Jump to ratings and reviews
Rate this book

สัตว์ประหลาดในวังร้าง

Rate this book
รวม 8 เรื่องสั้น หลากแนว ของ นวกานต์ ราชานาค (ผู้เขียน 'มานีไม่ใช่คนตระหนี่ แต่หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อครั้งนี้ ไม่สามารถหนีได้')

นวกานต์ หยิบเอาความประทับใจในผลงาน ของ อภิชาต รอดวัฒนกุล, อุษณา เพลิงธรรม, มนัส จรรยงค์, Alex Turner มาชำแหละ, วิเคราะห์, แยกแยะ แล้วหยิบเอาบางแง่มุมมาประกอบสร้าง, ขยายความ, ตีความใหม่ จนได้ 8 เรื่องสั้น ซึ่งบ้างก็เรื่องรัก บ้างก็หักมุม บ้างก็อาชญากรรม บ้างก็ย้อนยุค บ้างก็แฟนตาซี และบางทีก็มีสิ่งประหลาด

อย่างไรก็ตาม แม้จะหลากหลายแนว แต่ทุกเรื่องต่างก็มี 'บางสิ่ง' เป็นองค์ประกอบร่วมกัน นั่นทำให้สามารถจัดพวกมันรวมอยู่ในเล่มเดียวกันได้โดยไม่เคอะเขิน

144 pages, Paperback

Published February 1, 2025

Loading...
Loading...

About the author

นวกานต์ ราชานาค เกิดเมื่อ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2527 ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

เริ่มต้นเส้นทางสร้างสรรค์ในวงการหนังสั้นช่วงกลางทศวรรษ 2000 ด้วยผลงานกำกับอย่าง 8-9, Continue และ Thaumatrope ก่อนจะหันมาเขียนงานร้อยแก้วอย่างจริงจังในเวลาต่อมา

ผลงาน Continue ได้รับรางวัล Artistic Contribution จากงาน Movie Mania ครั้งที่ 7 จัดโดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2550 ส่วน Thaumatrope เข้าชิงรางวัล Artistic Contribution จากงานเดียวกัน

ปัจจุบันมีผลงานตีพิมพ์แล้วสามเล่ม เป็นรวมเรื่องสั้นสองเล่ม ได้แก่ มานีไม่ใช่คนตระหนี่ แต่หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อครั้งนี้ ไม่สามารถหนีได้ (2022) และ สัตว์ประหลาดในวังร้าง (2025) กับนวนิยายสั้นอีกหนึ่งเล่มคือ นิรมัย (2026)

(เล่มแรกได้รับการจัดเก็บไว้ในห้องสมุด Cornell University ส่วน Southeast Asia Program)

.

Navagan Rachanark was born on December 29, 1984, and currently lives in Bangkok, Thailand.

Navagan Rachanark began his creative path in the short-film scene in the mid-2000s, directing 8-9, Continue, and Thaumatrope, before turning seriously to writing prose.

His short film Continue won the Artistic Contribution award at Movie Mania 7, organized by the Faculty of Communication Arts, Chulalongkorn University, in 2007. Thaumatrope was also nominated for the Artistic Contribution award at the same event.

He has since published three books: two short story collections, Mani Mai Chai Khon Trani, Tae Ni Thi Thoe Mai Dai Ko Khrang Ni, Mai Samat Ni Dai (2022) and The Monster in the Abandoned Palace (2025), and a novella, The Morgue (2026).

The first collection is held in the Cornell University Library, Southeast Asia Program collection.

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
5 (45%)
4 stars
3 (27%)
3 stars
3 (27%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
770 reviews162 followers
November 2, 2025
นี่คิดเล่นๆว่า ถ้าคุณสรจักรยังมีชีวิตอยู่ ผมว่าคุณสรจักรน่าจะชอบงานชิ้นนี้มากแน่ๆเลยครับ

กวาดตาไปแบบว่องไว งานประเภทเรื่องสั้น Satire ผสมหักมุม เป็นอะไรที่ดูหายากแท้ เหมือนการเสาะหาป่าหิมพานต์ท่ามกลางปราปิก้า คือ หาไปเหอะ (แทบ)ไม่เจอหรอกนาย

งานเล่มนี้เลยเหมือนหยิบปราปิก้าเข้าปาก แล้ว เอ้า ไปโผล่ในป่าหิมพานต์เฉย

สัตว์ประหลาดในวังร้าง เป็นรวมเรื่องสั้น 8 เรื่อง สไตล์ ความบันเทิงพุ่งนำ สไลด์ตัวด้วยความเป็น Satire แล้วกลับมาตั้งตัวด้วยการหักมุมเล็กบ้างน้อยบ้างตามกิมมิคแต่ละเรื่อง

เอาจริงการบอกว่าเรื่องมันหักมุมนี่คือสปอยชิบหายเลย แต่จะไม่พูดก็ไม่ได้ จะพูดหมดก็ไม่ได้อีก ยากแท้พ่อ แต่ด้วยความที่มันหายาก เลยอยากจั่วหัวเอาไว้สำหรับใครที่ชอบแนวนี้ว่า นี่เลยนายจ๋า งานแนวหักมุมที่หายากแท้ในตลาดหนังสือปัจจุบัน

แต่ถึงกระนั้น ก็ต้องบอกว่าช้าก่อน แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องสั้นที่ดูเหมือนอ่านเอาสนุกถ่ายเดียว แต่จริงๆแล้ว เรื่องสั้นแต่ละเรื่องก็ครบครันด้วยตัวละคร พล็อต การดำเนินเนื้อหา จังหวะจะโคน และฉากที่พร้อมเพรียง มันเลยเป็นงานที่อยู่ตรงกลางระหว่างงานอ่านเอาบันเทิงเริงใจ และงานที่สามารถไปยืนอยู่บนแท่นรางวัลได้อย่างแอ็คอาทไม่ต้องเกรงใจใคร

ความพิเศษอย่างหนึ่งในงานของคุณนวกานต์ (นอกเหนือจากความ Satire สไตล์มนุษย์ออฟฟิศแล้ว) คือการบรรยายที่ทำให้นึกถึงความลื่นไหลของฉากภาพยนตร์ เป็นการใช้พลังของตัวอักษรทำให้เกิดการสร้างภาพเคลื่อนไหวในหัวของผู้อ่านได้ดีจนต้องยกนิ้วให้

มันเหมือนเราอ่านบทภาพยนตร์ ที่ถูกนำมารวมเล่มเอาไว้ในหน้าฉากของเรื่องสั้นยังไงยังงั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยชูอรรถรสของเนื้อเรื่องเข้าไปอีกขั้น พอผสมกับความหักมุมเลยยิ่งทำให้ความบันเทิงพุ่งกระฉูดเข้าไปอีก

ท้ายที่สุด ผมคิดว่าเรื่องสั้นทั้ง 8 น่าจะมอบสิ่งสำคัญที่สุด ที่นักอ่านซักคนจะหยิบกระเป๋าตังออกมา หรือหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอพ เพื่อหาความบันเทิงจากหนังสือดีๆ ซักเล่มที่จะพาเราหลีกลี้หนีไปจากโลกแห่งความเป็นจริงที่ช่างโหดร้ายและ Satire (ในแบบที่ไม่มีการหักมุมใดๆ) มอบความเพลิดเพลินผ่านโลกของตัวอักษรและทำให้ยิ้มได้ซักนิดในวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน และเป็นพลังในการเดินหน้า ก้าวออกจากบ้านเพื่อไปทำงานที่เรารักยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด ฮูเร ....

ปล. ใบ้ทิปนิดๆว่าทำไมหน้าปกออกแบบมาแปลกๆแบบนี้ อยากให้ลองสังเกตว่า กิมมิคที่ซ่อนอยู่ในเรื่องสั้นแต่ละเรื่องคืออะไร แล้วจะเกทเลยว่าทำไมหน้าปกต้องเป็นแบบนี้ครับ
Profile Image for lostlessboy*.
132 reviews68 followers
April 9, 2025
รวม 8 เรื่องสั้นร่วมสมัย โดดเด่นด้วยกระบวนท่าเล่าที่ยียวน กวนตีน เสียดสีสังคมได้อย่างแสบสัน

ใน 8 เรื่องสั้น ส่วนตัวเราจำแนกออกเป็นเรื่องสามโทน หนึ่งคือเรื่องเล่าที่เน้นหนักไปที่การเสียดสีสังคม ตลกร้าย และตอนขมวดเรื่องก็จบลงด้วยความตลกแบบฮาก๊ากพร้อมกับหักมุมไปด้วย สองเรื่องโทนเศร้า จะเน้นความรู้สึกถวิลหา มีหลายเรื่องมีความรักสามเศร้าเป็นปมของเรื่อง (ไม่รู้ผู้เขียนตั้งใจหรือเปล่า) และสามเรื่องเล่าที่ตัวละครผู้เล่าเรื่องมีความขัดแย้งในจิตใจของตนเอง แต่ผู้เขียนเล่าออกมาผ่านเรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องความรัก เหตุการณ์ประจำวัน ไปจนถึงเรื่องพิสดารในถ้ำวิเศษ

ส่วนตัวชอบเรื่องโทนแรกมากๆ รู้สึกผู้เขียนเขียนถึง โดยเฉพาะฉากแอคชั่นที่อ่านแล้วลื่นไหล เห็นภาพชัดเจนประหนึ่งเราเดินตามตัวละครที่ถือปืนเข้าไปในที่ที่เราคิดว่าต้องฉิบหายแน่ๆ หรือตอนตัวละครถูกมัดอยู่ท้ายกระโปรงรถเราก็เหมือนนอนอยู่ข้างๆ แต่ที่โดดเด่นกว่าเราว่าคือการที่ผู้เขียนใช้องค์ประกอบอื่นๆในเรื่องมาเป็นกิมมิค เช่น ชื่อตัวละคร การคิดเองเออเองแทนสิ่งในเรื่องเองของตัวละคร มาเจือลงไปในเรื่องราว ทำให้ได้น้ำเสียงที่มีเอกลักษณ์ แสบสัน กวนตีน และช่วยขับเน้นให้เส้นเรื่องหลักมันสนุก ตื่นเต้น และตลก

ในส่วนของเรื่องโทนเศร้า เป็นส่วนที่เราชอบน้อยที่สุด รู้สึกมันยังเศร้าบาดลึกได้มากกว่านี้ อาจจะเพราะแต่ละเรื่องนั้นค่อนข้างสั้น ตอนอ่านจบก็เลยไม่ได้รู้สึกมีอะไรทำงานกับหัวใจและติดอยู่ในใจเท่าไร แต่กับเรื่องที่ตัวละครผู้เล่ามีความขัดแย้งเล่นกับจิตใจตัวเอง นี่ก็ชอบ เพราะอ่านจบแต่ละเรื่องก็ค่อนข้างทิ้งให้เราคิดตาม คิดต่อยอด แล้วเราก็ชอบที่ผู้เขียนแยกร่าง แตกตัวพวกเขาออกมาโต้ตอบกัน ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวเรามองว่าเรื่องของจังหวะสำคัญมาก และผู้เขียนก็แม่นเอาเรื่องเลย

ในทุกเรื่องจะมีส่วนผสมที่ถือเป็นความโดดเด่นและเป็นรสชาติหลักของเล่มนี้อย่างการเสียดสีสังคม การเมือง คือจะมีมากมีน้อยต่างกันไป อย่างโทนแรกจะมีมากเป็นพิเศษ มีหลายเรื่องเกิดขึ้นหลังจากเอฟเฟคของโควิด ซึ่งพออ่านแล้วก็ทำให้คิดถึงช่วงเวลาเลวร้ายที่เราเกือบลืมไปแล้ว ทั้งๆ ที่ผ่านไปไม่กี่ปีเอง

รวมๆ แล้วเป็นเรื่องสั้นที่อ่านสนุกทุกเรื่อง อาจจะมีชอบบ้าง เฉยบ้าง แต่ไม่มีเรื่องไหนที่ไม่ชอบ ทุกเรื่องจบแบบเฉลยเคลียร์ชัดเจน ไม่มีงง วิธีการเล่าเรื่องนั้นหลากหลาย ภาษาไหลลื่นกำลังพอดี แนะนำครับ
Profile Image for Makmild.
885 reviews249 followers
April 16, 2025
ส่วนตัวชอบเล่มมานีฯ กว่านิดหน่อยในแง่ของประเด็นที่นำเสนอ แต่เล่มนี้มีความย่อยง่ายกว่า อ่านง่ายกว่า และมีวิธีการเล่าที่เฉียบกว่า นำเสนอประเด็นที่อยากเล่าผ่านวิธีการเขียนที่หลากหลายในเล่ม

ช่วงนี้เผอิญได้อ่านเรื่องสั้นหลายเล่มในเวลาไล่เลี่ยกัน เลยชอบจับประเด็นหนังสือว่าแต่ละเล่มมีประเด็นร่วมอะไรในแต่ละเรื่อง (ไม่งั้นจะเอามารวมเป็นเล่มทำไม มันต้องมีตีมเดียวกัน) แต่เราคงอ่านเรื่องสั้นไม่เก่งนักเลยยังจับประเด็นไม่เก่ง อย่างเล่มนี้ ‘บางสิ่ง’ ที่ว่าสำหรับเราน่าจะเป็นเรื่องความหวัง ที่รวมถึงคาดหวัง ผิดหวัง หมดหวัง โดยมีการเมืองเป็นฉากหลังที่แม้เราอาจจะมองไม่เห็นแต่เป็นตัวขับเคลื่อนเนื้อเรื่องให้เดินไปข้างหน้าได้

แล้วด้วยความที่ตัวเองคงไม่ชอบเรื่องแนว satire (อย่างหัวใจหมางี้) เลยทำให้เรื่องส่วนใหญ่อ่านแล้วเลยค่อนไปทางเฉยๆ ถึงจะเขียนสนุก แต่ไม่โดนใจเท่าไร(ปัญหาส่วนตัว) มีเรื่อง %@8:9269 (ไม่ได้เขียนงี้) ที่ชอบเป็นพิเศษ ตลกดี
Profile Image for Weerawat Yodmun.
41 reviews1 follower
April 12, 2025
"สัตว์ประหลาดในวังร้าง"
(จากผู้เขียน "นี หนี่ หนี้ นี้ หนี")
เป็น 8 เรื่องสั้น ที่ชวนสำรวจความคิด
เรื่องราวแตกต่างกันไปทั้งเหตุการณ์ และรูปแบบวิธีการเล่า แต่จะมีจุดร่วมบางอย่าง การตั้งคำถาม การปล่อยให้ขบคิดต่อ

ส่วนตัวจำรายละเอียดของ "นี หนี่ หนี้ นี้ หนี" ไม่ได้มากนัก แต่ที่บอกได้แน่นอนเลยคือความรู้สึกตอนอ่านที่เหมือนกัน แต่เล่มนี้ตลกมาก แบบตลกร้าย ชอบเรื่องที่ 2 ,3 ,4 คืออ่านไปหัวเราะไปจริงๆ ครับ สำนวนภาษา ลื่นไหล อ่านเพลินมาก อยากให้เรื่องยาวกว่านี้555

ส่วนเรื่องอื่นๆ เป็นประเด็นทางความคิดความรู้สึก ที่ค่อนข้างหม่นเศร้า ที่ตลกร้ายที่สุดคือเรื่องสุดท้ายที่เป็นชื่อของหนังสือเล่มนี้ครับ ตอนจบร้อง เอ๊ะยังไงนะ
แนะนำเลยครับ
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,110 reviews183 followers
August 1, 2025
ชอบภาษา ชอบการขยายบริบท
มีลูกเล่นอยู่ในวิธีการเล่า
ผู้เขียนไม่ได้ตรงรี่เข้าไปหาประเด็นที่อยากเล่าทื่อๆ ตรงๆ
แต่แวะหยอดมุก แวะเก็บดอกไม้ แวะเข้าห้องน้ำ ฯลฯ ไประหว่างทาง
ทำให้เราอ่านไม่เบื่อ และสนุกไปกับเรื่องของเขา
ทุกอย่างกลมกลืน พอดิบพอดี ไม่มีขัดขืน ไม่ขาด ไม่เกิน
Displaying 1 - 5 of 5 reviews