Jump to ratings and reviews
Rate this book

เช้าที่ไม่อยากตื่น ค่ำคืนที่ไม่อยากหลับ

Rate this book
“เช้าที่ไม่อยากตื่น ค่ำคืนที่ไม่อยากหลับ” เป็นหนังสือรวมข้อเขียนและเรื่องเล่าที่สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการเติบโตของมนุษย์ที่ต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตด้านต่างๆ ทั้งเรื่องการเติบโตในแต่ละช่วงวัย ทั้งเรื่องการทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้คนทั้งระหว่างคนในครอบครัว เพื่อน และคนร่วมสังคม ซึ่งหลายเรื่องอาจทำให้เราไม่อยากตื่นมาเผชิญหน้าความจริง หรือไม่อยากหลับเพราะยังตกอยู่ในวังวนของปัญหา หนังสือเล่มนี้ชวนผู้อ่านพิจารณาเรื่องราวต่างๆ ด้วยความอดทน สุขุม และไตร่ตรองมากขึ้น เพื่อให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสติและความหวัง

216 pages, Paperback

Published March 1, 2024

3 people are currently reading
25 people want to read

About the author

12 เรื่อง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ โตมร ศุขปรีชา

1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย

2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี

3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’

4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย

5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน

6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย

7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น

8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล

9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม

10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...

11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง

12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
7 (25%)
4 stars
12 (44%)
3 stars
8 (29%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 10 of 10 reviews
Profile Image for Chawanat.
100 reviews19 followers
August 5, 2025
ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะทำงานได้ดีกับคนที่มีอายุประมาณหนึ่ง ผ่านร้อนหนาว การสูญเสีย และการจากลามาในระดับหนึ่ง ซึ่งเหมาะเจาะพอดีกับตัวเองในตอนนี้

หากจะให้สรุปว่าจุดร่วมของแต่ละบทในหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร ก็คงบอกได้ว่ามันเกี่ยวกับ "ชีวิต" ที่มีทั้งด้านเข้มแข็งและเปราะบาง สุขและทุกข์ อิ่มเอมและว่างโหวง ยาวนานและแสนสั้นไปพร้อมๆ กัน คล้ายกับว่าเอาเข้าจริงแล้วไม่มีคำตอบตรงกลางระหว่าง 2 ขั้วนี้อย่างแท้จริง เพราะ 2 สิ่งดำเนินไปอย่างคู่ขนาน สลับสับเปลี่ยนบทบาทกันในช่วงเวลาต่างๆ และข้อดีของการมีอายุมากขึ้นอาจไม่ใช่การเข้าใจชีวิตดีขึ้น หากคือการ "ยอมรับ" ได้มากขึ้นในสิ่งที่เป็น โอบรับได้มากขึ้นทั้งด้านที่สวยงามและไม่สวยงามของตัวเรา และสามารถขยายการยอมรับนี้ไปยังคนอื่นๆ อีกมากมายที่มีองค์ประกอบและเงื่อนไขในชีวิตไม่เหมือนกับเรา

หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนด้วยสายตาของคนที่ผ่านโลกมาจนถึงจุดที่ยอมรับกับตนเองได้ในหลายๆ เรื่อง แต่ก็ยังเผื่อพื้นที่ให้กับความเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถ้อยคำแต่ละบทนั้นน้อยแต่มาก มีอะไรให้เก็บเกี่ยวระหว่างบรรทัดเยอะเลยทีเดียว และที่สำคัญมันมีบรรยากาศที่ทำให้อะไรๆ สงบและช้าลงขณะที่อ่าน ผมจึงใช้เวลากับเล่มนี้แบบไม่เร่งร้อน แวะมาอ่านวันละบทสองบท บางช่วงงานยุ่งก็ห่างหายไปเลย แต่พอกลับมาอ่านใหม่ก็ยังได้บรรยากาศที่ชวนสงบใจเช่นเคย

ขอยกให้เล่มนี้เป็นหนึ่งในงานเขียนเล่มที่ชอบที่สุดของพี่หนุ่ม โตมร และคิดว่าถ้ามีโอกาสได้หยิบมาอ่านซ้ำอีกครั้งในวัยที่เพิ่มขึ้น อาจเห็นอะไรระหว่างบรรทัดนอกจากนี้ก็เป็นได้
Profile Image for Fai C. -.
156 reviews8 followers
April 24, 2025
ข้อเขียนแนวตกตะกอนสะท้อนความคิดต่อห้วงขณะต่างๆของชีวิต ไม่ใช่ self help ไม่ใช่ life coach แต่ก็มีบางช่วงที่ทำให้เราได้ลองมองย้อนกลับมาทบทวนตัวเองเหมือนกัน

อ่านเพลินๆก่อนนอนได้ ส่วนตัวคิดว่าเล่มอื่นของคุณโตมรอ่านสนุกกว่านี้
Profile Image for MonoNoAware.
268 reviews36 followers
April 28, 2025
"เช้าที่ไม่อยากตื่น ค่ำคืนที่ไม่อยากหลับ" ชื่อหนังสือดึงดูดและชวนอ่านเป็นอย่างยิ่ง เนื้อหาเบาๆ อ่านได้เรื่อยๆ แบบเร็วๆ
Profile Image for Reader Guy.
81 reviews5 followers
August 7, 2025
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ ส่วนนึงคาดหวังจะได้เปิดมุมมองหรืออะไรบางอย่างที่ตัวเองมองข้าม

เป็นหนังสืออ่านสบายๆ อ่านไม่นานก็จบ ส่วนตัวมองว่าหนังสือต้องการแทรกมุมมอง และตั้งคำถามผ่านเรื่องทั่วๆไปในชีวิต

ว่าด้วยเรื่องทั่วๆไปของชีวิต น่าจะเพราะผมยังอายุไม่เยอะมาก บางเรื่องจึงดูเป็นเรื่องไกลตัวเกินจะรู้สึกถึงมันอย่างลึกซึ้ง เช่นความตาย, ความไม่แน่นอนของชีวิต ที่ใช้คำว่ารู้สึก เพราะส่วนตัวคิดว่าตัวเองก็มีมุมมองและความเข้าใจในแบบตัวเองซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างจากเนื้อหาในหนังสือมากนัก ก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไรตอนอ่านในจุดนี้ อารมณ์เหมือนเข้าใจนะ ก็รู้แหล่ะ แต่ไม่ได้มีปัญหาก็เลยไม่ได้สนใจอะไร(บ่น)

แต่ก็ใช่ว่าจะเฉยๆกับเนื้อหาทั้งหมด บางเรื่องที่เกี่ยวกับทำงาน หรืออุปสรรคในชีวิต ก็ยังทำให้รู้สึกเพลิดเพลินตอนอ่านได้อยู่

ความเพลิดเพลินในที่นี้ส่วนใหญ่คงเป็นการหยุดพักจากความคิดเพื่อเปลี่ยนมุมมอง หรือมองปัญหาที่เราเจอผ่านมุมมองที่หนังสือกล่าว
Profile Image for Azel Oor.
22 reviews
November 12, 2025
คุณโตมรมีวิธีการเล่าเรื่องที่เฉียบคมมาก การเปรียบเทียบ ยกตัวอย่าง และขมวดจบในตอนท้ายของแต่ละบทลึกซึ้ง กินใจ และสร้างแรงสั่นสะเทือนทางความคิดและความรู้สึกจนต้องเผลอปิดหนังสือลง ดำดิ่งลงในห้วงความคิดซ้ำๆก่อนพลิกหน้าต่อไป ชอบการเรียงแต่ละบทที่ไล่ไปตั้งแต่เวลาเช้าจรดดึกของแต่ละวัน เปรียบเหมือนจังหวะชีวิตคนที่วนซ้ำ หลับตาเพื่อตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตต่อไปในวันรุ่งขึ้น ที่สำคัญตอนจบของเล่มขมวดทุกอย่างไว้ได้ดีมากจริงๆ

เป็นหนังสือทรงคุณค่า ติดอันดับเล่มที่อยากแนะนำให้อ่านในปีนี้ และจะแนะนำต่อไปเรื่อยๆแม้ว่าจะ sold out ลองอ่านดูนะคะ ไม่ว่าจังหวะชีวิตคุณเป็นแบบไหน คุณจะค้นพบและรู้สึกถึงบางอย่างจากหนังสือเล่มนี้แน่นอน :)
Profile Image for Nopadol Rompho.
Author 4 books390 followers
May 11, 2025
เป็นหนังสือที่เขียนได้ลึกได้ใจดีมาก ๆ อ่านแล้วสะท้อนให้เราคิดถึงชีวิตเราและคนรอบข้าง รวมทั้งสังคมได้ดีมาก ๆ เล่มหนึ่งทีเดียว แนะนำเลยครับ
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,076 reviews179 followers
August 6, 2025
เป็นหนังสือที่มีเอาไว้เพื่อ
จูนหัวใจ ความคิด
ทบทวนจิตใจ กลับสู่สมดุล
Profile Image for saru.
19 reviews
January 29, 2026
ไร้ข้อกังขา ในมุมมองชีวิต เป็นความจริงที่สะท้อนให้เห็นความเป็นไป ยกให้เป็นหนังสือที่ไร้กาลเวลา ควรค่าแก่การอ่านซ้ำเมื่อเราขยับเปลี่ยนของอายุหรือความคิด
Displaying 1 - 10 of 10 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.