Ning2,489 reviews201 followersFollowFollowOctober 23, 2015เล่มนี้ไม่ค่อยมีอะไรมากนางเอกก็ไปโน่นทำนี่ไปวันๆซื่อบื้อแรกๆก็น่ารักดีหลังๆบื้อเกิน เริ่มน่าเบื่อchinese-novel translation
Cherry Sawanya Munkongsujarit392 reviews24 followersFollowFollowJanuary 21, 2020Review 11/2562เรื่อง : มธุรสหวานล้ำสลายเป็นเถ้าราวเกล็ดน้ำค้าง (2 เล่มจบ)ผู้แต่ง : เตี้ยนเสี้ยนผู้แปล : ทีมงานห้องสมุดพิมพ์ครั้งที่1 : กันยายน 2557สนพ. ห้องสมุดดอตคอมโปรยปก:นางคือองุ่นน้อยลูกหนึ่ง ถูกปกป้องไว้ในที่ที่ ปลอดภัยที่สุด มีความสุขที่สุด สงบและร่มเย็นที่สุด นางไม่รู้จักความงาม ไม่รู้จักความหลงใหล ไม่เคยร้องไห้... และไม่รู้จักรัก เพราะเจอเขาโลกของนางถึง เปลี่ยนไป... เพราะเจอเขา นางจึงรู้ว่าความรักนั้นมีรูปร่างเป็นสิ่งใดก็ได้ เป็นผีเสื้อที่ขยับปีกโบย บิน เป็นหมึกที่ซึมลงไปในกระดาษฟาง เป็นเม็ดทรายที่ปลิวไปตามสายลม เป็นสิ่งใดก็ได้ที่เล็ก กระจ้อยร่อยพอจะแทรกเข้าไปอยู่ในสายตาและอกอุ่นของเขา คนนั้นเล่ม1 :จิ่นมี่ถือกำเนิดจากเทพธิดาบุปผาช่วงวันปักษ์น้ำค้างแข็ง เมื่อถือกำเนิดก็ถูกป้อนยาเม็ดดาวตก ทำให้ไม่มีความรู้สึกรัก ทั้งห้ามแต่งตั้งนางเป็นเทพธิดาบุปผา ให้เป็นเทพพเนจร อาศัยอยู่ในปราการแก้วเป็นเวลาหมื่นปี เพื่อช่วยหลบเลี่ยงด่านทดสอบรัก สี่พันปีผ่านไปภูตองุ่นน้อยจิ่นมี่อาศัยอยู่แต่ในปราการแก้ว คิดแต่จะหาทางออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก และการเพิ่มพลังเซียนของตนเท่านั้น เหลียนเฉียวเพื่อนภูตบุปผาที่ชอบเก็บของมาให้จิ่นมี่เก็บของจากสวนหลังบ้านจิ่นมี่ได้ จิ่นมี่บอกว่าคืออีกาที่ใกล้ตาย เอาไปฝังทำปุ๋ยให้ดอกไม้เถอะ จิ่มมี่เอาไปฝัง แต่ก็คิดขึ้นได้ว่าอีกาตัวนี้ฝ่าเขตอาคมปราการแก้วเข้ามาได้ คงจะเป็นอีกาที่บำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นเซียน เอามาตุ๋นกินเพิ่มพลังเซียนดีกว่า จึงช่วยชีวิตมันไว้ด้วยการป้อนน้ำหวานต่อลมหายใจ อีกากลับกลายร่างเป็นมนุษย์ กำลังคิดว่าอีกาซ่อนน่ายตานจินย่วนไว้ที่ไหน เลยลองหาดูจนไปถึงบริเวณท้องน้อย ลองบีบดู คิดถึงตัวเองว่าไม่มีสิ่งนี้งั้นนี่ต้องเป็นน่ายตานจินย่วนแน่ๆ จิ่นมี่ช่างใสซื่อไม่รู้รูปร่างลักษณะ ความแตกต่างภายนอกของชายหญิงโดยแท้ นี่มันตลกมากๆ นางจะเอาส่วนนั้นมาต้มกินนะ ทันใดก็ได้ยินเสียงทันใด บังอาจนัก จิ่นมี่ตกใจมาก รูปลักษณ์ปัจจุบันของจิ่นมี่ยังเทียบได้กับเด็กสิบขวบแดนมนุษย์อยู่เลย จิ่นมี่ก็รีบแก้ตัวว่าตัวเองเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเอาน้ำหวานให้กิน ก็ได้รับการถามว่าแล้วที่เอามีดมากวัดแกว่งตรงหน้าล่ะ ก็แก้ตัวว่าเห็นบนร่างมีติ่งเนื้อแปลกประหลาดเมื่อช่วยแล้วก็จะช่วยให้ถึงที่สุดจะตัดออกให้ อีกาทำสีหน้าประหลาดบอกเจ้าเป็นสตรี ไม่รู้ความแตกต่างของหญิงชายหรอกหรือ จิ่นมี่ไม่รู้จริงๆนั้นแหละ น่าสับสนยิ่งนัก แถมยังเสกให้จิ่นมี่กลับร่างจริง พอตื่นก็ใช้ให้จิ่นมี่ไปหาอาหารมาให้ จิ่นมี่ไปหาไส้เดือนมาให้แล้วถามว่าอีกาไม่กินไส้เดือนหรอกหรือ ใครว่าข้าเป็นอีกา หรือเป็นนกสาลิกาปากดำ ก็โดนสายตาเหยียดหยาม แล้วก็ไม่สนใจจิ่นมี่ ถามว่าแถวนี้มีน้ำพุหรือไม่ จิ่นมี่พาไป อีกาตักน้ำพุมากิน บอกหวานชุ่มคอ แต่จิ่นมี่เอาเท้าแกว่งน้ำเล่น ต่อหน้าเลยนะ อีกาเลยถามว่าน้ำพุนี่ไว้ทำอะไร เลยได้คำตอบว่าเอาไว้ ล้างเท้า ซักผ้า อาบน้ำ โอ้ยแทบจะกระอักอยู่แล้วจ้า ความกวนของจิ่นมี่ ความใสซื่อของนาง ตอนนี้บอกว่าสกปรกโสโครก นางไม่เข้าใจ เมื่อกี้บอกหวานชุ่มคอ ตอนนี้บอกสกปรกโสโครก นกเป็นสัตว์อารมณ์แปรปรวนเข้าใจยากจริงๆ จากนั้นก็ไม่สนใจจิ่นมี่เตรียมจากไป จิ่นมี่เลยบอกให้ตอบแทนบุญคุณโดยพาไปแดนสวรรค์ จิ่นมี่โดนเสกให้เข้าไปอยู่ในแขนเสื้อแล้วก็พาไปเลย พอถึงแดนสวรรค์จิ่นมี่ถึงได้รู้ว่าที่พาตนมาสวรรค์คือองค์ชายรอง เทพอัคคีวิหคเฟิ่งหวง จิ่นมี่อยู่ในวังซีอู๋ของเฟิ่งหวง เดินสำรวจในสวน ได้พบกับสุนัขจิ้งจอกขนสีแดง ที่แท้ก็เป็นท่านอาของเฟิ่งหวง เซียนจิ้งจอก จากนั้นจิ่นมี่ได้ไปพักอยู่ที่วังยินหยวน ของเซียนจิ้งจอกที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องจับคู่ ดูแลเฉพาะเรื่องรักของมนุษย์และปีศาจ ไม่เกี่ยวข้องกับเซียน คอยผูกด้ายแดงให้กับมนุษย์ จิ่นมี่ไม่รู้เรื่องความรักแม้แต่น้อย เซียนจิ้งจอกเอาหนังสือภาพชุนกงมาสอนให้จิ่นมี่ จิ่นมี่เข้าใจดีถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิง และข้อดีของการเสพสังวาสตามที่เซียนจิ้งจอกกล่าว สามารถใช้ธาตุหยินหล่อเลี้ยงธาตุหยาง และรับธาตุหยางมาเสริมธาตุหยินได้ แต่ที่จิ่นมี่ฟังเข้าใจคือการที่ นางจะเพิ่มพลังปราณเซียนก็หาลองหาใครมาผสมหยินหยางดู ดูเหมือนจิ่นมี่จะคิดเรื่องเดียวคือเพิ่มพลังเซียน เรื่องอื่นไม่รู้เรื่องไปหมด ใสซื่อที่สุด คิดอะไรก็พูดออกมาอย่างนั้น พวกเทพเซียนมาขอด้ายแดงเสริมสิริมงคลเท่านั้น แต่พอได้ยินเซียนจิ้งจอกบอกว่า อนาคตจิ่นมี่กับซวี่เฟิ่งจะตัดแขนเสื้อก็พากันโกรธ จิ่นมี่ไม่รู้เรื่องเลย แถมเฟิ่งหวงก็ไม่บอกใครว่าจิ่นมี่เป็นหญิง ท่านอาเซียนจิ้งจอกและทุกคนที่พบก็นึกว่าจิ่นมี่เป็นชายที่หน้าตาดีมาก จิ่นมี่สามารถเสกดอกไม้ได้ก็มีคนมากำนัลของให้ ที่ดีที่สุดคือไข่นกจาบปีกอ่อนของตำหนักเฟิ่งหวง พอจิ่นมี่เอาไปต้มกิน ก็มีความร้อนราวกับอยู่ในน้ำมันเดือด เซียนจิ้งจอกเลยให้เฟิ่งหวงมาช่วย เพราะร่างกายจิ่นมี่ประกอบด้วยธาตุเย็น นกจาบปีกอ่อนมีคุณสมบัติเป็นไฟ คงได้สลายเป็นกลุ่มควัน พอจบเรื่องจิ่นมี่พลังเซียนลดลงกว่าครึ่งเลยไปขอให้เฟิ่งหวงถ่ายทอดพลังปราณเซียน เฟิ่งหวงไม่ยอม จิ่นมี่ไปขอร้องใหม่ เฟิ่งหวงรับปากจะสอนวิธีบำเพ็ญตบะให้แก่นาง จิ่นมี่อยู่กับเฟิ่งหวงตลอด จิ่นมี่ก็หน้าตาดี จนมีเทพธิดามาชอบ จิ่นมี่ก็ยังนึกว่ามาชอบเฟิ่งหวงก็ทำหน้าที่ส่งจดหมายให้เหมือนเดิม ที่ไหนได้ เป็นจดหมายของตน จิ่นมี่ไม่ได้รู้สึกอะไรแค่วิจารณ์ไปโดยไม่คิดอะไร ที่ไหนได้กลับมีเทพมาสู่ขอจิ่นมี่ เฟิ่งหวงต้องปฏิเสธไปเพราะว่าจิ่นมี่ก็เป็นสตรี แล้วก็ดึงปิ่นสะกดวิญญาณที่จิ่นมี่ปักไว้ออกให้ดู ร่างจริงของจิ่นมี่ ทำเอาคนตกใจกันหมด หลังจากวันนั้นจิ่นมี่เห็นว่าเฟิ่งหวงไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย สายตาบ่งบอกถึงความครุ่นคิด หรือเค้าจะริษยานาง ที่มีเทพธิดามาหลงรัก รอดบ่วงเสน่ห์ของเขาไปได้ จิ่นมี่เลยเก็บปิ่นสะกดวิญญาณปักเถาองุ่นแทน เซียนรับใช้ในวังซีอู๋ก็บอกกับจิ่นมี่ว่า จิ่นมี่เจ้ามันช่างมีหน้าตาหลอกล่อเหล่าภมรเสียจริง จิ่นมี่ก็บอกว่ามันเป็นหน้าที่ของนางอยู่แล้ว ก็นางเป็นองุ่นนี่นะ เฟิ่งหวงให้จิ่นมี่ปักปิ่นสะกดวิญญาณเหมือนเดิม จิ่นมี่ก็ว่าข้าไม่ได้ตั้งใจจะหน้าตาดีกว่าท่านนะ เรื่องเยว่เป้ยมันเป็นเรื่องบังเอิญ จนเฟิ่งหวงต้องบอกว่าเจ้ามันช่าง ซื่อบื้อ จิ่นมี่ก็หาว่าเป็นอารมณ์แปรปรวนของสัตว์มีปีกอีก ไม่รู้เลยว่าเค้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นหน้าจริงของตั���เอง จิ่นมี่นี่สุดๆแล้ว เซียนจิ้งจอกเรียกจิ่นมี่ไปหา จิ่นมี่เหาะไม่ได้ต้องเดินไประหว่างทางได้พบกับ เซียนปลาน้อย ชมว่าหางสุดยอด เลี้ยงกวาง จะส่งไปห้องครัวไหน ที่แท้เป็นเทพรัตติกาลลุ่นอวี้ จากนั้นจิ่นมี่ก็นึกได้ว่าต้องไปหา เซียนจิ้งจอก ไปถึงดูละคร และก็ได้พบเหล่าหู ที่เลี้ยงดูจิ่นมี่มา และได้ฟังเรื่องราวว่าเทพธิดาทั้งยี่สิบสี่นางตามหาจิ่นมี่ไปทั่ว ให้กลับไปกับตน จิ่นมี่ต้องไปขออนุญาตเฟิ่งหวง พอเจอเฟิ่งหวงก็บอกว่าต้องไปทำธุระที่ แดนปีศาจพอดี จิ่นมี่ก็อยากตามไปด้วยเลยขอเก็ยข้าวของก่อนแล้วแอบตามไปในเสื้อคลุมของเฟิ่งหวง เฟิ่งหวงก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องแต่ก็ยอมให้ตามไป ไปถึงแดนปีศาจต้องทำตัวเป็นสาวใช้ของเฟิ่งหวง จิ่นมี่คิดว่ามันก็เหมือนเดิมกับตอนอยู่บนสวรรค์ มาแดนปีศาจจิ่นมี่ เฟิ่งหวง พบลุ่นอวี้ จิ่นมี่ทักทายในที่สุดก็รู้ว่าคือเทพมังกรรัตติกาล ทุกคนจะต้องถูกจิ่นมี่มองผิดไปหมด อัคคีวิหคกลายเป็นอีกา มังกรกลายเป็นปลา พอมองอีกแง่จิ่นมี่มีนิสัยเรียบง่าย ใสซื่อจริงๆ มาแดนปีศาจจับปีศาจฉงฉี ตอนไปจับปีศาจฉงฉี เฟิ่งหวงกับเทพรัตติกาลเสกให้จิ่นมี่ตัวแข็งอยู่ในโรงเตี๊ยม จิ่นมี่ก็พลาดเรื่องสนุกไปเลย พอจับกลับมาจิ่นมี่แอบปล่อยเพราะคิดว่าจะชิงน่ายตานจิงยวน เฟิ่งหวงได้ช่วยจิ่นมี่ไว้และถูกเข็มพิษของปีศาจฉงฉี สิ่งที่จะช่วยรักษาพิษกาฬโรคของปีศาจฉงฉีได้คือเห็ดหลินจือ องค์หญิงหลิวอิงจะไปขอจากแดนบุปผาแต่จิ่นมี่บอกว่าจะเสกให้ ถ้าเสกได้ให้เฟิ่งหวงมอบตบะสามร้อยปีให้เป็นการตอบแทน ในที่สุดก็เสกได้ เฟิ่งหวงถามว่าเจ้าเป็นใครทำไมถึงเสกเห็ดหลินจือได้ จิ่นมี่ไม่ได้ตอบแต่ทำให้เฟิ่งหวงสลบและให้กินยา จิ่นมี่เฝ้าเฟิ่งหวงจนหลับไป ตื่นขึ้นมาก็พบว่าเฟิ่งหวงฟื้นแล้ว ทั้งหัวหน้าเทพธิดาบุปผาก็มาแล้ว จากกันหนึ่งร้อยปีจิ่นมี่ดีใจยิ่งนักส่งยิ้มให้ แต่พวกนางไม่ยิ้มตอบเลย จิ่นมี่ถูกกักอยู่ในปราการแก้วอีกครา ครั้งนี้ลุ่นอวี้มาพาจิ่นมี่ออกไป ได้ไปซ่อนตัวในโลกมนุษย์ ได้รู้เรื่องราวสนุกๆของโลกมนุษย์ เจ้าที่ที่ช่วยดูแลจิ่นมี่ บอกจิ่นมี่ว่ามีสิ่งบันเทิงเริงรมย์ของมนุษย์ที่ไม่ควรพลาดคือ การกิน การดื่ม การพนัน การเที่ยวผู้หญิง กิน กับดื่มแล้ว ต่อไปการพนัน จากนั้นก็เที่ยวผู้หญิงไปหอนางโลม แต่เปลี่ยนเป็นหอบำเรอชายเพราะจิ่นมี่ได้ยินเสียงเรียกมู่ตาน เฟิ่งหวงตามมาเจอ จนได้และเผาหอบำเรอชายซะวอดวาย ดีที่ได้เทพวารีมาช่วยดับไฟและสั่งสอน จิ่นมี่กล่าวว่าเฟิ่งหวงจะเผานางไม่ได้จะเผาผู้คน เฟิ่งหวงยังกล่าวว่าให้เผาข้ายังดีกว่าเผาเจ้า จากนั้นก็ต่อว่าจิ่นมี่ที่มาสถานที่อย่างนี้ดีที่แก่นเซียนไม่หายไป จิ่นมี่ให้เฟิ่งหวงและเทพรัตติกาลดื่มสุราดอกไม้ของตัวเอง ทั้งคู่ดื่มจนเมา จิ่นมี่ดูแลเฟิ่งหวงและทวงตบะเซียน เฟิ่งหวงถามว่ากี่ปีจิ่นมี่บอกว่าหกร้อยปี แล้วก็คิดถึงการเสพสังวาสที่เพิ่มพลังเซียน จิ่นมี่คิดถึงแต่เรื่องการเพิ่มพลังอย่างเดียวเลย เฟิ่งหวงจูบตอบก่อนที่จะรู้ตัวบอกว่าผิดแล้ว ยุ่งแล้ว เฟิ่งหวงสารภาพว่ารู้ว่าจิ่นมี่รักตน และตนก็รักจิ่นมี่แต่ว่าไม่อาจคู่กันได้ จะต้องโทษอาญาสวรรค์ สลายกลายเป็นผุยผง ยิ่งฟังจิ่นมี่ยิ่งงง ตื่นขึ้นมาจิ่นมี่พบขนนกอัคคีวิหคของเฟิ่งหวงก็เอามาปักแทนปิ่น ลุ่นอวี้มาหา พอเห้นก็บอกว่าจิ่นมี่ปักเถาองุ่นดีว่า จิ่นมี่เลยให้เถาองุ่นลุ่นอวี้ไปด้วย ดูไปเหมือนบังเอิญแต่ลุ่นอวี้มาแผนการ ไม่ได้เปิดเผยจริงใจเหมือนเฟิ่งหวงเลย จิ่นมี่ไม่รู้เรื่องคบเป็นเพื่อนกับทุกคนไม่มีความรู้สึกแบบชายหญิงกับใคร จิ่นมี่ถามลุ่นอวี้ว่าเฟิ่งหวงไปไหน ลุ่นอวี้บอกว่าไปงานฉลองวันเกิดของฮองเฮา มารดาของเฟิ่งหวง จิ่นมี่เพิ่งได้พลังจากเฟิ่งหวงมาอยากจะอวดเลยจะเสกเม็ดหมากเป็นซาลาเปากลับกลายเป็นลูกเห็บ จิ่นมี่ผิดหวัง แต่ลุ่นอวี้น่าจะคาดเดาความเป็นมาของจิ่นมี่ได้ส่วนหนึ่ง จากเรื่องนี้ ทั้งอยู่กินข้าวด้วยกัน ตอนพาไปกินข้าวจิ่นมี่จะสั่งอาหารเห็นคนก่อนหน้าเรียกเสี่ยวเอ้อ ถึงตานางควรเรียกเสี่ยวซาน ซึ่งเป็นคำด่าในโลกมนุษย์จิ่นมี่ไม่เข้าใจ เพราะนางใสซื่อมากที่สุด สั่งซาลาเปาน้ำซุปไส้ปู กัดคำโตแล้วมีน้ำพุ่งออกมา ลุ่นอวี้ไม่ว่าอะไร เซียนปลาน้อยอะไรก็ดี จะไปงานเลี้ยงยังใช้อาคมกักจิ่นมี่ไว้อีก จิ่นมี่ท่องคาถาบทสวด ตบะทอง ตบะไม้ จนมาถึงตบะน้ำเป็นคาถาสุดท้ายในที่สุดก็ได้ผล อาคมแตกสลายเป็นไอน้ำปกคลุม จากนั้นใช้คาถาเรียกเจ้าที่มานำทาง กลับเป็นท่านขำก๊าก ณ มุมหนึ่งในร้านอาหารเช้านั่นเอง ท่านขำก๊ากพาจิ่นมี่ไปแดนสวรรค์และเข้างานได้เพราะขนอัคคีวิหคของเฟิ่งหวงนั่นเอง ในงานมีเทพเซียนมากมาย ในงานเมื่อถึงตอนสำคัญอยู่ดีๆก็มีงูออกมาทำให้จิ่นมี่ตกใจ เป็นจุดสนใจของทุกคน เพราะองุ่นกลัวงูเป็นที่สุด เมื่อฮองเฮาเห็นก็ว่าเป็นเซียนมาจากไหนทำไมปกปิดรูปโฉมจริง จิ่นมี่ไม่คิดอะไรก็คืนร่างเดิม ทุกคนเห็นก็ตกใจเพราะว่าหน้าตาเหมือนกับเทพธิดาบุปผาองค์ก่อนจื่อเฟิน ทุกคนทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้ เทพวารี ฮองเฮา สนใจจิ่นมี่ถามว่าอยู่ที่ไหนจิ่นมี่บอกว่าอยู่ในปราการแก้ว จิ่นมี่ไม่สนใจอะไร พอเห็นซุยเหอเซียนนกยูงนั่งข้างเฟิ่งหวงกับที่ฟังพวกเซียนคุยกันก่อนหน้านี้ที่บอกว่าฮองเฮาจะจับคู่ให้เฟิ่งหวง จิ่นมี่ก็พูดขึ้นมาว่า เฟิ่งหวงและเซียนนกยูงนัดกันมาฝึกวิชาเสพสังวาสนี่เอง เพราะในหัวของจิ่นมี่มีเพียงเรื่องเดียวที่สนใจนั่นคือการเพิ่มพลังเซียนการเสพสังวาสเป็นการเพิ่มพลังเซียนรูปแบบหนึ่ง ช่างไร้เดียงสาจริงๆเลย เรื่องนี้ทำให้ฮองเฮาโกรธมากจะจับจิ่นมี่มาลงโทษ แต่มีเสียงห้าเสียงประสานขึ้นว่าไม่ได้ นั่นคือ เฟิ่งหวง ลุ่นอวี้ เทพวารี เง็กเซียนฮ่องเต้และเซียนจิ้งจอก ระหว่างช่วงคับขันฮองเฮาคิดกำจัดจิ่นมี่เขี้ยงปิ่นออกไป แต่ไปปะทะกับปราการป้องกันของฮวนตี้ขนอัคคีวิหคที่เฟิ่งหวงมอบให้จิ่นมี่ ช่วงฉุกละหุกท่านขำก๊ากได้พาจิ่นมี่หลบหนีไป ที่ป้อมปราการน้ำซีเจี่ยวของตน และชวนมาเป็นชายา ให้กำเนิดบุตร จิ่นมี่คิดไปไกลมากว่าลูกจะออกมาเป็นอะไร บอกว่าไม่ให้กำเนิดบุตรแต่เสพสังวาสได้ เพราะคิดแล้วคงเพิ่มปราณเซียนได้ เอาเรื่องเดียวจริงๆเลยจิ่นมี่ เยี่ยนโย่วได้ฟังก็ดีใจมาก เฟิ่งหวงตามมาบอกว่านึกว่าท่านเยี่ยนโย่ว จะแค่เบื่อการเป็นเทพเซียนบนสวรรค์ ถึงได้หนีมาเป็นภูตพรายในโลกมนุษย์ ตอนนี้แม้แต่ภูตพรายก็ไม่อยากเป็นแล้ว จะเป็นเถ้าธุลีแทน แล้วก็จะทำน้ำเดือดให้ปลาตาย เยี่ยนโย่วจำต้องปล่อยจิ่นมี่ จิ่นมี่สัญญากับเฟิ่งหวงว่าต่อไปไม่กล้าอีกแล้ว จิ่นมี่ไม่เข้าใจเรื่องราวความรักจริงๆ นี่เฟิ่งหวงกำลังหึงอยู่นะยังไม่รู้อีก นึกว่าอารมณ์แปรปรวน ตอนนี้เฟิ่งหวงกำลังคิดว่าตัวเองกับจิ่นมี่มีบิดาคนเดียวกันอยู่ จากนั้นก็มีเทพจะมาจับจิ่นมี่ไปลงโทษตามบัญชาฮองเฮาแต่เฟิ่งหวงขวางไว้ ลุ่นอวี้ก็มา หัวหน้าเทพธิดาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ในเรื่องที่เฟิ่งหวงกล่าว จิ่นมี่บอกว่าชอบหมดทุกคน จิ่นมี่ถูกขัง���นปราการแก้วและเทพธิดาบุปผาเฝ้าไว้ แต่คืนนั้นเง็กเซียนฮ่องเต้เรียกวิญญาณจิ่นมี่มาหาทั้งยังบอกว่าจิ่นมี่เป็นบุตรสาวตน จิ่นมี่ไม่คิดอะไรอยากได้แต่พลังเซียนอย่างเดียว อยู่ดีๆก็ได้พลังเซียนห้าปี จิ่นมี่ไม่ฟังอะไรอีก ตื่นมาตอนเช้าไปเฝ้าสุสานเทพธิดาบุปผาขอโทษที่แอบอ้างเป็นลูกก็เจอเทพวารีมาหา ตอนนั้นจิ่นมี่กำลังอยากอวดพลังห้าพันปีเลยเรียกท่านขำก๊ากมา เทพวารีเห็นก็ถามว่าจิ่นมี่ใช้คาถาอะไรเรียกเยี่ยนโย่ว เทพวารีถามว่าจิ่นมี่เรียกฝนได้หรือไม่จิ่นมี่ไม่เคยลอง จึงลองดู ตอนแรกไม่เกิดอะไร สุดได้มีเกล็ดหิมะตกลงมาตอนที่หัวหน้าเทพธิดาบุปผามาถึงแล้ว ระหว่างนั้นจิ่นมี่ก็เป็นลมไปเพราะพลังเซียนห้าพันปีที่ได้รับขัดกับร่างกายตน เทพวารีจึงถามที่มาของจิ่นมี่ธิดาบุปผาไม่สามารถบอกได้เพราะสาบานไว้แล้ว เหล่าหูจึงเล่าเรื่องราวครั้งนั้นแทน สาเหตุเพราะความเจ้าชู้ของเง็กเซียนฮ่องเต้และฮองเฮาที่อยากกำจัดเทพธิดาบุปผาทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆตามมา เมื่อรู้ความจริงเทพวารีก็แค้นนัก จากนั้นก็จะไปหาเง็กเซียนฮ่องเต้เพื่อให้ดึงพลังคืน ที่ประตูสวรรค์ลุ่นอวี้ทำเป็นมองไม่เห็นเทพวารีเข้ามาทักและสารภาพรักกับจิ่นมี่ จิ่นมี่ไม่ทันเล่ห์ก็ตอบไปกลับไปว่าข้าก็ชอบท่านเช่นกัน เมื่อไปเจอเง็กเซียนฮ่องเต้ และบอกความจริงเฟิ่งหวงก็อยู่ด้วย ตอนแรกดีใจที่รู้ว่าจิ่นมี่ไม่ใช่พี่น้องกับตน แล้วก็เป็นว่าที่ชายาของลุ่นอวี้แทนเพราะสัญญาหมั้นหมายในกาลก่อน ลุ่นอวี้จะเอาขนอัคคีวิหคคืนให้เฟิ่งหวง เฟิ่งหวงบอกว่าของที่มอบให้แล้วไม่รับคืน จิ่นมี่คิดถึงตัวเองเพิ่งเสียพลังห้าพันปี จะไม่ยอมเสียอีกหกร้อยปีเลยบอกว่าไม่คืนให้ซักอย่าง เฟิ่งหวงนัดจิ่นมี่ไปเจอ พอเจอจิ่นมี่เลยบอกว่าแต่งงานจะได้สลายความแค้น และเล่าเรื่องราวให้ฟังในครั้งนั้น เทพวารีพาจ่นมี่ไปพบพระยูไลเพื่อแก้ยันต์ผู้พิทักษ์ พระยูไลกล่าวว่าผู้ที่ใกล้ตาย จะแก้ยันต์ผู้พิทักษ์ออกหรือไม่ มีค่าเท่ากันหลังอ่านเล่ม1 :จิ่นมี่ที่นึกว่าตนเป็นเพียงภูตองุ่นตัวเล็กๆมีตบะพลังเซียนไม่มาก จะทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มพลังเซียนของตน จิตใจใสสะอาด ไม่รู้จักความรักเพราะตอนเกิดมาได้กินยาไร้รักทำให้ไม่รู้จักความรัก ไม่เข้าใจ อารมณ์ในเล่มนี้เฟิ่งหวงจะคอยดูแลจิ่นมี่ ตั้งแต่แรก ให้อยู่ใกล้ พอมีคนรู้ว่าจิ่นมี่หน้าตาดีก็จะไม่พอใจ แต่จิ่นมี่เอาแต่คิดว่าเฟิ่งหวงอารมณ์แปรปรวนแบบสัตว์ปีก ตอนใกล้จบของเล่มในที่สุดจิ่นมี่ก็รู้ชาติกำเนิดของตัวเองแล้วจากนั้นจะเป็นยังไงต้องตามอ่านต่อในเล่มจบThis entire review has been hidden because of spoilers.
Opalla9 reviewsFollowFollowJuly 21, 2021สำหรับเราไม่ประทับใจเท่าไหร่ ถึงจะเป็นแนวเทพเซียนแต่เอาความเป็นเซียนมาใช้น้อยมาก ถ้าฉากไม่อยู่นอกโลกมนุษย์นี่เราว่าจะเป็นนิยายรักธรรมดาเลย ไม่มีความอินกับความรักพระนาง เป็นงงว่า เดี๋ยวก่อน นี่รักกันได้ยังไงนะ
ppsk ᙏ̤̫281 reviews7 followersFollowFollowReadDecember 18, 2022อ่านนิยายแบบคนไม่เคยดูซีรีส์มาก่อน ชอบที่มาชื่อเรื่องมากกกก แบบขนาดคำไทยยังสวยยังสื่อความหมายขนาดนี้ ออริจินอลที่เป็นภาษาจีนจะขนาดไหน แรก ๆ ก็น่ารัก พอหลัง ๆ เริ่มเศร้าแล้ว อิรุงตุงนังไปหมด แต่นักเขียนผูกปมมาดีนะ สำหรับเรื่องของพ่อ-แม่จิ่นมี เอาซะเดาไม่ออกเลย ก่อนเฉลยก็เศร้า หลังเฉลยก็เศร้า (ไม่ชอบเรื่องที่มีพระรองก็เพราะอะไรแบบนี้แหละ แง้ แต่ก็ยังทีมเฟิ่งหวงสุดใจ55555) จิ่นมีก็ซื่อบื้อละเกินลูกเอ้ย บางทีก็บื้อเกิน เซียนปลาน้อยก็แสนดีแหละ แต่สงสารเฟิ่งหวง คิดไปเองละก็เจ็บเอง ละดันต้องเจ็บยาวด้วย t–t แอบหวังว่าเล่ม 2 จะเข้มข้นกว่านี้ ยังมองไม่เห็นหนทางว่านางเอกจะไปมีความรักจากใจจริงได้ยังไง ส่วนตัวชอบภาษาการแปลค่ะ
Breezy Riz218 reviews1 followerFollowFollowSeptember 1, 2015ด้วยความที่เป็นเรื่องแนวแฟนตาซีของเหล่าทวยเทพเลยต้องพยายามกล่อมตัวเองให้เชื่อว่าภูตที่ใสซื่อได้ขนาดนี้มีอยู่จริง... แต่ไม่สำเร็จค่ะจิ่นมี่นางเอกใสซื่อเสียจนน่าหงุดหงิดแต่ก็พอเข้าใจได้ว่าถ้าไม่ใสซื่อขนาดนั้นคงไม่สามารถสร้างความปั่นป่วนจิตใจให้กับผู้อื่นได้ขนาดนี้เรื่องนี้เป็นหนังสือที่มีเชิงอรรถอธิบายเยอะมาก เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้าในสรวงสวรรค์และความเชื่อด้านศาสนาของจีนถ้าไม่มีพื้นฐานมาบ้างอาจจะงงและเสียอรรถรสได้ง่ายๆ
J.Nida438 reviews57 followersFollowFollowAugust 11, 2015หลังจากอ่านบุปผาล่มเมืองก่อนหน้านึ้ทำใฟ้ผิดหวังมาแล้ว เลยไม่ได้คาดหวังกับเรื่องนี้มากหยิบมาอ่านฆ่าเวลา แต่สนุกกว่าที่คิด เดินเรื่องไม่เยิ่นเย้อยืดเยื้อพล็อตสมเหตุสมผลพอเข้าใจได้ สำนวนการแปลเป็นเอกลักษณ์อาจจะเพราะชินกับสำนวนห้องสมุด เลยอ่านไม่สะดุดฮาดีด้วย ชอบเกี่ยวกับเนื้อเรื่องก็ชอบ ดำเนินเรื่องน่าติดตาม
Lunae Enciel448 reviews8 followersFollowFollowMarch 26, 2020ระดับภาษาในการแปลทำให้เราสงสัยจริงจังว่าเรื่องนี้ได้รับการขนานนามเคียงคู่เรื่องป่าท้อของถังชีกงจื่อจริงเหรอ ในหน้าคำนำไม่ได้เขียนชื่อไทยของป่าท้อตามที่สนพ.ซึ่งได้LCตั้งไว้หรอกนะ แต่คิดว่าน่าจะเรื่องเดียวกัน
Jidapa224 reviews20 followersFollowFollowNovember 5, 2014สนุกดี เล่มนี้ยังเดาไม่ถูกว่าใครเป็นพระเอกกันแน่chinese-novel
Fe-rin Fernita21 reviews4 followersFollowFollowApril 25, 2015เล่มนี้ดูค่อนข้างน่าเบื่อ...แบบนางเแกดูจะไร้เดียงสาเกินไปอ่ะ แต่ก็เนื้อเรื่องน่าติดตามพล็อตก้ดีแต่ไม่ค่อยชอบสำนวนการแปลของห้องสมุดเท่าไหร่....ชอบแไสตล์การแปลนิยายแนวนี้ของแจ่มใสมากกว่า...
Nattapan2,404 reviews79 followersFollowFollowJuly 13, 2015Kind of boring.chinese-fiction-in-thai-language
Siwan Taweworathum60 reviewsFollowFollowJanuary 7, 2016เราชอบที่แม่นางเอกปกป้องนาง ทำให้นางไม่รู้จักควา��รัก ไร้ซึ่งความรู้สึก ปล่อยให้ฝ่ายชายเขาต้องรักข้างเดียวไปก่อน มันสะใจคนอ่านเล็กๆ
Tkpslc.456 reviews12 followersFollowFollowAugust 15, 2017เหมือนจะดีแต่เราว่าน่าเบื่อไปหน่อย สำนวนแปลกๆเลยไม่ค่อยอิน
Jirawan Jantanakorn100 reviews7 followersFollowFollowNovember 14, 2017นางเอกจืดๆไปหน่อยนะความรู้สึกว่าจะรักกับพระเอกได้นี้ไม่มีเลย แต่ก็ยัดให้รักกันได้...... ไม่ซื้อเก็บในคอลเเลคชั่นดีกว่า