What do you think?


パンとスープとネコ日和 #1
A Day for Bread, Soup and Cats: The cosy heartwarming Japanese sensation
'Cooking can't be measured in hours or minutes,' Sensei had told her...'You cook with the five by looking, listening, smelling...'
When Akiko's mother unexpectedly dies, she's forced to rethink certain aspects of her life. A senior editor at a glamorous publishing house, she quits her job and moves back to her hometown. There, she's committed to revamping her late mother's well-loved izakaya into a café that offers simple and delectable a daily menu of sandwiches, soups, salads, and small bowls of fruit.
With a stray cat called Taro, her kind and hardworking kitchen helper Shima-chan, and a group of friendly neighbours, Akiko embarks on a new journey and slowly reconciles with her unusual upbringing and complicated memories from her past.
Written in simple and elegant prose, A Day for Bread, Soup, and Cats is a moving novel about grief, love, loneliness, and the healing power of a good meal shared.
When Akiko's mother unexpectedly dies, she's forced to rethink certain aspects of her life. A senior editor at a glamorous publishing house, she quits her job and moves back to her hometown. There, she's committed to revamping her late mother's well-loved izakaya into a café that offers simple and delectable a daily menu of sandwiches, soups, salads, and small bowls of fruit.
With a stray cat called Taro, her kind and hardworking kitchen helper Shima-chan, and a group of friendly neighbours, Akiko embarks on a new journey and slowly reconciles with her unusual upbringing and complicated memories from her past.
Written in simple and elegant prose, A Day for Bread, Soup, and Cats is a moving novel about grief, love, loneliness, and the healing power of a good meal shared.
181 pages, Kindle Edition
First published April 15, 2012
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 30 of 115 reviews
January 2, 2020
ชอบสองประเด็น
1. การนำสถานการณ์อึดอัดอันเกิดจากการพยายามยึดมั่นอุดมการณ์แต่ใจแอบหวั่นไหวต่อเสียงรอบข้าง มานำเสนอ
ก่อนเปิดร้าน - ไม่สนเสียงนกเสียงกา / สนนิดๆ
หลังเปิดร้าน - หรือจะจริงอย่างที่เค้าว่าฟะ จะรอดไหมเนี่ยชั้น
และสมมุติให้ตัวเอกออกจากความนอยด์นั้นได้ ซึ่งเราคิดว่ายากมาก ถ้าเปรียบเป็นตัวละครในเรื่อง เราคงเป็นได้แค่เพื่อนร่วมงานของตัวเอก ผู้ไม่กล้าแม้แต่จะยื่นขาลงไปในหล่มนั้น อย่างดีก็แค่ชมว่า "เธอนี่เก่งจัง อยากตัดสินใจจริงจังได้อย่างนี้บ้างเนอะ" ก่อนจะหลับหูหลับตาทำงานประจำใน comfort zone ต่อไป
2. การสร้างปัญหาครอบครัว โดยให้พ่อนางเอกเป็นบุคคลในวงการ ทำให้เรานึกถึงมังงะที่อ่านเมื่อ 3-4 ปีก่อน
ปัญหาของเรา คิดว่าเรื่องมันกระจายกันอยู่ เหมือนซ้อนกันด้วยเรื่องย่อยหลายเรื่อง แล้วเกลาเรื่องไม่เนียนจนไปไม่สุดสักทาง แม้กระทั่งเรื่องแมว ที่โผล่มาตั้งแต่ต้นเรื่องและหายไป ก่อนจะกลับมาช่วงค่อนเรื่อง คั่นด้วยเรื่องครอบครัว เรื่องร้าน เรื่องครอบครัว ก่อนจะกลับมาเรื่องแมว เรื่องครอบครัว แล้วก็เรื่องร้านอีกครั้ง โดยส่วนตัวเลยไม่ค่อยอินกับภาพรวมหรือประเด็นแยกย่อยแต่ละอันเท่าไร แถมความอยากดูซีรีย์ยังหายไปหมดเลยง่ะ
1. การนำสถานการณ์อึดอัดอันเกิดจากการพยายามยึดมั่นอุดมการณ์แต่ใจแอบหวั่นไหวต่อเสียงรอบข้าง มานำเสนอ
ก่อนเปิดร้าน - ไม่สนเสียงนกเสียงกา / สนนิดๆ
หลังเปิดร้าน - หรือจะจริงอย่างที่เค้าว่าฟะ จะรอดไหมเนี่ยชั้น
และสมมุติให้ตัวเอกออกจากความนอยด์นั้นได้ ซึ่งเราคิดว่ายากมาก ถ้าเปรียบเป็นตัวละครในเรื่อง เราคงเป็นได้แค่เพื่อนร่วมงานของตัวเอก ผู้ไม่กล้าแม้แต่จะยื่นขาลงไปในหล่มนั้น อย่างดีก็แค่ชมว่า "เธอนี่เก่งจัง อยากตัดสินใจจริงจังได้อย่างนี้บ้างเนอะ" ก่อนจะหลับหูหลับตาทำงานประจำใน comfort zone ต่อไป
2. การสร้างปัญหาครอบครัว โดยให้พ่อนางเอกเป็นบุคคลในวงการ ทำให้เรานึกถึงมังงะที่อ่านเมื่อ 3-4 ปีก่อน
ปัญหาของเรา คิดว่าเรื่องมันกระจายกันอยู่ เหมือนซ้อนกันด้วยเรื่องย่อยหลายเรื่อง แล้วเกลาเรื่องไม่เนียนจนไปไม่สุดสักทาง แม้กระทั่งเรื่องแมว ที่โผล่มาตั้งแต่ต้นเรื่องและหายไป ก่อนจะกลับมาช่วงค่อนเรื่อง คั่นด้วยเรื่องครอบครัว เรื่องร้าน เรื่องครอบครัว ก่อนจะกลับมาเรื่องแมว เรื่องครอบครัว แล้วก็เรื่องร้านอีกครั้ง โดยส่วนตัวเลยไม่ค่อยอินกับภาพรวมหรือประเด็นแยกย่อยแต่ละอันเท่าไร แถมความอยากดูซีรีย์ยังหายไปหมดเลยง่ะ
November 3, 2019
น้ำตาคลอ...
ชื่อเรื่อง "วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป ปละแมว" ดูเป็นหนังสือที่อ่านชิลล์ ชิลล์ สบายๆ
แต่ปรากฏว่าส่วนประมาณหนึ่งส่วนสามเล่มหลัง ต้องอ่านไปพร้อมกับกลั้นน้ำตา
ชีวิตที่เหมือนกับเริ่มต้นเส้นทางใหม่ของหญิงโสดวัยห้าสิบปี ที่ออกจากงานประจำมาเป็ดร้านขนมปังและซุปด้วยตัวเอง
เพื่อนร่วมทางคนเดิมคือแมวสุดรัก ส่วนเพื่อนร่วมทางคนใหม่ คือหญิงสาวที่จ้างมาเป็นผู้ช่วย
เนื้อเรื่องไม่มีอะไรหวือหวาเลย ดำเนินเรื่องอย่างซื่อตรง เล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา
conflict เรื่องคน เรื่องครอบครัวมีมาให้เห็นประปราย
ความแปลกใหม่คือตัวเอกเป็นลูกของพระ แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ "ไม่ปกติ" นี่แหละ
ความแปลกใหม่อีกหนึ่งอย่างคือการออกจากงานประจำของหญิงโสด ของญี่ปุ่น มาเปิดร้านอาหารนี่แหละ
ปกติไม่ค่อยเจอผู้หญิงที่ทำงานประจำยาวนาน แถมยังโสด แถมยังเลิกทำงานประจำ ออกมาทำร้านเองอีกตะหาก
ร้านที่เป็นร้านเฉพาะทาง คือ ทำแต่ซุปและเสริฟกับขนมปังเท่านั้น
มันแสดงตัวตนของตัวละครได้ดีจริงๆ
เรื่องส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าเหมียวเพื่อนคู่ชีวิตนี่ใครเป็นทาสแมวรับรองว่าจะอินมาก และกลั้นน้ำตาอย่างหนักด้วย
ผู้เขียนบรรยายชีวิตของคนที่อยู่ร่วมกับแมวได้เป๊ะ จนต้องไปจับแมวที่อยู่ข้างๆ มาลูบพุงไปด้วยระหว่างอ่าน
ส่วนที่เศร้านี่ก็เศร้าจริง ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเศร้าเกินเลยแต่อย่างใด
ภาพรวมคือเป็นหนังสือที่อ่านได้เพลินๆ ไม่หนักสมอง ดราม่าไม่เข้มมาก
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีส่วนที่กดดันอารมณ์ทาสแมวในระดับหนักนิดนึง
ชื่อเรื่อง "วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป ปละแมว" ดูเป็นหนังสือที่อ่านชิลล์ ชิลล์ สบายๆ
แต่ปรากฏว่าส่วนประมาณหนึ่งส่วนสามเล่มหลัง ต้องอ่านไปพร้อมกับกลั้นน้ำตา
ชีวิตที่เหมือนกับเริ่มต้นเส้นทางใหม่ของหญิงโสดวัยห้าสิบปี ที่ออกจากงานประจำมาเป็ดร้านขนมปังและซุปด้วยตัวเอง
เพื่อนร่วมทางคนเดิมคือแมวสุดรัก ส่วนเพื่อนร่วมทางคนใหม่ คือหญิงสาวที่จ้างมาเป็นผู้ช่วย
เนื้อเรื่องไม่มีอะไรหวือหวาเลย ดำเนินเรื่องอย่างซื่อตรง เล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา
conflict เรื่องคน เรื่องครอบครัวมีมาให้เห็นประปราย
ความแปลกใหม่คือตัวเอกเป็นลูกของพระ แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ "ไม่ปกติ" นี่แหละ
ความแปลกใหม่อีกหนึ่งอย่างคือการออกจากงานประจำของหญิงโสด ของญี่ปุ่น มาเปิดร้านอาหารนี่แหละ
ปกติไม่ค่อยเจอผู้หญิงที่ทำงานประจำยาวนาน แถมยังโสด แถมยังเลิกทำงานประจำ ออกมาทำร้านเองอีกตะหาก
ร้านที่เป็นร้านเฉพาะทาง คือ ทำแต่ซุปและเสริฟกับขนมปังเท่านั้น
มันแสดงตัวตนของตัวละครได้ดีจริงๆ
เรื่องส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าเหมียวเพื่อนคู่ชีวิตนี่ใครเป็นทาสแมวรับรองว่าจะอินมาก และกลั้นน้ำตาอย่างหนักด้วย
ผู้เขียนบรรยายชีวิตของคนที่อยู่ร่วมกับแมวได้เป๊ะ จนต้องไปจับแมวที่อยู่ข้างๆ มาลูบพุงไปด้วยระหว่างอ่าน
ส่วนที่เศร้านี่ก็เศร้าจริง ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเศร้าเกินเลยแต่อย่างใด
ภาพรวมคือเป็นหนังสือที่อ่านได้เพลินๆ ไม่หนักสมอง ดราม่าไม่เข้มมาก
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีส่วนที่กดดันอารมณ์ทาสแมวในระดับหนักนิดนึง
October 16, 2019
เป็นเรื่องสไตล์ญี่ปุ่นที่อ่านแล้วเย็นๆ เรื่อยๆ ได้ยินเสียงลมพัด จิ้งหรีดร้องคลอไปด้วยตอนอ่าน ช่วงท้ายเล่มมีน้ำตาซึมไปกับตัวละครเหมือนกัน อ่านจบแล้วอยากไปหาละครดูเลย เห็นว่ามีทำเป็นละครด้วย
November 8, 2020
ตัวละครหลักยังมีคาแรกเตอร์ที่ไม่ชัดเจน
บางครั้ง เธอก็ดูเชื่อมั่นในตัวเองมากจนไม่ฟังใคร
แต่อยู่ดีๆ ก็เกิดลังเล สับสนขึ้นมาเสียอย่างนั้น
บางทีก็เหมือนคนมั่นคงในจิตใจ
แต่จู่ๆ ก็พังทลายจนไม่อาจกู้กลับ
บางครั้งก็เหมือนจะข้ามผ่านความเจ็บปวดไปได้
แล้วก็กลับมาฟูมฟายวนไป
วิธีเล่าเรื่องย้ำคิดย้ำทำ วนไปวนมาไม่ชัดเจน
เราว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนอ่านรู้สึกอย่างที่เราบอกไป
พล็อตของเรื่อง ทีแรกเราว่าน่าสนใจนะ
เสียดายแต่ว่าวิธีเล่าเรื่องของผู้เขียนยังไม่คมชัด
ผู้เขียนมีเรื่องที่ต้องการจะเล่าถึงหลายประเด็น
และไม่สามารถรวมทุกเรื่องให้ออกมากลมกล่อม
ที่สำคัญ เราว่าในตอนจบ ก็ยังไม่ใช่ตอนจบที่สมบูรณ์
มีหลายประเด็นที่ปล่อยลอยเอาไว้อย่างนั้น
เรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ถูกใจค่ะ
บางครั้ง เธอก็ดูเชื่อมั่นในตัวเองมากจนไม่ฟังใคร
แต่อยู่ดีๆ ก็เกิดลังเล สับสนขึ้นมาเสียอย่างนั้น
บางทีก็เหมือนคนมั่นคงในจิตใจ
แต่จู่ๆ ก็พังทลายจนไม่อาจกู้กลับ
บางครั้งก็เหมือนจะข้ามผ่านความเจ็บปวดไปได้
แล้วก็กลับมาฟูมฟายวนไป
วิธีเล่าเรื่องย้ำคิดย้ำทำ วนไปวนมาไม่ชัดเจน
เราว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนอ่านรู้สึกอย่างที่เราบอกไป
พล็อตของเรื่อง ทีแรกเราว่าน่าสนใจนะ
เสียดายแต่ว่าวิธีเล่าเรื่องของผู้เขียนยังไม่คมชัด
ผู้เขียนมีเรื่องที่ต้องการจะเล่าถึงหลายประเด็น
และไม่สามารถรวมทุกเรื่องให้ออกมากลมกล่อม
ที่สำคัญ เราว่าในตอนจบ ก็ยังไม่ใช่ตอนจบที่สมบูรณ์
มีหลายประเด็นที่ปล่อยลอยเอาไว้อย่างนั้น
เรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ถูกใจค่ะ
June 7, 2020
- ชอบสุดๆ แม้ครึ่งหลังจะดร๊อปไปแต่รวมๆก็ยังชอบนิยายมากๆ เหมือนนิยายเล่มนี้อยู่ในจักรวาลเดียวกับ มนุษย์ร้านสะดวกซื้อกับคาเฟ่ ลูส ที่มีตัวเอกเป็นหญิงมีอายุและโสด พวกเธอทั้งสามมีชีวิตเป็นของตัวเองอย่างสมภาคภูมิ มีสถานะเป็นผู้จ้องมอง รับฟัง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับขนบธรรมเนียมที่อยู่รอบๆตัวพวกเธอ
- (สปอย) ชอบความสัมพันธ์แม่ลูกมากๆไม่เชิงเกลียดไม่เชิงเทิดทูนแค่เป็น"แม่ลูก" ชอบคุณแม่มากๆทั้งตอนมีและไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แม้ตัวแม่จะตายไปแต่ความไม่ลงรอยยังคงดำเนินมาตลอดเรื่อยๆ ดีมากๆ
- ชอบความยิบๆย่อยของคงามเป็นโชวะในเรื่องเช่น เหล่าคุณลุงและลูกค้าที่เป็นเจ้าประจำที่ มาม่าข้างร้าน ของขวัญที่แม่เก็บๆรวมกันไว้ในบ้าน ร้านที่ยังคงไว้ด้วยสไตล์โชวะ ท่ามกลางแฟมิลี่ เรสเตอรองและคาเฟ่
- ประวัติศาสตร์ของตัวเอกที่หลุดมาจากขี้ปากเพื่อนร่วมงานแม่ที่ก้ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกัน เป็นได้แค่เรื่องเล่าปากต่อปากสนุกๆขับขำกันในดงนินทานิทั้งรวดร้าวและสวยงามมากๆ
- ถ้ามีหนังเป็นของตัวเอง เราจะใส่ความเนือยๆเอือยๆเข้าไปขัดกลางของหนังเหมือนที่นิยายเล่มนี้ที่สร้างquestให้ตัวเอกไปตามหาวัดในตำนานแห่งนั้นในวันเรื่อยเปื่อยของเทอ
- (สปอย) ชอบความสัมพันธ์แม่ลูกมากๆไม่เชิงเกลียดไม่เชิงเทิดทูนแค่เป็น"แม่ลูก" ชอบคุณแม่มากๆทั้งตอนมีและไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แม้ตัวแม่จะตายไปแต่ความไม่ลงรอยยังคงดำเนินมาตลอดเรื่อยๆ ดีมากๆ
- ชอบความยิบๆย่อยของคงามเป็นโชวะในเรื่องเช่น เหล่าคุณลุงและลูกค้าที่เป็นเจ้าประจำที่ มาม่าข้างร้าน ของขวัญที่แม่เก็บๆรวมกันไว้ในบ้าน ร้านที่ยังคงไว้ด้วยสไตล์โชวะ ท่ามกลางแฟมิลี่ เรสเตอรองและคาเฟ่
- ประวัติศาสตร์ของตัวเอกที่หลุดมาจากขี้ปากเพื่อนร่วมงานแม่ที่ก้ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกัน เป็นได้แค่เรื่องเล่าปากต่อปากสนุกๆขับขำกันในดงนินทานิทั้งรวดร้าวและสวยงามมากๆ
- ถ้ามีหนังเป็นของตัวเอง เราจะใส่ความเนือยๆเอือยๆเข้าไปขัดกลางของหนังเหมือนที่นิยายเล่มนี้ที่สร้างquestให้ตัวเอกไปตามหาวัดในตำนานแห่งนั้นในวันเรื่อยเปื่อยของเทอ
August 27, 2020
การอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพียงแต่เราจะอยู่อย่างไรเท่านั้นเอง
.
ใครเป็นทาสแมว อ่านแล้วคงอยากกอดและหอมฟอดใหญ่ๆของเจ้านายทุกวัน
.
เอาจริงๆ อ่านแล้วก็ไม่ได้รู้วิธีในการจัดการชีวิตตัวเองต่อจากนี้ยังไงหรอก แต่สิ่งที่ได้คือ การกลับมาคิดว่าทุกวันนี้เราทำอะไรต่ออะไรได้คุ้มค่าหรือยัง มีอะไรติดค้างอยู่กับใครหรือเปล่า แล้วให้เลือกว่าจะปล่อยวางหรือแก้ไข ซึ่งทางที่เรียบง่ายที่สุดคือ ปล่อยวาง...
.
ใครเป็นทาสแมว อ่านแล้วคงอยากกอดและหอมฟอดใหญ่ๆของเจ้านายทุกวัน
.
เอาจริงๆ อ่านแล้วก็ไม่ได้รู้วิธีในการจัดการชีวิตตัวเองต่อจากนี้ยังไงหรอก แต่สิ่งที่ได้คือ การกลับมาคิดว่าทุกวันนี้เราทำอะไรต่ออะไรได้คุ้มค่าหรือยัง มีอะไรติดค้างอยู่กับใครหรือเปล่า แล้วให้เลือกว่าจะปล่อยวางหรือแก้ไข ซึ่งทางที่เรียบง่ายที่สุดคือ ปล่อยวาง...
August 24, 2026
La pasé para el ooooorto. Las ultimas 40 páginas llorando a moco tendido. Dior. Qué necesidad de ponerme en esta situación. LPM ponjas de mierrrrr...
February 8, 2021
ชอบตรงที่มันดูเหมือนไม่มีอะไรเลย แต่ก็เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เปิดเผยนิสัยตัวละคร ไหนจะความคิดลังเล คิดมาก คิดไม่ตกของอากิโกะที่เรารู้สึกว่ามันเป็นของธรรมดามาก (ซึ่งหลายคนอาจจะว่าย้ำคิดย้ำทำ) ตรงนี้รู้สึกว่ารีเรทได้ 😂 เนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อย เราก็ชอบอีกที่มันไปไม่สุดสักทางอะ (as humas as we can be!)
April 17, 2026
3,5 ⭐️
La trama no es nada del otro mundo pero es un libro muy tierno para leer cuando estás muy abrumado y no podes procesar mucha info (como yo ahora que estoy con miles de pruebas).
Justo adopté una gatita hace una semana y hay muchas escenas que me hicieron acordar a ella!!!
Amo la literatura japonesa me parece muy cozy
La trama no es nada del otro mundo pero es un libro muy tierno para leer cuando estás muy abrumado y no podes procesar mucha info (como yo ahora que estoy con miles de pruebas).
Justo adopté una gatita hace una semana y hay muchas escenas que me hicieron acordar a ella!!!
Amo la literatura japonesa me parece muy cozy
February 3, 2020
แม้จะเล่าเรื่องด้วยความเรียบเรื่อย แต่ก็สนุกแบบวางไม่ลง อ่านแล้วเออออไปกับมุมมองของตัวเอก ที่สำคัญมีน้องแมว ทาโระ น่าฟัดมากกก ถึงแม้ตอนท้ายๆจะแอบเศร้า แต่ก็เป็นหนังสือที่อ่านแล้ว feel good นะ ยกให้เป็นอีกหนึ่งเรื่องโปรดเลย😄
อยากมีคาเฟ่เล็กๆเป็นของตัวเองบ้าง ว่าแต่จะขายอะไรดีน้าาา
อยากมีคาเฟ่เล็กๆเป็นของตัวเองบ้าง ว่าแต่จะขายอะไรดีน้าาา
This entire review has been hidden because of spoilers.
January 9, 2020
หนังสือที่ดำเนินเรื่องด้วยความเรียบง่าย แต่ตอนท้ายบีบคั้นในอกมาก
June 15, 2026
«Sì, non sapeva di niente. Sembrava cibo da ospedale.»
«Be', dai, ora non esagerare!Prima dicevi che era cibo da galera, ora da ospedale... Che maniere! Aki-chan, é solo che per il nostro gusto i piatti sapevano di poco, ecco.»
A lei era venuto da ridere, ma li aveva comunque salutati con un inchino.
«Grazie di essere venuti!»
Di certo la notizia si sarebbe diffusa tra i vecchi clienti nel giro di qualche ora.
Akiko non pretendeva che il suo ristorante piacesse a chiunque.
Ognuno ha i suoi gusti, è normale che il locale non sia per tutti. L'importante è non lasciarsi condizionare. La gente è volubile, e se ci si affanna a star dietro alle mode del momento si finisce solo per perdere clienti.
Certo, è possibile che le persone si stufino del mio locale, ma ci penserò quando succederà.
«Chissà se funzionerà...»
Aveva continuato a lavorare di buona lena, insieme a Shima, fino all'ora di chiusura, alle sette. Verso sera alcuni dei vecchi clienti si erano affacciati di nuovo a curiosare, ma erano scappati via dopo pochi minuti.
4,5 ⭐️ A me questo libri giapponesi mi piacciono tanto, sono una coccola nei momenti in cui voglio leggere qualcosa di più soft e leggero. Tra l’altro scritto bene, anche la storia non banale…
«Be', dai, ora non esagerare!Prima dicevi che era cibo da galera, ora da ospedale... Che maniere! Aki-chan, é solo che per il nostro gusto i piatti sapevano di poco, ecco.»
A lei era venuto da ridere, ma li aveva comunque salutati con un inchino.
«Grazie di essere venuti!»
Di certo la notizia si sarebbe diffusa tra i vecchi clienti nel giro di qualche ora.
Akiko non pretendeva che il suo ristorante piacesse a chiunque.
Ognuno ha i suoi gusti, è normale che il locale non sia per tutti. L'importante è non lasciarsi condizionare. La gente è volubile, e se ci si affanna a star dietro alle mode del momento si finisce solo per perdere clienti.
Certo, è possibile che le persone si stufino del mio locale, ma ci penserò quando succederà.
«Chissà se funzionerà...»
Aveva continuato a lavorare di buona lena, insieme a Shima, fino all'ora di chiusura, alle sette. Verso sera alcuni dei vecchi clienti si erano affacciati di nuovo a curiosare, ma erano scappati via dopo pochi minuti.
4,5 ⭐️ A me questo libri giapponesi mi piacciono tanto, sono una coccola nei momenti in cui voglio leggere qualcosa di più soft e leggero. Tra l’altro scritto bene, anche la storia non banale…
November 9, 2021
ท่ามกลางโครงเรื่องที่ดูเหมือนไปเรื่อย กระจัดกระจาย กับคาแรกเตอร์ตัวละครเอกที่เหมือนจะมั่นใจในตัวเอง เด็ดเดี่ยว แต่ก็เหมือนจะลังเล ไม่เด็ดขาด ก็เหมือนคนเขียนทำให้ไม่ชัดเจนสักทาง แต่เราว่าเสน่ห์อย่างหนึ่งของเร่ืองนี้มันก็อยู่ตรงนี้นี่แหละ มันมีความเป็นมนุษย์มากๆ มนุษย์ที่มองตัวเอง และเล่าตัวเองไว้ภาพหนึ่ง แต่พอเอาเข้าจริงก็อ่อนแอ บอบบางกว่าที่ตัวเองคิด ไม่ตรงกับภาพที่ตัวเองมองไว้เท่าไร ซึ่งก็คืออ่านแล้วรีเลท เพราะฉันเองก็เป็น คือเรามักมีภาพตัวเองที่แข็งแกร่งกว่าความเป็นจริงน่ะ ตอนท้ายที่ตัวเอกปล่อยตัวเองอ่อนแอเศร้าสร้อย เลยจับใจเอามากๆ เลย ร้องไห้เป็นเพื่อนตัวละครไปหลายลิตร
ส่วนที่ให้สามดาว ก็ตรงเรื่องเอื่อยเฉื่อยนี่แหละ แล้วก็อ่านแล้วก็อยากกินขนมปังกับซุปมากๆ หิวตลอดเลย
ส่วนที่ให้สามดาว ก็ตรงเรื่องเอื่อยเฉื่อยนี่แหละ แล้วก็อ่านแล้วก็อยากกินขนมปังกับซุปมากๆ หิวตลอดเลย
Read
July 7, 2020# วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วผิดคาด เพราะโปรยปกหลังที่บอกเล่าถึงหญิงวัยห้าสิบที่ออกจากงานมาเปิดร้านอาหาร ซึ่งขายเพียงขนมปังกับซุป โดยมีแมวตัวหนึ่งเป็นเพื่อน ทำให้เราคาดว่าจะเจอกับเรื่องราวการดิ้นรนออกจาก comfort zone การหาคำตอบในเส้นทางที่เลือกเดิน หรือไม่ก็เรื่องเน้น ๆ เกี่ยวกับแมว
อันที่จริงมันก็มีทั้งหมดตามที่คิดไว้แหละค่ะ แต่ส่วนตัวเราคิดว่ามันไปไม่สุดสักทาง จึงอ่านจบไปแบบเข้าใจแต่เฉยชา ทั้ง ๆ ที่เสียน้ำตาให้กับแมวอยู่
ไว้จะกลับมาลองอ่านอีกครั้ง... เผื่อว่าจะละเลยประเด็นอะไรไปค่ะ :)
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วผิดคาด เพราะโปรยปกหลังที่บอกเล่าถึงหญิงวัยห้าสิบที่ออกจากงานมาเปิดร้านอาหาร ซึ่งขายเพียงขนมปังกับซุป โดยมีแมวตัวหนึ่งเป็นเพื่อน ทำให้เราคาดว่าจะเจอกับเรื่องราวการดิ้นรนออกจาก comfort zone การหาคำตอบในเส้นทางที่เลือกเดิน หรือไม่ก็เรื่องเน้น ๆ เกี่ยวกับแมว
อันที่จริงมันก็มีทั้งหมดตามที่คิดไว้แหละค่ะ แต่ส่วนตัวเราคิดว่ามันไปไม่สุดสักทาง จึงอ่านจบไปแบบเข้าใจแต่เฉยชา ทั้ง ๆ ที่เสียน้ำตาให้กับแมวอยู่
ไว้จะกลับมาลองอ่านอีกครั้ง... เผื่อว่าจะละเลยประเด็นอะไรไปค่ะ :)
January 27, 2026
Terminé et c'est une déception. Je ne sais pas trop quoi en dire à part que j'ai trouvé les personnages "secondaires" très intrusifs, qui ont la critique facile et qui ne soutiennent pas du tout. Les chapitres étaient longs et lents. Je m'attendais vraiment à quelque chose de plus poétique, qui mette plus en avant la cuisine. Bref, je suis déçue.
August 24, 2026
Akiko a grandi auprès d’une mère célibataire restauratrice. L’héroïne devient éditrice. Toutefois, quand sa mère décède, elle décide de reprendre l’affaire familiale. C’est un livre doux et réconfortant.
October 9, 2019
เราชอบเรื่องที่เรียบง่ายและมีอาหารเป็นองค์ประกอบ
อากิโกะ หญิงสาววัย 50 ปีลาออกจากงานที่รักมาเปิดร้านขายขนมปังและซุป มีลูกจ้างเป็นอดีตนักกีฬาสาวที่ช่วยให้ร้านไปต่อได้และชีวิตไม่เดียวดายเกินไป และทาโระจังแมวน้อยที่อากิโกะแทนตัวเองว่า "แม่" อีกหนึ่งตัว
หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนที่หลบภัยจากความเหนื่อยล้าของชีวิตในเมือง รับรู้ได้ถึงบรรยากาศอบอุ่น แช่มช้า อ่อนโยนของร้าน แต่ต่อให้เราจะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ได้ดั่งใจ มีคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจอยู่ข้าง ๆ ชีวิตก็ยังมีองค์ประกอบของความทุกข์ เราจำเป็นต้องเก็บความทุกข์ไว้ในเพื่อไม่ให้รบกวนใครหรือเปล่า เราอนุญาตให้ตัวเองสับสนได้ไหม การซื่อสัตย์ต่อตัวเองในระดับไหนจึงจะเรียกว่าเหมาะสม และการตั้งคำถามประจำวันบอกอะไรเกี่ยวกับจิตใจของเราบ้าง
หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับวันว่างริมหน้าต่างพร้อมขนมและเครื่องดื่มอุ่น ๆ พักใจจากโลกวุ่นวายภายนอก แต่อาจจะราบเรียบเกินไปสำหรับคนที่มองหาสิ่งแปลกใหม่หรืออ่านหนังสือตีมเรียบง่ายติดกันหลายเล่มแล้ว
อากิโกะ หญิงสาววัย 50 ปีลาออกจากงานที่รักมาเปิดร้านขายขนมปังและซุป มีลูกจ้างเป็นอดีตนักกีฬาสาวที่ช่วยให้ร้านไปต่อได้และชีวิตไม่เดียวดายเกินไป และทาโระจังแมวน้อยที่อากิโกะแทนตัวเองว่า "แม่" อีกหนึ่งตัว
หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนที่หลบภัยจากความเหนื่อยล้าของชีวิตในเมือง รับรู้ได้ถึงบรรยากาศอบอุ่น แช่มช้า อ่อนโยนของร้าน แต่ต่อให้เราจะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ได้ดั่งใจ มีคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจอยู่ข้าง ๆ ชีวิตก็ยังมีองค์ประกอบของความทุกข์ เราจำเป็นต้องเก็บความทุกข์ไว้ในเพื่อไม่ให้รบกวนใครหรือเปล่า เราอนุญาตให้ตัวเองสับสนได้ไหม การซื่อสัตย์ต่อตัวเองในระดับไหนจึงจะเรียกว่าเหมาะสม และการตั้งคำถามประจำวันบอกอะไรเกี่ยวกับจิตใจของเราบ้าง
หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับวันว่างริมหน้าต่างพร้อมขนมและเครื่องดื่มอุ่น ๆ พักใจจากโลกวุ่นวายภายนอก แต่อาจจะราบเรียบเกินไปสำหรับคนที่มองหาสิ่งแปลกใหม่หรืออ่านหนังสือตีมเรียบง่ายติดกันหลายเล่มแล้ว
January 28, 2020
เป็นหนังสือที่เหมาะจะละเลียด อ่านเรื่อยๆ ช้าๆ สบายๆ ไม่ชี้นำ และพลอตเรื่องไม่ได้มีอะไรที่ถูกออกแบบให้มีเงื่อนไข หรือเพื่อนำไปสู่สิ่งใดมากนัก เป็นฟิกชั่นเรื่องยาวที่ให้ความรู้สึกแบบเรื่องสั้น หลายคนที่ชอบอ่านหนังสือแบบมีจุดประสงค์ สายตาสอดส่ายจับประเด็น หรือนั่งรอการ twist เรื่อง น่าจะเบื่อได้ง่าย
July 1, 2023
เล่มนี้ เดินเรื่องแบบรายเรียบ เรารู้สึกราบเรียบเพราะตัวละครวางตัวนิ่งๆ เรื่องราวรอบตัววุ่นวาย แต่เลือกที่จะใช้ชีวิตตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ไม่สนใจอดีตของตัวเอง(ในตอนแรกๆของเล่ม และดำเนินชีวิตแบบวางทิ้งอดีตไป....)
อ่านเล่มนี้แล้วเหมือนชีวิตคนแบบคนจริงๆ ไม่อิงนิยาย มันก็แบบเนี่ยแหละ แบบเนี่ย มันจะมีคนๆนึงโฟกัสงานในสนใจชีวิตส่วนตัว แล้วพอเจอเรื่องราวสะกิดใจก็มาเปลี่ยนแนวเปลี่ยนทาง ทุ่มมากับสายงานใหม่ซึ่งแหวกแนว แหวกทางเดิม และมีคนมาคอยบอกว่าไม่ควรทำแบบนั้น ไม่ควรทำแบบนี้ บลาๆ แต่ก็ไม่สนใจ แล้วจู่ๆก็โผล่มาให้คิดเรื่องอดีตความเป็นมาของตัวเอง และจู่ๆสิ่งที่รักที่สุดจากไป
คือชีวิตมันก็เงี้ย แบบเรื่องราวมันจะโผล่ มันก็โผล่มา ไม่ได้วางไว้เหมือนในนิยาย ไม่ต้องมีจุดพีคให้ตื่นเต้น เส้นเรื่องเส้นชีวิตก็สะเปะสะปะแบบนี้แหละ เลยชอบเล่มนี้ เขียนมาแบบนี้แหละชีวิตดี จบแบบเหมือนเรื่องตัวละครจะมีชีวิตต่อไปในแบบนั้นแหละ คือดี
ปล. อ่านแล้วนึกถึงเพื่อนคนนึงที่เรียนจบมาทางสายอาชีพหนึ่ง แต่ว่าตัดสินใจเปิดร้านอาหาร และเปิดร้านในแบบที่ตัวเองชอบ พอมีคนดังมาแวะร้าน และโพสต์ผ่านโซเชียลทำให้ร้านดังคนเยอะ เพื่อนก็เลือกที่จะเปิด ปิด และให้จองที่นั่งไว้ (แทนที่จะขยายสาขาหรือจ้างคนเพิ่ม) คืออ่านแล้วเหมือนเห็นเรื่องของเพื่อนคนนี้เลย ก็เลยค่อนข้างอินกับเรื่องนี้
อ่านเล่มนี้แล้วเหมือนชีวิตคนแบบคนจริงๆ ไม่อิงนิยาย มันก็แบบเนี่ยแหละ แบบเนี่ย มันจะมีคนๆนึงโฟกัสงานในสนใจชีวิตส่วนตัว แล้วพอเจอเรื่องราวสะกิดใจก็มาเปลี่ยนแนวเปลี่ยนทาง ทุ่มมากับสายงานใหม่ซึ่งแหวกแนว แหวกทางเดิม และมีคนมาคอยบอกว่าไม่ควรทำแบบนั้น ไม่ควรทำแบบนี้ บลาๆ แต่ก็ไม่สนใจ แล้วจู่ๆก็โผล่มาให้คิดเรื่องอดีตความเป็นมาของตัวเอง และจู่ๆสิ่งที่รักที่สุดจากไป
คือชีวิตมันก็เงี้ย แบบเรื่องราวมันจะโผล่ มันก็โผล่มา ไม่ได้วางไว้เหมือนในนิยาย ไม่ต้องมีจุดพีคให้ตื่นเต้น เส้นเรื่องเส้นชีวิตก็สะเปะสะปะแบบนี้แหละ เลยชอบเล่มนี้ เขียนมาแบบนี้แหละชีวิตดี จบแบบเหมือนเรื่องตัวละครจะมีชีวิตต่อไปในแบบนั้นแหละ คือดี
ปล. อ่านแล้วนึกถึงเพื่อนคนนึงที่เรียนจบมาทางสายอาชีพหนึ่ง แต่ว่าตัดสินใจเปิดร้านอาหาร และเปิดร้านในแบบที่ตัวเองชอบ พอมีคนดังมาแวะร้าน และโพสต์ผ่านโซเชียลทำให้ร้านดังคนเยอะ เพื่อนก็เลือกที่จะเปิด ปิด และให้จองที่นั่งไว้ (แทนที่จะขยายสาขาหรือจ้างคนเพิ่ม) คืออ่านแล้วเหมือนเห็นเรื่องของเพื่อนคนนี้เลย ก็เลยค่อนข้างอินกับเรื่องนี้
August 20, 2026
Thank you to NetGalley and the publisher for this ALC.
This novel falls into the healing fiction genre, but it's not quite the magical realism kind of novel I've come to expect from Japanese healing fiction, which was a welcome surprise and change. Instead, we get Akiko, a woman in her 40s who picks up a whole new trade for herself because she wants to. The novel touches upon grief (and its irrationality at times), as wel as community and carving out your own path when you have a legacy already attached to your name, but are not sure if you really want that legacy. It also touches upon the need for compromises and flexibility, and generally just allows for pondering while still being rather lighthearted and low-stakes. I haven't been reading particularly challenging literature lately, but still, this novel felt like a break, and the narrator did a great job at bringing the characters to life, calm yet emotional, fitting the vibe of the novel perfectly.
This novel falls into the healing fiction genre, but it's not quite the magical realism kind of novel I've come to expect from Japanese healing fiction, which was a welcome surprise and change. Instead, we get Akiko, a woman in her 40s who picks up a whole new trade for herself because she wants to. The novel touches upon grief (and its irrationality at times), as wel as community and carving out your own path when you have a legacy already attached to your name, but are not sure if you really want that legacy. It also touches upon the need for compromises and flexibility, and generally just allows for pondering while still being rather lighthearted and low-stakes. I haven't been reading particularly challenging literature lately, but still, this novel felt like a break, and the narrator did a great job at bringing the characters to life, calm yet emotional, fitting the vibe of the novel perfectly.
August 7, 2022
ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ในช่วงเวลาที่ชีวิตย่ำแย่เกือบถึงที่สุด
(ตอนนี้ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างก็จะเข้าสู่ช่วงที่ย่ำแย่ที่สุด)
จากนั้นจึงฉุกคิดขึ้นมาว่า "หนังสือที่ดีคืออะไร ?"
จากนั้นก็คิดได้ว่า อาจจะหมายถึงได้สองอย่างคือ หนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกอิ่มเหมือนได้เสพงานดี ๆ
กับหนังสือที่ทำให้ "รู้สึกดี" โดยไม่ได้คิดหาเหตุผล
หนังสือเล่มนี้เป็นแบบหลัง
ตลอดทั้งเล่มคุณจะรู้สึกเบาสบาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อินไปกับอารมณ์ของตัวละคร
หนังสือไม่ได้บีบคั้นชีวิต แต่นำเสนอการใช้ชีวิตของคนอายุห้าสิบกว่า
ที่ผ่านประสบการณ์มามาก และเริ่มต้นเส้นทางสายใหม่
ทำให้เราเห็นว่ายังมีโอกาสใหม่ ๆ ในทุก ๆ วัน
ทำให้เราเห็นถึงสิ่งงดงามรอบ ๆ ตัว เช่นมิตรภาพ แมว อาหารและดอกไม้
ทำให้เราเห็นว่า ถึงแม้จะรักแมวมากกว่าแม่ก็ไม่เห็นเป็นไรสักหน่อย
รวม ๆ แล้วหนังสือเล่มนี้บอกกับเราว่า
"ไม่เป็นไรหรอกนะ"
"ไปหาที่สงบ ๆ นั่งกินซุปร้อน ๆ อาหารพึ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ จากนั้นก็ออกไปมองท้องฟ้าด้านนอก หายใจเข้าสบาย ๆ"
"ไม่เป็นไรหรอก"
(ตอนนี้ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างก็จะเข้าสู่ช่วงที่ย่ำแย่ที่สุด)
จากนั้นจึงฉุกคิดขึ้นมาว่า "หนังสือที่ดีคืออะไร ?"
จากนั้นก็คิดได้ว่า อาจจะหมายถึงได้สองอย่างคือ หนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกอิ่มเหมือนได้เสพงานดี ๆ
กับหนังสือที่ทำให้ "รู้สึกดี" โดยไม่ได้คิดหาเหตุผล
หนังสือเล่มนี้เป็นแบบหลัง
ตลอดทั้งเล่มคุณจะรู้สึกเบาสบาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อินไปกับอารมณ์ของตัวละคร
หนังสือไม่ได้บีบคั้นชีวิต แต่นำเสนอการใช้ชีวิตของคนอายุห้าสิบกว่า
ที่ผ่านประสบการณ์มามาก และเริ่มต้นเส้นทางสายใหม่
ทำให้เราเห็นว่ายังมีโอกาสใหม่ ๆ ในทุก ๆ วัน
ทำให้เราเห็นถึงสิ่งงดงามรอบ ๆ ตัว เช่นมิตรภาพ แมว อาหารและดอกไม้
ทำให้เราเห็นว่า ถึงแม้จะรักแมวมากกว่าแม่ก็ไม่เห็นเป็นไรสักหน่อย
รวม ๆ แล้วหนังสือเล่มนี้บอกกับเราว่า
"ไม่เป็นไรหรอกนะ"
"ไปหาที่สงบ ๆ นั่งกินซุปร้อน ๆ อาหารพึ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ จากนั้นก็ออกไปมองท้องฟ้าด้านนอก หายใจเข้าสบาย ๆ"
"ไม่เป็นไรหรอก"
September 19, 2026
This book is a reminder for us to follow our hearts to live our own lives. Other people will have their opinions, but we may live our lives our way. It also touches some spots about grief, loss, and loneliness in a peaceful way. Suitable for you who like something peaceful to read.
3.5/5
Thank you Netgalley and Orion Publishing Group for this Arc
3.5/5
Thank you Netgalley and Orion Publishing Group for this Arc
October 24, 2023
ก่อนหน้านี้อ่านไปประมาณ2บทแล้วก็เท เนื้อเรื่องมันแอบเนิบ ราบเรียบจนชวนง่วง
หลังจากเทมานานเลยหยิบมาลองอ่านใหม่ ดีใจนะที่ได้อ่านจนจบ เพราะเราเป็นทาสแมวคนนึงที่เคยสูญเสียน้องแมวที่รักไป เลยอินและเข้าใจความรู้สึกของอากิโกะ ทำเอาเศร้าและคิดถึง"มะลิ"ของเราเลย
เสียดายว่าผู้เขียนน่าจะเขียนยาวกว่านี้ซะหน่อย เพราะยังอยากอ่านเรื่องราวของการเปิดร้านอาหารนี้ต่อไปอีก เพราะครึ่งแรกปูเรื่องการเปิดร้านอาหาร ส่วนครึ่งหลังเขียนเรื่องปมพ่อและการสูญเสียทาโระ แล้วก็ตัดจบเลย มันจบแบบค้างๆคาๆยังไงก็ไม่รู้
หลังจากเทมานานเลยหยิบมาลองอ่านใหม่ ดีใจนะที่ได้อ่านจนจบ เพราะเราเป็นทาสแมวคนนึงที่เคยสูญเสียน้องแมวที่รักไป เลยอินและเข้าใจความรู้สึกของอากิโกะ ทำเอาเศร้าและคิดถึง"มะลิ"ของเราเลย
เสียดายว่าผู้เขียนน่าจะเขียนยาวกว่านี้ซะหน่อย เพราะยังอยากอ่านเรื่องราวของการเปิดร้านอาหารนี้ต่อไปอีก เพราะครึ่งแรกปูเรื่องการเปิดร้านอาหาร ส่วนครึ่งหลังเขียนเรื่องปมพ่อและการสูญเสียทาโระ แล้วก็ตัดจบเลย มันจบแบบค้างๆคาๆยังไงก็ไม่รู้
December 25, 2025
2,5✨
J’ai pas autant accroché au personnage principal que ça. Il y a beaucoup de thème mais pas vraiment de leçons de vie qu’on pourrait en retirer… Ce qui m’a touché les plus c’est la relation entre Akiko et son chat ✨
J’ai pas autant accroché au personnage principal que ça. Il y a beaucoup de thème mais pas vraiment de leçons de vie qu’on pourrait en retirer… Ce qui m’a touché les plus c’est la relation entre Akiko et son chat ✨
June 4, 2021
เรามีประสบการณ์ร่วมหลายเรื่องแบบในหนังสือเล่มนี้ ทั้งเรื่องการทำร้านและแมว อ่านแล้วก็รู้สึกว่าคนเขียนทำการบ้านมาได้ดีเหมือนกันนะ
January 16, 2026
Attention aux feel-good sirupeux... un peu c'est bien, mais là, ça commence à faire trop et c'est extrêmement redondant avec d'autres publications précédentes chez Nami mais également chez Kibun...
July 1, 2026
História que nos dá paz e conforta. Simples despretensioso calmante. Dar valor às pequenas coisas é importante.
September 22, 2020
パンとスープとネコ日和 (Thai translated version "วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว)
I haven't had this type of reading experience in years, the "I can not put this book down until I finish it" type of feeling. This is the type of book I want to write. I started reading this book this morning, and could not put it down. I was reading while eating my meal and drinking water, that was how much I like this book. I always love Japanese books because I love the light, simple, and sincere feelings that I get from reading them, a very different style from Thai literature. This book is about Akiko, a woman in her 50s who decided to change her mom's isakaya-style restaurant ( after her mom passed away) to a simplistic, restaurant with only two menus, sandwich and soup with the help of Shima chan and the support of her cat, Taro. The story is so simple, yet very well written. I felt like I was eating a sponge cake while reading this book, it was a light, sweet, simple feeling that I couldn't really explain. Akiko's life is not filled with roses and rainbows, however. Her mom passed away, and her father cheated on his wife with her mother. Akiko has never met her father (which he already has passed away), and it has left her a scar that is hard to explain, even she could not explain what she feels about her existence sometimes. I think the lesson we can learn from this book is that; in our life, there is always going to be bad experience or something we want to forget, and that sometimes make us forget that there are still so many peasant memories as well. The author could have written this as a depressing story (which would be very easy due to the character's background and some events in the story). Yet, the author presented this story in a very sweet, simple, but memorable way. Although there are some very heartbroken scenes in the story, I really respect how Akiko views and handles her situation. I LOVE THIS BOOK AND WOULD 10/10 RECOMMEND IT TO EVERYONE! :D
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องที่น่ารักและอบอุ่นมาก ส่วนตัวชอบหนังสือแปลญี่ปุ่นอยู่แล้วเพราะชอบความเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ของวรรณกรรมจากแดนปลาดิบ ซึ่งเรื่องนี้บอกเลยค่ะว่าไม่ทำให้ผิดหวัง อ่านจบภายใน3-4 ชั่วโมง555 เป็นเรื่องที่วางไม่ลงจริงๆถึงจะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก แต่มันมีความเป็นญี่ปุ่นที่เรียบง่ายและมีเสน่ห์มากค่ะ แนะนำจริงๆ ความจริงเรื่องนี้จะมองว่าเศร้ามันก็เศร้านะ แต่ผู้เขียนมีวิธีที่ทำให้คนอ่านรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกว่าทุกอย่างจะโอเค บรรยายไม่ถูกเหมือนกันค่ะ แต่ชอบมากๆ แนะนำจริงๆค่ะ
I haven't had this type of reading experience in years, the "I can not put this book down until I finish it" type of feeling. This is the type of book I want to write. I started reading this book this morning, and could not put it down. I was reading while eating my meal and drinking water, that was how much I like this book. I always love Japanese books because I love the light, simple, and sincere feelings that I get from reading them, a very different style from Thai literature. This book is about Akiko, a woman in her 50s who decided to change her mom's isakaya-style restaurant ( after her mom passed away) to a simplistic, restaurant with only two menus, sandwich and soup with the help of Shima chan and the support of her cat, Taro. The story is so simple, yet very well written. I felt like I was eating a sponge cake while reading this book, it was a light, sweet, simple feeling that I couldn't really explain. Akiko's life is not filled with roses and rainbows, however. Her mom passed away, and her father cheated on his wife with her mother. Akiko has never met her father (which he already has passed away), and it has left her a scar that is hard to explain, even she could not explain what she feels about her existence sometimes. I think the lesson we can learn from this book is that; in our life, there is always going to be bad experience or something we want to forget, and that sometimes make us forget that there are still so many peasant memories as well. The author could have written this as a depressing story (which would be very easy due to the character's background and some events in the story). Yet, the author presented this story in a very sweet, simple, but memorable way. Although there are some very heartbroken scenes in the story, I really respect how Akiko views and handles her situation. I LOVE THIS BOOK AND WOULD 10/10 RECOMMEND IT TO EVERYONE! :D
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องที่น่ารักและอบอุ่นมาก ส่วนตัวชอบหนังสือแปลญี่ปุ่นอยู่แล้วเพราะชอบความเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ของวรรณกรรมจากแดนปลาดิบ ซึ่งเรื่องนี้บอกเลยค่ะว่าไม่ทำให้ผิดหวัง อ่านจบภายใน3-4 ชั่วโมง555 เป็นเรื่องที่วางไม่ลงจริงๆถึงจะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก แต่มันมีความเป็นญี่ปุ่นที่เรียบง่ายและมีเสน่ห์มากค่ะ แนะนำจริงๆ ความจริงเรื่องนี้จะมองว่าเศร้ามันก็เศร้านะ แต่ผู้เขียนมีวิธีที่ทำให้คนอ่านรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกว่าทุกอย่างจะโอเค บรรยายไม่ถูกเหมือนกันค่ะ แต่ชอบมากๆ แนะนำจริงๆค่ะ
Read
October 5, 2020รู้สึกว่าที่อยู่รอบตัวอากิโกะมีแต่คนที่ชอบนินทาทั้งนั้นเลย ทั้งเด็กเสิร์ฟเอย ป้าที่มาบอกความลับเอย ป้าร้านตรงข้าม อ่านเเล้วไม่ชอบตัวละครไหนเลย อ.สอนทำอาหารเหมือนใส่มาเพื่อจะบอกว่าอากิทำอาหารเก่งดูยัดเยียดไป มันเรื่อยๆเนือยๆอ่านเเล้วขัดใจหลายตรง มาอินตอนทาโระตอนสุดท้ายน้ำตารื้นเลย แต่ก็บรรยายความเศร้าซ้ำกันอยู่ประมาณ3ย่อหน้าคือไร555 อ่านเเล้วชอบลืมตลอดเลยว่าตัวอากิโกะอายุมากเเล้วเผลอคิดว่าเด็กบ่อยมาก มันเหงาๆเศร้าๆไม่รู้สึกผูกพันกับเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ในซีรีย์กลับชอบนะ
Displaying 1 - 30 of 115 reviews



























