Pawarut Jongsirirag699 reviews140 followersFollowFollowJuly 22, 2025หนังสือเป็นการเล่าถึงจุดกำเนิดของนิยายไซไฟในไทยว่ามีจุดเริ่มต้นยังไง และงานในช่วงเวลานั้นมีลักษณะยังไงบ้าง โดยเล่าตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 5 จนถึงช่วงสงครามเย็นผมคิดว่าจุดที่น่าสนใจ คือ งานในช่วงเวลานั้นล้ำมากๆ เรียกว่าล้ำในล้ำเลยก็ว่าได้เมื่อเทียบกับสภาพสังคมและ "สถานะ" ของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่พึ่งเริ่มตั้งไข่ในประเทศไทย ซึ่งความล้ำสมัยนี้ สามารถนำไปเทียบกับงานไซไฟคลาสสิคได้เลยครับ ทั้งในแง่เนื้อหาและวิธีการเล่าเรื่อง ซึ่งในแง่หนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่างานไซไฟของไทยช่วงเวลานั้นก็ได้รับอิทธิพลอย่างมากมาจากฝั่งตะวันตกเช่นกันจุดที่น่าสนใจก็คือ งานไซไฟของไทยในช่วงเวลานั้น น่าจะเรียกได้ว่าไม่ใช่งานที่ต้องการนำเสนอภาพของพลังทางวิทยาศาสตร์แบบ "บริสุทธิ์ใจ" เท่าไหร่นัก เพราะภายใต้การโชว์เทคโนโลยี หรือ การนำเสนอองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นิยายจำนวนมากสอดแทรกแนวคิดทางการเมืองมากพอสมควร ทั้งพลังของชาตินิยม ผ่านนิยายวิทยาศาตร์แนวเอเลี่ยนทุกโลก (หรือเราไปบุกเอเลี่ยน) อย่างงานบางส่วนของ จีนตรี ศิริบุญรอด ราชาไซไฟเมืองไทย หรือ การนำเสนอว่าวิทยาศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่ดีแสดงถึงการพัฒนาประเทศ ผ่านนิยายของสามเกลอที่นำเสนอพลังของวิทยาศาสตร์ผ่านตัวละครดร.ดิเรก ที่คิดค้นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สุดเจ๋งมากมาย ที่กลายเป็นปมของเรื่องราวในตอนนั้นๆ โดยสอดแทรกแนวคิดว่า ผู้ที่มีวิทยาการที่ล้ำหน้าย่อมนำมาซึ่งความรุ่งโรจน์และเป็นผู้มีอำนาจเหนือชาติอื่นๆ หรือแม้กระทั่งแนวคิดความน่ากลัวของวิทยาศาสตร์ที่ถูกใช้ผิดวิธี ผ่านนิยายไซไฟสยองขวัญของจินตวีร์ วิวัฒน์ ที่นิยายหลายเรื่องแวดงให้เห็นว่าเมื่อเรานำวิทยาศาสตร์มาใช้ในทางที่ผิดจะก่อให้เกิดอะไรบ้างในภาพรวมของงานในช่วงเวลานั้น จึงเป็นการแสดงให้สังคมและชาวบ้านเห็นถึงพลังของวิทยาศาสตร์ ที่รัฐกำลังนำเข้ามาเพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเข้าสู่สมัยใหม่แล้ว และมีแสนยานุภาพเพียงพอที่จะต่อสู้กับพลังของประเทศตะวันตกได้แต่ถึงกระนั้น งานทั้งหมดก็ไม่ใช่งานที่ผสมแนวคิดทางการเมืองไปเสียทั้งหมด ยังมีงานที่พยายามผสมผสานแนวคิดวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ผ่านความคิดความเชื่อของไทย เช่น แนวคิดเรื่องจิต วิญญาณ อยู่เหมือนกัน ซึ่งผมคิดว่างานในส่วนนี้น่าสนใจมาก เพราะมันคือพลังของการขัดง้างตะวันตกว่า องค์ความรู้ดั้งเดิมของเราก็ไม่ใช่ความล้าหลังแต่มีสถานะที่เท่าเทียมกันและสามารถไปด้วยกันได้กับพลังทางวิทยาศาสตร์ของตะวันตก (แม้งานในลักษณะนี้จะอ่านแล้วแอบงงๆการอธิบายก็ตามที) ดังเช่นงานของมีบางจุดที่ผมเสียดายที่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้กล่าวถึงนัก คือ นักเขียนเลื่องชื่อหลายท่านที่เขียนงานไซไฟนั้น นำ "วัตถุดิบ" จากไหนมาใช้ในงานเขียนของตนเอง เพราะหากลองนึกภาพดูว่าช่วงเวลานั้น เรายังขี่ควาย ทำนา กันเป็นปกติ แต่เรากลับมีนิยายบุกไปสู้เอเลี่ยนหรือข้ามมิติไปพบสิ่งมีชีวิตในมิติอื่นให้อ่านกันแล้วในแผงหนังสือ ดูแล้วชวนขัดแย้งกันมากทีเดียว และชวนให้สงสัยว่ากระบวนการเขียนนิยายไซไฟช่วงเวลานั้นมีขั้นตอนยังไง ซึ่งหนังสือเล่มนี้ไม่ได้กล่าวถึงเท่าไหร่นัก แต่เข้าใจได้ว่าอาจจะนอกเหนือวัตถุประสงค์ของเนื้อหาการวิจัยซึ่งเป็นต้นร่างของห��ังสือเล่มนี้อีกทีสุดท้ายแล้ว ผมกลับมีคำถามผุดขึ้นมาในใจ ว่าเพราเหตุใดและกลายเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ยุครุ่งเรืองของไซไฟไทยกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เราคิดว่าวิทยาศาสตร์ของไทยกำลังตั้งไข่และค่อนข้างจะล้าหลัง หากเทียบกับตะวันตก แต่เมื่อวิทยาศาสตร์ของไทยเริ่มแข็งแกร่ง องค์ความรู้แน่นปึ๊กดังเช่นปัจจุบัน วงการนิยายไซไฟของไทยกลับค่อนข้างเงียบและดูจะเป็นนิยายเฉพาะกลุ่มที่อ่านกันในวงไม่ใหญ่นักเสียอย่างนั้น ทั้งๆที่เรามีเรื่องหรือวัตถุดิบมากมายให้เล่ากว่าช่วงเวลานั้นอย่างเทียบไม่ติดไม่เลยซึ่งอาจจะเป็นเนื้อหาต่อไปของสยามไซไฟเล่มนี้ก็เป็นได้นะครับnon-fiction