Jump to ratings and reviews
Rate this book

สุดที่รัก BOOK II: ฉันอยู่ตรงนี้

Rate this book
สุดที่รัก Book II คือเรื่องราวอันเป็นที่รักของชีวิตซึ่งเผชิญหน้าการเปลี่ยนผัน ผลัดตนออกไปจาก Book I กระบวนการที่กลายไปเป็นเรื่องเล่าต่างๆ การค้นพบตนอีกครั้งในแหล่งอื่นๆ ของนักเขียนที่เผชิญวิกฤตหลายสิ่ง เช่นวิกฤตวัยกลางคน ภาวะหมดไฟ เขียนไม่ออก (writer's block) การรับมือกับเรื่องราวต่างๆ ด้วยความปรารถนาจะเป็นศิลปินในพำนักในพื้นที่วิเวก ห่างไกลในดินแดนอื่น ขณะเดียวกันกลับต้องรับมือความวุ่นวายของเรื่องราวมากมายในชีวิตจริงที่ ‘ติดกับ’ ในดินแดนนี้

สุดที่รัก Book II คือนวนิยายลำดับที่ 8 ของอุทิศ เหมะมูล ผู้สร้างไตรภาคแก่งคอย (ซึ่งประกอบด้วย ลับแล, แก่งคอย ลักษณ์อาลัย และจุติ) ร่างของปรารถนา โชติชีวิตบรรลัยของแพทริก ชั่ยฯ

นี่คือเรื่องราวของความรัก ความสูญเสีย การกอบกู้ ประคองไฟชีวิต การพิจารณาใคร่ครวญในสภาพรุ่งริ่ง สะบักสะบอม แตกออกเป็นเศษเสี้ยว และการผลัดตนไปสู่อีกครึ่งทางที่เหลือของชีวิตอันเป็นที่รัก

320 pages, Paperback

Published January 1, 2025

2 people are currently reading
19 people want to read

About the author

อุทิศ เหมะมูล เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2518 ที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เรียนชั้นประถมที่โรงเรียนแสงวิทยา ชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนแก่งคอย มีใจรักชอบการวาดรูป แต่ด้วยบิดาวาดหวังให้เป็นวิศวกร จึงแอบไปสมัครสอบเรียนศิลปะที่แผนกศิลปกรรม สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา และสอบเข้าคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) กรุงเทพฯ ยังความปลาบปลื้มให้บิดาเป็นอย่างมาก

ปี 2542 ได้ร่วมงานกับฟิล์มไวรัส ดวงกมลฟิล์มเฮาส์ จัดฉายหนังตามสถานศึกษาต่างๆ และได้มีหนังสั้นเป็นของตัวเองชื่อ พิภพบรรฑูรย์ อีกทั้งจับพลัดจับพลูได้เป็นผู้กำกับศิลป์ ภาพยนตร์ไทยเรื่อง ดอกไม้ในทางปืน กำกับภาพยนตร์โดยมานพ อุดมเดช

ปี 2543 เริ่มเขียนบทความทางภายนตร์ให้กับนิตยสาร Movie Time ระหว่างนั้นเขียนเรื่องสั้นไปด้วย เรื่องสั้นเรื่องแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ชื่อ เลือน: จุดจบของนามอันเป็นอื่น ที่สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ต่อมาใน ปี 2547 พิมพ์นวนิยายเรื่องแรก ระบำเมถุน ปี 2548 ตีพิมพ์รวมเรื่องสั้น ปริมาตรรำพึง (ผ่านเข้ารอบ 20 เล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์

ปี 2549 ตีพิมพ์นวนิยาย กระจกเงา / เงากระจก (ผ่านเข้ารอบ 15 เล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์) ปี 2551 ตีพิมพ์รวมเรื่องสั้น ไม่ย้อนคืน และบทวิจารณ์ภาพยนตร์ OUTSIDER IN CINEMA

ปี 2552 นวนิยาย “ลับแล, แก่งคอย” ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี พ.ศ. 2552

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
1 (7%)
4 stars
8 (57%)
3 stars
5 (35%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
Profile Image for Chalermchai Kurapavee.
74 reviews3 followers
February 12, 2025
มันคืองานเขียนที่ผู้เขียนบอกว่ามันคือนวนิยาย แต่มันรวมเศษเสี้ยวของงานเขียนเรื่องสั้นที่ตัวผู้เขียนเคยเขียนมา บางเรื่องมันราวรานรสขม …..เรื่องเล่าต่าง ๆ ในเล่มนี้ ถูกเราอ่านด้วยความเมามัน บางเรื่องรู้สึกไปกับตัวผู้เขียน บางเรื่องชอบการเล่าเรื่อง การเล่าแทน สายตาของสิ่งต่างๆ ชอบตอนพี่ม่อนพูดถึงความแตกร้าวจากงานเขียน เรารู้สึกเหมือนกัน ความคาดหวัง ความอยากมีตัวตน มันทำให้เรายังคงติดกับงาน ออกจากมันไม่ได้สักเท่าไหร่ ชอบมากตอนตัวละครระบายกับคนรัก ในช่วงบทท้ายๆของเรื่อง
.
.
…..โลกมันไม่สวยอยู่แล้วทำไมพวกคุณถึงคาดหวังให้มันสวยกว่าที่มันเป็นนักนะ? ทำไมพวกคุณถึงโลกสวยจังวะ! (หน้า 103)

คุณเก่งมากนะ

ผ่านไปที่ละวัน ที่ละวันนะ คุณเก่งมากนะที่อยู่ตรงนี้(หน้า 308)
Profile Image for Nakwan sriaru.
80 reviews21 followers
February 19, 2025
หากอาการสมาธิสั้นนั้นกลืนกินคนเขียน ก็อย่าได้ผิดหวังในตนเองเลยเพราะมันกลืนกินคนอ่านด้วยเหมือนกัน

ในยุคหลังปี 2000 ที่นักเขียนตั้งข้อสังเกตว่าจักรวาลของเรื่องเล่านั้นหดตัวลง มันก็อาจจะจริงในเชิงกายภาพ แต่เป็นไปได้ไหมว่าการหดลงนั้นคือการควบแน่นเข้าสู่จุดศูนย์กลางอันเข้มข้น เหมือนข้อเขียน(หรือบทความ? ห้วงวลี? ความเรียง? โอ้มันยากจะให้นิยามเสียจริง) สั้นบ้างยาวบ้างในนิยายเล่มนี้ ที่ชิ้นสั้นๆ นั้นตั้งใจให้ซับซ้อน ลองอ่านดูดีๆ ชิ้นไหนยิ่งสั้นยิ่งจัดสรรวางคำเหมือนเล่นกายกรรมอย่างจงใจ ในขณะที่หลายชิ้นนั้นเป็นเรื่องเล่าของชีวิตที่มีรสคำแบบ อุทิศ ที่เราเคยคุ้น เป็นคุณ ผม เขา เธอ เป็นนักเขียน ศิลปิน คิวเรเตอร์ ฯลฯ มีพร็อพเป็นไวน์จากหลายภูมิภาคทั้งโลกเก่าโลกใหม่ วิสกี้ แม่ พ่อ น้องชาย ความชิงชังชีวิตเซอะซะที่บ้านเกิด อาชีพในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ความมุ่งหมายใฝ่ฝันที่ไม่มีวันไปถึง ชีวิตจริง คนจริงๆ ที่ล่วงลับดับหายไปในช่วงปีของการเปลี่ยนผ่าน วาด ระวี แป๊ด ก็องดิด ถนอม ชาภักดี (ถ้าหนังสือออกช้ากว่านี้สักหนึ่งไตรมาสอาจปรากฏนามอาจารย์ตุล)

นักอ่านคนหนึ่งลองพยายามอธิบายเพิ่มอีกนิด

เมื่อแกะคำดู ชิ้นที่สั้นๆ นั้นเหมือนภาพเขียนที่มองไกลๆ ก็เห็นแบบหนึ่ง แต่เมื่อเข้าไปใกล้ๆ จะเห็นร่องรอยความจงใจใช้ฝีแปรงทิ้งร่องรอยวิจิตรพิศดารไว้

แต่ละชิ้นแยกเป็นอิสระจากกัน บ้างเป็นเหมือนจดหมาย บ้างเป็นวาบความคิดที่เรามักจะพิมพ์ทิ้งไว้แล้วสุดท้ายเปลี่ยนใจเป็น only me บ้างเป็นการขโมยชีวิตอื่นมาเล่า เล่นบทพระเจ้านักทำหนังทดลอง บ้างคือการเป็นตัวละครในหนังเศร้าๆ ของตนเอง

แล้วตั้งแต่บทแรก ตอนแรก นักเขียนก็บอกอยู่ทนโท่ว่านี่คือการเขียนเพื่อเป็น มิใช่การเขียนเพื่ออธิบายความหมายแห่งการเป็นสิ่งใด

เขาอยากไป ‘ที่อื่น’
แต่เมื่อกายหยาบไปไม่ได้ ให้ตัวบทนั้นเดินทางไปให้ไกล

เมื่อการเขียนคือการเป็น การเขียนคือการดำรงอยู่ ตัวอักษรคือชีวิตของตัวนักเขียนเอง การดำรงอยู่นี้ที่เป็นชีวิต ออแกนิค ไร้ระเบียบ มีความสะเปะสะปะเช่นเดียวกับบ้านที่เราอยู่อาศัยจริงๆ มิใช่บ้านในนิตยสาร เป็นปกหนังสือบนกระดาษจริงๆ มิใช่ภาพม็อคอัพจากไฟล์ PSD เป็นสิ่งที่ขาดบ้างเกินบ้างห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ ชีวิตที่ผ่านไปสู่ครึ่งหลังคือชีวิตที่โอบรับกับความเป็นจริงและลืมตาตื่น(เสียที!)

วัยห้าสิบและความคิดฝันถึงการอพยพเร่ร่อน? ฝันสลาย ฝันค้าง ตัวละครสานฝันเล็กน้อยด้วยการไปตากอากาศ เป็นศิลปินในพำนัก

ภาพจำหลักของความเป็นนักเขียน ตัวอักษรที่เรายึดเป็นสรณะหนักหนาว่าคือชีวิต มีคุณค่าเพราะรางวี่รางวัลเชิดชูเกียรติ หรือวัดคุณค่าด้วยเอนเกจเมนต์จะแจ้งของ ‘มิตรสหาย‘ ผู้เติมเต็มความกระหายแก่กันและกันด้วยการมองเห็นและถูกมองเห็น ราดรดความแห้งผากด้วยสัญญาณเน็ต และนักเขียนพลันกลายเป็นนักพ่นมุขตลกห้าบาทสิบบาทเพื่อส่งเสริมอัตตาแห่งตน

ใช่ นี่คือการเขียนเพื่อการเป็น

และการอ่านคือการรับรู้ถึงความเป็น

เมื่อหน้ากระดาษสุดท้ายอันว่างเปล่ามาถึง ทิ้งให้ชิ้นส่วนฝันสักคืนถึงชิ้นส่วนเหล่านั้น ถ้า วาด รวี ยังอยู่ก็คงดี คงสมน้ำสมเนื้อเหลือเกินกับการละเล่นเอาเถิดเอาล่อนี้ และคงรู้สึกได้ถึงการปลอบประโลมในหน้าสุดท้าย… อุทิศครับ คุณเองก็เก่งมากนะที่ยังอยู่ตรงนี้
Profile Image for Nuné.
26 reviews
Read
January 12, 2026
ดีใจที่คุ้นชื่อจากการเกือบไปดูนิทรรศการเลยได้ซื้อมาลองอ่าน
ที่พัทยา ในวันที่โตเกินควรจะร้องไห้หงุดหงิดจะเป็นจะตายกับการลืมหนังสือไว้ที่บ้าน อยู่เฉย ๆ มันจะตายไหม(ตาย)
เป็น reminder ว่าก่อนปิดประตูบ้าน อย่าลืมตรวจเช็กว่าไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง แต่ถึงลืมก็ไม่เป็นไรหรอก เท่เสมอ
Displaying 1 - 3 of 3 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.