What do you think?


หนึ่งร้อยปีแห่งความโกลาหล
"เพลา" ถูกพิพากษาให้จองจำในคุกชื่อว่า "เวลา" ขนาดหนึ่งร้อยปี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1901-2000 ช่วงเวลาที่แสนโกลาหลที่สุดในประวัติศาสตร์โลก นับตั้งแต่ยุคสมัยที่การค้าขายทาสยังถูกกฎหมายไปจนถึงยุคหวาดวิตกแห่งโลกาวินาศแห่งดาวเคราะห์
"เพลา" จะต้องตามหาให้เจอว่า เหตุใดเขาจึงถูกจองจำอยู่ที่นี่ เขาจะออกไปได้อย่างไร และ"ทัณฑสถานกาล" แห่งนี้มีความหมายอย่างไรกันแน่ ท่ามกลางสารพัดเหตุการณ์จากทั่วโลกที่แสนโกลาหลในรอบร้อยปี เพื่อจะสบกับความจริงของคำตอบสุดท้ายอันมีเพียงหนึ่งเดียว
หากย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 1901 การซื้อขายทาสบางประเภทในประเทศสยามนับว่าถูกกฎหมาย แต่ช่วงปลายปี 2000 คนไทยกำลังตื่นตระหนกกับวิกฤตการณ์โลกเกือบแตก Y2K ช่วงเวลาร้อยปีดังกล่าวจึงเหมือนการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดไม่ใช่แค่ของคนไทยแต่เป็นทั้งโลก เราพบกับสงครามโลก สงครามเย็น ภัยธรรมชาติและภัยมนุษย์ในระดับสั่นคลอนความมั่นคงของดวงดาว การเดินทางสู่อวกาศ และเปิดเปลือยความเป็นมนุษย์อย่างน่าเหลือเชื่อในช่วงศตวรรษเดียว
หนึ่งร้อยปีแห่งความโกลาหลได้หยิบเอาเหตุการณ์สำคัญตลอดระยะช่วงปี 1901 - 2000 ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและโกลาหล มาร้อยเรียงเล่ารวมไปกับเรื่องราวของควอนตัมฟิสิกส์อันแสนซับซ้อน และปรัชญา สังคมการเมืองอันแสนลุ่มลึก ด้วยน้ำเสียงของนวนิยายกึ่งไซไฟกึ่งผจญภัยกึ่งยากจะนิยามของนักเขียนที่หลายคนอาจจะรู้กันมาก่อนแล้วในผลงานขายดีก่อนหน้า "กาสักอังก็ฆาต" และหนังสือเล่มนี้จะเป็นเฉดสีอันแปลกใหม่ที่ยากที่นักอ่านจะไม่จดจำ
"เพลา" จะต้องตามหาให้เจอว่า เหตุใดเขาจึงถูกจองจำอยู่ที่นี่ เขาจะออกไปได้อย่างไร และ"ทัณฑสถานกาล" แห่งนี้มีความหมายอย่างไรกันแน่ ท่ามกลางสารพัดเหตุการณ์จากทั่วโลกที่แสนโกลาหลในรอบร้อยปี เพื่อจะสบกับความจริงของคำตอบสุดท้ายอันมีเพียงหนึ่งเดียว
หากย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 1901 การซื้อขายทาสบางประเภทในประเทศสยามนับว่าถูกกฎหมาย แต่ช่วงปลายปี 2000 คนไทยกำลังตื่นตระหนกกับวิกฤตการณ์โลกเกือบแตก Y2K ช่วงเวลาร้อยปีดังกล่าวจึงเหมือนการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดไม่ใช่แค่ของคนไทยแต่เป็นทั้งโลก เราพบกับสงครามโลก สงครามเย็น ภัยธรรมชาติและภัยมนุษย์ในระดับสั่นคลอนความมั่นคงของดวงดาว การเดินทางสู่อวกาศ และเปิดเปลือยความเป็นมนุษย์อย่างน่าเหลือเชื่อในช่วงศตวรรษเดียว
หนึ่งร้อยปีแห่งความโกลาหลได้หยิบเอาเหตุการณ์สำคัญตลอดระยะช่วงปี 1901 - 2000 ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและโกลาหล มาร้อยเรียงเล่ารวมไปกับเรื่องราวของควอนตัมฟิสิกส์อันแสนซับซ้อน และปรัชญา สังคมการเมืองอันแสนลุ่มลึก ด้วยน้ำเสียงของนวนิยายกึ่งไซไฟกึ่งผจญภัยกึ่งยากจะนิยามของนักเขียนที่หลายคนอาจจะรู้กันมาก่อนแล้วในผลงานขายดีก่อนหน้า "กาสักอังก็ฆาต" และหนังสือเล่มนี้จะเป็นเฉดสีอันแปลกใหม่ที่ยากที่นักอ่านจะไม่จดจำ
284 pages, Paperback
Published July 26, 2025
About the author
กิตติศักดิ์ คงคา
42 books80 followersAssociated Names:
* กิตติศักดิ์ คงคา
* ลงทุนศาสตร์
* นายพินต้า
กิตติศักดิ์ คงคา เป็นหนึ่งในนามปากกาและชื่อจริงของนักเขียนชาวไทย เป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนนิยายสืบสวนฆาตกรรม
* กิตติศักดิ์ คงคา
* ลงทุนศาสตร์
* นายพินต้า
กิตติศักดิ์ คงคา เป็นหนึ่งในนามปากกาและชื่อจริงของนักเขียนชาวไทย เป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนนิยายสืบสวนฆาตกรรม
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 9 of 9 reviews
December 22, 2025
เล่มนี้มีการผสมผสานระหว่างนิยายแฟนตาซี ไซไฟ และประวัติศาสตร์ เข้ากับชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่ซับซ้อน ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์มากนะ ผมเองอ่านงานของกิตติศักดิ์ คงคา มาหลายเล่ม แต่ต้องบอกว่าเล่มนี้ทำเอาผม งง ไปเกือบครึ่งเล่มเลย แต่พอเข้าช่วงครึ่งหลังจนถึงตอนจบผมกลับเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที นับว่าเป็นประสบการณ์การอ่านที่แปลกใหม่สำหรับผมครับ
เรื่องราวของตัวละครเอกที่ชื่อ เพลา ซึ่งตื่นมาพบว่าตัวเองติดอยู่ใน คุกแห่งกาลเวลา เขาต้องเดินทางข้ามเวลาผ่านเหตุการณ์โกลาหลต่างๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ร่วม 100 ปี เพื่อตามหาผู้พิพากษา ยื่นอุทธรณ์ เพื่อค้นหาคำตอบว่าแท้จริงแล้วเขาทำผิดอะไร แล้วทำไมถึงต้องมาติดอยู่ในที่แห่งนี้
เรื่องราวของตัวละครเอกที่ชื่อ เพลา ซึ่งตื่นมาพบว่าตัวเองติดอยู่ใน คุกแห่งกาลเวลา เขาต้องเดินทางข้ามเวลาผ่านเหตุการณ์โกลาหลต่างๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ร่วม 100 ปี เพื่อตามหาผู้พิพากษา ยื่นอุทธรณ์ เพื่อค้นหาคำตอบว่าแท้จริงแล้วเขาทำผิดอะไร แล้วทำไมถึงต้องมาติดอยู่ในที่แห่งนี้
December 10, 2025
ประวัติศาสตร์ของศตวรรศที่ 20 การท่องเวลา เจตจำนงค์เสรี ความจริงและความลวง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่น่าสนใจใน “หนึ่งร้อยปีแห่งความโกลาหล“ แต่เสียดายที่ (สำหรับเรา) การเล่าเรื่อง ความสั้นกระชับ การสร้างตัวละคร การสร้างโลกในเล่มนี้ และการใช้ภาษา “สละสลวย” ตลอดเล่ม ยังไม่สามารถขับเน้นประเด็นและทำให้เรามีอารมณ์ร่วมได้เลย
เราชอบที่ผู้เขียนพยายามใช้ทฤษฎีทั้งปรัชญาและฟิสิกส์มารองรับพล็อตและการสร้างโลกในเรื่อง แต่การเล่า “ประวัติศาสตร์” กลับตื้นเขินจนไม่นำพาให้เรารู้สึกร่วมกับใครหรือพาให้เราจินตนาการถึง ณ ชั่วขณะและจุดที่เกิดความโกลาหลในเรื่อง สำหรับเรา การการบรรยายเป็นไปอย่าง “รู้ดี” ตามสิ่งที่เกิดไปแล้วจบไปแล้วอย่างที่หนังสือพิมพ์บอก เหมือนแค่ต้องการใส่เรื่องราวสำคัญจำนวนมากลงไปให้ครบ แต่อีกด้าน การบรรยายแบบนี้ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเอกตลอดเวลาว่า สิ่งที่ตัวเอกรู้สึกตามที่บรรยายไว้ในหนังสือ เขารู้สึกจริงหรือ หนังสือใช้เวลาบรรยาย “ประวัติศาสตร์” น้อยมากและเป็นภาพรวมมากเกินไป แต่กลับบอกว่าตัวเอกเห็นใจคนตัวเล็กตัวน้อยมาก การพยายามใส่ข้อมูลมากๆ แทนที่จะแสดงให้เห็น หรือพาเราเข้าไปรู้สึก มันออกจะฝืนในความรู้สึกเกินไป
เราชอบที่ผู้เขียนพยายามใช้ทฤษฎีทั้งปรัชญาและฟิสิกส์มารองรับพล็อตและการสร้างโลกในเรื่อง แต่การเล่า “ประวัติศาสตร์” กลับตื้นเขินจนไม่นำพาให้เรารู้สึกร่วมกับใครหรือพาให้เราจินตนาการถึง ณ ชั่วขณะและจุดที่เกิดความโกลาหลในเรื่อง สำหรับเรา การการบรรยายเป็นไปอย่าง “รู้ดี” ตามสิ่งที่เกิดไปแล้วจบไปแล้วอย่างที่หนังสือพิมพ์บอก เหมือนแค่ต้องการใส่เรื่องราวสำคัญจำนวนมากลงไปให้ครบ แต่อีกด้าน การบรรยายแบบนี้ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเอกตลอดเวลาว่า สิ่งที่ตัวเอกรู้สึกตามที่บรรยายไว้ในหนังสือ เขารู้สึกจริงหรือ หนังสือใช้เวลาบรรยาย “ประวัติศาสตร์” น้อยมากและเป็นภาพรวมมากเกินไป แต่กลับบอกว่าตัวเอกเห็นใจคนตัวเล็กตัวน้อยมาก การพยายามใส่ข้อมูลมากๆ แทนที่จะแสดงให้เห็น หรือพาเราเข้าไปรู้สึก มันออกจะฝืนในความรู้สึกเกินไป
This entire review has been hidden because of spoilers.
February 8, 2026
โกลาหลสมชื่อเรื่อง เหมือนเอาวิทยาศาสตร์กับปรัชญามาปั่นในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ แต่ใบมีดยังคมไม่พอ เนื้อน้ำปั่นที่ได้มันเลยยังมีเศษมีก้อนทำให้ระคายคอตอนกลืนลงไป
ส่วนตัวรู้สึกว่ายังไปไม่สุดทั้งไซไฟ ทั้งอิงปวศ. อ่านจนจบกลับรู้สึกว่าที่อยากเอามาชูโรงจริงๆ ไม่ใช่การถกเถียงทางปรัชญาตอนท้ายหรอกหรือ แต่ถึงมองในแง่นั้นก็รู้สึกเหมือนเดิมว่าทำออกมากลางๆ ในทุกด้านอยู่ดี เหมือนทั้งเรื่องคือ tip of the iceberg แต่ยังมีรายละเอียดข้างล่างอีกเยอะที่เราไม่ได้ดำดิ่งลงไปอย่างน่าเสียดาย
ส่วนตัวรู้สึกว่ายังไปไม่สุดทั้งไซไฟ ทั้งอิงปวศ. อ่านจนจบกลับรู้สึกว่าที่อยากเอามาชูโรงจริงๆ ไม่ใช่การถกเถียงทางปรัชญาตอนท้ายหรอกหรือ แต่ถึงมองในแง่นั้นก็รู้สึกเหมือนเดิมว่าทำออกมากลางๆ ในทุกด้านอยู่ดี เหมือนทั้งเรื่องคือ tip of the iceberg แต่ยังมีรายละเอียดข้างล่างอีกเยอะที่เราไม่ได้ดำดิ่งลงไปอย่างน่าเสียดาย
August 28, 2025
# ความรู้สึก
โคตรจะเน้นสะใจ คุณเบสคือเขียนเอามันส์เว่อร์
เล่มนี้คือหนังสือที่รวมหนังสือประวัติศาสตร์ ไซไฟ สืบสวนสอบสวน และวรรรกรรมสะท้อนแนวคิดเชิงปรัชญาไว้ด้วยกัน ผ่านการเล่าเรื่องของตัวละครที่โดนกักขังในคุกที่ชื่อว่าเวลาในช่วง 100 ปี ดังนั้นชายหนุ่มต้องออกตามหาความจริงว่าทำไมตนเองจึงถูกขัง และหาทางออกจากเรื่องนี้ให้ได้
สามารถในตอนนี้ว่าเราไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดได้ ต่อให้พยายามอ่านทำความเข้าใจมากแค่ไหนแต่ความไซไฟและฟิสิกส์ควอนตั้มของเล่มนี้นั้นมันอาจจะยากไปหน่อย — ยากกว่าที่เรารู้ไปมาก — ดังนั้นจึงอาจจะเก็บประเด็นในเรื่องอื่นมากกว่า
ส่วนตัวเราชอบการร้อยเรียงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ไว้มาก ๆ โดยในแต่ละประวัติศาสตร์ที่ร้อยเรียงนั้น เราจะเห็น “จุดเชื่อมโยง” เล็ก ๆ ระหว่างกันเสมอ ซึ่งมันก็คือประวัติศาสตร์จริง ที่เกิดขึ้นจริง แต่นำมาเป็นเส้นเรื่องที่ร้อยเรียงกันอย่างเป็นรูปธรรมและทำความเข้าใจได้ง่าย
ในส่วนของการย้อนเวลาและฟิสิกส์ บอกเลยว่าตาแตก สารภาพว่าเคยอ่านทฤษฎีของควอนตั้มมากบ้าง — เช่นเรื่องกล่องและแมว — แต่ในเล่มนี้เค้าใช้ประเด็นเหล่านี้ในการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากกว่าที่เราคาดหวังไว้มาก จนพาเราไปยังตอนจบของเรื่องที่ทำได้เหนือความคาดหมาย เป็นการที่เราได้ใช้เวลาคิด แบบคิดจริง ๆ ในการอ่าน เป็นการคิดที่ต้องทบทวนกับตนเอง และทบทวนกับความเชื่อของตนเอง ตอนอ่านรู้สึกถึงความวาบในใจว่า เชี่ย คุณเบสคิดงานนนี้ออกได้ไง
# สรุป
ไม่รู้จะพูดยังไงดี เป็นเล่มที่โคตรของโคตรพยายาม และทำได้ดีมากด้วย ชื่นชมมากครับ
;-)
โคตรจะเน้นสะใจ คุณเบสคือเขียนเอามันส์เว่อร์
เล่มนี้คือหนังสือที่รวมหนังสือประวัติศาสตร์ ไซไฟ สืบสวนสอบสวน และวรรรกรรมสะท้อนแนวคิดเชิงปรัชญาไว้ด้วยกัน ผ่านการเล่าเรื่องของตัวละครที่โดนกักขังในคุกที่ชื่อว่าเวลาในช่วง 100 ปี ดังนั้นชายหนุ่มต้องออกตามหาความจริงว่าทำไมตนเองจึงถูกขัง และหาทางออกจากเรื่องนี้ให้ได้
สามารถในตอนนี้ว่าเราไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดได้ ต่อให้พยายามอ่านทำความเข้าใจมากแค่ไหนแต่ความไซไฟและฟิสิกส์ควอนตั้มของเล่มนี้นั้นมันอาจจะยากไปหน่อย — ยากกว่าที่เรารู้ไปมาก — ดังนั้นจึงอาจจะเก็บประเด็นในเรื่องอื่นมากกว่า
ส่วนตัวเราชอบการร้อยเรียงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ไว้มาก ๆ โดยในแต่ละประวัติศาสตร์ที่ร้อยเรียงนั้น เราจะเห็น “จุดเชื่อมโยง” เล็ก ๆ ระหว่างกันเสมอ ซึ่งมันก็คือประวัติศาสตร์จริง ที่เกิดขึ้นจริง แต่นำมาเป็นเส้นเรื่องที่ร้อยเรียงกันอย่างเป็นรูปธรรมและทำความเข้าใจได้ง่าย
ในส่วนของการย้อนเวลาและฟิสิกส์ บอกเลยว่าตาแตก สารภาพว่าเคยอ่านทฤษฎีของควอนตั้มมากบ้าง — เช่นเรื่องกล่องและแมว — แต่ในเล่มนี้เค้าใช้ประเด็นเหล่านี้ในการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากกว่าที่เราคาดหวังไว้มาก จนพาเราไปยังตอนจบของเรื่องที่ทำได้เหนือความคาดหมาย เป็นการที่เราได้ใช้เวลาคิด แบบคิดจริง ๆ ในการอ่าน เป็นการคิดที่ต้องทบทวนกับตนเอง และทบทวนกับความเชื่อของตนเอง ตอนอ่านรู้สึกถึงความวาบในใจว่า เชี่ย คุณเบสคิดงานนนี้ออกได้ไง
# สรุป
ไม่รู้จะพูดยังไงดี เป็นเล่มที่โคตรของโคตรพยายาม และทำได้ดีมากด้วย ชื่นชมมากครับ
;-)
September 29, 2025
เป็นนิยายขนาดส้ั้น ที่ความโกลาหลยืนยาว
เราเพลินไหลไปกับตัวอักษร
พึงใจกับการจับคู่คำแปลกประหลาดไม่คุ้นหู
เนื้อเรื่องซับซ้อนไปด้วยประวัติศาสตร์
ลำดับเวลาผกผัน
ผู้เขียนรวมเอาฟิสิกส์ ประวัติศาสตร์ และศาสนา เข้าด้วยกัน
แล้วปล่อยตัวละครให้หลงทางอยู่ในวงกตแห่งกาลเวลา
ส่งเขาไปอยู่ในไทม์ไลน์แห่งสงคราม
ที่ผูกโยงความขัดแย้งทั่วโลก
รวบรวมเป็นภาพประวัติศาสตร์หนึ่งเดียว
บนหลักการที่ว่า เมื่อเกิดสิ่งหนึ่ง จึงเกิดอีกสิ่งหนึ่ง
ส่งผลต่อกันเป็นทอดๆ
เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดความเลวร้าย ขมขื่น
ของสงครามได้เป็นอย่างดี
เป็นหนังสือที่อ่านแล้ว
แตกยอดความคิดของเรากระเจิงออกไปได้เยอะเลย
สนุกคิด สนุกอ่านกับเล่มนี้มากๆ ชอบค่ะ
เราเพลินไหลไปกับตัวอักษร
พึงใจกับการจับคู่คำแปลกประหลาดไม่คุ้นหู
เนื้อเรื่องซับซ้อนไปด้วยประวัติศาสตร์
ลำดับเวลาผกผัน
ผู้เขียนรวมเอาฟิสิกส์ ประวัติศาสตร์ และศาสนา เข้าด้วยกัน
แล้วปล่อยตัวละครให้หลงทางอยู่ในวงกตแห่งกาลเวลา
ส่งเขาไปอยู่ในไทม์ไลน์แห่งสงคราม
ที่ผูกโยงความขัดแย้งทั่วโลก
รวบรวมเป็นภาพประวัติศาสตร์หนึ่งเดียว
บนหลักการที่ว่า เมื่อเกิดสิ่งหนึ่ง จึงเกิดอีกสิ่งหนึ่ง
ส่งผลต่อกันเป็นทอดๆ
เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดความเลวร้าย ขมขื่น
ของสงครามได้เป็นอย่างดี
เป็นหนังสือที่อ่านแล้ว
แตกยอดความคิดของเรากระเจิงออกไปได้เยอะเลย
สนุกคิด สนุกอ่านกับเล่มนี้มากๆ ชอบค่ะ
April 15, 2026
ตอนแรกๆสนุกน่าติดตาม หลังๆเริ่มเช้าไม่ถึงละ ไม่แน่ใจว่าถ้าอ่านอีกรอบจะเข้าใจมากขึ้นหรือเปล่า 😅
June 26, 2026
ยอมรับว่าอ่านแรกๆก็งง ด้วยทฤษฎีอัไรต่อมิอะไร
แต่ปมและคิ้วที่ขมวดกันมันก็ค่อยๆคลายออก
ตอนจบ
...ขมวดคิ้วอีกรอบ
ไม่นะ เราเลือกสีแดง!!!!
แต่ปมและคิ้วที่ขมวดกันมันก็ค่อยๆคลายออก
ตอนจบ
...ขมวดคิ้วอีกรอบ
ไม่นะ เราเลือกสีแดง!!!!
This entire review has been hidden because of spoilers.
January 16, 2026
#ShelfReview 100 ปีแห่งความโกลาหล
เด็กหนุ่มผู้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางคุกเวลาและต้องออกเดินทางเพื่อหาทางออก
เป็นไซไฟแนวอิงวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและบ้าคลั่ง
ผลสรุปคือหนังสือที่รวบรวมประวัติศาสตร์ในรอบ 100 ปีได้อย่างคมคาย
ร้อยเรียงและถัดทอเรื่องราว ผูกปมสอดประสานกันได้อย่างเหลือเชื่อ
สนุกทั้งในแง่ของไซไฟ-วิทยาศาสตร์ที่สอดแทรกเรื่องห้วงมิติควอนตัม
และทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์โลกที่เต็มไปด้วยคาวเลือดและดินปืน
อีกทั้งยังมีความเป็นหนังสือแนวปรัชญาที่ตั้งคำถามต่อผู้อ่านอยู่เนือง ๆ
เป็นหนังสือที่ยอมรับว่ามีบางส่วนที่ทั้งไม่เข้าใจแต่ก็เข้าใจไปพร้อม ๆ กัน
ให้ความรู้สึกที่น่าสนใจ และลงเอยด้วยบทสรุปที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ
เป็นไซไฟที่ตอนแรกคิดว่าจะอ่านยาก แต่กลับอ่านจบได้แบบรวดเดียว
นี่คือไซไฟงานคนไทยที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพจนมองข้ามเชื้อชาติผู้เขียน
เรียกได้ว่าเป็นงานไซไฟที่กล้าพูดว่าเทียบชั้นระดับโลกได้อย่างไม่เคอะเขิน
ทำให้เห็นว่าคุณกิตติศักดิ์ขะเป็นนัหเขียนอีกคนที่ autobuy ในอนาคตแน่ ๆ
9/10 .
เด็กหนุ่มผู้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางคุกเวลาและต้องออกเดินทางเพื่อหาทางออก
เป็นไซไฟแนวอิงวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและบ้าคลั่ง
ผลสรุปคือหนังสือที่รวบรวมประวัติศาสตร์ในรอบ 100 ปีได้อย่างคมคาย
ร้อยเรียงและถัดทอเรื่องราว ผูกปมสอดประสานกันได้อย่างเหลือเชื่อ
สนุกทั้งในแง่ของไซไฟ-วิทยาศาสตร์ที่สอดแทรกเรื่องห้วงมิติควอนตัม
และทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์โลกที่เต็มไปด้วยคาวเลือดและดินปืน
อีกทั้งยังมีความเป็นหนังสือแนวปรัชญาที่ตั้งคำถามต่อผู้อ่านอยู่เนือง ๆ
เป็นหนังสือที่ยอมรับว่ามีบางส่วนที่ทั้งไม่เข้าใจแต่ก็เข้าใจไปพร้อม ๆ กัน
ให้ความรู้สึกที่น่าสนใจ และลงเอยด้วยบทสรุปที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ
เป็นไซไฟที่ตอนแรกคิดว่าจะอ่านยาก แต่กลับอ่านจบได้แบบรวดเดียว
นี่คือไซไฟงานคนไทยที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพจนมองข้ามเชื้อชาติผู้เขียน
เรียกได้ว่าเป็นงานไซไฟที่กล้าพูดว่าเทียบชั้นระดับโลกได้อย่างไม่เคอะเขิน
ทำให้เห็นว่าคุณกิตติศักดิ์ขะเป็นนัหเขียนอีกคนที่ autobuy ในอนาคตแน่ ๆ
9/10 .
May 23, 2026
อ่านยาก มีความรู้ประวัติศาสตร์นิดหน่อย ก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง
Displaying 1 - 9 of 9 reviews









