เข้าใจว่าเล่มนี้ต้องปู ๆ เซ็ตติ้งก่อน เพราะเรื่องราวเพิ่งเริ่มต้นเลยอาจมีบางฉากขมวดคิ้วกับขัดใจอยู่บ้าง เราให้คะแนนแยกตามเล่มเลย แต่นาน ๆ ทีจะมีแฟนตาซีไทยจ๋าพ่วงด้วยคำจากบาลีสันสกฤตมากมายทั้งที ต้องตามต่อจนสุดทางอยู่แล้ว โอย ไอเลิฟบาลีซะด้วยสิ
ยอมรับจากใจว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านแฟนตาซีแล้ว เลยไม่รู้ว่ากะเกณฑ์ควรจะเป็นแบบไหน แต่ถ้าถามเรื่องโรมานซ์ความเคมีเคใจของคู่พระนางในเล่มนี้ พระนางใช่มะ? รักษ์นารากับภาคินทร์ คำตอบคือฉันยิ้มลำพัง หัวเราะลำพูนอยู่บ้าง บุญบาป เคมีเข้ากันอยู่เด้อ ชีนาราก็เด็กตาแป๋ว ๆ เรียบร้อย น่ารัก นุ่มนิ่ม มีชาติกำเนิดและพลังอันลึกลับ แอบชอบหนุ่มเกเรโดดเรียนผู้มากความสามารถ ลูกชายเพียงคนเดียวของหนึ่งในตระกูลใหญ่ ผู้ใช้พลังกศิณ (ธาตุ) น้ำ แต่พี่แกใจร้อนอยู่บ้าง เลยได้ฟีลเป็นวังน้ำวนหรือไม่ก็คลื่นห่าใหญ่ในมหาสมุทร และถึงฉันจะไม่เข้าใจก็ตามว่ารักษ์นาราเธอไปชอบเขาได้ยังไง เป็นงง รักแรกพบเหรอลูก แต่ผู้บ่าวก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นไง เขาโดนใส่ร้าย พอได้มาอยู่ด้วยกันก็มีโมเม้นต์จิ้น ๆ ฟิน ๆ ฉันจะอยู่ข้างเธอ อะไรแนว ๆ นี้เล็กน้อย โดยรวมก็ราบรื่นน่ารักดีค่ะ
คือตอนแรกนึกว่าจะมาเวย์โรงเรียนเวทมนตร์แบบไทย ๆ ไง เรียนหนังสือ ใส่ผ้าซิ่นผ้าถุงไปเรียน ใช้ธาตุน้ำจีบเธอในห้อง หิ้วกระดานชนวนเดินในโถงด้วยกันอะแก๊ ปรากฏว่าฉันเข้าใจผิดไปเองเพราะมันมีโรงเรียนเฉย ๆ 555 มันคือแฟนตาซีแบบไทยน่ะ จริงจัง มาคุ การเมือง ความลับ มาฉากแรกซัดกันละ เอ้า พระเอกตีกับคนอื่นบ่อยอีก เพื่อนกับน้องนางเอกก็ตีกันบ่อยไม่ต่างกัน (แต่นักเขียนบรรยายฉากต่อสู้ดีใช้ได้เลยนะ) มีความ 4King เลือดร้อน ห้าวเป้ง แป๊บ ๆ หยิบพัด ซัดน้ำ เสกไฟ ปั้นดิน ตีกันตุ้บตั้บ
เพราะงั้นใครคาดหวังว่าเขาจะมาเรียนกันในเล่มนี้คือสลัดความคิดนั้นทิ้งไปค่ะ เพราะตัวละครหลักทุกคนในเล่มนี้เขามีฝีมือกันพอตัว นางเอกก็ถูกวางบทให้ฉลาดสุด ๆ ผองเพื่อนของเธอก็เก่ง ไม่ค่อยเพลี่ยงพล้ำง่าย ๆ เชียร์ได้แบบสบายใจ แป๊บ ๆ เจอเรื่อง มีคนมาหาเรื่อง มีการประลอง มีการเสียน้ำตา มีความกลุ้มใจ พลังของฉันมันน่ากลัว! ฉันมันปีศาจ!
แต่ไม่เครียดเกินไปนะ นักเขียนมีหยอดมุกตลก มีตัวละครขี้โวยวาย กับฉากชวนขำมาบ้าง เราแค่อาจไม่ค่อยคลิกกับมุกนี้จนหลุดหัวเราะได้ แต่หลายคนน่าจะชอบค่ะ ทั้งนางเอกและพระเอกต่างมีความลับ ซึ่งเล่มนี้ก็เปิดเผยมาพอสมควร แต่มันยังไม่หมดเว้ย เล่มหน้าก็น่าจะมีอะไรให้เซอร์ไพรส์อีก และบางฉากคืออ่านไปใจเต้นไปเลยนะ มันมีความลุ้นอยู่พอตัวเลย!
กับอีกจุดหนึ่งคือเขาบรรยายฉากต่อสู้ได้ดีพอสมควร แต่สำหรับฉากหวานนี่อาจจะมาแบบปุบปับและดูทื่อ ๆ ไปบ้างในบางจุด แต่ก็เข้าใจได้ว่านักเขียนเป็นสายแฟนตาซี ไม่ได้เน้นรัก แค่มีโมเม้นต์บ้างให้ชุ่มชื่นหัวใจ พัฒนาการของพระนางในเล่มนี้ยังรู้สึกว่างืม ไปถึงจุดนั้นเลยมันไวไปนา ถ้าดูจากการที่ต่างฝ่ายเพิ่งมาคุยกันอย่างจริงจัง และด้วยความที่มันเป็นแฟนตาซีเซ็ตติ้งไทย หลากเหตุการณ์กับคำคุ้น ๆ ในเรื่องก็จะทำให้เรานึกภาพถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นในไทยนั่นแหละ ซึ่งเล่มนี้มีแต่ตัวละครเก่งกาจ ทุกอย่างเลยจะดูราบรื่นในมุมที่เราแอบขมวดคิ้วหน่อย ๆ
คือมันจะมีความติดสินบน ทัศนคติแบบไทย ๆ การเหยียดเอยไรเอย ซึ่งเราชอบนะ มันโคตรไทยดี ความราชการ ความทหาร55555 เข้าใจว่านิยายแฟนตาซีฝรั่งมันก็มีเรื่องแบบนี้เหมือนกัน แต่ในมุมเรารู้สึกว่าการแก้ปัญหา หรือการต่อรองในเรื่องมันควรจะราบรื่นง่ายดายขนาดนั้นเลยเหรอ คงเพราะมีบทพูดบางฉาก สถานการณ์บางจุด ช่องโหว่ของอำนาจในตระกูลที่ปูมาน่ากลัวมาก แต่บทจะลอบเข้าไปได้ก็ราบรื่นเฉยเลย ปัญหาโคตรใหญ่ แต่บทจะแก้ก็แก้กันง่ายเชียว มีบางฉากที่ยังโน้มน้าวให้เราเชื่อถือและคล้อยตามไม่ได้ค่ะ
แต่ก็ยังถือว่าเล่ม 1 อยู่ ปูพื้นกันไป หลังจากนี้คงเข้มข้นขึ้น
และสิ่งที่ยังไม่ค่อยถูกเปิดเผยในเล่มนี้ คงจะเป็นเซ็ตติ้งของโลกและสังคมความแฟนตาซีของเรื่องนี้แหละ ยังไม่ค่อยเห็นวิถีชีวิตชาวบ้านสักเท่าไหร่ บทตอนไปทัศนศึกษากันนี่เรายังแอบคิดในใจ เด็ก ๆ เขาเดินเท้าหรือรถทัวร์หว่า (ในเล่มนี้ใช้เกวียนจ้ะ) ทั้งที่เขาเกริ่นมาว่าคนที่ใช้พลังธาตุในโลกนี้ไม่ได้ มีแทบจะ 7:10 เลยนะ มันต้องเกิดอะไรขึ้นบ้างแล้ว น่าจะเกิดขึ้นในเล่มต่อ ๆ ไปแหละ
แอบเดาว่าคงมีการปฏิวัติเกิดขึ้นบ้าง มีแววได้เลือกนายกกัน555 ขนาดชื่อโรงเรียนในเรื่องยังเพิ่งจะมาบอกช่วงบทท้าย ๆ เลย ว่ามันเป็นระบบแบบมีทั้งโรงเรียนที่เน้นเจาะลึกแต่ละกศิณธาตุโดยเฉพาะ แล้วก็มีโรงเรียนแนวสหศึกษา แต่เปลี่ยนจากเพศเป็นเอาคนธรรมดากับพวกมีพลังมารวมกัน 😂 แต่ไม่เป็นไร 4 เล่มจบ ต้องปูหน่อย เราจะเรียนรู้โลกใบนี้ไปพร้อม ๆ กัน!
นิดนึง ฉันแอบชิพเตชินท์พิมายอยู่นิดนึง หนุ่มไฟสาวลม ตีกันขนาดนี้ลูกดกชัวร์ ฟันธง
ส่งท้าย การอุทานด้วยคำว่า เอ๊ะ! เนี่ย ดูไม่ค่อยไทยสักเท่าไหร่? บางครั้งนี่เลยเผลอมองน้องรักษ์นาราเป็นสาวญี่ปุ่นอาโนเนะอยู่บ้าง