Jump to ratings and reviews
Rate this book

เธอ เขา เรา ผม #3

เธอ เขา เรา ผม 3 : Horse Riding in the Middle Earth

Rate this book
ความเรียงคัดสรรลำดับที่ 3 จาก ‘โตมร ศุขปรีชา’ นักเขียนนักคิดที่จับเรื่องราวในสังคมมามองมุมใหม่ พูดถึงตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน ลากยาวไปถึงภาพรวมของความเป็นชาติ และการมอง ‘ข้าง’ ในอีกมิติหนึ่ง

224 pages

First published October 1, 2014

4 people are currently reading
19 people want to read

About the author

12 เรื่อง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ โตมร ศุขปรีชา

1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย

2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี

3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’

4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย

5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน

6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย

7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น

8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล

9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม

10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...

11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง

12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
12 (29%)
4 stars
15 (36%)
3 stars
13 (31%)
2 stars
1 (2%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for Thanawat.
441 reviews
October 6, 2017
ความเรียงคัดสรร ที่คัดสรรมาได้อย่างดีจริงๆ
ความเรียงนี้เป็นความเรียงที่มีกลิ่นของการเมืองอบอวล แม้จะหยิบมาอ่านในช่วงที่การเมืองของประเทศทุเลาความเข้มข้นลงไปมาก ก็ยังคงทันสมัยไม่ตกยุค
โตมร ศุขปรีชา ยังคงเป็นผู้เล่า ที่ชวนให้ผู้อ่านคิดตามได้อย่างดี และยังคงจุดยืนจุดแข็งที่รับรู้ได้ผ่านบทความต่างๆ คือ การไม่ตัดสิน ไม่เหมารวม ที่เสมอต้นเสมอปลาย
อ่านได้ อ่านเพลิน และจะหยิบมาอ่านอีกรอบอย่างแน่นอน
Profile Image for Pichit2586.
20 reviews2 followers
June 26, 2017
สามเล่มให้ 5 ดาวหมด เพราะว่าเป็นงานที่ชอบหมด ก็ไม่มีอะไรจะบรรยายนะ
Profile Image for Nuttawat Kalapat.
687 reviews47 followers
August 17, 2020
เนื้อหาโยงการเมืองมากขึ้น ตัวอย่างประกอบสนุกๆมีมากขึ้น พูดตรงๆ มากขึ้น และ ตรงจริงๆกับปัจจุบันเสียด้วย ชอบมากครับ
Profile Image for KaTe.
67 reviews
May 30, 2022
ชอบมากกว่าเล่มสองอีก อ่านแล้วพยักหน้าเห็นด้วยทุกตอน หนังสือเล่มนี้เขียนตอนปี 57 เรามาอ่านปี 65 แต่ทุกอย่างมันยังเหมือนเดิม ต้องเศร้าใจแค่ไหนดี
Profile Image for Yoong.
27 reviews4 followers
July 23, 2016
อาจจะเพราะด้วยอายุของคนอ่าน และไม่ค่อยได้ติดตามการเมืองเท่าไหร่ ทำให้หลาย ๆ บท อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่บางบท ก็อ่านแล้วจุดประกายให้นำไปคิดต่อได้ ได้คิดในมุมมองที่แตกต่าง ได้กลับมาพิจารณาถึงสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว
Displaying 1 - 6 of 6 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.