Fe-rin Fernita21 reviews4 followersFollowFollowApril 25, 2015เนื้อเรื่องน่าติดตามพล็อตก้ดีแต่ไม่ค่อยชอบสำนวนการแปลของห้องสมุดเท่าไหร่....ชอบไสตล์การแปลนิยายแนวนี้ของแจ่มใสมากกว่า...แล้วก็มีความรู้สึกว่าคนเขียนยังเขียนให้ ตัวละครหลายๆตัวจบแบบดื้อๆ ปมหลายๆอย่างแบบงง คือแบบไม่เคลียร์เท่าที่ควร มีความรู้สึกค้างคาอ่ะทั้งๆที่พล็อตดีนะ...การดำเนินเนื้อเรื่องความรู้สึกตัวละครยังอ่อนอยู่มากแบบไม่ค่อยมีความรู้สึกร่วมเวลาอ่าน แล้วก้มีหลายประเด็นที่งงและไม่เข้าใจ อย่างเช่นทำไมแม่นางเอกถึงให้นางเอกเป็นองุ่นอะ? เกี่ยวไรกะเกล็ดน้ำแข็ง เกี่ยวไรกะดอกบัว? เพราะอะไรถึงเป็นองุ่น? เป็นดอกกุหลาบ ดอกมะลิ ผักชี ผักคะน้า รึผลไม้อย่างอื่นไม่ได้หรอ แล้วอย่างเซียนจิ้งจอกที่มีในแนะนำตัวละครก็บรรยายว่าเกี่ยวกับความรัก เลยนึกว่าจะมีบทบาทในการช่วยให้พระเอกนางเอกรักกันเยอะกว่านี้นี่กลายเป็นแบบลืมไปเลยโผล่มาตอนแรกๆแล้วก้หายไป กลับมาตอนหลังเกือบจบเราเพิ่งนึกได้ว่ามีตัวละครตัวนี้ด้วย เหอๆ... อีกอย่างคือ นางเอกแค้นพระเอกแล้วหรอ?อ่านจนตอนที่นางเอกแทงพระเอกก้ยังงงๆว่าโกรธขนาดฆ่าให้ตายเลยหรอ แบบไม่มีความรู้สึกสักนิดว่านางเอกแค้นเพราะเข้าใจว่าพระเอกฆ่าพ่อ ถึงแม้ตอนหลังจะเฉลยมาก็ให้ความรู้สึกแบบว่า อ๋องี้เองที่งงๆเพราะแบบนี้ แต่พอคิดย้อนไปบทก่อนก็แบบ...นั่นแค้นหรอ ทำไมเราไม่อินฟระ
Ning2,520 reviews203 followersFollowFollowOctober 23, 2015ดีกว่าเล่มหนึ่งนิดนึง ช่วงดราม่าไม่รู้สึกตามเลยเหตุผลอ่อนไปหน่อย ดูงงๆ แต่ช่วงดราม่าคือช่วงพีคสุดของหนังสือแล้วนะทั้งเล่มสนุกแค่ตรงนี้เองไม่คิดว่าเป็นที่การแปลนะ คิดว่าเป็นที่ตัวเรื่องเองเลยและติดที่คำนำด้วยแหล่ะเอาไปเปรียบเทียบกับอีกเล่มที่ดังมากคือเล่มนั้นมันมีเงื่อนงำทับซ้อนอะไรเต็มไปหมดแบบต้องอ่านรอบสองอ่ะ ถึงจะเก็บหมดแต่เล่มนี้อย่าว่าแต่รอบสอง รอบแรกก็เข็นซะเหนื่อยละมันไม่มีมิติ มันเล่าไปเรื่อย จนเกือบจบ แต่ถ้าไม่มีคำนำอาจจะดีกว่านี้(มั้งนะ)chinese-novel translation
Jidapa224 reviews20 followersFollowFollowNovember 5, 2014หักเหลี่ยมหักมุมน่าดู โดยรวมสนุกค่ะ แต่ขอหักคะแนนความโหดหนักๆไป ให้ 3.5ดาวค่ะ
Cherry Sawanya Munkongsujarit392 reviews24 followersFollowFollowJanuary 21, 2020โปรยปกเล่ม2 :เขา คือพญาวิหคเพลิงผู้หยิ่งยโส เขาไม่ เคยมองสิ่งใดที่มีค่าเล็กน้อย... แต่เขากลับรักองุ่นน้อยลูกหนึ่ง รักมาก จนยากจะหายาแก้ รักเรื้อรังจนยอมสละแล้วซึ่งทุกสิ่งแม้กระทั่งตำแหน่งที่สูงที่สุดบนสรวงสวรรค์ รักจน ยอมลงนรกอเวจี รักจนกระทั่งโดนเสียบแทงทะลุหัวใจก็ยังตัดใจไม่ขาด ครั้ง หนึ่งเขาเคยลั่นวาจาว่า ‘หากเจ้าบอกว่ารักข้า ข้าจะฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้-- พูดครั้งหนึ่งลงดาบครั้งหนึ่ง’ เพราะ เขารู้ดีว่า หากนางพูดออกมาจริงๆ เขาคงไม่อาจตัดใจปล่อยนางไปได้เล่ม2 :พระยูไลกล่าวว่าโชคชะตาตนเองเป็นผู้กำหนด รูปลักษณ์เกิดจากจิตใจ ใจนิ่งเสียสรรพสิ่งก็จักนิ่ง พระยูไลวางขี้ธูปลงบนกำมือจิ่นมี่แล้วกล่าว ความรักเป็นสาเหตุให้เกิดความทุกข์ ความรักเป็นสาเหตุให้เกิดความกลัว หากหลีกหนีความรักได้ ก็จักไม่ทุกข์แล้วก็ไม่กลัว หวังว่าธูปนี้จะช่วยให้เจ้าพ้นเคราะห์กรรม จิ่นมี่ไม่เข้าใจที่พระยูไลกล่าว พอกลับมาก็ยังเจอกับเฟิ่งหวงที่อารมณ์แปรปรวน จิ่นมี่ไม่เข้าใจว่านั้นคือการงอน ส่วนเฟิ่งหวงก็ใช้ซุ่ยเหอคิดจะทำให้จิ่นมี่หึง แต่จิ่นมี่จะไปรู้เรื่องอะไร ในเมื่อตอนนี้จิ่นมี่ไม่รู้จักความรัก แต่พอได้ยินว่าเฟิ่งหวงบาดเจ็บ การกระทำก็ไวกว่าความคิด รีบไปหา และรู้สึกเหมือนมีเพลี้ยกัดกินจิตใจ จิ่นมี่ไม่รู้เลยว่านี่คือความรู้สึกของเจ็บปวดเมื่อเห็นคนที่รักบาดเจ็บ จิ่นมี่ดูแลเฟิ่งหวงทั้งคืน จนตอนเช้าเฟิ่งหวงก็กล่าวว่า ที่จริงแล้วในใจของเจ้าก็มีข้าอยู่ใช่ไหมล่ะ ส่วนเซียนปลาน้อยก็รอคอยการมาของจิ่นมี่พร้อมกับมารฝัน ที่จิ่นมี่สอนให้แกล้งตาย วิชาเอาตัวรอดของนางเอง สรวงสวรรค์กำหนดวันแต่งงานของจิ่นมี่กับเซียนปลาน้อยลุ่นอวี้แล้วคือวันที่แปดเดือนสาม คืนนั้นจิ่นมี่ไปหาเฟิ่งหวง และได้ร่วมคืนวสันต์ด้วยกัน เหตุการณ์นี้ลุ่นอวี้ก็รู้เพราะมารฝัน แต่กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่ก็เป็นอีกข้อที่แตกต่างของเฟิ่งหวงกับลุ่นอวี้ ที่มีแผนการมากมาย จิ่นมี่ที่ไม่ทันใครจะไปเข้าใจอะไรได้ เฟิ่งหวงแสดงความจริงใจ แต่จิ่นมี่ก็ไม่เข้าใจอันนั้นต้องใช้เวลา เพราะมันอยู่ในใจอยู่แล้ว เรื่องราวจะค่อยๆเผยออกมาในภายหลัง ตอนนี้เซียนปลาน้อยได้รู้แล้วก็บอกกับจิ่นมี่ถึงเรื่องราวของตัวเองในอดีต ว่าตัวเองแตกต่างจากฝูงปลาไน แต่ก็ยังพยายามทำตัวให้กลมกลืน จนกระทั่งรู้ความจริงว่าตัวเองเป็นมังกรขาวที่อยากเป็นปลา จิ่นมี่บอกว่านางก็เหมือนกัน คิดว่าเป็นองุ่นจริงๆแล้วเป็นเกล็ดน้ำค้างแข็ง เซียนปลาน้อยขอจิ่นมี่เพียงรักข้าน้อยข้าไม่ว่า แต่ขอให้รักข้าไปนานๆ เฟิ่งหวงมาหาจิ่นมี่ ในเมื่อจิ่นมี่ไม่เข้าใจในรัก ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ไม่เข้าใจคำพูดขอทุกคน เฟิ่งหวงก็บอกว่าไม่ยอมให้จิ่นมี่แต่งงาน จิ่นมี่กลับบอกว่าทำลายงานแต่งงานต้องตกนรก เหมือนพูดกันคนละเรื่องซึ่งก็ใช่จริงๆ จากนั้นจิ่นมี่ก็ถูกฮองเฮาหลอกไปฆ่า เพราะทั้งหมดล้วนไปฟังธรรมเทศนาของพระยูไล จิ่นมี่ก็ไป กว่าจะรู้ตัวก็เกือบถูกฮองเฮาฆ่าไปแล้ว จากนั้นจึงแกล้งตาย คนที่มาช่วยจิ่นมี่เป็นคนแรกก็คือเฟิ่งหวง จากนั้นเทพวารี เซียนปลาน้อย เง็กเซียนฮ่องเต้ก็มา ทั้งที่รู้ว่าจิ่นมี่แกล้งตายแต่เซียนปลาน้อยไม่บอกใคร คิดจะใช้เทพวารีกำจัดฮองเฮา แต่เฟิ่งหวงรับเอาไว้แทน ทำให้ผิดแผนแต่ก็ได้ผลลัพธ์ที่พอใจ เง็กเซียนฮ่องเต้รู้ความจริงว่าฮองเฮากำจัดเทพธิดาบุปผาองค์ก่อน ก็เลยสั่งขังถอดยศฮองเฮา เฟิ่งหวงบาดเจ็บ จิ่นมี่รักษาตัวอยู่และได้เทพวารีดูแล และได้มอบดาบใบหลิวที่หลอมรวมตบะครึ่งหนึ่งเอาไว้ให้จิ่นมี่ป้องกันตัว จิ่นมี่คิดถึงเฟิ่งหวง จึงไปเยี่ยม แต่แทนที่จะเจอกลับพบกับซุ่ยเหอเฝ้าอยู่ เฟิ่งหวงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นจิ่นมี่ ซุ่ยเหอก็แอบอ้างตนเอง ภาพนั้นทำให้จิ่นมี่กลับไปด้วยความสับสน ต่อมาเฟิ่งหวงยังมาบอกว่ารู้ว่าจิ่นมี่มาหาตน แปลว่าเฟิ่งหวงเข้าใจผิดตอนที่จูบกับซุ่ยเหอ จากนั้นท่านขำก๊ากก็มาหาจิ่นมี่และบอกไม่ให้แต่งงานกับเทพรัตติกาล แต่จิ่นมี่ก็ไม่ได้แต่งงานในวันที่แปดเดือนสาม เพราะการจากไปของเทพวารี เง็กเซียนฮ่องเต้แต่งตั้งให้จิ่นมี่เป็นเทพวารีสืบต่อจากท่านพ่อและไว้ทุกข์สามปี เฟิ่งหวงและลุ่นอวี้บอกว่าจะหาตัวคนร้ายมาให้ได้ จิ่นมี่เฝ้าสุสานที่แดนบุปผา ทั้งวันอ่านกลอนรักที่นำมาจากท่านกามเทพ และหัดคักอักษรจากกลอนเหล่านั้น เฟิ่งหวงมาเยี่ยม พอเห็นนึกว่าเขียนกลอนรักหาใคร จิ่นมี่ไม่เข้าใจ แค่บอกว่ากระดาษดี เฟิ่งหวงขอก็มอบให้ เฟิ่งหวงดีใจมาก จิ่นมี่ขอให้เฟิ่งหวงไม่แต่งกับซุ่ยเหอ เฟิ่งหวงรับปาก พอถามถึงคนอื่น จิ่นมี่ก็บอกว่าไม่ดี เอ่ยชื่อใครก็บอกว่าไม่ดี เฟิ่งหวงดีใจมากบอกว่าจะแต่งกับนางคนเดียวแต่จิ่นมี่ฟังไม่เข้าใจหลอกนะ ส่วนเซียนปลาน้อยก็ยุ่งมาก จิ่นมี่เห็นเซียนปลาน้อยทำดีกับทุกคน เฟิ่งหวงรักจิ่นมี่ก็คอยมาเยี่ยมนางเสมอ จิ่นมี่มีความสุขแต่ตัวเองไม่รู้ตัว สามปีผ่านไป วันที่เจ็ดเดือนสามคืนก่อนวันแต่งงาน จิ่นมี่ตัดปลายผมฝากหิ่งห้อยนำไปมอบให้เฟิ่งหวง ตัดแล้วซึ่งเส้นผมสีนิล สายใยแห่งความรัก เพราะจิ่นมี่สัญญาว่าจะกตัญญูต่อท่านพ่อ ที่แท้ในงานแต่งงานเซียนปลาน้อยคิดก่อกบฏ เฟิ่งหวงรู้มานานจึงเตรียมการป้องกัน และปกป้องจิ่นมี่ แต่จิ่นมี่ผู้ไม่รู้เรื่องอะไร หลังจากได้ฟังความในใจของเซียนปลาน้อย ที่บอกว่าตนกตัญญูต่อมารดาที่ตายไป ที่โดนฮองเฮาฆ่าตาย พอจิ่นมี่ได้ยินคำพูดก็คิดถึงท่านพ่อ ที่ตนเข้าใจว่าตายด้วยน้ำมือของเฟิ่งหวงเพราะไฟกรกชโลกันตร์ที่มีเพี่ยวเฟิ่งหวงและฮองเฮาที่ใช้ได้ ไม่คิดว่ามีผู้อื่นใช้เป็น จิ่นมี่จึงแทงกริชที่เทพวารีเคยให้ไว้ไปที่เฟิ่งหวง เฟิ่งหวงถามเพียงคำเดียวว่าทำไม เจ้าเคยรักข้านี่ จิ่นมี่ตอบว่าไม่เคย พอเห็นเฟิ่งหวงสลายไปต่อหน้า จึงกระอักไข่มุกสีดำออกมาก่อนที่มันจะสลายไป และสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เฟิ่งหวงตายแล้ว เซียนปลาน้อยเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ ส่วนจิ่นมี่หลับไปครึ่งปี เมื่อนางคิดได้ว่าเฟิ่งหวงตายแล้ว ก็เจ็บที่อกอย่างประหลาด บอกว่าใจข้าหล่นหาย ข้าทำมันหายไปแล้ว จิ่นมี่คิดว่าตนต้องมนตร์คุณไสย พอตื่นอีกทีก็เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว จิ่นมี่มาหาท่านไท่ซ่างเหล่าจวินขอยาเม็ดสีทองที่ช่วยยืดอายุของเทพ ไท่ซ่างเหล่าจวินขอคิดดูก่อนเพราะกว่าจะกลั่นยาออกมาได้สามเม็ดใช้เวลาสามพันหกร้อยปี เซียนปลาน้อยรู้เรื่องก็บอกจะไปพูดให้ พอกลับมาท่านไท่ซ่างเหล่าจวินบอกว่าจะมอบให้ถ้าจิ่นมี่เอาพลังหกส่วนของตัวเองมาแลก จิ่นมี่ตกลงทันที หลังจากได้ยาเม็ดสีทองจิ่นมีก็ไปที่แม่น้ำลืมอดีต นางคิดเสมอว่าเฟิ่งหวงยังอยู่ พอท่านปู่พายเรือบอกว่าไม่เคยเจอเฟิ่งหวง จิ่นมี่ไม่ละความพยายามลุยลงในแม่น้ำเพื่อมองหาดวงวิญญาณของเฟิ่งหวง จนเซียนปลาน้อยมาพาไปก่อนที่แม่น้ำลืมอดีตจะกลืนกินดวงวิญญาณของนางไปด้วย จิ่นมี่พูดเพียงว่า ขอเพียงเขาฟื้นคืนมาก็สามารถแก้มนตร์นี้ได้ สิบปีผ่านไปนอกจากการไปแม่น้ำลืมอดีต จิ่นมี่อยู่ในห้องวาดภาพเฟิ่งหวงทั้งหมดหมื่นแผ่น จนกระทั่งมาที่แม่น้ำลืมอดีตอีกครั้ง ครั้งนี้ท่านปู่บอกว่าช่วงนี้มีคนแต่งกายโดดเด่น พอเอ่ยมาจิ่นมี่ก็รู้ว่าเป็น ซุ่ยเหอ คราวนี้จิ่นมี่ตามซุ่ยเหอไป ในที่สุดก็รู้ว่าซุ่ยเหอและเปี้ยนเฉิงอ๋องที่หก ได้เก็บวิญญาณของเฟิ่งหวงไว้ได้ เพราะเฟิ่งหวงเป็นวิหคเพลิง จิ่นมี่จึงเอายาเม็ดสีทองมาช่วยเฟิ่งหวง แต่พอเฟิ่งหวงฟื้นซุ่ยเหอก็มารับความชอบไปว่าตนเป็นคนช่วยเฟิ่งหวง อีกครั้งแล้วสินะ คราวนี้จิ่นมี่ก็จะแอบหนีมาดูเฟิ่งหวงที่แดนปีศาจ เฟิ่งหวงตั้งตนเป็นจอมมาร ตอนที่จิ่นมี่แอบหนีมาที่แดนปีศาจจะปลอมตัวเป็นกระต่าย คอยแอบมอง นึกว่าคนไม่รู้แต่จริงๆแล้วทุกคนเห็นแต่ไม่สนใจ ทุกคนบอกว่าจิ่นมี่รักเฟิ่งหวงแต่จิ่นมี่ไม่เข้าใจ ในที่สุดก็รู้ความจริงว่ารักคืออะไร และทำไมตนถึงไม่มีความรู้สึก จิ่นมี่ต้องการพิสูจน์จึงไปที่แดนปีศาจเห็นเฟิ่งหวงกำลังเมา ก็คิดถึงครั้งที่เฟิ่งหวงเมาว่าจะจำไม่ได้ เฟิ่งหวงเอาแต่บอกว่าน้ำดื่ม จิ่นมี่ป้อนน้ำแต่ไปๆมาๆกลับกลายเป็นตกเป็นของเฟิ่งหวงอีกครั้ง พอเฟิ่งหวงเอ่ยว่าซุ่ยเหอ จิ่นมี่จึงรู้ว่าตนเข้าใจผิดไปเอง เพราะเรื่องนี้ทำให้จิ่นมี่เสียใจมีน้ำตา เดินมาเรื่อยเปื่อยจนถึงแดนบุปผาหน้าสุสานของเทพวารี เหล่าหูและท่านกามเทพมาเจอ ในที่สุดก็บอกว่าจิ่นมีจะมีความรู้สึกได้ยังไง และเล่าเรื่องยาเม็ดดาวตก ยาไร้รักให้จิ่นมี่ฟัง พอรู้ตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร เขาสังหารท่านพ่อ นางสังหารเขา จิ่นมี่ไม่มีที่ไปต้องกลับสวรรค์ ในที่สุดก็รับปากแต่งงานกับเซียนปลาน้อย ระหว่างที่เดินเรื่อยเปื่อยไปเจอท่านขำก๊ากที่ประตูสวรรค์ จิ่นมี่เห็นซุ่ยเหอ จึงตัดสินใจตามไปดู ที่แท้ ความจริงแล้ว เซียนปลาน้อยรู้ว่าซุ่ยเหอสังหารท่านพ่อแต่ปิดบัง ให้จิ่นมี่คิดว่าเป็นเฟิ่งหวง ส่วนเรื่องเฟิ่งหวงแม้จะฟื้นคืนมา แต่ในตัวยาเม็ดสีทองเซียนปลาน้อยได้ใส่ตัวยาเพิ่มเข้าไป ทำให้พลังสะท้อนกลับ ในที่สุดจิ่นมี่ก็รู้เรื่องทั้งหมด จึงได้ไปขอโทษเฟิ่งหวง และบอกความจริง เฟิ่งหวงไม่ฟังหาว่าจิ่นมี่แกล้งทำ จิ่นมี่บอกว่ารักเฟิ่งหวง จากนั้น เซียนปลาน้อยก็ยกทหารสวรรค์มา จิ่นมี่รู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ ทำให้คิดถึงคำพูดของพระยูไล ตอนนั้นเองที่จิ่นมี่คิดได้ว่าเซียนปลาน้อยทำอะไรกับยาของเฟิ่งหวงและได้บอกไป ทำให้เซียนปลาน้อยคิดกำจัดเฟิ่งหวง จิ่นมี่เห็นเอาตัวมาบังตอนนั้นเฟิ่งหวงก็ปล่อยพลังเข้าใส่เซียนปลาน้อยเช่นกัน ทำให้ทั้งสองคนไม่เป็นอะไรแต่จิ่นมี่เป็นคนที่สลายไปพร้อมกับที่มือมีแสงสีทองเกิดขึ้น จิ่นมี่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จำไม่ได้ รู้แต่ว่าอยู่ในดวงตาของชายผู้หนึ่งที่เรียกว่าจอมมาร เห็นทุกสิ่งที่เขามอง ฟังแต่ไม่เข้าใจ ในที่สุดก็รู้ว่าจริงๆแล้วเฟิ่งหวงรู้ทุกอย่างแต่แก้ทำเป็นไม่สนใจจิ่นมี่ แต่มาตอนนี้ก็สายไปแล้ว เฟิ่งหวงไปหาพระยูไล พระยูไลเข้าใจทันใด กล่าวว่าอยู่ใกล้แค่ตา ที่ที่ดวงตาทอดไปถึง หัวใจก็มองเห็น สิ่งที่เจ้ามองเห็นก็คือสิ่งที่นางจ้องอยู่ เซียนปลาน้อยมาหาเฟิ่งหวงเอากระดาษที่จิ่นมี่วาดไว้มาให้ในที่สุดทั้งสองก็กล่าวว่าไม่จองเวรต่อกัน จิ่นมี่สบายใจยิ่งนัก เพราะได้ยินทุกสิ่ง เห็นทุกอย่าง เมื่อเฟิ่งหวงเห็นสิ่งที่จิ่นมี่วาดไว้ก็พูดความในใจออกมาทั้งหมด สุดท้ายก็หลั่งน้ำตา ทำให้จิ่นมี่ที่เป็นน้ำตาร่วงหล่นลงมา ห้าพันปีต่อมาในที่สุดจิ่นมี่ก็ได้มาเกิดอีกครั้ง และครั้งนี้เฟิ่งหวงก็มารับนางไปอยู่ด้วยกัน เมื่ออยู่ด้วยกัน เฟิ่งหวงจะต้องรอให้จิ่นมี่ขอตบะ เพื่อดูว่านางรักเขา ส่วนจิ่นมี่จะร้องขอตบะเพื่อพิสูจน์ว่าเขารักนาง ในบางครั้งคำว่ารักก็เรียบง่ายเพียงนี้เอง หลังอ่านเล่ม2 :จะเห็นว่าจิ่นมี่ที่ไม่รู้เรื่องราวของความรัก ที่ดำเนินชีวิตเรื่อยมา ถึงที่สุดแล้วก็ต้องรู้ว่าจริงๆแล้วนางก็รู้จักความรัก และความเสียใจ เนื้อเรื่องเข้มข้นมากกว่าเล่มหนึ่ง มีทุกอารมณ์รัก เศร้า ผิดหวัง โกรธ อ่านจนจบเรื่องจะเข้าใจทั้งเฟิ่งหวงและจิ่นมี่อย่างแท้จริงหลังอ่านเล่ม2 :จะเห็นว่าจิ่นมี่ที่ไม่รู้เรื่องราวของความรัก ที่ดำเนินชีวิตเรื่อยมา ถึงที่สุดแล้วก็ต้องรู้ว่าจริงๆแล้วนางก็รู้จักความรัก และความเสียใจ เนื้อเรื่องเข้มข้นมากกว่าเล่มหนึ่ง มีทุกอารมณ์รัก เศร้า ผิดหวัง โกรธ อ่านจนจบเรื่องจะเข้าใจทั้งเฟิ่งหวงและจิ่นมี่อย่างแท้จริงหลังอ่าน :จิ่นมี่ –ภูตองุ่น ร่างแท้จริงคือเกล็ดน้ำค้างแข็งที่อาศัยอยู่ในปราการแก้วแดนบุปผา ในชีวิตสี่พันปีที่กำเนิดมา ไม่เคยรู้จักเรื่องราวความรัก ความรู้สึกรัก นิสัยจึงซื่อตรง คิดถึงแต่การเพิ่มตบะเพื่อเป็นเซียนเท่านั้นทุกเรื่องที่เกิดขึ้นคือการเพิ่มตบะทั้งสิ่น แต่เพราะชะตาฟ้าลิขิตยากจะฝ่าฝืนยังไงก็ยังมีบททดสอบมาให้นางได้พบ ได้รู้จักเรื่องราวของความรักจนได้เฟิ่งหวง ซวี่เฟิ่ง – เทพอัคคีวิหค เพราะการเป็นอัคคีวิหคทำให้ต้องเข้าสู้สังสารวัฏ เพราะการนี้จึงได้พบกับจิ่นมี่และเกิดเรื่องราวต่อเนื่องมามากมาย เฟิ่งหวงเทพอัคคีที่มีหน้าตางดงาม เป็นหวงเพียงจิ่นมี่เท่านั้น แต่จิ่นมี่กับไม่รู้ว่านั้นคือสิ่งใด คิดว่านี่คืออารมณ์แปรปรวนแบบสัตว์ปีก จากเล่มแรกที่จิ่นมี่ ได้กินยาเม็ดดาวตกไม่เข้าใจเรื่องราวความรักในโลก พูดตามความรู้สึกของตนเองที่เห็นว่าการเพิ่มตบะเซียนนั้นสำคัญที่สุด ทุกสิ่งที่คิดถึงก็คือการเพิ่มตบะเซียน แม้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก ที่มีความรู้สึกทางกายผสานรวมด้วย นางก็ไม่เคยคิดถึง การเสพสังวาสความหมายเดียวของจิ่นมี่คือการเพิ่มตบะเซียนล้วนๆ ทุกคนไม่เข้าใจ ก็ใครละจะเข้าใจว่านางไม่มีความรู้สึกเรื่องความรัก แต่เนื้อเรื่องจะเผยออกมาเรื่อยๆอย่างตอนที่เฟิ่งหวงแกล้งป่วย จิ่นมี่จะรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเหมือนมีเพลี้ยกัดกิน ก็ยังไม่รู้ตัวว่าตนเป็นอะไร และอื่นๆอีกหลายครั้ง เวลามีความสุข จิ่นมี่ก็ยังไม่รู้ว่านั้นคือความสุขจากความรัก ทั้งๆที่เทพธิดาบุปผาตั้งใจดี ป้องกันไว้ก่อน แต่ลิขิตสวรรค์ยากจะหลีกพ้น จนในที่สุด ที่ความเข้าใจผิดทำให้จิ่นมี่ทำร้ายเฟิ่งหวง พอฟื้นขึ้นมายังคิดว่าตัวเองทำใจหล่นหาย ต้องมนตร์คุณไสยอีก เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆโดยมีจิ่นมี่เป็นตัวเอก เซียนปลาน้อยเจ้าแผนการ จากความที่มีบุคลิกนิ่งเงียบน่านับถือ ทำให้ทุกคนเชื่อใจ เฟิ่งหวงที่รักจิ่นมี่แต่ถูกจิ่นมี่เข้าใจผิด จากเล่มแรกที่เนื้อเรื่องสนุก ขำ ฮา กับความไม่รู้ในหลายๆเรื่องของจิ่นมี่ กลายเป็นเรื่องราวที่มีทั้งอารมณ์เศร้า ซึ้ง ผิดหวัง เสียใจ ทุกอย่างใส่มาหมด ทำให้ต้องคอยตามว่าสุดท้าย จิ่นมี่จะรู้ความจริงหรือไม่ว่าตนรักเฟิ่งหวง และเฟิ่งหวงจะบอกให้จิ่นมี่เข้าใจได้อย่างไรว่าตั้งแต่แรกไม่มีใครแทนที่จิ่นมี่ได้ รวมทั้งบทส่งท้าย และตอนพิเศษที่บอกสรุปเรื่องราวทั้งหมด ของความรักระหว่าจิ่นมี่และเฟิ่งหวง ซวี่เฟิ่ง ต้องลองอ่านความรักแท้ที่เกิดขึ้นหลายพันปีของเทพอัคคีและองุ่นน้อย หรือที่ร่างจริงจะเป็นเกล็ดน้ำแข็งค้างของจิ่นมี่กัน เพราะมีทุกรสชาติ ทุกอารมณ์จริงๆ เหมือนตอนจบของเรื่องที่เขียนไว้ว่า ในบางครั้งคำว่ารักก็เรียบง่ายเพียงนี้เองThis entire review has been hidden because of spoilers.
Jirawan Jantanakorn100 reviews7 followersFollowFollowNovember 14, 2017ขมวดคิ้วกับต้นๆเล่ม (ขมวดแบบเครียด ไม่รู้เป็นที่หนังสือหรือสำนวนการแปล)เนื้อเรื่องหลักมันดีนะ โอเคด้วย ไม่รู้เป็นที่การแปลหรือเป็นจากต้นฉบับอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ตอนนางเอกขอร้องให้ปล่อยตัวไปถึงไม่ได้มีความรู้สึกน่าสงสารเลยแม้แต่นิดเดียวนี้บทสะเทือนใจนะ ทำไมไม่สะเทือน กลายเป็นชังน้ำหน้านางเอกเข้าไปอีก นี้มันแปลกเกินไปแล้วนะ!!!
Lunae Enciel504 reviews9 followersFollowFollowMarch 26, 2020ชอบตอนจบ แต่ก็ยังขัดใจกับภาพประกอบในเรื่องและการแปลชื่อเฉพาะอย่างเซียนแครอตหรือท่านขำก๊ากอยู่ดี ตอนพิเศษกับบทส่งท้ายไม่มีจะดีกว่า จบแบบนั้นไปเลยก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ ส่วนหน้าปกทำใจได้นานแล้วล่ะ
Sortletter96 reviews17 followersFollowFollowAugust 8, 2017ส่วนตัวเราว่าสนุกดี ปกติไม่ชอบแนวเซียนนัก แต่เรื่องนี้ เราว่านางเอกน่ารักดี ซื่อบื้อหน่อยๆ มุกตลกเยอะ อ่านไปขำไป เล่มแรกจะตลกกว่าเล่มสอง เล่มสองเริ่มจริงจังขึ้นแต่ลักษณะการเดินเรื่อง มีจุดตัดฉับ กระโดดเป็นช่วงๆ ทำให้อารมณ์ไม่ต่อเนื่อง ทำให้บีบอารมณ์ได้ไม่สุดแต่ชอบนะ
ppsk314 reviews8 followersFollowFollowReadDecember 30, 2022อ่านถึงตอนจบแล้วก็ ฮะ จบแล้วเหรอ รู้สึกไม่เคลียร์หลายเรื่อง จริง ๆ แต่งเป็น 3 เล่มจบน่าจะความยาวพอดี ค่อย ๆ เล่าเรื่องความสัมพันธ์พระนางมากกว่านี้ ฉากอารมณ์กับจุดพีคของเรื่องมันก็ตื่นเต้นแหละ แต่ไม่มีบิ้วมาก่อนหน้านี้เลย ออกจะแบบ ปุบปับ ๆ เหมือนว่า เนี่ย จุดนี้ต้องเป็นอย่างงี้นะ คนนี้คิดอย่างงี้ ยิ่งตอนจบคือ สั้นมากกกกก รวม ๆ ก็ได้ใจความแหละ ฟีลเหมือนมาเล่าพล็อตเน้น ๆ ให้ฟังแบบแน่น ๆ จนมันอินตามไม่ทัน ที่ไม่ชอบคือ ความเทพเซียนขลัง ๆ ไม่มีเลย กลายเป็นชิงอำนาจทำสงครามกันได้ไงเนี่ย พอจะการเมืองมันก็มีเหตุผลไม่สุด ความเทพเซียนก็รู้สึกไม่ขาวสะอาดเลย ตำแหน่งเง็กเซียนฮ่องเต้เหมือนฮ่องเต้ที่เป็นมนุษย์เฉย ๆ แต่ก็ยังชอบภาษาแปลเหมือนเดิม รู้สึกว่าภาษาสวยมากกกก พวกกลอน พวกคำเปรียบเปรยงี้ (ยกเว้นคำว่าท่านขำก๊ากที่จะขัดมู้ดไปนิด55555) ชอบหลังปกมาก ๆ ‘รักมากจนยากจะแก้ รักเรื้อรังจนยอมสละแล้วซี่งทุกสิ่งแม้กระทั่งตำแหน่งที่สูงที่สุดบนสรวงสวรรค์ รักจนยอมลงนรกอเวจี รักจนกระทั่งโดนเสียบแทงทะลุหัวใจก็ยังตัดใจไม่ขาด’ เสียดายที่เนื้อหาจริง ๆ มันบรรยายไม่สุด เหมือนรีบตัดตอนทุกฉากที่ว่ามา ไม่งั้นน่าจะอินกว่านี้🥺
Bookworm Pig71 reviews16 followersFollowFollowSeptember 28, 2014ถือว่าสนุกใช้ได้เลย เมื่อเทียบกับ มากกว่ารัก. ในช่วงหลังที่ตีพิมพ์ออกมา นางเอกดูกุ๊กกิ๊ก ใส ในช่วงเล่มแรกอ่านได้เพลินๆ เล่มสองเริ่มมีดราม่า บีบคั้น แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุดเพราะบทเศร้า และเรื่องราวในช่วงเล่มสองดูรวยรัดเร็วๆ ทำให้ยังไม่อินไปกับความเศร้าก็ผ่านไปแล้ว แต่ในเรื่องความซับซ้อนของเรื่องถือว่าดีทีเดียว อ่านแล้วชวนติดตามแต่โดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบภาพการ์ตูนในเล่มเท่าไหร่ ชอบภาพวาดแบบจีน มากกว่าลายเส้นการ์ตูน ความรู้สึกมันคงละมุนกว่านี้
J.Nida465 reviews61 followersFollowFollowAugust 11, 20153.5 ดาวก่อนอื่นต้องบอกว่า สนุก ครบรส แปลดี พล็อตดีแต่มาตกม้าตายตอนเกือบจบ รวบรัดมากเหลือเกิน เหมือนคนเขียนจะกลัวกระดาษไม่พออย่างนั้นอะบรยายื่นๆมาได้เป็นวรรคเป็นเวร แต่จุดสำคัญที่ยังพีคได้อีกนี่ดันหั่นซะอารมณ์สะดุดหน้าคว่ำตอบจบก็ไม่บอกให้มันกระจ่างอีกว่าอะไรเป็นยังไงในช่วงเวลาที่ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงให้คนอ่านจินตนาการเอาเอง เกือบดีแล้ว
Nattapan2,463 reviews79 followersFollowFollowJuly 18, 2015Better than the 1st book, but....still not good enough.chinese-fiction-in-thai-language
Breezy Riz218 reviews1 followerFollowFollowSeptember 2, 2015เล่มนี้สนุกกว่าเล่มแรกอย่างเห็นได้ชัดค่ะอ่านได้แบบเพลินๆ