Jump to ratings and reviews
Rate this book

รามเกียรติ์ ฉบับมหาชน

Rate this book
ส. พลายน้อย นักเขียนสารคดีผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวรรณกรรม สาขาวรรณศิลป์ (สารคดี) นำเรื่องรามเกียรติ์ซึ่งเป็นวรรณคดีเรื่องยิ่งใหญ่ของเอเชีย มาเล่าใหม่ให้สั้นกระชับ แต่คงเนื้อหารายละเอียดไว้ครบถ้วน ช่วยให้รู้เรื่องได้เร็วขึ้น และแทรกเรื่องเกร็ดเบ็ดเตล็ดต่างๆ ซึ่งหนังสือเล่มอื่นไม่มี

"ในด้านความเชื่อของประชาชนก็ยังมีความรู้สึกผูกพันกับเรื่องรามเกียรติ์อยู่มาก ตามความรู้สึกของคนรุ่นเก่า แม้จะชอบฟังชอบดู แต่ก็มีความกลัวเกรงอยู่บ้าง เช่น ห้ามนำรูปยักษ์รูปมารเข้าบ้าน เคยมีเรื่องเล่ากันว่า หัวโขนฝ่ายยักษ์กับหัวโขนฝ่ายวานร เมื่อเอาไปเก็บรวมไว้ในห้องเดียวกัน เคยวิวาทสู้รบกัน หรือเมื่อสวมแล้วถอดไม่ออก ต้องให้ผู้รู้ที่มีประสบการณ์แก้อาถรรพ์ ที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่งก็คือ คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนชอบเรียกหนุมานว่า หัวละมาน เรียกคนที่มีรูปร่างใหญ่โตว่า ยักษ์ปักปลั่น เรียกลูกอกตัญญูทำร้ายพ่อแม่ว่า ลูกทรพี เรียกคนที่ทำเกินคำสั่งว่า เหาะเกินลงกา เรียกคนที่ทำหน้าเศร้าว่า ทำหน้าเป็นนนทุก เรียกคนที่ทำหน้าถมึงทึงว่า ตีหน้ายักษ์ นอกจากนี้ยังมีสำนวนโวหารที่มาจากเรื่องรามเกียรติ์อีกมากมาย"

304 pages, Paperback

First published April 1, 2011

21 people are currently reading
284 people want to read

About the author

ส. พลายน้อย

37 books4 followers
นายสมบัติ พลายน้อย เกิดวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2472 ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จบการศึกษาประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษประถม (พ.ป.) และ ได้รับทุน ให้ไปอบรมการจัดรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาที่ N.H.K. ประเทศญี่ปุ่น เริ่มรับราชการครั้งแรก เป็นเสมียนสรรพากรและเปลี่ยนอาชีพไปรับราชการครู ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานโสตทัศนูปกรณ์และเอกสารสิ่งพิมพ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และเป็นบรรณาธิการวารสารวัฒนธรรมไทย และได้ลาออกจากราชการเพื่อเขียนหนังสือแต่เพียงอย่างเดียว

นายสมบัติ พลายน้อย หรือ ส. พลายน้อย เป็นนักประพันธ์ที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษและผลงานเขียนกว่า 100 เรื่อง เป็นสิ่งพิสูจน์ให้เห็นความเป็นนักเขียนอาชีพ ซึ่งเหลือเพียงน้อยคนแล้วในปัจจุบัน แม้โลกปัจจุบันจะก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารจนผู้คนนิยมค้นคว้าหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ต แต่เชื่อมั่นได้ว่าผลงานวรรณกรรมของ ส. พลายน้อย จะเป็นหนังสือที่ให้สาระความรู้ ความเพลิดเพลิน จนถึงเป็นหนังสืออ้างอิงของผู้อ่านไปอีกยาวนาน ในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเปิดโลกแห่งความรู้ ความคิด และจินตนาการแก่ผู้อ่านมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ ส. พลายน้อย ได้รับการยกย่องจากองค์กรวรรณกรรมและองค์กรวัฒนธรรม ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ส. พลายน้อยก็ยังมิได้วางมือจากการอ่านและการเขียน

ชีวิตประจำวันของ ส. พลายน้อย อยู่กับการอ่านหนังสือและการเขียนหนังสือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ จึงกล่าวได้ว่า ส. พลายน้อยได้อุทิศตนเป็นผู้อนุรักษ์ สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม และเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยด้วยผลงานสารคดีที่มีวรรณศิลป์อันมีคุณูปการยิ่งต่อสังคมไทย ผลงานได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง และยังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างสม่ำเสมอจนได้รับรางวัลและประกาศเกียรติคุณจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมสาขาวรรณศิลป์ (สารคดี ) ประจำปี พ.ศ. 2539 รางวัล “นักเขียนอมตะ” คนที่ 4 ประจำปีพุทธศักราช 2551 และได้รับประกาศยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย พุทธศักราช 2552


ประวัติชีวิต

ปัจจุบันอายุ 81 ปี เกิดวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บิดาชื่อ นายผล พลายน้อย มารดาชื่อ นางผิว พลายน้อย ภรรยาชื่อนางจงกล พลายน้อย มีบุตรชาย 1 คน ชื่อนายอภิจัย พลายน้อย (ภรรยาชื่อ นางเพลินจันทร์ มีบุตร 2 คน ชื่อธนานันต์และธนัญญา)

ประวัติการศึกษา

ชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนประชาบาล วัดประดู่ทรงธรรม ชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษประถม (พ.ป.) ได้รับทุนการศึกษาไปอบรมการจัดรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ณ สถานีวิทยุ N.H.K ประเทศญี่ปุ่น พ.ศ. 2511

ประวัติการทำงาน

เริ่มทำงานเป็นเสมียนสรรพากรจนอายุได้ 18 ปี รับราชการครู ที่ว่าการอำเภออุทัย เป็นเวลา 5 ปี ข้าราชการพลเรือน กองเผยแพร่การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ บรรณาธิการวารสารวิทยุศึกษาของสถานีวิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และวารสารจันทรเกษม ของกรมการศึกษานอกโรงเรียน รับราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กองส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2527 บรรณาธิการวารสารวัฒนธรรม เกษียณอายุราชการ พ.ศ. 2528 เมื่ออายุ 56 ปี ในตำแหน่งหัวหน้างานเลขานุการ นักวิชาการ ระดับ 6 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ

หลังลาออกจากราชการแล้ว ทำงานด้านการประพันธ์เต็มตัว เขียนบทความให้แก่นิตยสารต่าง ๆ เป็นประจำสม่ำเสมอ เช่น ศิลปวัฒนธรรม สารคดี เมืองโบราณ ต่วย’ตูน ทั้งยังเป็นอนุกรรมการ ราชบัณฑิตยสถาน อนุกรรมการสำนักงานสร้างเสริมเอกลักษณ์ของชาติ และวิทยากรพิเศษบรรยาย ให้ความรู้ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ

เกียรติคุณที่ได้รับ

พ.ศ. 2517 หนังสือเรื่อง พฤกษนิยาย ได้รับรางวัลจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2532 หนังสือเรื่อง ยาขอบ ชีวิตและงานของผู้แต่งอมตนิยายผู้ชนะสิบทิศ ได้รับรางวัล ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
พ.ศ. 2535 หนังสือเรื่อง อัญมณีนิยาย ได้รับรางวัลในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
พ.ศ. 2536 หนังสือเรื่อง สัตว์หิมพานต์ ได้รับรางวัลของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพฯ
พ.ศ. 2537 หนังสือเรื่อง เกร็ดย่อยร้อยเรื่อง ได้รับรางวัลของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพฯ
พ.ศ. 2538 หนังสือเรื่อง เกิดในเรือ ได้รับรางวัลจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และหนังสือเรื่อง “จันทรคตินิยาย” ได้รับรางวัลของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ
พ.ศ. 2539 ได้รับประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็น ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาวรรณศิลป์ (สารคดี ) ประจำปี พ.ศ. 2539
พ.ศ. 2540 ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศา

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
32 (61%)
4 stars
8 (15%)
3 stars
6 (11%)
2 stars
3 (5%)
1 star
3 (5%)
Displaying 1 - 4 of 4 reviews
Profile Image for Srisurang.
Author 15 books153 followers
July 2, 2014
อ่านแล้วเพลินดีน่ะ ชอบไหวพริบและความเก่งกาจของหนุมาน และขำกึ่งระอากับความหัวดื้อของทศกัณฑ์ ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องช่วงกลางจะวนๆ ตรงการรบ รบแล้วรบอีกด้วยวิธีหลักเดิมๆ ไปๆ มาๆ เปลี่ยนแค่รายละเอียดและแม่ทัพของฝ่ายยักษ์ ซึ่งไปสรรหาเพื่อน ญาติ ต่างๆ มารบกับฝ่ายพระราม แล้วก็ตายกันไปเรื่อยๆ ราวกับใบไม้ร่วงจนหมดวงศ์ของทศกัณฑ์ในที่สุด(ตอนจบเรื่อง) แต่ก็อ่านไม่เบื่อ เพราะผู้เขียนสรุปย่อตรงที่เหมือนกันและบอกรายละเอียดที่ต่างไปซึ่งน่าสนใจในแต่ละครั้ง (ถ้าตรงนี้เราอ่านกลอนเองก็อาจจะเบลอๆ ไม่ทันสังเกตก็เป็นได้)

ที่จริงมีฉบับเต็มร้อยกรอง พระราชนิพนธ์ ร.๑ เล่มหนาๆ สี่เล่มด้วยนะ แต่อ่านไปแค่ตอนต้นจนถึงพระรามแยกกับนางสีดา แล้วก็ฉากรบแรกๆ จากนั้นความที่เราไม่ชอบอ่านเรื่องรบ ก็เลยวางไปค่ะ เพราะเนื้อหารามเกียรติ์ส่วนใหญ่คือฝ่ายยักษ์รบกับลิงนั่นแหละ รบแล้วรบอีกพุ่งหอกแผลงศรกันไปมาสิบกว่าปีน่ะ เริ่มตั้งแต่ลูกหลานทศกัณฑ์ที่มาออกรบ ญาติมิตร ทศกัณฑ์รู้จักใครไปชวนมารบหมด กว่าจะสังหารตัวทศกัณฑ์ได้ ตอนอ่านร้อยกรองเลยเปิดผ่านไม่ได้อ่านการรบส่วนใหญ่ ไปอ่านช่วงท้ายตอนพระรามได้กลับมาพบนางสีดาอีกที นางสีดาลุยไฟ แล้วมีแง่ๆ งอนๆตอนท้ายเรื่องอีกหน่อย
ดังนั้นจึงเพิ่งได้มาอ่านเนื้อเรื่องแบบย่อโดยละเอียดครบทั้งเรื่องในเล่มนี้นี่เองค่ะ เหมาะไว้อ้างอิงมาก ว่ารบกับอินทรชิตยังไง รบกับกุมภกัณฑ์หรือยักษ์อื่นตนใดยังไง การรบครั้งไหนที่มีความแปลกแตกต่างไปบ้าง ตอนไหนที่เขาชอบนำมาแสดงโขน มีเนื้อหาอย่างไร ตอนที่เราคุ้นเคยมาแต่เล็กแต่น้อยที่นำมาเล่นโขนโรงเรียน เช่น พาลีสอนน้อง จองถนน นางลอย กำเนิดมัจฉานุ ก็ได้มาอ่านระลึกความหลังอีกครั้งนึงค่ะ

บางตอนผู้เขียนท่านยกกลอนมาให้อ่านบ้าง บางตอนก็มีเกร็ดอื่นๆ แทรกไว้เป็นความรู้เพิ่มเติม ดังนั้นจึงเป็นหนังสือที่ดีมากๆ เหมาะทั้งผู้ที่ไม่เคยอ่านฉบับร้อยกรองจริงๆ อยากรู้ว่ารามเกียรติ์มีเนื้อเรื่องอย่างไร และผู้ที่เคยอ่านฉบับร้อยกรองแล้ว จะได้มีสรุปเนื้อหาและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไว้ประดับความรู้ด้วยค่ะ
ท้ายเล่มยังมีดัชนีชื่อตัวละคร (ซึ่งเยอะจัด) สถานที่ เขา ถ้ำต่างๆ เพื่อให้หาอ้างอิงโดยสะดวกด้วย
Displaying 1 - 4 of 4 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.