีเดียว โอปปาติกะอำพราง และกาสักอังก์ฆาต

ไหนๆก็ได้อ่านซีรีย์นี้ทั้งสองเล่มต่อกันพอดี เลยขอรีวิวทีเดียวควบสองเล่มไปเลย

โอปปาติกะอำพราง และ กาสักอังก์ฆาต เป็นซีรีย์รหัสคดีที่มีตัวเอก คือ นายแพทย์นักสืบนามทิวกร ที่มีฝาแฝดเป็นนายตำรวจสอบสวนกลาง นามรติพล ทั้งคู่มีเหตุให้ต้องแยกจากกันในวัยเด็กและจำต้องติดต่อกันด้วยนามแฝง โดยนายแพทย์นักสืบใช้นามแฝงว่าซินแคลร์ และนายตำรวจใหญ่ใช้นามแฝงว่าเดเมียน โดยทั้งคู่จะช่วยกันไขคดีปริศนาที่เข้ามายังสำนักงานนักสืบซินแคลร์

ทั้งสองเล่มนี้ใช้โครงเรื่องและการดำเนินเรื่องที่แตกต่างกัน โดย โอปปาติกะอำพรางจะดำเนินเรื่องด้วยบรรยากาศแบบนิยายนักสืบ เหมือนซีรีย์ True Detective บุกป่าฝ่าดงไขคดีปริศนาในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่ กาสักอังก์ฆาต จะเป็นรหัสคดีคลาสสิค ที่เน้นไปที่กลวิธีในการอำพรางฆาตกรรมที่เกี่ยวโยงกับคดีปริศนาในอดีตเมื่อนานมาแล้ว

สำหรับโอปปาติกะ เริ่มด้วยตัวเอกที่ไม่ใช่ซินแคลร์ก่อนเลย (ซะอย่างงั้น) เพราะตัวเอกในเรื่องนี้คือ เลขาของซินแคลร์อย่าง อศิ ที่จับพลัดจับผลู รับทำคดีตามหาศพของพ่อนายกวินทร์ผู้ว่าจ้างที่สูญหายไปในระหว่างการพิพาทเรื่องที่ดิน โดยพื้นที่ต้องสงสัยในการตามหาศพในครั้งนี้มีขนาดพันไร่ และจำต้องพัวพันกับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ที่ดูท่าว่าการเข้าไปหาความจริงคงไม่ต่างอะไรกับเอาตัวเองเข้าไปตาย

เล่มแรกนี้เป็นนิยายวายที่เล่าในแบบ Detective Fiction ที่ไม่ได้เน้นไปที่กลวิธีการฆาตกรรมหรือการวางแผนก่อคดีมากเท่ากับกระบวนการหาความจริงที่เกิดขึ้น ตามหาความจริงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเพื่อหาว่าภาพที่แท้จริงของเหตุการณ์ในครั้งนี้คืออะไรกันแน่ หากนับเล่มนี้เป็นเล่มแรก ก็นับว่า คุณกิตติศักดิ์ทำได้ดีมากในฐานะของ Detective Fiction นะครับ เพราะว่าเขาคุมเนื้อเรื่องได้ดี กระชับฉับไว แม้ตัวคดีเองจะไม่ได้ซับซ้อนมากนัก แต่ก็เอาอยู่ในการตรึงนักอ่านให้เปิดหน้าต่อไปได้เรื่อย ๆ และยังคงลูกเล่นในหนังสือของเขาเช่นเดียวกับนิยายเล่มอื่นที่ผ่านมา เช่น การใช้ชื่อบทที่เหมือนบทกลอนคล้องจองไปกับเนื้อหา ทำให้มันดูมีอะไรมากไปกว่าแค่นิยายสืบสวนหาความจริง รวมถึงการใช้ภาษาที่อาจจะดูไม่ใช่แนวภาษาที่ใช้กับนิยายรหัสคดีที่เรามักคุ้นเคย (หากเราเชื่อว่านิยายรหัสคดีมีระบบภาษาของมันเอง) ทำให้มันมีความสวยงามทางภาษาภายใต้ความโสมมของคนที่เนื้อเรื่องต้องการถ่ายทอดออกมา อ่านแล้วก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหนังฟิลม์นัวร์อย่าง Chinatown ของ Roman Polanski หรือ Sin city ของ Frank Miller แม้มันจะไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น แต่การเล่าถึงความหน้าไหว้หลังหลอก อำนาจของผู้มีอิทธิพล และการวางแผนอยู่หลังม่านก็อดคิดถึงความคล้ายคลึงกันกับหนังเหล่านี้ไม่ได้เลย

มีติดอยู่บ้างในส่วนของวาบที่ใส่เข้ามา ที่ผมคิดว่ามันดูโดดออกมาจากเนื้อเรื่องอยู่พอควร การมีองค์ประกอบของสายนี่ไม่ได้ติดอะไร เพียงแต่ว่ามันไม่ได้มีการสร้างบรรยากาศหรืออะไรบางอย่างที่ทำให้คนอ่านเชื่อว่าเคมีของตัวละครนี้จะเกิดขึ้นได้จริง เหมือนเป็นบทความรักที่ถูกใส่เข้ามาเพื่อลดความรุนแรงหรือโหดร้ายของเนื้อเรื่องลงไปบ้าง ไม่เช่นนั้นก็ดูแต่จะมีตัวละครชายสองคนเดินไปเดินมาตามหาความจริงในหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้ เป็นการใส่โดยตั้งใจไม่ใช่สิ่งที่เนื้อเรื่องเอื้อให้เกิดขึ้นได้จริง อ่านไปแล้วเลยไม่เชื่อเลยว่าสิ่งที้มันเป็นความจริง ดูแปลกแยกออกไปจากเนื้อเรื่องอย่างน่าเสียดาย

สำหรับเล่มที่สองอย่าง กาสักอังก์ฆาต ในเล่มนี้เปลี่ยนแนวไปจากเดิม คุณกิตติศักดิ์หันมาใช้แนวทางของรหัสคดีคลาสสิคช่วงศตวรรษที่ 20 ที่เน้นไปที่กลเม็ดการฆาตกรรม ความซับซ้อนของคดีแทนสไตล์นักสืบไล่ลาหาความจริง เซทติ้งของเรื่องเป็นเกาะปิดตายที่ดันเกิดเหตุฆาตกรรมพอดีที่นักสืบซินแคลร์มาบวช ณ ที่แห่งนี้ ( ใช่ครับ ตัวเอกเป็นนักสืบของเราแล้ว) ที่ดูท่า เหตุการณ์ในครั้งนี้จะพัวพันกับคดีปล้นทองคำมูลค่าหลายสิบล้านที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

แม้ตัวเล่มจะโฆษณาว่าเป็นการฆาตกรรมในพื้นที่เปิดตาย แต่จริงๆ มันก็คือคดีปิดตายในอีกรูปแบบหนึ่งเฉยๆ ผมเลยขอจัดประเภทว่ามันคือรหัสคดีในห้องปิดตายก็แล้วกัน

การที่คุณกิตติศักดิ์ใช้แนวทางของรหัสคดีคลาสสิคมาดำเนินเนื้อเรื่อง ในแง่หนึ่งมันมีข้อดีหรือคนอ่านสามารถจับทิศทางของเนื้อเรื่องได้ง่ายว่ามันจะไปในทิศทางไหน เล่นกับอะไร ซึ่งตรงนี้ทำได้ออกมาดีทีเดียว ชัดเจนไม่หลงทิศหลงทาง และการสร้างบรรยากาศการตัดขาดจากโลกภายนอก สถานการณ์ปิดตาย ก็ทำได้ดีใช้ได้เลย

เพียงแต่ว่า ในส่วนของกลวิธีฆาตกรรมที่เป็นหัวใจหลักของเรื่อง ผมคิดว่ามันดูไม่ได้ซับซ้อนเท่าใดนักนะครับ เผลอๆ ถ้าคนที่อ่านเรื่องทำนองนี้มาประมาณนึงอาจจะเดาคดีทั้งหมดได้ไม่ยาก พอคดีมันไม่ได้ขุ่นข้นซับซ้อนอย่างที่คาดหวัง ตอนอ่านมันเลยจะเนือยๆไปซักหน่อย ประกอบกับ การสร้างตัวละครนักสืบซินแคลร์ ที่ทำให้ผมเชื่อไม่ได้เลยว่าเขาเก่งจริง คือ โอเค พี่มีของ มีความสามารถแหละ แต่ไม่ได้รู้สึกว่านี่คือนักสืบมือหนึ่งอะไร แค่เป็นที่หัวไวกว่าคนอื่นซักหน่อย เพราะตลอดระยะเวลาการไขคดี ผมรู้สึกว่าพี่แกคิดอะไรไม่ค่อยออกเลย ถ้าไม่ได้ข้อมูลทั่วไปจากพี่ชายฝาแฝดที่เป็นตำรวจ ก็ดูว่าคดีนี้คงไขอะไรไม่ได้เลย หรือหากพูดง่ายๆว่า ถ้าให้ข้อมูลทั้งหมดนี้กับคนอื่น ก็คิดว่าคนคนนั้นก็น่าจะไขคดีได้ไม่ต่างกัน เลยแอบคิดว่าที่คดีมันไขได้ เพราะมีใส่ Cheat Code ปลดล็อคข้อมูลได้มากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่ผมงงๆว่าเพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้ เช่น การใช้คำแทนตัวละครนักสืบซินแคลร์ที่สับไปสับมาว่า พระบ้าง หมอบ้าง นักสืบบ้าง ชื่อจริงบ้าง สับไปสับมา ในตอนแรกผมนึกว่าการสลับไปมาเพราะมีการเปลี่ยนบทบาทของตัวละคร แบบตอนนี้กำลังคิดไขคดีเลยใช้สรรพนามการบรรยายว่านักสืบ พอเปลี่ยนเป็นการพูดคุยของตัวละครที่ในขณะนั้นเป็นพระ เลยใช้สรรพนามพระแทน แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ก็ดูท่าจะไม่ใช่กฎนี้ เพราะมีการใช้สลับไปมาไม่ตรงบทบาทเหมือนกัน จนไปถึงตอนจบแล้วก็ยังคิดไม่ออกว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ (ใครคิดออกช่วยเผยความจริงเพียงหนึ่งเดียวนี้ให้ผมที)

ทำให้ในภาพรวมแล้ว มันเป็นรหัสคดีปิดตายที่เข้าท่า มีการผูกโยงความซับซ้อนของตัวละครได้ค่อนข้างดี แต่ในส่วนตัวคดีจริงนั้น กลับไม่ได้ซับซ้อนมากนัก และเมื่อคดีมันเป็นพื้นที่ปิดตาย องค์ประกอบต่างๆ มันเลยจำกัด จำนวนคนที่จำกัด สถานที่ที่จำกัด สิ่งเหล่านี้เป็นข้อจำกัดของรหัสคดีปิดตายที่ทำให้การสร้างคดีให้ออกมาซับซ้อนซ่อนเงื่อนน่าเชื่อถือมันทำได้ยาก แม้จะได้พลังของความน่าตื่นเต้นของ “การปิดตาย” มาช่วยสนับสนุนความอยากรู้อยากเห็นของคนอ่านมาแล้วก็ตาม ซึ่งคิดว่าหากมีเล่มต่อไปที่ใช้รหัสคดีปิดตายอีกครั้ง อาจจะต้องลงรายละเอียดของความซับซ้อนให้มากขึ้นหรือไม่ก็ไม่ต้องจำกัดตัวเองให้เป็นคดีปิดตาย ที่ปิดทั้งสถานที่ของเรื่องและสถานที่ฆาตกรรม เพราะมันทำให้องค์ประกอบที่จะนำมาใช้เล่นกับคดีทำได้น้อยเกินไป จนยากที่จะทำให้กลายเป็นคดีที่ไขได้ยาก แต่ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่าในเรื่องการหาข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในงานเขียน ในส่วนนี้
คุณกิตติศักดิ์ทำได้เสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพระไตรปิฎก อาบัติทั้ง 7 ประเภท เสขิยวัตร และ อธิกรณสมถะ ที่ถูกนำมาใช้ตั้งเป็นชื่อบทที่สอดคล้องไปกับเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นลูกเล่นการตั้งชื่อที่เป็นลายเซ็นอย่างหนึ่งของคุณกิตติศักดิ์ไปแล้ว

ในส่วนสุดท้ายก่อนจากกัน มีประเด็นนึงที่ชัดเจนมากจากการได้อ่านทั้งสองเล่ม ที่หากยังมีการสานต่อซีรีย์นี้ต่อไป คือ อยากให้คุณกิตติศักดิ์ลองเขียนโดยไม่จำกัดตัวเองให้ในแต่ละบทต้องจบในแบบที่นักอ่านเรียกว่า “ค้าง” อยู่ตลอด เพราะทั้งสองเล่มในการจบบทย่อยเกือบทุกบท จะปิดท้ายด้วยการเปิดปมอะไรซักอย่างพอดี หรือเจอหลักฐานเด็ดอะไรบางอย่าง คือ มันก็ดีในการทิ้งท้ายทำให้นักอ่านอยากอ่านบทต่อไปทันที แต่ผมว่ามันเป็นการจำกัดการเขียนให้ต้องแคบเข้าไว้ตลอด จะเล่นใหญ่อะไรยากมาก เพราะมันต้องจบตอนด้วยเปิดปมเสมอ ไม่สามารถสร้างเรื่องให้ซับซ้อนยิ่งใหญ่แล้วไปเปิดปมจังๆในตอนท้าย หรือเล่นกับการไม่เปิดอะไรให้ชัดนัก หรือกลวิธีแบบอื่นอีกมากมายที่สามารถนำมาใช้ได้ในนิยายรหัสคดี ซึ่งมันไม่อาจนำมาใช้ได้เลยถ้ายังคงรูปแบบการเขียนทำนองนี้ไว้ เพราะด้วยฝีมือการเขียนผมว่าคุณกิตติศักดิ์สามารถเขียนได้อีกเยอะ หากไม่ต้องจำกัดตัวเองไว้ก่อนแบบนี้ เพราะขนาดจำกัดรูปแบบขนาดนี้ ผลงานที่ออกมายังอยู่ในเกณฑ์ที่ยกนิ้วมอบเยี่ยมให้ได้อย่างไม่เคอะเขิน

แล้วถ้าหากสามารถเขียนได้อย่างอิสระไม่จำกัดในรูปแบบ ใส่ของส้รางปมใหญ่โตได้อย่างเต็มที่ งานที่ออกมาจะซับซ้อนขนาดไหน น่าติดตามกันต่อไปจริงๆครับ
Profile Image for Luk-Wa.
302 reviews14 followers
June 13, 2024
เพิ่งเคยอ่านแนววายไทยที่เป็นแบบสืบสวนคดีเล่มแรกเลย คนเขียนใช้คำได้สละสลวยมากๆ ชื่แต่ละตอนแต่งเป็นโลงสี่สุภาพอีก ใช้ภาษาไทยได้เก่งมากๆ

ถึงจะเป็นวาย แต่กลับไม่ได้มีความโรแมนติกอะไรมาก อยู่บทท้ายๆเลยด้วยซ้ำ เอาจริงๆเน้นเนื้อเรื่องที่การสืบข้อมูลที่สถานที่ต่างๆ และสอบพยานมากกว่า แล้วเขียนเค้าโครงมาจากเหตุการณ์จริงด้วย

พอเดาตัวคนร้ายได้จากคำใบ้ที่มีบอกอยู่ เลยเดาได้ตั้งแต่ต้นๆเรื่อง แต่เรื่องยาวแค่200หน้า แต่อัดแน่นไปด้วยคดีสืบสวนได้ละเอียดขนาดนี้ เยี่ยมมากเลยค่ะ
Profile Image for Ottoshi Intel.
169 reviews17 followers
April 13, 2021
นิยายสืบสวน ของไทย กลิ่นอายวาย เมื่อนักสืบหนุ่ม(กศิ)ได้รับการว่าจ้างให้ตามหาพ่อของเด็กหนุ่มหน้าละมุน(กวินทร์) ที่หายตัวไป ท่ามกลางความขัดแย้ง เรื่องที่ดินของนายหัว เรื่องราวพลิกไปมา หลอก หลง เคลิบเคลิ้ม ท้ายสุดจะเป็นยังไง ไปลองหาตำ
Profile Image for Bighead_Monster.
338 reviews
August 28, 2023
นิยายLGBTQ(วาย) แนวสืบสวน เกี่ยวกับคดีตามหาพ่อที่หายตัวไป คาดว่าถูกฆ่าแล้วอำพรางศพ นักสืบหนุ่มที่โดนว่าจ้างจึงต้องลงพื้นที่ไปสืบ มันยากไปอีกขั้นตรงที่ศพอาจถูกฝังไว้ในพื้นที่หลายพันไร่ จบตอนทีหักโค้งทุกตอน อ่านไปลุ้นไป กับ #โอปปาติกะอำพราง แม้เล่มบาง ๆ แต่กลับซับซ้อนปมเยอะสุดแสนจะตะลุยสืบ
---
เรื่องเริ่มต้นที่ กวินทร์ ได้มาทำการว่าจ้าง อศิ นักสืบหนุ่มที่ทำงานในสำนักงานนักสืบซินแคลร์ (ชื่อมีเอกลักษณ์ มีที่มาที่ไปจากสำนักนักสืบในจักรวาลของผู้เขียนที่อ้างอิงมาจากผลงานเล่มอื่น) กวินทร์ ว่าจ้างให้ช่วยตามหาพ่อผู้สาบสูญ โดยมีผู้ต้องสงสัยคือ นายหัวสิงห์ ผู้มีอิทธิพล เจ้าของรีสอร์ทที่ดินแถบนั้น

นายหัวสิงห์เป็นผู้มีเรื่องบาดหมางกับพ่อของกวินทร์เป็นทุนเดิม ซึ่งถ้าหากมีการอำพรางศพเรื่องก็จะยุ่งยากมากเพราะพื้นที่ที่ต้องสืบกว้างใหญ่หลายไร่ แต่ไหนเลยก่อนอศิจะลงมือสืบ ผู้ต้องสงสัยก็ดันมาเสียชีวิตกะทันหันเพราะหัวใจวาย อศิและกวินทร์จึงต้องผจญอิทธิพลมืดในพื้นที่ ทั้งยังต้องเผชิญเรื่องลึกลับปมปริศนา

เล่มนี้ดำเนินเรื่องเร็ว เดินหน้าฉึบฉับอยู่ตลอด เล่มกะจิ๊ดแต่อ่านเหนื่อย หักมุมเก่งโดยเฉพาะตอนจบท้ายตอน ปมเก่ากำลังเคลียร์ปุ๊บ ปมใหม่ก็ปรากฏ แต่ก็มีตัดฟีลด้วยภาษาที่ใช้ในการเล่าเรื่อง มีความสละสลวยร้อยเรียง บทบรรยายและชื่อตอนแต่ละตอนนั้นเป็นเอกลักษณ์มาก(มาเป็นโคลงสี่สุภาพเลยทีเดียว)

สิ่งที่ชอบคือข้อมูลที่นำมาเขียนต้องบอกว่านักเขียนทำการบ้านมาเป็นอย่างดี พิถีพิถันในการวางโครง ปมต่าง ๆ ดูใส่ใจ ตัวละครเยอะมากแต่ดำเนินหลัก ๆ ด้วยสองหนุ่มตะลุยสืบ เรารู้สึกว่ามันวกวนซับซ้อนเดาแทบไม่ทัน เหมือนจะได้ความจริงแล้วแต่ก็ยังไม่ใช่ วนกลับมาใหม่ รู้สึกระทึก+ปวดหัวแทนสองหนุ่มเหลือเกิน

สำหรับเราชอบอ่านแนวสืบสวนเป็นหลัก อ่านแล้วจะรู้สึกเฉย ๆ กับพล็อตและปมสืบ เนื้อเรื่องเน้นสืบเยอะก็จริงแต่ปมไม่ได้สดใหม่เท่าไหร่ ซึ่งไม่ได้แย่นะดีกว่ามาตราฐานแนวสืบไทยที่เราอ่าน ๆ มา แนะนำว่าน่าจะเหมาะสำหรับคนชอบอ่านแนววายแล้วอยากหาพล็อตที่มีความแปลกใหม่ในธีมแนววาย
Profile Image for Nakin.
4 reviews
October 9, 2025
ให้หนึ่งดาวยังมากไป ไม่เคยอ่านนิยายอะไรห่วยแตกแหลกเหลวขนาดนี้ พล็อตหลวม ช่องโหว่มหาศาล เฉลยไม่เคลียร์ แต่ที่ไม่ชอบที่สุดคือภาษาที่พยายามประดิษฐ์จนดิษฐ์จรัส ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่สละสลวย บทบรรยายอ่านไม่รู้เรื่อง การเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยแสนจะไม่เข้าท่า พอกันทีสำหรับงานของนักเขียนรุ่นใหม่ อ่านแล้วเสียดายเงิน แต่ที่เสียดายมากกว่า คือเสียดายเวลาของชีวิต
September 12, 2021
โอปปาติกะอำพราง
โดย กิตติศักดิ์ คงคา - นายพินต้า - สำนักพิมพ์ 13357
รีวิว
หางานที่จะเป็นสืบสวนแท้ๆแบบนิยายแปลเช่นเชอร์ล็อกโฮมในเมืองไทยค่อนข้างยาก เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เป็นการสืบสวนจริงจัง คดีเกิดขึ้นคดีเดียวแต่พลิกไปพลิกมาตลอด เริ่มต้นประเดิมเปิดคดีด้วยเบาะแสทุกอย่างตายไปหมด คนที่ถูกฆ่าตายศพหาย และผู้ต้องสงสัยก็ดันมาตายอีก ไม่มีอะไรสาวไปถึงความจริง แต่เพราะต้องหาศพให้เจอเพื่อยืนยันว่ามีการตายไปแล้วเกิดขึ้น ศพอยู่ไหนบนพื้นที 100 ��ร่ ไม่ต่างกับงมเข็มในมหาสมุทร คดีเกิดขึ้นราวกับการเกิดแบบโอปาปะติกะ แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอยแบบอำพรางเอาไว้ ความสนุกมันอยู่ตรงที่ว่าสิ่งที่คุณเห็นไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แล้วสิ่งที่คุณคิดไว้ล่ะจะใช่แน่หรือ โปรดติดตามในเล่มนี้ได้เลยครับ
Profile Image for nisemono偽者.
219 reviews23 followers
January 2, 2026
ผลงานสืบสวนสอบสวน ผสมผสานกับความ ใ จ เ ก เ ร ได้อย่างสนุกและแนบเนียน (กะแล้ว คำพูดคำจาดู flirting กันแ���ลกๆ) สนุกดี จริงๆเหมือนเล่มนี้เป็นเล่มแรก แต่ไม่ได้เปรี้ยงปร้างเท่ากาสักอังค์ฆาต (ซึ่งอันนี้ตึงจริ้ง) ก็เข้าใจได้อยู่ ทรงจะคล้ายๆกับ สไตล์ญี่ปุ่นมากกว่านะ ที่แบบ let the Jr. cook ไปเรื่อยๆ สุดท้ายตัวเทพมาเฉลยเอาตอนหลัง คลายปมไหมก็ใช่ แต่จบลงแบบบริบทไทยๆ เขาเป็นคนดีย์ จริงๆอยากให้ทำออกมาเป็น series นะ ครบรสเลย แต่คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า กลัวใจจะไปลง เป็นซีรี่ย์วายช่องย่านอโศกแทน กลายเป็นจากจ้องจะสืบสวน สู่จะจ้องสวนสืบแทน
Profile Image for Teera Sun.
2 reviews
November 22, 2025
ส่วนตัวนะครับ (ใครไม่ชอบโปรดผ่าน) *Bias
ตรงนี้เป็นการเขียนจากประสบการณ์ที่ไดัจากอ่านเท่านั้นนะครับ

1. เรื่องตัวเนืัอเรื่อง แม้จะสารภาพอย่างตรงไปตรงมาบนหน้าปกว่าได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงก็ตาม แต่ในเนื้อเรื่องกลับไม่ขยี้ต่อ กลายเป็นว่าต้องบังคับให้พื้นที่กับสองตัวละครเอก และฉากแสดงความรักของทั้งคู่ เทียบกับเรื่องแรกของคนเขียนที่ครบเครื่องกว่า

2. เรื่องตัวการใช้ภาษา หลายจุดจงใจใช้คำภาษาบาลีและสันสกฤตที่ยากโดยไม่จำเป็นในหลายจุด เพื่อให้ภาษาดูสละสลวยขึ้น ทั้งๆที่สามารถใช้คำไทยได้

3.มิติของตัวละคร โดยเฉพาะกวิน(ปลอมตัว)รู้สึกไม่มีความสมเหตุสมผลในการกระทำ ต่างจากเรื่องแรก ที่ทุกตัวละครจะมีปมชัดเจน

ภาพรวมของเรื่อง ส่วนตัวค่อนข้างผิดหวัง กับหนังสือเล่มนี้ครับ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for T..
21 reviews
November 20, 2025
เกริ่นก่อนค่า ว่าเราอ่านเรื่องนี้หลังอ่านกาสักฯ ซึ่งเราโคตรจะชอบกาสักฯ เลยคับผม เราเลยสอยเรื่องนี้ตามมา โดยที่รู้ว่าเรื่องนี้น่าจะแต่งก่อนกาสักฯ (ทันเห็นปกเก่าและพี่เบส ผู้เขียน ยังใช้นามปากกา นายพินต้า กับเรื่องนี้อยู่ เพราะมันมีความวายมาสวมฮะ)

จะรีวิวแบบไม่พูดเรื่องย่อใด ๆ นะค้าบ

ความเหมือนที่มีในกาสักฯ ซึ่งมันคือจุดเด่นมาก ๆ คือการใช้ภาษาฮะ พี่เบสคือใส่ความรุ่มรวยทางภาษามาแบบจัดเต็ม มาตั้งแต่ชื่อตอนที่เรียงต่อกันเป็นโคลง อารมณ์เหมือนใส่มาให้อ่าน ถ้าอ่านไม่ครบทุกตัวอักษรก็คงจะอ่านไม่รู้เรื่องอะ ซึ่งมันดีนะฮะ 55555 นี่ไม่ชอบความยัดไดอะล็อค แต่คับแต่ มีแต่ คือกับกาสักฯ เราไม่ติดเรื่องภาษาสวยเลย เพราะว่ามันสมูทมาก แต่พอมาเป็นเรื่องนี้ มันไม่สมูทอะแม๊ 5555555 พูดตรง ๆ ว่าภาษาของเรื่องนี้มันทำให้เราอยากจะวางหนังสือกลางคันบ่อยมาก แบบมาก ๆ แบบกุเหน่ยแล้วเว้ย ต้องมาคอยนั่งคิดตามการสืบคดีไม่พอ ตูยังต้องแปลภาษาอีกเหรอนิ 55555 แล้วภาษามันไม่ลื่นอะค้าบ มันมีผสม ๆ มากับคำปกติที่เราใช้พูดกันในชีวิตประจำวัน มันเลยดูยัดเยียดคำสวยพวกนั้นเกินไป แต่ก็มีช็อตที่คำสวยจนเราแบบ เอ้ยพี่ ชอบมาก มันสวยมาก คล้องจองกัน อ่านแล้วเหมือนเสพงานศิลป์อะไรสักอย่าง แต่ใด ๆ ภาษานี่คือจุดสำคัญที่เราให้สามดาว จากที่กาสักฯ เราให้ 5 ถ้ามี 10 ให้ 10 อะค่า

แต่ในความเหนื่่อยกับการอ่านภาษาสวยของเล่มนี้ ก็มีข้อดีนะคะ อย่างแรกเลยคือ พี่เบสนักเขียนใส่ประเด็นทางสังคมมาในเรื่องนี้ได้แบบ เป็นท็อปปิคที่เราชอบ เพราะมันเป็นเรื่องที่ก็เห็นได้ในชีวิตประจำวัน (ไม่ขอสปอยฮะว่ามันคือเรื่องอะไร ไปอ่านเอา) รู้สึกสะใจนิดหน่อยที่พี่นักเขียนเล่นกับท็อปปิคนี้ อีกอย่างคือ เราชอบจังหวะการจบแต่ละตอนที่แบบ ทิ้งให้เราอยากอ่านต่อ นี่คือจุดที่ช่วยกู้เราไม่ให้วางหนังสือไปก่อนเลยค่ะ 555555 แบบมันลุ้นอะ ว่ากลคดีมันจะเป็นอย่างที่เราคิดมั้ย

แล้วจุดด้อยอีกอย่างก็คือกลคดีนี่แหละค่ะ คืออาจเป็นเพราะเป็นสืบสวนเรื่องแรกของพี่นักเขียนหรือเปล่าไม่แน่ใจ บวกกับการที่เราดันอ่านกาสักฯ มาก่อน เรื่องนี้มันเลยดรอปค่ะ กลคดีมันไม่ว้าว แล้วเราพอจะเดาทางได้ว่าใครคือคนร้าย พอมันมาบรรจบกับการทิ้งให้เราอยากอ่านต่อในแต่ละตอน จนอ่านมาถึงตอนจบ มันเลยมีความแบบ ไม่สุดอะ เราว่ามันน่าจะมีอะไรว้าวมากกว่านี้ได้อีก นี่มันเบสิกเกิน (แต่ถามว่าแต่งแบบพี่เขาได้ไหม ก็ไม่ครับ ผมไม่สามารถ 5555)

แล้วเรื่องนี่้ เป็นสืบสวนที่สวมความ วาย เข้ามาด้วย จากที่พี่เขาใช้นามปากกานายพินต้า ที่ใช้แต่งนิยายวาย เราก็เลยรู้สึกว้าวตั้งแต่เป็นปกเก่า เลือดสาววายพุ่งกระฉูด ซึ่ง มันมีฉากรักนะฮะ 555555 แต่ฉากรักมันผสมมากับคำสวยที่ไม่สมูท เราเลยแบบ เอิ่ม จะว่าไงดี มันแปลกนิดหน่อย ไม่ลื่นอะ แถมเราอ่านแล้วก็แบบ เอ่อ เขาไปรักกันตอนไหนวะ? 55555 ก็พอเข้าใจค่ะว่าอาจจะมีจังหวะตกหลุมรักมาจากการลุยสืบคดี เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน แต่พี่นักเขียนไม่ได้ขยี้ต่อให้รู้เรื่อง เราเลยงงว่า ไปรักกันตอนไหนอะเตง แล้วก็ ตอนจบของความสัมพันธ์ มันแงอะ 555555 ไม่ใช่ไม่แฮปปี้นะคะ แต่มัน อุแงงงงงงงงงงงงงง อ่านเอาค่ะ ไปอ่านเอาเอง 5555 แต่เราชอบนะที่มันจบแบบนี้ เพราะความสัมพันธ์ของคนเรามันก็มีหลายเวย์อะเนอะ อ่อ ลืม ถึงมันจะมีวาย แต่ความวายไปอยู่บทท้าย ๆ เลยค่า ไม่ได้เด่นเท่ากับการสืบสวนคดี เออ ก็นิยายสืบสวนอะเนอะ

รวมแล้ว ๆ เราอยากให้สามดาวกว่า ๆ ค่า สิ่งที่แบบ อาจจะยังน้าาา ที่สุดในเรื่องนี้ คือภาษาเลยค่ะสำหรับเรา ตามที่ได้รีวิวไปเลยค่า แต่ใด ๆ เราจะตามเซ็ทนักสืบแฝดนี่ต่อไปค่ะ อยากเห็นกลคดีที่แอดวานซ์ขึ้นเรื่อย ๆ พี่เบสนักเขียนเก่งนะคะ เป็นผลงานที่อยากจะตามให้ครบจริง ๆ แต่เล่มนี้ อาจจะยังน้าาา ขอท่ดจริง ๆ คับ
2 reviews
July 1, 2025
โอปปาติกะ อำพราง
กิตติศักดิ์ คงคา

“คดีตามหาคนหายที่ให้กลิ่นความเป็นไทยแบบเข้มข้น ปนโรแมนส์นิสๆ“

เออ ว่าไปชื่อหนังสือมันเหมือนสปอยเหมือนกันนะ 555 (แต่ต้องอ่านให้จบถึงจะฟิน) จากที่ได้สัมผัสมาแล้วกับ
กาสักอังฆาต ก็มาตำต่อทันที ต้องขอบคุณน่องเฟิสในการป้ายยาแรงอีกครั้ง

เล่มนี้เป็นอีกหนึ่งในจักรวาลแฝดมหัศจรรย์ ทวิกร รติพล แต่เล่มนี้เล่าผ่านอศิ มือขวา ทนายเก่าประจำสำนักงานนักสืบ aka ซินแคลร์ (หรือทวิกร) ที่เจอคดีโอละพ่อสืบหาคน (ที่น่าจะตาย) เพื่อเคลียร์หนี้เคลียร์สินใดๆ แต่มันกลับไม่หมู และ มีกลิ่นที่เริ่มตุๆขึ้นทุกขณะ จะเป็นเช่นไรไปจัดกันได้ครับ

การเขียนผมว่าเล่มนี้ก็ยังคง concept บทละนิดๆตัดคมๆ cliff hang ชวนติดหนึบ ผมชอบที่ตัวละครที่ไม่ได้ superhero จัด มีงง มีรู้ มีงง สลับกันไปมา เหมือนเราเดินคู่กันไป มีสอดแทรกการสะท้อนสังคมแบบ thailand only เข้าไป related ได้ไม่ยากและอีกอย่างคือ ตัวผู้เขียนนั้นเชี่ยวสไตล์ romance เลยมีปนมา พรรณนา ร้อยเรียงได้ฟิวแปลกใหม่ น่าสนใจไม่น้อย

ผมเชียร์ให้เขียนออกมาเยอะๆเลยครับ ให้คนไทยเรามีนิยายดีๆแซมชาวแดนอาทิตย์อุทัย และชาวโสม ที่ล้นจัดๆเลยตอนนนี้ ถถถ ติดตามตลอดคร้าบบ

ชวนอ่านต่อ !!

ข้อขบคิด (ระวังส��อยน้า !!!)
1. การสังเกตสังกาของเราถ้ากอปรกับ mindset ของการรู้กว้าง (รู้กว้างมากๆ อารมณ์ เชี่ยวทั้งวิทย์แบบ deep science และ ศิลป์ ที่ต่างขั้ว อย่างมีนัย) มันทำให้ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ได้แตกฉาน critical และ ลุ่มลึกเป็นอย่างมาก อย่าง อศิ ที่ไม่ได้แย่เลย แต่พอเจอดีกรีระดับทิวกร หรือ รติพล เข้าไปเรียกว่าเกทพลังนี่ต่างอยู่ อย่างผมเองก็พยาม จะขยาย spectrum ของสิ่งที่สนใจและขุดลงไปให้ลึก no result expect just keep pooling input นี่คือ mindset ของผมในตอนนี้ที่คิดว่ายั่งยืนทีเดียว
2. Cognitive resonance มีประเด็นที่น่าสนใจในการ brainwash กลุ่มคน ไล่คนเก่าออก และ ดึงคนใหม่เข้าพร้อมเปลี่ยนพฤติกรรมจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคนบาปเป็นนักบุญดึงชื่อหนังสือไม่ผิดเพี้ยน มันทำให้ผมชวนคิดถึงหลายหน้าประวัติศาสตร์หรือในชีวิตเรามากน้อยแม้กระทั่งผมเองเวลาเข้าสังคมใหม่ก็อดไม่ได้จะนึกถึงตัวเองที่ก็มีพฤติกรรมนี้เหมือนกันเวลาไปเจอสังคมใหม่ๆอดไม่ได้ที่จะทำตัวให้ดีกว่าปกติ ไม่เป็นธรรมชาติก็เป็นข้อคิดเล็กที่นำมาสะท้อนและปรับใช้ได้
3. เรื่องความรักในเรื่องระหว่าตัวอศิและกวินทร์ (ชื่อปลอมแต่ใช้มาทั้งเรื่องจนชินละ 555) ก็ทำให้ผมได้สัมผัสฟิวของความรักแบบ LGBTQ+ ซึ่งผู้เขียนด้วยความช่ำชอง ก็ถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจ และ มีความคมคายกอปรกับลักษณะการพรรณนาฉากและอารมณ์เรียกว่าเพลินจัดๆ ดีครับ ได้ลับเหลี่ยม ชั้นเชิงทางภาษาไปอีกระดับ
Profile Image for ME mew desu.
80 reviews
May 3, 2025
ก่อนหยิบเรื่องนี้มาอ่าน เราสะดุดใจกับชื่อเรื่องพอสมควร พอไปค้นจึงรู้ว่า

ในศาสนาพุทธ คำว่า "โอปปาติกะ" หมายถึง ผู้เกิดผุดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยพ่อแม่ และโตเต็มตัวในทันใด ตามแต่อดีตกรรม

พอรู้แล้วก็ยังแอบสงสัยอยู่ดี จนอ่านจบถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้จริงๆ ว่าที่มาของชื่อเรื่อง โอปปาติกะอำพราง หมายถึงคนที่จริงๆแล้วจิตใจน่าเกลียด เน่าเฟะ แต่อำพรางสิ่งเหล่านี้เอาไว้โดยการสร้างภาพบังหน้าว่าให้คนอื่นคิดว่าตัวเองเป็นคนดี และใช้ประโยชน์จากตรงนี้มาอำพรางความเลวของตัวเอง (ชื่นชมนักเขียนมากเลย ตั้งชื่อเรื่องได้อิมแพคต่อครส.ของนักอ่านมากๆ)

ในส่วนของคดีในเรื่องไม่ได้มีความซับซ้อนเท่าไหร่ แถมท้ายๆนักเขียนยังมีการหย่อน hint ชิ้นโตๆให้นักอ่านเดาเล่นๆอีกด้วย

โดยส่วนตัวเราว่าเสน่ห์ของเรื่องนี้คือจังหวะการเล่าเรื่องของคุณกิตติศักดิ์ที่สามารถเล่าได้ดีและมีความน่าติดตาม ทำให้เวลาพลิกอ่านก็จะหยุดไม่ได้ อยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ ในเรื่องของภาษาเขียน เราว่ามันก็ไม่ได้อ่านยากขนาดนั้น สามารถเข้าใจได้ แต่ก็มีบางประโยคที่รู้สึกว่าแอบใช้คำเวิ่นเว้อนิดหน่อย

ในส่วนของคาแรกเตอร์ เราชอบตัวเอกนิสัยแบบอศิที่ดูเป็นนักสืบธรรมดาๆไม่ได้ซูแบบเรื่องอื่นๆมากๆ ยิ่งพอดำเนินเรื่องด้วยอศิ ก็ทำให้เรื่องราวมันน่าตื่นเต้น แถมลุ้นขึ้นอีกว่าอศิจะไขคดีได้แบบรอดกลับมาครบ 32 หรือเปล่า55555

ในพาร์ทคสพ.ระหว่างอศิกับกวินท์ เราว่าบรรยากาศระหว่างสองคนนี้ ดูเป็นฟีลคู่หูนักสืบมากกว่าคสพ.แบบรักๆใคร่ๆ เราเลยคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องหย่อนฉากนั้นลงมาก็ได้ หรือให้ดีคือตัดออกไปเลยก็ไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องส่วนไหนได้รับผลกระทบ แถมยังจะจบไม่ปวดใจเท่านี้ด้วยแง😭

โดยรวมเป็นนิยายเล่มบางๆที่อ่านได้เพลินๆ พล็อตแน่น ท้ายๆมีฉากให้ลุ้นอยู่บ้าง คดีพลิกพอกรุบกริบ จบแบบปลายเปิดพร้อมทิ้งประเด็นสังคมไว้ (เราชอบตอนจบมาก ประทับใจ)

ปล.รีวิวอิงจากหนังสือเวอร์ดั้งเดิมนะค้า

-end-
Profile Image for notvalentineisreading.
41 reviews
June 12, 2024
4.5 ⭐
หลังจากอ่านกาสักอังก์ฆาตจบแล้วก็เห็นว่า อ้ออ เป็นหนังสือชุดนักสืบซินแคลร์ มีเล่มแรกออกมาก่อนแล้วก็คือเล่มนี้
โอปปาติกะอำพราง เป็นนิยายสืบสวนที่ภาษาสวยมากก เป็นครั้งแรกที่อ่านนิยายแต่ละหน้าแล้วหยุดบ่นว่าภาษาสวยจัง เราชอบที่บางประโยคแต่งมาแบบร้อยเรียงกัน พรรณนาโวหารอ่านเข้าใจได้ไม่ต้องตีความเยอะเลยค่ะ
ส่วนเนื้อเรื่องไม่ยืดเยื้อดี ดำเนินเรื่องเร็ว และเรื่องนี้วายนะคะ (BL) ฉากอย่างว่าก็ยังบรรยายสวยอีก โอยย เหลือจะเชื่อแล้วว 😮😮

เอาตัวอย่างประโยคที่เราอ่านแล้วชอบเพราะภาษามันสวยมากกกก มาฝากค่ะ

'เมฆริ้วลอยเลื่อนเคลื่อนตัวอยู่กลางแผ่นฟ้า อ้อยอิ่งเชื่องช้ามาจากทางด้านใต้ กลิ่นอายความชื้นแกว่งไกวปลิวไหวในอากาศ'
...
'แผ่นฟ้าวันนี้อุดมด้วยก้อนเมฆปลุกฝนฟ้าคะนอง แต่ในคลองตายังไม่เห็นการเคลื่อนตัวที่ให้ผลไปในทางหยาดฝน ชายหนุ่มจับจ้องปรากฎการณ์จำลองอย่างยากที่จะเข้าใจ จวบจนคืนพระจันทร์อวดฉายขึ้นทรงกลดก็ยังไม่มีผองพายุผายผ่านมา'


*recommend!*
description
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,070 reviews179 followers
November 19, 2024
ในหนังสือหนึ่งเล่ม พล็อตถูกแยกออกจากกันเป็นสองพล็อต
พล็อตหนึ่ง เล่าถึงคดีความของนายทุนเจ้าของที่ดินนับพันไร่
กับคนหาย ที่น่าจะเกี่ยวพันกับนายทุนกลุ่มนั้น
ส่วนอีกพล็อต เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักสองคน
ที่แรกเริ่มเดิมที เรายังมองไม่เห็นความสัมพันธ์นั้น
แต่หลังจากคดีในพล็อตแรกเริ่มคลี่คลาย
ภาพความสัมพันธ์ของพล็อตหลังจึงเริ่มชัดเจน ..

การวางพล็อต การล่อหลอกทำได้ดี
แม้ว่าจะเดาคนร้ายได้ไม่ยาก
แต่ผู้เขียนก็ยังหย่อนความน่าสงสัยเอาไว้ในเราในทุกท้ายบท
มันดึงดูด ชวนติดตาม
ทำให้เราตามอ่านบทต่อไป และต่อไป .. ไปเรื่อยๆ
เผลออีกที ก็เดินทางมาจนถึงหน้าสุดท้าย
เป็นหนังสือที่อ่านได้เร็วๆ รวดเดียวจบ

โดยรวมถือว่าสนุกดีค่ะ
แต่การรวมพล็อตทั้งสองเข้าด้วยกัน ถือว่ายังไม่กลมกล่อม
ถ้าแทรกความเกื้อกูล ความใส่ใจกันและกันมาตั้งแต่แรกๆ
อาจจะทำให้คนอ่านอินได้มากกว่านี้
ตอนท้ายอาจขยี้ให้คนอ่านน้ำตาไหลได้

ชอบประเด็นการใช้จิตวิทยาในเล่ม
มันชวนให้คิดถึงอะไรหลายๆ อย่างในบ้านเมืองเรา
มันซ้อนทับกับภาพสังคมไทยตำตา
เวลาที่เห็นความจริงในนิยาย มันจุก มันเจ็บ
July 29, 2025
"มนุษย์ไม่เปลี่ยนแปลงหรอก มนุษย์ทำได้แค่อำพราง"
🌳 : ภาษาสละลลวยเกินไปนิดแต่มันมีผลให้เราอ่านจนจบแบบไม่รู้ตัวเลยจริงๆ แบบอ่านเพลินเล่นคำไปๆมาๆจบประโยค

🌳 : นายหัวกวีถือปืนหายเข้าไปในไร่ของนายหัวสิงห์แล้วไม่กลับมาอีกเลย กว่ากวินทร์ลูกชายที่เรียนอยู่ตปทจะรู้ก็ผ่านมา 3 เดือนแล้ว กวินทร์ต้องการว่าจ้างให้นักสืบช่วยตามหาพ่อให้ที อยู่ต้องเห็นคนถ้าตายก็ต้องเห็นเศษเสี้ยวศพล่ะว่ะ แต่ไร่ของนายหัวสิงห์ใหญ่ระดับพันไร่ เรื่องเกิดมา 3 เดือนแล้ว พีคคือนายหัวสิงห์เพิ่งจะหัวใจวายตายไม่กี่วันนี้เอง จะไปหาจากตรงไหนก๊อน😳
ประจวบกับเจ้าของสนง.นักสืบดันไม่อยู่ อศิผู้ช่วยเลยรับเคสนี้แทน อศิกับกวินทร์ลงไปตามหาความจริงที่ไร่นายหัวสิงห์โดยแฝงตัวเป็นนักศึกษามาเก็บข้อมูล
🌳 : มันเป็นการสืบคดีที่ยากมากนะ หลักฐานอะไรต่างๆมันก็หายไปกับกาลเวลาโดยธรรมชาติ แล้วพอได้เบาะแสที่คิดว่านี่แหล่ะ มันก็จะมีจุดเปลี่ยนแบบไม่ใช่จ้าา ยังไงก็ไม่ใช่จ้ะอยู่ตลอดแทบทั้งเล่ม สับไปสับมาจนผ้มก็สับสนด้วยแล้ว😆
ส่วนตัวไม่ชอบตรงที่คนร้ายยังไม่ได้ถูกจับกุมไม่ได้โดนเปิดโปง แต่ก็ทำนองว่าอี��ไม่นานคนชั่วยังไงก็ต้องได้รับกรรมได้โดนลงโทษ แต่ส่วนตัวก็ติดนิดนึงแหล่ะมันไม่ได้แบบคนร้ายตัวจริงก็คือ...อะไรงี้อ่ะ แต่ก็แทบจะบอกว่าใครคือคนร้ายตั้งแต่หน้าแรกแล้วแหล่ะ🤣
และในระหว่างที่เรากำลังหมกมุ่นว่าจะเจอคุณพ่อกี่โมงเอ่ย คสพของตัวละครก็ค่อยๆเติบโตขึ้นอย่างเงียบๆและกิส วายค่ะคุณขา อ๋อย และนอกจากคสพของตัวละครแล้วก็ชอบพาร์ทชาวบ้านนะ ไท้ยไทยมือตักแกงใส่ถุงปากเม้ามอยแบบเป็นธรรมชาติ เอ็นดู☺️
🌳 : ไปจ้ะ ไปเสพความวาย ไปช่วยกันตามหานายหัวกวีที่หายไปในพื้นที่พันกว่าไร่กันเต๊อะ
Profile Image for Chontiwat Udomsiripat.
223 reviews6 followers
February 28, 2025
โอปปาติกะอำพราง - นิยายเกย์เล่มแรกในชีวิตเลยที่ได้อ่าน ปรากฏว่าเซอไพร์สเราพอสมควร มีความสนุกแบบไทย ๆ มีกาพย์กลอนให้อ่านเพลิน ๆ ท่ามกลางบรรยากาศความไม่น่าไว้วางใจของฝั่งผู้ต้องสงสัย และการทิ้งรายละเอียดเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชน คนพื้นที่ หรือคนพลัดถิ่น ก็ทำได้ดีมาก ๆ ขอชมตรงนี้ก่อน

ในพาร์ทการสืบสวนก็ทำได้สนุกตามมาตรฐานนิยายสืบสวนสอบสวนโดยทั่วไป มีอุปสรรคอย่างเขตพื้นที่กว้างขวางเป็นสำคัญ และการทิ้งปริศนาไว้ท้ายบทของแต่ละบทก็ทำเราติดงอมแงมเหลือเกิน เอาจริงเราเดาตัวคนร้ายได้ถูกด้วย เพราะชื่อเรื่องอย่าง 'โอปปาติกะอำพราง' ก็คือกิมมิคในตัวมันเอง ใช้ได้กับทั้งคนดีและคนไม่ดี ที่ต้องอำพรางความผิดอะไรสักอย่าง ในส่วนของการสืบสวนสอบสวน นิติวิทยาศาสตร์ กระบวนการยุติธรรม ก็บรรยายได้สมจริงมาก ๆ ผู้เขียนทำการบ้านมาดีมากเลยตรงส่วนนี้

พาร์ทความรักก็ทำได้ดีเช่นกัน ทำเอาเราซึ่งเป็นชายมีความเขินเล็กน้อย อะไรกันเนี่ย บ้าจริง
Profile Image for Nnpp PuchPin.
32 reviews1 follower
December 12, 2024
เล่มนี้ที่เราอ่านเป็นตีพิมพ์ใหม่กับในนามปากกา 'กิตติศักดิ์ คงคา'
ตัวเรื่องนี้มีความซับซ้อนทั้งเรื่องการหายตัวไปของกวี ผู้ว่างจ้างที่ปิดบังตัวตนและชื่อจริงตัวเอง มีกลิ่นวายนิดๆ แต่หนักสุดคือการสืบสวนตามหาตัวคนหายแต่ยิ่งค้นกลับมืดแปดด้าน พลิกเรื่องไปมาจนตอนอ่านก็ไม่ใช่อย่างที่คิดไว้
สิ่งที่ชอบในการอ่านเล่มนี้อย่างนึงคือวลี 'เขาเป็นคนดี' เราอ่านเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นตีพิมพ์ใหม่นี้มันเหมือนตั้งคำถามให้กับคนในสื่อว่าที่หลายๆ คนบอกว่าเขาเป็นคนดี จริงๆ แล้วน่ะ...ดีแค่ต่อหน้าหรือเปล่าเพราะอาจเช็ดเลือดให้สะอาดและตามจับไม่ได้ก็ได้
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วหยุดไม่ได้ เดินทางไปพร้อมกับอศิเพื่อตามหาไปด้วย สืบไปด้วย นี่แหละที่ทำให้เป็นเบ่มเปิดฉากเซตนักสืบไว้ดีมากๆ
Profile Image for Nut Hanjirawat.
1 review
February 15, 2023
เป็นนิยายสืบสวนสอบสวน(มีวายนิดหน่อย)ที่อ่านเพลินดีครับ มีให้คาดไม่ถึงหลายครั้งเลย แถมเขียนจากเรื่องจริงด้วย ทำให้เนื้อเรื่องดูน่าอ่านมากขึ้น เกริ่นก่อนว่าผมไม่ค่อยได้อ่านนิยายเท่าไหร่ ช่วงบรรยายสภาพแวดล้อมหรือการกระทำ ใช้ภาษาสวยงามดีครับ แต่ก็เข้าใจได้ยากบางคำ ผมที่ไม่ค่อยเก่งภาษาไทย บางทีก็อาจจะมีงงบ้างบางคำ อ่านจบแล้วก็มีการให้แง่คิดไปคิดต่ออีกด้วยครับ โดยรวมคือชอบมากครับ เป็นการจบแบบไม่ค้างคาเกินไป และไม่ happy ending เกินไป คือจบแบบให้เราคิดต่อได้แบบสบายใจ
Profile Image for Kibby Woraluck.
10 reviews
September 28, 2024
หลังจากอ่านกาสักอังก์ฆาตจบไปและประทับใจการเขียนแนวนี้ของนายพินต้าเป็นอย่างมากก็ไปขวนขวายหาเล่มนี้มาอ่านจนได้ปกเก่ามาและจบภายในการอ่านรอบเดียวเพราะวางไม่ลง ภาษา การเดินเรื่อง เงื่อนงำต่างๆ ทำให้อดใจไม่เปิดหน้าต่อไปไหว แถมยังมีซิกเนเจอร์ความเป็นนายพินต้าผ่านความสัมพันธ์ที่ยังต้องการคำตอบอยู่ บทท้ายของเรื่องเกือบทุกบรรทัดเป็นการเขียนที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันฝังรากในชีวิตโดยเฉพาะคนไทยแบบขุดรากไม่ถึงจริงๆ "เพราะเขาเป็นคนดี" ประโยคปิดท้ายที่ตีตราสะท้อนชุดความคิดของมนุษย์ที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย
Profile Image for Woradorn.
56 reviews
February 1, 2025
เล่าเรื่องได้น่าติดตาม เร่ิมจากตัวละครสองตัวที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนต้องเข้าไปทำภารกิจภายในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นพื้นที่ที่เสี่ยงอันตราย ขณะอ่านก็ลุ้นไปตลอดว่ามันน่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับสองคนนี้แน่ๆ เพราะในนั้นมันคือถิ่นเจ้าพ่อ มาเฟีย ทำให้เรื่องราวมันน่าติดตามจนมาถึงจุดไคลเม็กซ์ที่มีการปะทะเสียเลือด เฉียดตาย หลังจากนั้น รู้สึกว่าเรื่องก็จะดำเนินต่อไปเนิบๆ ในส่วยตัวพาร์ทที่เป็นรักโรแมนติกแบบชาย-ชาย ไม่คุ้นเลยจริงๆ
Profile Image for Nichapa Ratanaprichavej.
22 reviews
June 29, 2024
อ่านเรื่องกาสักอังฆาตมาก่อน เลยมาตามเรื่องนี้ซึ่งอยู่ในจักรวาลเดียวกัน

ส่วนตัวคิดว่า สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้อ่านสนุก คือภาษาที่สวย คำพรรณนาเชิงเปรียบเทียบคือเขียนได้สวยมาก ๆ และดำเนินเนื้อเรื่องได้สนุก ทำให้ตอนที่อ่านเลยมองเป็นนิยายที่เราติดตามการสืบสวนของสองตัวละครหลัก หรือก็คือ อ่านระหว่างทาง มากกว่าเน้นขบคิดหาคนร้ายหรือเดาอุบายของเขา
Profile Image for Pandan .
353 reviews18 followers
November 28, 2024
คดีฆาตกรรมเจ้าของสวนจากปมพิพาทเรื่องที่ดิน
เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนมาก อ่านสักพักก็พอเดาฆาตกรออก มันแหม่งๆ ตั้งแต่เปิดตัว
ตัวเรื่องเดินเร็วฉับไว ไวเกินจนรู้สึกว่าช่วงท้ายรวบรัดไปหน่อย โดยเฉพาะตรงที่ภาพตัดแล้วเล่าความ
ในเรื่องสะท้อนสังคมคนไทยได้น่าสนใจดี อย่างประเด็นเรื่องการด่วนสรุปว่าคนไหนดีไม่ดีโดยตัดสินจากแค่ว่าเราเห็นเขาทำอะไรบ้าง
เส้นความรักที่จู่ๆ ก็โผล่มาสำหรับเรามัน out of nowhere ไปนิด เรายังแทบไม่รู้จักตัวละครสองตัวนี้เลย ไม่เก็ตว่าตัวละครหลงรักกันตอนไหนยังไง

Profile Image for blueblur1410.
9 reviews
February 20, 2025
ชอบมาก 4.5 แบบปัดขึ้น คือเรื่องราวดำเนินไปเหมือนการไล่ตะครุบเมฆ เจอสิ่งหนึ่งแต่สุดท้ายก้หายไป ต้องไล่ตามต่อไปเรื่อยๆ จังหวะการเล่าชวนให้ลุ้นติดตาม เส้นความรักรุ้สีกปูมาน้อยไปหน่อย แต่ก็เพิ่มทวี��นตอนท้าย ภาษาสวยงามตามมาตรฐานของนักเขียน แถมมีตอนพิเศษด้วย ชอบมากกค่ะ
Profile Image for p12a3.
38 reviews
February 26, 2025
4.5 ชอบเล่มนี้มากกว่ากาสัก คิดว่าเป็นเพราะตัวละครดำเนินเรื่องไม่ใช่นักสืบ เป็นแค่ผู้ช่วย ไม่ได้เก่งกาจมีฝีมือ แต่ก็พอมีความรู้ รู้สึกว่าอ่านแล้วให้ความตื่นเต้น ลุ้นระทึกมากกว่า
Profile Image for Nopadol Rompho.
Author 4 books388 followers
April 14, 2025
ได้มีโอกาสอ่านเล่มที่พิมพ์ใหม่ เนื้อหาเข้มข้นน่าติดตาม เดินเรื่องเร็ว และสนุกน่าตื่นเต้นตลอดทั้งเล่มครับ
Profile Image for Tanaporn Simcharoen.
92 reviews1 follower
July 12, 2025
นี่คือนิยายวาย
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Athicha.
7 reviews2 followers
September 16, 2025
เดาง่ายแต่ก็ได้อยู่ ยังมีความน่าติดตาม
101 reviews
October 12, 2025
ขออภัย ไม่ได้โฟกัสเรื่องสืบสวนเท่าไหร่ มัวแต่ใจหวิว กรีดร้องในใจว่าใช่แน่ กับความสัมพันธ์ของสองคน
คุณนักเขียนคะ ดิฉันเป็นนักอ่านนิยายสืบสวนค่ะ จริงๆนะ 20251012
Profile Image for Eveevaa.
56 reviews
October 12, 2025
สนุก ลุ้น น่าติดตาม วางไม่ลง ถึงแม้จะเดาคนร้ายได้ตั้งแต่แรก
Displaying 1 - 30 of 39 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.