Chalermchai Kurapavee74 reviews5 followersFollowFollowFebruary 12, 2025มันคืองานเขียนที่ผู้เขียนบอกว่ามันคือนวนิยาย แต่มันรวมเศษเสี้ยวของงานเขียนเรื่องสั้นที่ตัวผู้เขียนเคยเขียนมา บางเรื่องมันราวรานรสขม …..เรื่องเล่าต่าง ๆ ในเล่มนี้ ถูกเราอ่านด้วยความเมามัน บางเรื่องรู้สึกไปกับตัวผู้เขียน บางเรื่องชอบการเล่าเรื่อง การเล่าแทน สายตาของสิ่งต่างๆ ชอบตอนพี่ม่อนพูดถึงความแตกร้าวจากงานเขียน เรารู้สึกเหมือนกัน ความคาดหวัง ความอยากมีตัวตน มันทำให้เรายังคงติดกับงาน ออกจากมันไม่ได้สักเท่าไหร่ ชอบมากตอนตัวละครระบายกับคนรัก ในช่วงบทท้ายๆของเรื่อง..…..โลกมันไม่สวยอยู่แล้วทำไมพวกคุณถึงคาดหวังให้มันสวยกว่าที่มันเป็นนักนะ? ทำไมพวกคุณถึงโลกสวยจังวะ! (หน้า 103) คุณเก่งมากนะผ่านไปที่ละวัน ที่ละวันนะ คุณเก่งมากนะที่อยู่ตรงนี้(หน้า 308)
Nakwan sriaru80 reviews21 followersFollowFollowFebruary 19, 2025หากอาการสมาธิสั้นนั้นกลืนกินคนเขียน ก็อย่าได้ผิดหวังในตนเองเลยเพราะมันกลืนกินคนอ่านด้วยเหมือนกัน ในยุคหลังปี 2000 ที่นักเขียนตั้งข้อสังเกตว่าจักรวาลของเรื่องเล่านั้นหดตัวลง มันก็อาจจะจริงในเชิงกายภาพ แต่เป็นไปได้ไหมว่าการหดลงนั้นคือการควบแน่นเข้าสู่จุดศูนย์กลางอันเข้มข้น เหมือนข้อเขียน(หรือบทความ? ห้วงวลี? ความเรียง? โอ้มันยากจะให้นิยามเสียจริง) สั้นบ้างยาวบ้างในนิยายเล่มนี้ ที่ชิ้นสั้นๆ นั้นตั้งใจให้ซับซ้อน ลองอ่านดูดีๆ ชิ้นไหนยิ่งสั้นยิ่งจัดสรรวางคำเหมือนเล่นกายกรรมอย่างจงใจ ในขณะที่หลายชิ้นนั้นเป็นเรื่องเล่าของชีวิตที่มีรสคำแบบ อุทิศ ที่เราเคยคุ้น เป็นคุณ ผม เขา เธอ เป็นนักเขียน ศิลปิน คิวเรเตอร์ ฯลฯ มีพร็อพเป็นไวน์จากหลายภูมิภาคทั้งโลกเก่าโลกใหม่ วิสกี้ แม่ พ่อ น้องชาย ความชิงชังชีวิตเซอะซะที่บ้านเกิด อาชีพในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ความมุ่งหมายใฝ่ฝันที่ไม่มีวันไปถึง ชีวิตจริง คนจริงๆ ที่ล่วงลับดับหายไปในช่วงปีของการเปลี่ยนผ่าน วาด ระวี แป๊ด ก็องดิด ถนอม ชาภักดี (ถ้าหนังสือออกช้ากว่านี้สักหนึ่งไตรมาสอาจปรากฏนามอาจารย์ตุล)นักอ่านคนหนึ่งลองพยายามอธิบายเพิ่มอีกนิดเมื่อแกะคำดู ชิ้นที่สั้นๆ นั้นเหมือนภาพเขียนที่มองไกลๆ ก็เห็นแบบหนึ่ง แต่เมื่อเข้าไปใกล้ๆ จะเห็นร่องรอยความจงใจใช้ฝีแปรงทิ้งร่องรอยวิจิตรพิศดารไว้แต่ละชิ้นแยกเป็นอิสระจากกัน บ้างเป็นเหมือนจดหมาย บ้างเป็นวาบความคิดที่เรามักจะพิมพ์ทิ้งไว้แล้วสุดท้ายเปลี่ยนใจเป็น only me บ้างเป็นการขโมยชีวิตอื่นมาเล่า เล่นบทพระเจ้านักทำหนังทดลอง บ้างคือการเป็นตัวละครในหนังเศร้าๆ ของตนเองแล้วตั้งแต่บทแรก ตอนแรก นักเขียนก็บอกอยู่ทนโท่ว่านี่คือการเขียนเพื่อเป็น มิใช่การเขียนเพื่ออธิบายความหมายแห่งการเป็นสิ่งใดเขาอยากไป ‘ที่อื่น’แต่เมื่อกายหยาบไปไม่ได้ ให้ตัวบทนั้นเดินทางไปให้ไกลเมื่อการเขียนคือการเป็น การเขียนคือการดำรงอยู่ ตัวอักษรคือชีวิตของตัวนักเขียนเอง การดำรงอยู่นี้ที่เป็นชีวิต ออแกนิค ไร้ระเบียบ มีความสะเปะสะปะเช่นเดียวกับบ้านที่เราอยู่อาศัยจริงๆ มิใช่บ้านในนิตยสาร เป็นปกหนังสือบนกระดาษจริงๆ มิใช่ภาพม็อคอัพจากไฟล์ PSD เป็นสิ่งที่ขาดบ้างเกินบ้างห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ ชีวิตที่ผ่านไปสู่ครึ่งหลังคือชีวิตที่โอบรับกับความเป็นจริงและลืมตาตื่น(เสียที!)วัยห้าสิบและความคิดฝันถึงการอพยพเร่ร่อน? ฝันสลาย ฝันค้าง ตัวละครสานฝันเล็กน้อยด้วยการไปตากอากาศ เป็นศิลปินในพำนักภาพจำหลักของความเป็นนักเขียน ตัวอักษรที่เรายึดเป็นสรณะหนักหนาว่าคือชีวิต มีคุณค่าเพราะรางวี่รางวัลเชิดชูเกียรติ หรือวัดคุณค่าด้วยเอนเกจเมนต์จะแจ้งของ ‘มิตรสหาย‘ ผู้เติมเต็มความกระหายแก่กันและกันด้วยการมองเห็นและถูกมองเห็น ราดรดความแห้งผากด้วยสัญญาณเน็ต และนักเขียนพลันกลายเป็นนักพ่นมุขตลกห้าบาทสิบบาทเพื่อส่งเสริมอัตตาแห่งตนใช่ นี่คือการเขียนเพื่อการเป็น และการอ่านคือการรับรู้ถึงความเป็นเมื่อหน้ากระดาษสุดท้ายอันว่างเปล่ามาถึง ทิ้งให้ชิ้นส่วนฝันสักคืนถึงชิ้นส่วนเหล่านั้น ถ้า วาด รวี ยังอยู่ก็คงดี คงสมน้ำสมเนื้อเหลือเกินกับการละเล่นเอาเถิดเอาล่อนี้ และคงรู้สึกได้ถึงการปลอบประโลมในหน้าสุดท้าย… อุทิศครับ คุณเองก็เก่งมากนะที่ยังอยู่ตรงนี้
Nuné29 reviewsFollowFollowReadJanuary 12, 2026ดีใจที่คุ้นชื่อจากการเกือบไปดูนิทรรศการเลยได้ซื้อมาลองอ่าน ที่พัทยา ในวันที่โตเกินควรจะร้องไห้หงุดหงิดจะเป็นจะตายกับการลืมหนังสือไว้ที่บ้าน อยู่เฉย ๆ มันจะตายไหม(ตาย) เป็น reminder ว่าก่อนปิดประตูบ้าน อย่าลืมตรวจเช็กว่าไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง แต่ถึงลืมก็ไม่เป็นไรหรอก เท่เสมอ