What do you think?


วิมวากร
เมื่อสองตระกูลไม่ถูกกัน ดาไมย์จึงเกลียดวิมวากรเข้าไส้
แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าทุกอย่างที่อยู่ในใจของดาไมย์
อีนิกม่าตัวนั้นจะได้ยินหมดเลย
แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าทุกอย่างที่อยู่ในใจของดาไมย์
อีนิกม่าตัวนั้นจะได้ยินหมดเลย
2251 pages, ebook
Published December 21, 2024
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 1 of 1 review
August 10, 2026
ฉันโดนตกเพราะติดรายตอน "รินรดล" พอมีคนบอกว่าคาแรกเตอร์ตัวเอกเหมือน "วิมวากร" แต่สลับอายุ คนละเวิร์ส และอ่านใจไม่ได้ ฉันก็เลยมาอ่านวิมวากรก่อน
วิมวากรเป็นภาคต่อ รุ่นลูกของ "ดาราดิเรก" ซึ่งเรื่องพ่อแม่เหมือนจะยังเขียนไม่จบ แต่อ่านเล่มนี้ได้ไม่มีปัญหา
สิ่งที่ทำให้นิยายเรื่องนี้สนุกคือการดีไซน์คาแรกเตอร์ตัวละคร และการบรรยายของนักเขียน นายเอก "ดาไมย์" เป็นคนที่น่าสนใจมาก หลานชายของตระกูลตกอับ ภาพลักษณ์ในวงสังคมก็ไม่ดี ทำอะไรก็มีแต่ข่าวลือเสียหาย ทำอะไรไม่แคร์ภาพลักษณ์ตัวเองเท่าไร ส่วนพระเอก "วิมวากร" เจ้าหมูนิ่ม ลูกชายคนเดียวของดาราดิเรก ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นอริกับตระกูลนายเอกเพราะเรื่องราวในอดีต ซึ่งอิพระเอกโคตรยันเดเระเลยแหละ แต่นายเอกมองฮีเป็นแค่หมูนิ่ม แก้มนิ่ม เด็กไม่รู้จักโต ต้องปกป้อง ฟิลเตอร์หนาสิบนิ้ว สิ่งที่คนอื่นไม่รู้คือพระเอกเป็นอีนิกม่าและมีความสามารถในการอ่านใจ แล้วเสียงในหัวนายเอกตลกมาก555555
สองคนนี้จะไม่มีทางลงเอยกันได้เลยถ้าพระเอกไม่มีความสามารถในการอ่านใจ หรือถึงจะลงเอยกันได้ก็น่าจะใช้เวลานานกว่านี้มาก และคง toxic มากแน่ๆ ด้วยคาแรกเตอร์ "ดาไมย์" ที่ทำทุกอย่างอ้อมโลก วิธีการของดาไมย์ในการที่จะได้สิ่งต่างๆ มาไม่เคยเป็นเส้นตรง ต้องคิดหลายชั้น และถนัดหลอกตัวเอก ขนาดเสียงในหัวที่วิมวากรอ่านได้บางทียังหลอกตัวเองเลย ดาไมย์สามารถเสียสละตัวเองให้คนอื่นมองไม่ดีได้ง่ายๆ ไม่แคร์ เกลียดฉันก็ไม่เป็นไร วิธีการที่ฮีปกป้องพระเอกหรือแก้แค้นพระเอกถึงได้ตลกมาก😂
ส่วนวิมวากรพระเอกของเรา เป็นราชสีห์ที่ยอมตามใจเหยื่อ ให้อิสระ อนุญาตให้ดื้อ แต่เฝ้ามองตลอดเวลา เพราะรู้ว่าดาไมย์เป็นคนยังไง ถึงขั้นเคยคิดว่ากว่าตัวเองจะวางแผนทุกอย่างและได้คบกับดาไมย์ก็น่าจะตอนตัวเองอายุ 40 แต่ดันบังเอิญได้แต่งงานกับดาไมย์แบบงงๆ เพราะอะไรต้องไปอ่านเอง แต่เหตุผลตลกมาก555555
วิมวากรรู้ว่าเข้าใกล้ดาไมย์มากเกินไปดาไมย์จะหนี ภูมิหลังของดาไมย์ทำให้ดาไมย์เป็นแบบนััน ถ้ารู้สึกว่าอะไรๆ มากเกินไปก็จะหนี มีกำแพงสูงมาก หรือขุดหลุมให้ตัวเองลึกมากก็ไม่แน่ใจ กลัวที่จะวางใจในมือใครสักคน รู้สึกถึงความรักแต่ไม่ยอมให้ตัวเองรู้สึก เพราะมีประสบการณ์ว่าไม่มีอะไรแน่นอน ถึงจะได้รับคำสัญญาอะไรมาก็ไม่เคยเชื่อ
นักเขียนบอกว่า "วิมวากร" มีความหมายว่า ดุจดวงอาทิตย์ ซึ่งวิมวากรไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นดวงอาทิตย์ แต่ดาไมย์ต่างหากที่เป็นดวงอาทิตย์ของวิมวากร เหมือนว่ามองไปที่ดาไมย์ก็ราวกับเห็นดวงอาทิตย์ดวงน้อย เปล่งประกายในโลกของวิมวา ส่วนเราที่เป็นนักอ่านก็มองว่าวิมวากรเป็นดวงอาทิตย์ของดาไมย์เช่นกัน คนที่ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ปกป้องและดูแลคนอื่นมาตลอด มีคนที่จะทำหน้าที่นั้นให้ตัวเองแล้ว สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ สามารถ confine in วิมวาได้
ซีนที่เราประทับใจที่สุดในเรื่องนี้คือซีนที่ดาไมย์บอกรักวิมวา เป็นอะไรที่เรียบง่าย ธรรมดา วิมวากรไม่เคยคาดหวังว่าจะได้ยินคนอย่างดาไมย์พูดคำว่ารักเลยด้วยซ้ำ🥹 แต่ตอนที่ดาไมย์ตระหนักว่าชีวิตมันสั้นแค่ไหนแล้วเอ่ยปากบอกคำว่ารักอย่างตรงไปตรงมามันประทับใจเรามาก
เป็นสองคนที่รักกันมากเหลือเกิน ขอให้มีความสุขอยู่เสมอ
วิมวากรเป็นภาคต่อ รุ่นลูกของ "ดาราดิเรก" ซึ่งเรื่องพ่อแม่เหมือนจะยังเขียนไม่จบ แต่อ่านเล่มนี้ได้ไม่มีปัญหา
สิ่งที่ทำให้นิยายเรื่องนี้สนุกคือการดีไซน์คาแรกเตอร์ตัวละคร และการบรรยายของนักเขียน นายเอก "ดาไมย์" เป็นคนที่น่าสนใจมาก หลานชายของตระกูลตกอับ ภาพลักษณ์ในวงสังคมก็ไม่ดี ทำอะไรก็มีแต่ข่าวลือเสียหาย ทำอะไรไม่แคร์ภาพลักษณ์ตัวเองเท่าไร ส่วนพระเอก "วิมวากร" เจ้าหมูนิ่ม ลูกชายคนเดียวของดาราดิเรก ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นอริกับตระกูลนายเอกเพราะเรื่องราวในอดีต ซึ่งอิพระเอกโคตรยันเดเระเลยแหละ แต่นายเอกมองฮีเป็นแค่หมูนิ่ม แก้มนิ่ม เด็กไม่รู้จักโต ต้องปกป้อง ฟิลเตอร์หนาสิบนิ้ว สิ่งที่คนอื่นไม่รู้คือพระเอกเป็นอีนิกม่าและมีความสามารถในการอ่านใจ แล้วเสียงในหัวนายเอกตลกมาก555555
สองคนนี้จะไม่มีทางลงเอยกันได้เลยถ้าพระเอกไม่มีความสามารถในการอ่านใจ หรือถึงจะลงเอยกันได้ก็น่าจะใช้เวลานานกว่านี้มาก และคง toxic มากแน่ๆ ด้วยคาแรกเตอร์ "ดาไมย์" ที่ทำทุกอย่างอ้อมโลก วิธีการของดาไมย์ในการที่จะได้สิ่งต่างๆ มาไม่เคยเป็นเส้นตรง ต้องคิดหลายชั้น และถนัดหลอกตัวเอก ขนาดเสียงในหัวที่วิมวากรอ่านได้บางทียังหลอกตัวเองเลย ดาไมย์สามารถเสียสละตัวเองให้คนอื่นมองไม่ดีได้ง่ายๆ ไม่แคร์ เกลียดฉันก็ไม่เป็นไร วิธีการที่ฮีปกป้องพระเอกหรือแก้แค้นพระเอกถึงได้ตลกมาก😂
ส่วนวิมวากรพระเอกของเรา เป็นราชสีห์ที่ยอมตามใจเหยื่อ ให้อิสระ อนุญาตให้ดื้อ แต่เฝ้ามองตลอดเวลา เพราะรู้ว่าดาไมย์เป็นคนยังไง ถึงขั้นเคยคิดว่ากว่าตัวเองจะวางแผนทุกอย่างและได้คบกับดาไมย์ก็น่าจะตอนตัวเองอายุ 40 แต่ดันบังเอิญได้แต่งงานกับดาไมย์แบบงงๆ เพราะอะไรต้องไปอ่านเอง แต่เหตุผลตลกมาก555555
วิมวากรรู้ว่าเข้าใกล้ดาไมย์มากเกินไปดาไมย์จะหนี ภูมิหลังของดาไมย์ทำให้ดาไมย์เป็นแบบนััน ถ้ารู้สึกว่าอะไรๆ มากเกินไปก็จะหนี มีกำแพงสูงมาก หรือขุดหลุมให้ตัวเองลึกมากก็ไม่แน่ใจ กลัวที่จะวางใจในมือใครสักคน รู้สึกถึงความรักแต่ไม่ยอมให้ตัวเองรู้สึก เพราะมีประสบการณ์ว่าไม่มีอะไรแน่นอน ถึงจะได้รับคำสัญญาอะไรมาก็ไม่เคยเชื่อ
นักเขียนบอกว่า "วิมวากร" มีความหมายว่า ดุจดวงอาทิตย์ ซึ่งวิมวากรไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นดวงอาทิตย์ แต่ดาไมย์ต่างหากที่เป็นดวงอาทิตย์ของวิมวากร เหมือนว่ามองไปที่ดาไมย์ก็ราวกับเห็นดวงอาทิตย์ดวงน้อย เปล่งประกายในโลกของวิมวา ส่วนเราที่เป็นนักอ่านก็มองว่าวิมวากรเป็นดวงอาทิตย์ของดาไมย์เช่นกัน คนที่ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ปกป้องและดูแลคนอื่นมาตลอด มีคนที่จะทำหน้าที่นั้นให้ตัวเองแล้ว สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ สามารถ confine in วิมวาได้
ซีนที่เราประทับใจที่สุดในเรื่องนี้คือซีนที่ดาไมย์บอกรักวิมวา เป็นอะไรที่เรียบง่าย ธรรมดา วิมวากรไม่เคยคาดหวังว่าจะได้ยินคนอย่างดาไมย์พูดคำว่ารักเลยด้วยซ้ำ🥹 แต่ตอนที่ดาไมย์ตระหนักว่าชีวิตมันสั้นแค่ไหนแล้วเอ่ยปากบอกคำว่ารักอย่างตรงไปตรงมามันประทับใจเรามาก
เป็นสองคนที่รักกันมากเหลือเกิน ขอให้มีความสุขอยู่เสมอ
Displaying 1 - 1 of 1 review


