นักเขียนพาผู้อ่านมาร่วมชะโงกดูคู่มือการใช้งาน ‘วิถีและวิธีของ มิว สุขสวัสดิ์ นักเอาคืนนายทุนและระบบทุนนิยม’ ในคู่มือที่ร่วมกันชะโงกอ่านนั้นเล่าด้วยสำนวนยียวน มีความกวนที่ทั้งกวนโอ๊ย กวนส้นตีน ระหว่างอ่านก็ประหนึ่งเพื่อนมิว ผู้เป็นช่างดูแลคอนโด (ที่ชะโงกอยู่ข้างๆ) ก็ค่อยๆ เล่าวีรกรรมเอาคืนนายทุน คนมีเงิน ด้วยการซ่อมนู้นซ่อมนี่แล้วสั่งของจากในชอปปี้มาเป็นอะไหล่ซ่อมแล้วบอกเป็นของแท้ ของมียี่ห้อ แล้วบอกราคาค่าซ่อมแบบใช้ของแท้จากพวกคนมีเงินที่อาศัยอยู่ในคอนโด ซึ่งพวกคนมีเงิน เค้าชอบทำอะไรซะที่ไหน ก็ชอบใช้เงินแก้ปัญหาอยู่แล้ว
สารภาพว่านี่คือสำนวนในการเขียนเรื่องสั้นนิยายที่ผมอยากเขียนได้ แต่ผมคงเขียนไม่ได้หรอก เพราะต้องเป็นผู้มีเซนส์ในด้านความกวนเท่านั้นที่จะเขียนได้ นี่ยังไม่นับว่าชอบความเนิร์ดของมิว ทั้งเนิร์ดในเรื่องงานช่าง ผู้เขียนอธิบายยิบถึงขั้นตอนการใช้ของต่างๆ จนเราเชื่อว่า เออ มิวแม่งเป็นช่างซ่อมจริงๆ แต่เป็นช่างที่มีรสนิยม ใช่ มิว ชอบดูภาพยนตร์ ต้องเป็นภาพยนตร์เยี่ยมยอดจากผู้กำกับชั้นอย่างคูบริก ไม่ก็หนังแสนระทมเศร้าโศกอย่าง Manchester by the Sea มิวยังอุทิศความเนิร์ดให้กับการทำซับไตเติลหนังอินดี้ (ที่ต้องเป็นหนังอินดี้คุณภาพด้วยนะ) ภาษาไทยในเว็บเฉพาะบนโลกออนไลน์ พอมาคิดดูแล้วนี่ไม่ใช่แค่สำนวนที่ผมอยากได้ ผมอยากได้ไอ้มิวเป็นแฟน แม่งสเปคผมฉิบหาย ทั้งกวนตีน ตลก แล้วยังเนิร์ดอีก!
ชอบที่ในความสั้นเพียง 78 หน้า นอกจากตัวนิยายจะพาเราไปรู้จักมิว การเอาคืนนายทุนด้วยอุดมการณ์ที่แหวกแนวอย่างที่เล่าไป เค้ายังบันทึกเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด19 การดิ้นรนของชนชั้นล่างเมื่อเจอวิกฤติโรคระบาด ซึ่งไม่ได้มาในรูปแบบเศร้า กัดฟันสู้ แต่มาในท่าทีที่บอกทั้งยียวน กวนประสาท เลยเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ (แม้จะมีเพียงรสเดียวทั้งเล่มก็ตาม) ตอนหยิบมาอ่านพบว่าตัวเองง่วงเลยกะจะอ่านแค่ 10 20 หน้า คาดไม่ถึงเลยว่าโดนไอ้มิวเล่นให้อ่านรวดเดียวจบเลย
เสียดายที่นิยายเรื่องนี้สั้นไป อยากให้ยาวกว่านี้จะได้ผูกพันกับมิวมากขึ้น และอยากรับรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ของ แพร สาวหน้าตาสวยที่ไอ้มิวมันดันจีบ แล้วจีบติด! อยากรู้เลย ว่าตอนจีบ มิวจะจีบยังไง เล่นมุกอะไร ถ้าถามว่าใน 78 หน้าอยากได้อะไรเพิ่ม ก็อยากได้เรื่องความสัมพันธ์ของคู่พระนางนี่แหละ