lostlessboy*109 reviews50 followersFollowFollowMarch 22, 2025สนุกมากๆ ฟูมิเอะะ คนโด ยังนำความรอบรู้เกี่ยวกับอาหารจากหลากมุมโลกมาเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวความสัมพันธ์ในคาเฟ่ลูสได้อย่างมีมิติ ปลอบโยน และยังกระทุ้งตั้งคำถามต่อมาตรฐาน ค่านิยม กรอบของสังคมญี่ปุ่นได้อย่างซื่อตรงแม้ฉากหลังในเล่มจะบรรยายอยู่ในช่วงโควิดกำลังระบาดและความระอุของสงครามยูเครนรัสเซีย แต่รสความอบอุ่นปลอบโยนแบบคาเฟ่ลูสเล่มแรกก็ยังมีให้เราสัมผัส และเราว่าผู้เขียนฉลาดที่ใช้สถานการณ์แย่ๆ เหล่านี้ในการสร้างโลกทัศน์รวมถึงความต้องการของตัวละครที่มองหาจุดพักสำหรับปลอบโยนจิตใจ การคิดถึงพูดคุยต่อหน้า ไปจนถึงการได้ลิ้มรสเมนูที่คุ้นเคย และแทนเมนูเหล่านี้เสมือนกับการออกเดินทางซึ่งช่วงโควิดไม่สามารถทำได้ ระหว่างอ่าน ‘ชวนเธอกลับมา ที่คาเฟ่ลูส’ เล่มนี้เราเลยได้ลิ้มรสทั้งอ้อมกอดแสนอ่อนโยนจากแบบคาเฟ่ลูสเล่มแรก รวมถึงได้สัมผัสรสชาติเข้มๆ ภายใต้สถานการณ์โควิดที่เราเองก็หลงลืมไปแล้วว่าช่วงเวลานั้นเราเองก็เคยโดนกักตัว ต้องเห็นผู้คนเผชิญกับความสูญเสีย รวมถึงความไม่สะดวกหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวัน เราจึงคิดว่าจะมองเล่มนี้ในฐานะบทบันทึกในช่วงสถานการณ์โควิดก็ได้เช่นกัน และนั่นเลยทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อ่านงานซ้ำ และเล่มนี้ไม่ใช่เพียงแค่เป็นเล่มสองที่เอาแพทเทิร์นของเล่มแรกมาแล้วก็จบ คือต่อยอดมันไปไกลกว่านั้นมากผู้เขียนยังไม่ลืมใส่เสน่ห์หรืออาจเรียกว่าเป็นลายเซ็นของเธออย่างความเข้าอกเข้าใจ โดยเฉพาะการมีเอ็มพาตี้กับผู้หญิงด้วยกัน สามตอนสุดท้ายเราคาดไม่ถึงเลยว่าจะมาเวย์นี้ เพราะเป็นประเด็นที่หลักอย่างการด้อยค่าตัวเอง การถูก Gaslighting จากบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการอาหารที่ใช้ชื่อเสียงของตัวเองในการล่อหลอกคนที่มีความฝัน อยากประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพนี้ ใช้ชื่อเสียงที่ตัวเองมีมาคุกคามทั้งทางเพศและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งเราอินมากๆ เพราะในช่วงวัยรุ่นเราเองก็เคยตกเป็นเหยื่อแบบนี้ เลยเข้าใจและเหนือกว่าความเข้าใจคือการเขียนออกมาได้อย่างไม่หนักหน่วงทว่าก็ไม่เบาบาง มันพอดีๆ ซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องยากมากในการเขียนเลยใดๆ ก็หวังว่าอนาคตคนอ่านคนนี้จะได้กลับมาเยือนที่คาเฟ่ลูสอีก จะรอนะ ;)
moomooread172 reviews33 followersFollowFollowNovember 21, 2025เราเชื่อจริงๆ นะว่าคนโดะเป็น activist ที่ปลอมตัวมาขายหนังสือฮีลใจอะ เป็นเล่มต่อของคาเฟ่ลูสที่เราชอบกว่าเดิม เพราะตัวละครแต่ละตัวมันสมจริงจนรู้สึกเหมือนอ่านแล้วได้เจอเพื่อนเก่าเลย เล่มนี้ narrator หลักจะเป็นเเอโกะเหมือนเดิม (รายนี้ก็ไปบ่อยเกิ๊น บ่อยจนถ้ามีฉากชมมาโดกะในเชิงพิเศษล่ะก็... ชั้นรู้ละว่าเธอมาบ่อยขนาดนี้ทำไม!!)ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองไหมว่าเมนูใหม่ๆ ไม่เยอะเหมือนเล่มแรก อาจจะเพราะเล่มนี้บรรยายภาพช่วงที่ COVID-19 กำลังระบาดที่ญี่ปุ่น พร้อมกับเกิดเหตุการณ์สงครามและความไม่สงบในหลายๆ ที่ ความคิดของตัวละครเอย เรื่องราวที่เล่าเอย เลยกลายเป็นความกังวลต่อปัจจุบันและอนาคตแทนแต่ความสนุกก็ยังไม่หายไปนะ แต่ละตอนจะมีตัวละครที่เค้ามาช่วยดันให้เรารักคาเฟ่นี้มากกว่าเดิม ชอบมาโดกะมากกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องท้ายๆ ที่เจอ mensplaining ชอบคำตอบมาโดกะมาก ชีเสิร์ฟ วีนมาวีนกลับ อย่ามาใช้สันดานชายแท้แถวนี้ เอ้อ เอาสิละด้วยความที่มาโดะ/เอโกะ เป็นตัวละครที่ aware เรื่องสังคมการเมืองมากกกก เราเลยได้ยินการ debunk ชุดความคิดและอคติในสัมคมญี่ปุ่นแทรกอยู่ในทุกบท แต่เขียนมาเนียนๆ สไตล์คนโดะ ไม่ว่าจะเป็นระบอบชายเป็นใหญ่ stereotype ความเป็น "แม่" ของคนญีุ่่น การวิพากษ์นโยบายรัฐ/สวัสดิการรัฐ ไปยันสงครามรัสเซียยูเครน และประเด็นที่ฮ่องกงโดนส่งมอบคืนให้จีน มีแตะๆ Resource-efficiency argument ของฝั่งวีแกน ในขณะเดียวกันก็พูดถึงความเปราะบางของคนวัยแต่งงาน คนที่กำลังหาที่หาทางของตัวเองในโลกที่ชิบหายนี้ และคนที่ยังยืนหยัดส่งต่อความหวังและความฝันผ่านอาหารจาดหลากหลายวัฒนธรรมเป็นอีกเล่มที่ชอบจริงๆ นะ แต่ให้ 4.5/5 เพราะอยากให้อิชายแท้ท้ายเล่มโดนหนักกว่านี้
Runz Sama113 reviews12 followersFollowFollowNovember 11, 2025SOREDEMO TABI NI DERU CAFE : ชวนเธอกลับมาที่คาเฟ่ลูส: Fumie Kondoเล่มต่อ หลังจากสร้างปรากฏการณ์(?)คาเฟ่ลูส เมื่อ6-7ปีก่อน รอบนี้กลับมาเล่าช่วงเวลาโควิดระบาด ตอนเล่มญี่ปุ่นออกคือ 2023 ก็ถือว่ายังเป็นสถานการณ์ที่กำลังกรุ่นๆอยู่ พอมาอ่านปี 2025 ก็ทำให้นึกย้อนไปช่วงเวลานั้นได้ดีเลยสถานการณ์ของคาเฟ่ลูสในเล่มนี้ แอบอินเลย เพราะนึกถึงตอนที่ยังเปิดร้านกาแฟและต้องดีลกับมาตรการต่างๆ ที่ต้องรับมือกับร้านที่เพิ่งเปิด(ตอนนั้น) แต่พอเล่าผ่านมุมเอโกะ ที่เป็นลูกค้า(?) ก็จะได้มุมมองอีกแบบดีเล่มนี้ก็ยังสนุก แนวโคซี่ สบายๆ อ่านได้เรื่อยๆ นี่ยังรู้สึกเข้าใจคุณมาโดะกะ ที่ไม่สามารถออกเดินทางไปไหนได้ในช่วงยุคโรคระบาด เหมือนตัวเองก็โดนข้อจำกัดบางอย่างเหมือนกัน 🥲ใดๆคืออยากมีคาเฟ่ลูสไว้ในเมืองนี่บ้าง หรือฟู๊ดทรักของคุณเค้าก็ยังดี ปล. สองตอนสุดท้ายคือ อิพวกผชที่ชอบgaslightนี่มัน!!!
Makmild806 reviews219 followersFollowFollowMarch 19, 2025🥹 ทำไงดี สงสัยรักคาเฟ่ลูสเต็มเปา ช่างใส่เรื่องราวชีวิตประจำวันอันยากลำบากของผู้คนแต่ก็ยังมีแง่มุมดีๆ เสมอ ได้อย่างไม่เลี่ยนนี่มีเสน่ห์มากจริงๆจำเรื่องเล่มแรกไม่ค่อยได้แล้ว แต่เล่มนี้ cozy มากๆ คำพูดดาษดื่นอย่าง “ถ้าวันไหนเหนื่อยล้า ให้หาของอร่อยๆ กิน” นี่เหมาะกับเล่มนี้ที่สุด อยากมีคาเฟ่ลูสใกล้บ้านว้อย แต่มันไม่ได้แค่นั้นไง คนโดะเล่าเรื่องความเหนื่อยล้าของผู้คนในช่วง post covid และช่วง Russian-Ukraine war แล้วสอดแทรกทัศนคติที่ไม่ได้ยัดเยียดแต่มีหลายมุมมองที่เราอาจจะไม่ได้นึกถึงเข้าไปด้วย มันเลยไม่ใช่หนังสือช่างสอนว่าเหนื่อยก็พักจะไปยากอะไร (บางทีการพักก็ยากนะ) หรือ โลกนี้มีหลายมุมให้มองนะ! แต่เป็นหนังสือที่เหมือนนั่งคุยกับเพื่อนที่นิสัยดีหน่อยแล้วแบบ เอ้อ ไม่ได้มองมุมนี้เลยวะ มีมุมที่เราไม่ได้นึกไปจริงๆ ด้วย หรือแบบ เออ ขอบคุณนะที่รับฟัง มีคนเข้าใจเรามุมนี้ด้วย (อินเป็นการส่วนตัว)ใครที่กำลังหานิยายสบายๆ แต่ละตอนสั้นๆ ไม่ยาวมาก เนื้อหาไม่หนักจนเกินไปนัก เล่มนี้เหมาะสมเลยค่ะ คิดว่าถ้าอ่านเล่มหนึ่งมาก่อน ก็จะทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ในเรื่องมากขึ้น แต่คิดว่าถ้าไม่อ่านเล่มหนึ่งแล้วมาอ่านเล่มสองเลยก็สามารถทำความเข้าใจและสนุกกับเนื้อหาได้อยู่ดีค่ะ สรุปแล้ว ไม่ต้องอ่านแบบเรียงกันก็ได้ค่ะ เราชอบเล่มสองมากกว่าเล่มหนึ่��� ก็เลยอยากเชียร์ให้อ่านเล่มสองเยอะๆ ค่ะ ฮ่า
Kanyada Kongtrakool180 reviews6 followersFollowFollowApril 22, 2025หนึ่งในนักเขียนคนโปรดกับเล่มต่อของ คาเฟ่ลูส หนึ่งในเรื่องที่ชอบที่สุดของ ฟูมิเอะ คนโด อ่านจบแล้วรู้สึกใจฟูๆเหมือนเคย คาเฟ่ลูส คือความ cozy เบา สบาย ที่แท้ทรู ทั้งสำนวนการเขียนและเนื้อเรื่อง รู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวไปกินกับตัวละครด้วย ถึงแม้จะจบแบบหั่นอารมณ์เล็กๆก็ตาม แต่โดยรวมชอบเล่มนี้ในระดับ 4.5 คะแนน (ส่วนตัวคิดว่าตอนจบ จบแบบเป็นคนดีเกินไป)ใครยังไม่เคยอ่านเล่มแรก อยากเชียร์ให้อ่านมาก่อน เพราะคิดว่าอ่านเล่มเดียวไม่สนุกเท่าอ่านทั้งสองเล่มค่ะ ปล. คนรักหนังสืออาหาร คาเฟ่ ไม่ควรพลาดเป็นพิเศษ:)คาดหวังอยากให้มีเล่ม 3 มาต่ออีกจะได้ไหมนะjapanese-literature
Mew9 reviewsFollowFollowMay 4, 2025ค่อนข้างผิดหวังกับภาคต่อเล่มนี้ รอบนี้เนื้อหาไม่ค่อย feel good เท่าไร แต่มีประเด็นหนักๆ ซึ่งอาจจะถือว่าค่อนข้าง woke ในญี่ปุ่น แต่เหมือนเป็นเรื่องที่พูดกันมาซ้ำๆ หลายรอบแล้วใน international cummunity และหนังสือเองไม่ได้นำเสนอออกมาในมุมมองใหม่หรือแบบมีชั้นเชิง
Eveevaa56 reviewsFollowFollowApril 9, 20254.5 ⭐️อยากให้มีคาเฟ่ลูสในกทม.บ้างจังเลยค่ะเนื้อเรื่องเรื่อยๆ อ่านเพลินดี ไม่หวือหวา แต่ประทับใจ
panuchread118 reviews99 followersFollowFollowNovember 24, 2025ฟูมิเอะ คนโด เป็นคนที่นำเสนอแนวคิดและทัศนคติของตัวเองผ่านงานเขียนได้อย่างชัดเจนและไม่เกรงกลัวเสมอมา งานเขียนทั้ง 3 เล่มของเธอที่เราได้อ่านมันจึงมีกลิ่นอายและลายเซ็นที่คุ้นเคยมาก และถ้าเราคลิกกับเค้าเราก็คงชอบและรอคอยที่จะได้อ่านงานเค้ามากๆ แต่เผอิญเราไม่ได้ชอบนี่สิ…แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมเราถึงรู้สึกเข้ากับงานเค้าไม่ได้นะ แบบอ่านแล้วมันไม่สนิทกันน่ะ เหมือนคนที่พยายามยังไงก็สนิทใจกว่านี้ไม่ได้ ทั้งที่เมสเสจของเค้ามันคือสิ่งที่เราก็เชื่ออย่างนั้นเหมือนกัน เค้าเล่าปัญหาของผู้หญิงผ่านตัวละครผู้หญิงด้วยความเข้าอกเข้าใจราวกับจะบอกว่าเราเป็นพรรคพวกเดียวกันเสมอนะ เค้าตั้งคำถามกับความไม่ยุติธรรมและความไม่เท่าเทียมของโลกใบนี้ได้อย่างนุ่มนวลชัดเจนและไม่กระโชกโฮกฮากเลย เรื่องเล่าของเค้ามันหลากหลายและแข็งแรงพอที่จะบอกได้ว่างานของฟูมิเอะคนโดคือหนังสือเฟมินิสต์ดีๆ อีกเล่ม เออแต่ก็นั่นแหละ แม้จะมีอุดมการณ์เดียวกันแต่เราไม่คลิกกับวิธีเขียนเค้าเลยให้ตายเหอะะะะะพยายามนั่งหาเหตุผล (จริงๆ ก็ไม่จำเป็นแต่มันคาใจและว่าง) แล้วก็รู้สึกว่าอาจเพราะเค้าใส่ตัวเองลงไปในงานเขียนเยอะไปละมั้ง เราพบว่าตอนอ่านนิยายเค้า เราเหมือนอ่านความคิดเค้า เสียงเค้า คำพูดเค้า มากกว่าอ่านเรื่องราวของตัวละครน่ะ เหมือนตัวละครผู้หญิงทุกตัว (ที่ไม่บ้งหรือบ้งน้อย) คือตัวนักเขียนเองในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง คาแรกเตอร์มันเลยคล้ายๆ กันไปหมด คือเป็นผู้หญิงนุ่มๆ นิ่งๆ อินโทรเวิด ฉลาดคิดฉลาดพูด มองโลกในแง่ดี มีพลังบวก ออกตัวเสมอว่าเมื่อก่อนเคยตัดสินคนอื่นไปทั่วแต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นแล้ว บางทีเกือบๆ จะออกลูก not like other girls แล้ว (ไม่ใช่เล่มนี้) ไม่รู้สิเราอาจจะคิดไปเองก็ได้แต่อ่านแล้วมันมีความอึดอัดเล็กๆ ในน้ำเสียงที่เค้าเล่าอะ ชั้นก็ไม่เข้าใจตัวเอง น้ำเสียงเค้ามันเย็นสบายก็จริงแต่มันให้ฟีลเหมือนพี่สาวน้าสาวคุณแม่ที่มานั่งบอกว่า นี่นะ เมื่อก่อนชั้นก็เคยคิดแบบนี้เป็นแบบนั้น แต่ดูสิตอนนี้ชั้นเปลี่ยนไปแล้ว ชีวิตและจิตใจชั้นดีขึ้นมากๆ เธอเองก็น่าจะทำได้เหมือนกันนะ ลองดูสิ ชั้นเป็นกำลังใจให้นะ มีอะไรก็ปรึกษาได้เสมอเลย อะไรแบบนั้น คือเค้ามาดีแหละแต่มันน่าอึดอัดอะ 🥹อีกพอยต์ที่ทำให้รู้สึกว่าเค้าใส่ตัวเองมาในงานเขียนแน่นอน (เยอะด้วย) คืออะไรก็ตามเกี่ยวกับปารีสมักจะได้ซีนเยอะเสมอ ไม่ว่าจะอาหาร ขนม สถานที่ ออปเจกต์ต่างๆ แบบรู้เลยว่านักเขียนคงหลงใหลปารีสเป็นการส่วนตัวไม่ก็เคยไปหรือเคยอยู่แหงๆ คืองานเค้ามันโคตรรรจะเป็นตัวเค้าเลย เหมือนเรารู้จักเค้าผ่านงานเขียนเค้าได้เลยอะ มันไม่ใช่เรื่องผิดแปลกที่นักเขียนจะใส่แพชชั่นและทัศนคติตัวเองลงไปในงาน เพียงแต่วิธีการใส่ของคนโดไม่ใช่วิธีที่เข้าทางเราเท่านั้นเองมาพูดถึงเล่มนี้กันบ้าง เห็นหลายคนบอกว่าชอบเล่มนี้มากกว่าคาเฟ่ลูสเล่มแรก เราก็เป็นหนึ่งในคนที่รู้สึกแบบนั้น เหมือนได้เห็นตัวละครก้าวผ่านเหตุการณ์ในอีกหลายๆ รูปแบบ ปัญหาของบรรดาลูกค้าที่เข้ามาก็หลากหลายดี บทหลังๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งสนุก เข้มข้นน่าติดตาม แต่จบแบบร้องเอ๊าาาาา เข้าใจแต่ไม่พอใจเพราะชั้นค้างคาเป็นอย่างมาก 555555555555 รู้แหละว่าในชีวิตจริงมันก็คงจบงี้ ใช่ว่าทุกอย่างจะคอมพลีตสมบูรณ์ตามที่หวังหรือมิชชั่นเคลียร์ได้หมด 100% บ่อยไปที่ทุกอย่างจบแบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่มีอะไรคลี่คลายอย่างแท้จริง คนบ้งก็บ้งอยู่อย่าง เห็นคนลำบากก็ใช่ว่าจะยื่นมือเข้าไปช่วยได้สำเร็จเสมอไป แต่พอมันเป็นหนังสือสุขนิยมมาตั้งแต่เล่มแรก ก็เลยอยากให้ lived happily ever after น่ะ 55555555