lostlessboy*122 reviews59 followersFollowFollowDecember 4, 2024นักเขียนพาผู้อ่านมาร่วมชะโงกดูคู่มือการใช้งาน ‘วิถีและวิธีของ มิว สุขสวัสดิ์ นักเอาคืนนายทุนและระบบทุนนิยม’ ในคู่มือที่ร่วมกันชะโงกอ่านนั้นเล่าด้วยสำนวนยียวน มีความกวนที่ทั้งกวนโอ๊ย กวนส้นตีน ระหว่างอ่านก็ประหนึ่งเพื่อนมิว ผู้เป็นช่างดูแลคอนโด (ที่ชะโงกอยู่ข้างๆ) ก็ค่อยๆ เล่าวีรกรรมเอาคืนนายทุน คนมีเงิน ด้วยการซ่อมนู้นซ่อมนี่แล้วสั่งของจากในชอปปี้มาเป็นอะไหล่ซ่อมแล้วบอกเป็นของแท้ ของมียี่ห้อ แล้วบอกราคาค่าซ่อมแบบใช้ของแท้จากพวกคนมีเงินที่อาศัยอยู่ในคอนโด ซึ่งพวกคนมีเงิน เค้าชอบทำอะไรซะที่ไหน ก็ชอบใช้เงินแก้ปัญหาอยู่แล้วสารภาพว่านี่คือสำนวนในการเขียนเรื่องสั้นนิยายที่ผมอยากเขียนได้ แต่ผมคงเขียนไม่ได้หรอก เพราะต้องเป็นผู้มีเซนส์ในด้านความกวนเท่านั้นที่จะเขียนได้ นี่ยังไม่นับว่าชอบความเนิร์ดของมิว ทั้งเนิร์ดในเรื่องงานช่าง ผู้เขียนอธิบายยิบถึงขั้นตอนการใช้ของต่างๆ จนเราเชื่อว่า เออ มิวแม่งเป็นช่างซ่อมจริงๆ แต่เป็นช่างที่มีรสนิยม ใช่ มิว ชอบดูภาพยนตร์ ต้องเป็นภาพยนตร์เยี่ยมยอดจากผู้กำกับชั้นอย่างคูบริก ไม่ก็หนังแสนระทมเศร้าโศกอย่าง Manchester by the Sea มิวยังอุทิศความเนิร์ดให้กับการทำซับไตเติลหนังอินดี้ (ที่ต้องเป็นหนังอินดี้คุณภาพด้วยนะ) ภาษาไทยในเว็บเฉพาะบนโลกออนไลน์ พอมาคิดดูแล้วนี่ไม่ใช่แค่สำนวนที่ผมอยากได้ ผมอยากได้ไอ้มิวเป็นแฟน แม่งสเปคผมฉิบหาย ทั้งกวนตีน ตลก แล้วยังเนิร์ดอีก!ชอบที่ในความสั้นเพียง 78 หน้า นอกจากตัวนิยายจะพาเราไปรู้จักมิว การเอาคืนนายทุนด้วยอุดมการณ์ที่แหวกแนวอย่างที่เล่าไป เค้ายังบันทึกเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด19 การดิ้นรนของชนชั้นล่างเมื่อเจอวิกฤติโรคระบาด ซึ่งไม่ได้มาในรูปแบบเศร้า กัดฟันสู้ แต่มาในท่าทีที่บอกทั้งยียวน กวนประสาท เลยเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ (แม้จะมีเพียงรสเดียวทั้งเล่มก็ตาม) ตอนหยิบมาอ่านพบว่าตัวเองง่วงเลยกะจะอ่านแค่ 10 20 หน้า คาดไม่ถึงเลยว่าโดนไอ้มิวเล่นให้อ่านรวดเดียวจบเลยเสียดายที่นิยายเรื่องนี้สั้นไป อยากให้ยาวกว่านี้จะได้ผูกพันกับมิวมากขึ้น และอยากรับรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ของ แพร สาวหน้าตาสวยที่ไอ้มิวมันดันจีบ แล้วจีบติด! อยากรู้เลย ว่าตอนจีบ มิวจะจีบยังไง เล่นมุกอะไร ถ้าถามว่าใน 78 หน้าอยากได้อะไรเพิ่ม ก็อยากได้เรื่องความสัมพันธ์ของคู่พระนางนี่แหละ
Pawarut Jongsirirag737 reviews148 followersFollowFollowDecember 15, 2024-- สนุกตั้งแต่หน้าปกเลย การใช้แบบมินิมอล โล่งๆ แต่ไอ้รูปที่เอาใช้เป็นปก คือ ทำให้นึกถึงการที่ต้องมานั่งต่อเองทำเอง มินิมอลที่ใส่มาเลยกลายเป็นตลกร้ายไปเลย นี่ยังไม่นับว่าเล่นกับโลโก้ตัวเองด้วยนะท่าน จากครกตำกลายเป็นอิเกีย (ตำ) หนัก ไปแล้ว-- ส่วนเนื้อเรื่องนี่ก็เห็นพัฒนาการของมิวนะ เล่มอื่นในช่วงวัยรุ่นนี่ดูใสๆเลย มาตอนโตแล้ว เจอทุนนิยมขยี้เข้าไป กลายเป็น Anti Hero ไปเฉย กูสู้ระบบห่านี่ไม่ได้หรอก งั้นหาช่องเก็บประโยชน์จากมันละกัน ใครเสียหายหน่อยมันจะเป็นไรไป ได้กันไปเยอะแล้วนี่ แบ่งๆกันมาบ้างซิวะ-- เสียดายอยู่หน่อยว่า ไหนก็เอาทุนนิยมมาปู้ยำขมขื่นแล้ว ขยับประเด็นไปอีกนิดว่า แม่งก็กระทืบทุกคนทุกชั้นนั่นแหละ โดนกันไปคนละตุ๊กคนละตั๊บ แค่บางคนเจ็บเยอะบางคนเจ็บน้อย แทนที่จะเอามาลงกับมิวจนเหมือนว่าเป็นเหยื่ออยู่คนเดียวเลยนี่ก็แอบแปลกๆหน่อย เพราะตัวละครอื่นอย่าง ผจก คอนโด หรือเจ้าของห้องอื่นๆแม่งก็ทุรนทุรายกันไปคนละแบบนั่นแล นี่ถ้าใช้เส้นเรื่องแบบ เหล่าผู้ระทมในทุนนิยมมาทิ่มแทงกันเองอีกทีนี่ คงจะเป็นตลกร้ายชโลมเลือดมาก แต่คงเขียนไม่ได้แน่ในจำนวนหน้ากระด่ษประมาณนี้ ฉะนั้นเท่าที่อ่านนี่ก็ยกนิ้วโอเคให้แล้ว-- การใช้กิมมิกจากตัวบทหนังหรือหนังสือมาสื่อบางอย่างนี่มันก็ดีแหละ แต่มันก็ดาบสองคมเพราะคนที่ไม่รู้จักอะไรพวกนี้ก็จะแบบอะไรวะ นี่พูดถึงอะไร ยิ่งพี่ภู่ไม่อธิบายขยายเท่าไหร่ เอามาแปะเลยนี่หนักเลย บางอันอ่านไปคือเสิชกูเกิ้ล แล้วทะลึ่งมีชื่อซ้ำกัน ดีว่าไหวตัวทันเกือบออกป่านึกภาพไปอย่างอื่นแล้ว 5555 เลยคิดว่าถ้าอธิบายแบบปกติแต่ปิดท้ายคมๆด้วยตัวอย่างหนังหรือหนังสือก็น่าจะแฟร์ๆกับทุกคนดีกว่านี้ครับ-- เรื่องนี้ยืนยันอย่างหนึ่งว่า นักเขียนสามารถหยิบมีวัตถุดิบรอบตัวมาใช้ได้หมดนั่นแหละอยู่ที่ว่าจะใช้อะไร อย่างเช่น วิธีการซ่อมห้อง 101 ที่มิวทำนี่ เชื่อขนมกินว่าพี่ภู่เอามาจากงานในชีวิตจริงแน่นอน โอ้โหละเอียดยิบ อ่านจบคือ ชอบไม่ชอบไม่รู้ รู้แค่คุณต้องซ่อมนู่นนี่ในบ้างได้อะ สมชื่อเรื่องเลยว่าอ่านคำแนะนำทั้งหมดก่อนใช้งาน นี่ไงคู่มือซ่อมบ้าน แต่ไม่ใช่คู่มือสู้ทุนนิยมนะ เพราะนั่นแพ้ยับเลยวะท่าน แต่ถ้าอ่านเป็นคู่มือซิกแซกหาแด๊กกับระบบไปละก็พอกล้อมแกล้มได้อยู่นะ-- ยังคงยืนยันว่า ซีรีย์มิวคือหมุดหมายของประเทศอย่างหนึ่ง ต่อมาจากสามเกลอ เพราะไม่เจองานของนักเขียนคนไหนเลยที่เป็นซีรีย์ตัวละครเดียวต่อเนื่องแบบนี้ เล่มนี้ชัดเจนมากกับพ่อโควิด 19 ที่มาเป็นตัวละครสมทบในแบบที่เวทีไหนก็ไม่อยากให้รางวัลเพราะแสดงไม่ดีเลย ทำคนชิบหายไปเยอะ สมควรมอบ Razzie Awards ให้ไปนะ แล้วก็ไม่ต้องมาอีกละ คนเขาไม่เอาแล้ว-- ติดตามต่อไปว่าเล่มหน้ามิวจะเป็นไงต่อไป นี่คิดว่าเล่มหน้าอาจเจอแบบพิลึก หลับไปตื่นมาเป็นหมาแมวก็ได้ ไหนๆกระแส posthuman ก็กำลังมาอยู่นี่นะ ของงี้เดาไม่ได้หรอก ต้องรอติดตามต่อไป
areadsara61 reviews9 followersFollowFollowNovember 24, 2024เมื่อข้าวของเครื่องใช้ในบ้านพัง มีเพียง ”ช่าง“ เท่านั้นแหละที่จะรับเรื่อง!เรื่องราวของ มิว หรือ สุขสวัสดิ์ หรือ ช่าง ที่ต้องรับหน้าที่ซ่อมแซมทุกอย่างที่ลูกบ้านในคอนโดฯต้องการ ตั้งแต่เปลี่ยนหลอดไฟ ติดไม้บัว ยันล้างแอร์ แต่ใครจะรู้บ้างว่าช่างคนนี้ไม่ได้เรียนช่างมา เพียงแค่เขาอ่าน ”คู่มือ“ แล้วดำเนินการตามนั้นหนังสือเล่มนี้ได้แสดงวิธีการต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำทางฐานะ ที่เห็นชัด ๆ เลยคือการคิดราคาสินค้าที่ต้องเปลี่ยนเท่าราคาสินค้าเดิม อย่างวาล์วน้ำที่ซื้อมาสำรองไว้จากแอพส้ม 159 บาท สามารถนำใส่กล่อง KOHLER แล้วคิดราคา 650 บาทได้เลย กำไรมาแล้ว 496 บาท อ่านไปขำไป นึกถึงตอนที่ช่างมาเปลี่ยนก๊อกน้ำให้ที่ห้องพักเลย แค่เราแจ้งสาเหตุไป ช่างก็มาเช็ค ๆ หมุน ๆ “ก๊อก มันพังแล้วครับ… ผมมีที่ซื้อสำรองไว้…” ไอ่เราก็ขี้เกียจออกไปซื้อเองอะเนอะ ช่างเขามีพร้อม เราก็เลย “ค่ะ เปลี่ยนเลยค่ะพี่” เรียบร้อย (แต่เราจ่ายค่าแรงด้วยนะ! ไม่งกเหมือนเจ้าของห้อง 310 หรอก😂) มีฉากนึงที่รีเลทมาก ตอนเราอยู่ที่บ้านก็เรียกว่าเป็นช่างประจำบ้าน เปลี่ยนนั่นซ่อมนี่เองตลอด เพราะเราชอบเก็บพวกคู่มือของเครื่องใช้ไฟฟ้า/อุปกรณ์ต่าง ๆ พอมันพังก็มาอ่านแล้วซ่อม เหมือนช่างในเรื่องนี่แหละ แต่บางอันก็จับ ๆ คลำ ๆ ทำไปเรื่อยจนพังกว่าเดิม อย่างหม้อหุงข้าวนี่แหละ เห้อ~~ กดเรียกช่างมิวต้องโทรเบอร์ไหนแม้ช่างจะต้องสแตนด์บายตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อช่วยเหลือลูกบ้าน แต่ก็มีช่วงเวลาพักกับเขาอยู่บ้าง ช่วงนั้นแหละจะเป็นเวลาที่ได้ใช้ความสามารถทางภาษาที่ร่ำเรียนมา “ทำซับหนัง(เถื่อน)”ไม่ใช่ทุกคนที่จบมาแล้วจะได้ทำงานตรงสาย เมื่อทุนนิยมมันกดดันให้เราต้องมีเงินเพื่อความอยู่รอด เราก็ต้องมีวิธีอยู่รอดให้ได้ในแบบของตัวเอง
Chawanat100 reviews18 followersFollowFollowJanuary 10, 2025แล้วเราก็พบกับ "มิว สุขสวัสดิ์" อีกครั้งในจักรวาลใหม่ กับบทบาทนายช่างผู้คอยรับแก้ปัญหาเบ็ดเตล็ดในคอนโด เรื่องราวในเล่มสนุกมากๆ แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าการอ่านขั้นตอนการล้างแอร์ เลาะกระเบื้อง เปลี่ยนวาล์วก๊อกน้ำ จะสนุกได้ขนาดนี้ ดีเทลงานช่างที่ใส่มาอย่างละเอียดยิบทำให้ตัวละครมิวดูน่าเชื่อถือในสายตาผู้อ่าน ว่าเขาเป็นช่างจริงๆ แบบมีเลือดเนื้อ (ไม่ใช่แค่เอาบทไปสวม) ความ tricky นิดๆ ผสมกับความเป็นนักแก้ปัญหา ปรับตัวยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ทำให้ตัวละครมิวในจักรวาลนี้มีเสน่ห์ไม่เบาเลยส่วนพาร์ทของการจิกกัดทุนนิยมและคนรวยด้วยวิธีของนายช่าง ส่วนตัวมองว่าเป็นการสมประโยชน์กันในอีกรูปแบบหนึ่งมากกว่าการเอาคืน และถ้านี่คือการจิกกัด ก็เป็นการจิกกัดที่ค่อนข้างเบา แต่ไม่เป็นไร เพราะมันไม่ได้ทำให้ความสนุกของเรื่องราวลดลงเลย ส่วนตัวผมมองว่ามิวเป็นนักปฏิบัติ ไม่ใช่นักปฏิวัติ แม้จะมีความหัวขบถ แต่เขาก็รู้วิธี "อยู่เป็น" เพื่อเอาตัวรอด ไม่ต่างอะไรกับพวกเราทั้งหลายที่ต้องเคยทำแบบนี้บ้างในชีวิตจริง เมื่อทุกระบบมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นได้เสมอ นักปฏิบัติสาย DIY แบบมิวนี่แหละที่จะอยู่รอดและเป็นที่ต้องการ เหมือนที่เจ้าตัวบอกว่า งานซ่อมแซมส่วนมากทำด้วยตัวเองได้ แต่หลายครั้งเราก็เลือกที่จะไม่ทำ ปล่อยให้สิ่งนั้นพังไปแล้วเปลี่ยนใหม่ หรือไม่ก็ต้องพึ่งพาคนแบบเขามาคอยแก้ปัญหาอยู่ร่ำไปผมคิดว่านี่เป็นงานของพี่ภู่มณีที่อ่านสนุกสูสีกับเล่ม 2020 ทำให้เห็นว่าเวลาเราอินหรือรู้จริงกับอะไรแล้วหาวิธีถ่ายทอดออกมาได้ คนฟัง/คนอ่านก็จะสนุกไปกับมันได้
Makmild837 reviews233 followersFollowFollowApril 25, 2025ตลกหน้าตายดี กำลังคิดถึงหนังยากอส แต่มันไม่ได้แปลกขนาดนั้น แต่พอคิดออกมาเป็นโทนหนังก็จะได้สีแบบนั้นแหละ โดนเส้นตั้งแต่หน้าปกจนถึงเนื้อหาข้างในที่เป็นเรื่องของ มิว ชายผู้อาศัยในรถบ้านของแม่แนนใต้คอนโดหรูแห่งหนึ่ง ตีมเรื่องอย่างพาราไซต์ของบองจุนโฮ แต่ไม่ขนาดนั้น เนื่องด้วยหนังสือขนาดสั้น คู่มือต่อเลโก้ฮอว์กวอร์ดอาจจะยาวกว่าเลยทำให้ประเด็นการดิ้นรนต่อสู้ภายใต้ระบอบทุนนิยมในช่วงต้นโควิดเลยไม่ขยายไปไกลมากกว่าแค่การพยายามเอาชีวิตรอดของมิวอย่างการเป็นช่างซ่อมนู้นนี้ให้ลูกบ้านในคอนโดแล้วเก็บค่าของ++ (ร้านข้างนอกบิลเงินสดก็ร้านบ้านเราเอง - ก็เจอช่างแบบมิวเป็นประจำ) เลยเสียดายตัวละครในเล่มที่โผล่มานิดๆหน่อยๆ ทั้งลูกบ้านเมียฝรั่ง หรือผจกคอนโด แม้กระทั่งแม่แนนที่ดูศักยภาพในการต่อประเด็นและสร้างเรื่องให้ชิบหายได้แต่โดยรวมแล้วเป็นเล่มที่อ่านสนุก แปปเดียวจบ บันทึกช่วงเวลาของคนกรุงเทพในช่วงโควิดได้ดี
Kanin23 reviews1 followerFollowFollowFebruary 3, 2025เรียกได้ว่าเพลิดเพลิน อยู่ในกรอบที่ปลอดภัยอันที่จริง "สามารถพัฒนาไปได้สุดทั้งแบบ แมส ๆ หรือตรงกันข้าม คือแบบ เข้ม ๆ หนักหัว"แต่นักเขียนเลือกแล้วที่จะพาผู้อ่านมาสนใจแค่เพียง Slice of life บางขณะของชีวิตเท่านั้น หรือเจาะจงคือช่วงขณะความสัมพันธ์ของคนสองคนบังเกิดจุดมุ่งหมายที่เป็นบริบัทสำคัญคือการดื้อแพ่งต่อนายทุนแบบเด็กน้อยจำยอม และของขวัญคือ....(หลบสปอยล์)....ที่ก็คือผู้อยู่ในระบบที่ตัวเอกต้องหาผลประโยชน์โดยบอกเสมอว่า "เอาคืน"โอเค ตามเนื้อผ้า โอเค แต่ไม่ได้เข้าใจเชิงความคิดอะไรมากไปกว่าการบอกกล่าวว่า "เอาคืน" หรือมากไปกว่าการกระทำ "เอาคืนแบบหาประโยชน์เข้าตัวอีกทอดหนึ่ง"ทั้งนี้ทั้งนั้นจึงจัดได้ว่า เพลิดเพลินในกรอบที่ปลอดภัย.ปัญหาการกล่าวถึงชื่ออื่น สิ่งอื่น คือปัญหาหนึ่ง และเป็นกันทุกเรื่องที่หล่นชื่อไว้เยอะ คือ คนที่ไม่รู้จัก และไม่ได้รู้สึกอินกับสิ่งนั้น ก็เพียงแค่อ่าน ๆ ให้มันผ่านไป แต่สำหรับคนที่รู้จักก็จะอินมากขึ้น เป็นดาบสองคมที่นักเขียนเลือกแล้ว และถ้ามันเป็นเพียงแค่การหล่นชื้อไว้โดยหวังให้ผู้อ่านเชื่อมโยงกับชื่อที่หล่นไว้ ผลงานชิ้นนั้น ๆ ไม่ต่างอะไรกับวิญญาณ ที่กายเนื้ออยู่กับสิ่งอื่นที่ต้องคอยเกาะไว้ให้แน่น ยังดีที่ว่า "โปรดอ่านคำแนะนำทั้งหมดก่อนใช้งาน" ไม่ได้หล่นชื่อไว้ลอย ๆ แต่มีการแสดงให้เห็น หรือ อธิบายฉากไว้บ้าง แต่ก็หล่นเป็นจำนวนมากเพราะตัวเอกบ้าภาพยนตร์ ....และตอนจบก็เอาคะแนนความขัดใจไปหนึ่งที่ลงเอยอย่าง จบบริบูรณ์ พรหมลิขิต สุด ๆ