Jump to ratings and reviews

สามานย์ สามัญ

รวมเรื่องสั้น 8 เรื่อง ผลงานของ "อุทิศ เหมะมูล" ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของการกลบเกลี่ย กลาย รวมถึงการเลือน การลบ และการล้างเหตุการณ์หลัก หรือโครงสร้างหลักของเรื่องสั้นทั้ง 8 เรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิถีและความเป็นไปของผู้คนในสังคมเมืองหลวง ผ่านการย้ำชื่อเรื่องสองครั้งแต่ต่างเสียงและต่างความ โดยใช้ความหมายเชิงเหรียญสองด้าน อาทิ กรุงเทพฯ กรงเทพฯ และ บูรณาการ บูรณากาล และอื่นๆ อีกมากมาย ในท่ามกลางความแตกต่างแยกเป็นฝักฝ่ายของผู้คนในสังคมและการพุ่งเป้าไปที่การปฏิรูปทางการเมืองซึ่งจะเป็นทางออกนั้น ดูเหมือนผู้เขียนจะมีความคิดว่า ไม่เพียงการเมืองเท่านั้นที่ควรต้องปฏิรูป แต่องค์การและสถาบันอื่นๆ ก็ควรจะต้องปฏิรูปไปพร้อมๆ กันด้วย เพราะหน่วยต่างๆ เหล่านั้นเป็นตัวสร้างสามัญสำนึก ความถูกต้องดีงาม และความชอบธรรมทางสังคมมากเสียยิ่งกว่าสถาบันทางการเมืองเพียงอย่างเดียวจะทำได้ อันสะท้อนผ่านทัศนคติ วิธี อธิบาย และวิถีที่เป็นไปของหลากตัวละครในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้

192 pages, Paperback

First published March 1, 2014

Loading...
Loading...

About the author

อุทิศ เหมะมูล เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2518 ที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เรียนชั้นประถมที่โรงเรียนแสงวิทยา ชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนแก่งคอย มีใจรักชอบการวาดรูป แต่ด้วยบิดาวาดหวังให้เป็นวิศวกร จึงแอบไปสมัครสอบเรียนศิลปะที่แผนกศิลปกรรม สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา และสอบเข้าคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) กรุงเทพฯ ยังความปลาบปลื้มให้บิดาเป็นอย่างมาก

ปี 2542 ได้ร่วมงานกับฟิล์มไวรัส ดวงกมลฟิล์มเฮาส์ จัดฉายหนังตามสถานศึกษาต่างๆ และได้มีหนังสั้นเป็นของตัวเองชื่อ พิภพบรรฑูรย์ อีกทั้งจับพลัดจับพลูได้เป็นผู้กำกับศิลป์ ภาพยนตร์ไทยเรื่อง ดอกไม้ในทางปืน กำกับภาพยนตร์โดยมานพ อุดมเดช

ปี 2543 เริ่มเขียนบทความทางภายนตร์ให้กับนิตยสาร Movie Time ระหว่างนั้นเขียนเรื่องสั้นไปด้วย เรื่องสั้นเรื่องแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ชื่อ เลือน: จุดจบของนามอันเป็นอื่น ที่สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ต่อมาใน ปี 2547 พิมพ์นวนิยายเรื่องแรก ระบำเมถุน ปี 2548 ตีพิมพ์รวมเรื่องสั้น ปริมาตรรำพึง (ผ่านเข้ารอบ 20 เล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์

ปี 2549 ตีพิมพ์นวนิยาย กระจกเงา / เงากระจก (ผ่านเข้ารอบ 15 เล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์) ปี 2551 ตีพิมพ์รวมเรื่องสั้น ไม่ย้อนคืน และบทวิจารณ์ภาพยนตร์ OUTSIDER IN CINEMA

ปี 2552 นวนิยาย “ลับแล, แก่งคอย” ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี พ.ศ. 2552

Ratings & Reviews

What do you think?

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
9 (20%)
4 stars
13 (29%)
3 stars
18 (40%)
2 stars
1 (2%)
1 star
3 (6%)
Displaying 1 - 7 of 7 reviews
Profile Image for Joe.
2 reviews1 follower
July 28, 2017
ชอบมาก ชอบมากจริงๆ มันพิสูจน์ให้เห็นว่าฝีมือคุณอุทิศวาไรตี้มาก และทำให้เรื่องสั้นแต่ละเรื่องมีน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้ อาจจะไม่ค่อยชอบเรื่องแรกสักเท่าไร แต่โดยองค์รวมแล้วเราก็ยังประทับใจมันมากอยู่ดีในฐานะของการบันทึกสังคมลักลั่นผ่านความหลากหลายทาง setting, ตัวละคร, เรื่อง, สัญญะ ที่ชาญฉกาจและเปรี้ยวโฉบเฉี่ยวมาก เป็นสุนทรียะอีกแบบที่ต่างออกไปจากตอนอ่านนวนิยายขนาดยาวของเขา ซึ่งความน่าสนใจของมันทั้งสองแบบกินกันไม่ลงเลย
Profile Image for Afew*.
217 reviews32 followers
January 31, 2022
รวมเรื่องสั้นสะท้อนสังคม/เหตุการณ์บ้านเมืองในยุคต่างๆ ทั้งช่วงการประท้วงนายกทักษิณ, ช่วงรัฐประหารคปค. และช่วงอื่นๆ ส่วนตัวอ่านแล้วก็ได้เกร็ด/ได้เห็นบรรยากาศในช่วงนั้นมากขึ้น ได้เห็นมุมมองของแต่ละตัวละครแต่ละชนชั้นต่อเหตุการณ์นั้นๆ แต่เพราะมันเป็นเรื่องสั้นอะ เราอ่านแล้วก็รู้สึกไม่อิ่มเท่าไหร่ คงเริ่มเบื่อเรื่องสั้นแล้วมั้ง

รวมๆแล้วอ่านได้เรื่อยๆ สะท้อนเหตุการณ์ทางการเมืองและสังคมผ่านความสัมพันธ์ขนาดเล็กอย่างครอบครัวหรือคนรักเหมือนงานเขียนหลายๆชิ้นของคุณอุทิศ

สุดท้ายขอชมปก เราชอบปกนี้มาก สวย น่าหยิบน่ามอง
Profile Image for Nawara H..
125 reviews38 followers
May 15, 2017
เอ๊ะ ทำไมเราไม่ค่อยโอเค :D
รู้สึกว่าแต่ละเรื่องมันคล้ายๆ กันไปหน่อย ทั้งๆ ที่มันเป็นงานหลายๆ ยุคปนกัน สำหรับเรารวมเรื่องสั้นที่ดีที่สุดของอุทิศก็ยังเป็นเล่ม "ไม่ย้อนคืน" เหมือนเดิม
Profile Image for Innerpeace.
39 reviews3 followers
June 12, 2017
ชอบนิยายคุณอุทิศมากกว่า เราว่าเขาเขียนนิยายเก่งกว่านะ พอเรื่องสั้นแล้วเหมือนโดนลดระดับไปเท่านักเขียนอื่นไปหน่อย ไม่โดดเด่นเท่านิยาย
Profile Image for Tivawarin.
9 reviews25 followers
August 22, 2014
แม้ว่าท้องเรื่องของเรื่องสั้นทั้งหมดในเล่มจะดำเนินไปตามตรอกซอกซอย ถนนหนทาง ตึกสูงระฟ้า และวัดวาอารามในกรุงเทพมหานคร แต่ชั้นเชิงและกลวิธีในการเล่าเรื่องของอุทิศกลับสามารถทำให้มองข้ามความคับแคบในเชิง 'ที่เกิดเหตุ' ในรวมเรื่องสั้นชุด 'สามาย์ สามัญ'ได้โดยไร้ปัญหา อุทิศพาผู้อ่านเดินทางไปกับตัวละครของเขา พาเราไปดูเด็กๆ ในย่านสลัม ไปดูมนุษย์เงินเดือนบนตึกสูง ไปดูเหล่าท่านชายและคนใช้ในคฤหาสถ์ทะมึน ไปดูชีวิตอันรันทดเหลือคณาของแม่สาวชนชั้นกลางขี้เหงา นาฏกรรมที่ดำเนินไปในหนังสือเล่มนี้ล้วนฉายภาพอีกแง่มุมของมนุษย์ให้ผู้อ่านเห็น ตัวละครทุกตัวล้วนมีเงาของความลวงทาบทับอยู่เสมอ มีเพียงผู้อ่านเท่านั้นที่ล่วงรู้ความจริงของตัวละครที่ิิุทิศเปลื้องเปลือยออกมาให้เห็นเฉพาะผู้อ่าน รวมเรื่องสั้นสามานย์ สามัญ คือภาพจำลองของสังคมจริงที่เราเห็นอยู่ทุกวี่วัน แต่เราอาจจะเห็นไม่หมดหรือสิ่งที่เห็นอาจจะเป็นเงาของความลวงที่บดบังสายตาเราไว้ก็เป็นได้ จนเมื่ออ่านจบแล้วเราก็ต้องตระหนักว่าที่สังคมมันเป็น 'สังคม สังเคร็ง' แบบ 'สามานย์ สามัญ' นั้นมันเป็นเพราะตัวสังคมหรือเป็นเพราะสายตาของเราเองที่เห็นมันเป็นแบบนั้น...
Profile Image for Kin.
525 reviews167 followers
July 19, 2016
ผมรอว่าเมื่อไหร่มันจะพีค แต่ก็ไม่พีคสักที ด้วยความที่มันเป็นเรื่องสั้นที่เล่าเรื่องด้วยวิธีการแบบนี้ด้วยแหละมั้ง [สลับเสียงไปมา] ถ้าเป็นสมัยก่อนคงสนุกกับเรื่องทำนองนี้มากหน่อย ผมชอบ 'วิกล วิกาล' ที่สุดด้วยเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ 'ระคน ละคร' ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดีมาก แต่อ่านรวมๆ กับเรื่องอื่นๆ แล้วกลับไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เมื่อเทียบกับงานพี่อุทิศเรื่องอื่นๆ
Displaying 1 - 7 of 7 reviews