Jump to ratings and reviews
Rate this book

หิมะสีเงินในวันวาฬ

Rate this book
รวมเรื่องสั้นที่เปี่ยมด้วยความหมาย
จาก “อิโยฮาระ ชิน” นักเขียนเจ้าของดีกรีปริญญาเอก
ด้านวิทยาศาสตร์โลกและดาวเคราะห์
ที่นำความรู้ทางธรรมชาติมาผสานเข้ากับการเล่าเรื่องได้อย่างงดงาม
จนติดอันดับ Top 10 รางวัล Japan Booksellers’ Award 2021

5 เรื่องสั้นที่ไม่ควรพลาด

"หิมะเงินในเดือนสิงหาคม"
ชั้นต่าง ๆ ของโลกเปรียบเหมือนชั้นในใจคน
ที่ไม่อาจรู้จักได้แค่เพียงมองภายนอก

"วันหวนคืนสู่ท้องทะเล"
ความปรารถนาที่จะหลอมรวมกับกระแสน้ำ
และธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

"อาร์โนและเลมอน"
เรื่องของการหวนกลับบ้านเกิดตามสัญชาตญาณ
ที่เรียบง่ายแต่น่าอิจฉา

"เก็บแก้ว"
การตั้งคำถามถึงการมองเห็นความเปราะบางแท้จริง
ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกแข็ง

"ลมตะวันตกหนึ่งแสนปี"
แรงบันดาลใจของมนุษย์ที่อยากสัมผัสท้องฟ้า
ผ่านการปล่อยว่าว

เรื่องสั้นเล่มนี้จะพาเราย้อนกลับไปสำรวจ "ธรรมชาติ"
และ "หัวใจของมนุษย์" ไปพร้อมกัน
เต็มไปด้วยภาพพจน์งดงามและความหมายลึกซึ้ง
ที่จะตราตรึงอยู่ในใจผู้อ่านอีกยาวนาน

352 pages, Paperback

Published October 2, 2025

Loading...
Loading...

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
4 (22%)
4 stars
9 (50%)
3 stars
5 (27%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
Profile Image for YuzuChu.
418 reviews53 followers
October 23, 2026
ปกติจะไม่ค่อยชอบแนวเรื่องสั้นหลาย ๆ เรื่องเท่าไหร่ มันจะมีเรื่องอ่อม ๆ เรื่องงง ๆ ที่ทำหมดอารมณ์ แต่เรื่องนี้คือโห ยอมใจมาก ฉันชอบและประทับใจทุกเรื่องเลย บางเรื่องทำนั่งหลังตรง+น้ำตาซึมนิด ๆ อยู่นะ ใช้ได้เลย! บางเรื่องฉันอ่านจบละโวยวายเลยอะว่าสั้นจังงงง เอาอีกกกก

อาจจะเผลอมีสปอยล์บางจุดโดยไม่ได้ตั้งใจ ใครมีแพลนจะอ่านข้ามรีวิวนี้โลด โดยรวมแล้วฉันได้นั่งคิด ตกผลึก แล้วประทับใจกับเรื่องสั้นทุกเรื่องเลยแหละ

เกริ่นก่อนว่าโดนปกตก ภาพในปกจะเป็นเรื่องที่สอง เพลงของวาฬอะไรสักอย่างนี่แหละ ตัวละครทุกตัวในเรื่องสั้นแต่ละเรื่องของเล่มนี้จะมา way คล้าย ๆ กันคือมีความคิดลบกับตัวเองสูงมากกกก จนตัวเอกบางเรื่องกระเดียดไปในทางขี้เหยียดเลยด้วยซ้ำ อย่างเรื่องแรกพระเอกดรอปเรียนไป 1 ปี มาเจอพนักงานร้านสะดวกซื้อสาวชาวเวียดนามทำงานแบบเงอะ ๆ งะ ๆ พูดญี่ปุ่นก็ไม่คล่องแกก็เหยียดอยู่ในใจ พระเอกจากอีกเรื่องก็เหยียดผู้เช่าแล้วพยายามเสี้ยมให้แต่ละคนโดนย้ายออก เพราะแกทำงานด้านนี้ นางเอกจากอีกเรื่องก็ด้อยค่าความพยายามคนอื่น

เอาเป็นว่ามีแต่เหล่าตัวเอกที่นิสัยเป็น 'มนุษย์' สุด ๆ มนุษย์เพราะอะไร เพราะไอ้พฤติกรรมที่ฉันไล่เรียงมาเนี่ย แต่ละคนจะพยายามแสดง กลบเกลื่อน และทำอะไรแบบนั้นแค่ 'ในใจ' เว้ย ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ อะว่าบางทีคนเราก็มีความคิดแบบนี้จริง ๆ แค่จะควบคุมอารมณ์และสีหน้าได้ขนาดไหน ฉันเลยรู้สึก relate กับทุกคนแบบสุด ๆ เพราะฉันเองก็ใช้ชีวิตแบบนั้นเหมือนกัน ลึก ๆ แล้วทุกคนในเรื่องมีเหตุผล และทุกคนในเรื่องจะมีซีนตระหนักได้ว่าความคิดฉันแม่งโคตรแย่เลยว่ะ แต่เขาจะยอมรับมัน ถึงแม้จะใช้เวลาในการเตรียมตัวเตรียมใจสักพักเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงหรือเรื่องราวที่ตัวเองหนีมา แต่พวกเขาจะทำได้อย่างแน่นอน แค่ต้องเตรียมใจและให้เวลานิดนึง

แล้วแต่ละเรื่องเขาคุม Theme เก่งมากกกกก สมมงดีกรีปริญญาเอกของนักเขียนเขาแหละ อ้างอิงท้ายเล่มจัดเต็มสุด แล้วแต่ละเรื่องมันเอาความธรมดามาผูกกับความวิทย์นิด ๆได้น่าค้นหาและเข้าใจง่ายเอามาก ๆ ฉันเพลิดเพลินกับการอ่านเล่มนี้พอสมควรเลย แถมคาร์แรคเตอร์แต่ละคนก็คนธรรมดาที่นิสัยไม่ดีบ้าง แต่เขาก็แค่พยายามใช้ชีวิตโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอะ

แต่ละเรื่องไม่ได้จบสวยหรู ไม่ได้ลงรายละเอียดบอกว่าสุดท้ายแล้วเขาเลือกเส้นทางชีวิตแบบไหน แต่อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจดีค่ะ เหมือนเป็นซีนปูเสื่อนั่งนิ่ง ๆ ระหว่างรอตัวเองตกผลึกความคิดน่ะ แบบว่า ขอทำใจก่อน ขอนั่งพักอีกสักนิด ถ้าพร้อมแล้ว...จะออกเดินทางและลงมือทำทันที ในโลกที่ทุกอย่างรวดเร็วฉับไว ฉันรู้สึกว่าการเขียนอะไรที่ปล่อยให้ตัวเอกได้ใช้เวลาคิดพิจารณาสักพักถือเป็นเรื่องน่าชื่นชมพอสมควร

เรื่องแรกเป็นเรื่องที่ได้ keyword หิมะสีเงินมาในชื่อเรื่อง เรื่องราวของหนุ่มปี 4 ที่ดรอปเรียนไปปีนึง กำลังเครียดเรื่องหางาน เจอเพื่อนมาชวนไปขายตรง แต่ขายไม่สำเร็จง่ะ พระเอกรู้ทันแล้วบอกปัด เพื่อนเลยชวนไปนั่งข้าง ๆ เป็นฟีลหน้าม้า เป็นตัวหลอกให้เขาโน้มน้าวดึงเหยื่อมาเข้าร่วมวงแชร์ลูกโซ่แทน ให้เงินตอบแทนกับยินดีเลี้ยงกาแฟด้วย พระเอกเลยรับงานนี้มาหาเงินใช้ไปพลาง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้พระเอกไปเจอเพื่อนเก่าที่ร้านสะดวกซื้อ บังเอิญเจอแกหงุดหงิดใส่พนักงานหญิงชาวเวียดนามที่ทำงานไม่คล่อง พูดจาก็ไม่ฉะฉาน พระเอกเองก็แอบเหยียดเธอคนนี้ในใจ แต่กลายเป็นว่าอยู่ดี ๆ พนักงานสาวเวียดนามคนนี้ดันมาแตะ ๆ ไหล่พระเอกแล้วบอกว่าได้หยิบกระดาษอะไรติดมือไปมั้ย มันหายไปน่ะ เป็นของสำคัญของเธอมากเลย

ซึ่งไอ้กระดาษแผ่นนั้น มันคือ Thesis เว้ย

พอมาถึงตรงนี้คงพอเดาได้ละเนอะว่าใครเป็นประธานบริษัท555

ฉันชอบประเด็นที่ 2 หนุ่มสาวเขาคุยเรื่องเปลือกโลกกัน ตอนนี้คือ Nerd เปลือกโลกแผ่นดินไหวมาแบบจัดเต็มมาก ซึ่งหิมะที่ว่ามันก็เกิดตรงแก่นโลกนี่แหละ เป็นหิมะสีเงินด้วยนะ ฉันสรุปไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ไม่ได้จบวิทย์มา555 แต่เอาเป็นว่านักเขียนเขียนเข้าใจง่ายและแปลมาดีมาก น่าสนใจสุด ๆ เลยโลกใต้พิภพเนี่ย จะมีซีนนึงที่สาวเวียดนามพูดประมาณว่าคนเราไปอวกาศถึงขั้นเหยียบดวงจันทร์ แต่ดันสำรวจใต้น้ำหน่อยเดียว แล้วยังไม่มีใครคิดอยากสำรวจเปลือกโลกใต้ดินให้ลึกกว่านี้เลยสักคน

โอ้โห สำหรับใครที่อยากแตกต่างกับคำถามยอดฮิตที่ว่าทำไมเราไปสำรวจอวกาศแต่ไม่สำรวจใต้ทะเล อันนี้หมดยุคละ แทงสวนไปเลยว่าไอ้ 2 อย่างนี้คนสำรวจเยอะแล้วเหอะ ใต้ดินเนี่ยน่าหาคำตอบกว่าเยอะ555 เหมือนเวลามีคนถามว่าชอบทะเลหรือภูเขา แล้วถ้าเราอยากแตกต่างไม่เหมือนใคร ก็พูดไปเลยว่าชอบน้ำตกจ้ะ 🤣

เรื่องนี้พระเอกอาจจะดูขี้แพ้หน่อย แต่เชื่อเถอะ เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และสาวเวียดนามคนนี้ก็ดูมีเคมีเคใจเหมาะเป็นหวานใจให้พี่แกอยู่นา

เรื่องที่ 2 ได้ keyword วาฬมาเป็นชื่อเรื่อง เป็นเรื่องราวของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่พาลูกสาวมาหาหมอ รถเข็นก็เกะกะ เด็กน้อยก็ตัวหนัก รถไฟก็คนเยอะ ต้องยืน ในจังหวะที่กำลังกลัวว่าจะทำลูกตกและกดดันกับสายตาคนรอบข้างว่าดูแลลูกยังไง ทำไมเด็กเริ่มเบะปากงอแงแล้ว ก็ดันมีผู้หญิงสูงวัยใจดีคนหนึ่งมาช่วยสละที่นั่งให้ คุยไปคุยมาเขาแจกสติ๊กเกอร์ให้เด็กน้อยหยุดร้องไห้ พร้อมบอกบุญว่ามันมีนิทรรศการอยู่เด้อ เขาแจกของ พอหาหมอเสร็จคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเลยพาลูกสาวไปเที่ยวด้วยกัน ปรากฏว่าเจอผู้ใหญ่ใจดีอีกครั้งที่คราวนี้แนะนำตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เชี่ยวชาญการวาดรูปวาฬ ระหว่างนั้นก็จะได้รับรู้เรื่องราวของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไปด้วย เป็นการคิดลบในฐานะแม่เลี้ยงเดียวที่ไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาประสบชะตากรรมเหมือนตัวเอง อ่านแล้วก็แอบสะท้านใจพอสมควรเลย

เรื่องนี้ก็จะได้ความรู้เรื่องวาฬ เรื่องความอ้างว้างของนางเอก และตอนจบที่ถึงแม้จะอึน ๆ อนาคตข้างหน้ายังเป็นหมอกมัว ๆ แต่ก็น่าเป็นกำลังใจให้มาก ๆ

เรื่องที่ 3 เป็นเรื่องของนกพิราบ พระเอกมีหน้าที่ต้องเป่าหูเสี้ยมและไล่ผู้เช่าออกไปจากตึกให้ได้ เพื่อที่พื้นที่นี้จะได้ทุบสร้างเป็นคอนโดหรูแทน แต่มีห้องนึงเป็นสาวแก่ไล่ยังไงก็ไม่ไป พี่แกก็พยายามแสดงละครปั้นหน้าขั้นสุดละ วันนี้ดันมีคนแจ้งว่ามีขี้นกพิราบ สาเหตุมาจากห้องนี้แหละชอบให้อาหารนก พระเอกเลยมาจัดการเพื่อพบว่าไอ้นกพิราบที่ว่ามีอยู่ 1 ตัวจริง แต่ไม่ใช่ของแกหรอก มันหลงทางมา บินมาหาทุกวัน ที่ข้อเท้าเหมือนจะมีชื่อกับเบอร์สลักไว้ 2 คนนี้เลยทำข้อตกลงกันว่าถ้าหาเจ้าของนกพิราบได้แกจะยอมย้ายออกให้ก็แล้วกัน ห่วงแค่มันนี่แหละไม่รู้บินมาหาใคร เชื่องขนาดนี้เจ้าของคงตามหาให้วุ่นแล้ว

เรื่องนี้คือว้าวกับความรู้เรื่องนกพิราบมาก น่าสนใจสุด ๆ แล้วเรื่องนี้ฉันว่าเขาโยงเก่งจัด โยงเรื่องสัญชาตญาณในการกลับบ้านของนกพิราบเข้าหาพระเอกได้ดีมากกกก แล้วพระเอกเห็นแกดูนิสัยเสีย แต่ก็สไตล์คนญี่ปุ่นคือจะเหยียดจะด่ากลับก็ทำในใจ ปั้นสีหน้าเก่ง แต่ก็เป็นคนดีนะ มีฉากนึงที่เขาอิจฉาเพื่อนที่อายุเท่ากัน ผ่านอะไรมาด้วยกันแต่ประสบความสำเร็จ แกก็คิดลบแหละว่าถ้าโอกาสนั้นเป็นของเขาก็คงดี แล้วมีซีนนึงฉันเสียวมากว่าแกจะระบายอารมณ์ใส่เพื่อน

แต่ไม่เว้ย

เขาเก็บอาการ ปั้นยิ้ม แล้วอวยพร ก่อนจากลาเพื่อนคนนั้นด้วยดี มันมีดีเทลยิบย่อยกว่านี้ที่ฉันจะไม่สปอยล์ แต่แบบ โห มนุษย์ธรรมดาในสังคมจัด ๆ เลยอะ ประทับใจมาก

เรื่องที่ 4 เรื่องนี้แอบประทับใจมากเป็นพิเศษเพราะมันมีความ Love Comedy สูงมากกกกก555 นางเอกเลิกกับแฟนหมาเด็กได้ 1 ปี ปีนี้ชีอายุ 30 ละ เปิดเรื่องมาชีปัดมาสคาร่าสวย ๆ กระพือขนตาฉ่ำจนเพื่อนแซวว่าหนาวว้อย555 ก็ไปเที่ยวเล่นคุยกับเพื่อน แต่นางเอกมีเรื่องกลุ้มใจคือชีโดนคนบ้าที่ไหนไม่รู้มาด่าในไอจีว่า 'ลบรูปนี้เมื่อเดือนนี้ของคุณออกไปเลยนะ ละเมิดลิขสิทธิ์ผม' ชีก็งงเต๊ก กูไปละเมิดลิขสิทธิ์มันตอนไหนวะ พอไปเลื่อน ๆ หาดูเลยเจอรูปผลึกแก้วสวย ๆ ลงในไอจีว่าชอบจังงานประดิษฐ์จากแก้วแบบนี้ ชีก็เลยลบให้ แต่ก็เหมือนโดนเขาแซะอยู่ว่าคุณจะไปรู้อะไร มันใช่แก้วซะที่ไหน555 พร้อมกับมานั่งคุยกับเพื่อนว่ารูปนี้มันมาจากไหนวะ เบ๊าจัด เพิ่งเปลี่ยนมือถือไปด้วยสิ อัลบั้มหายหมด จำไม่ได้ว้อย

สืบไปสืบมาเลยอ๋อออ ตอนนั้นแม่เพื่อนส่งรูปงานของญาติสักคนมาให้ มันติดมาในเมลพอดี เพื่อนเลยเผลอเซฟมาแล้วดันเอาไปใส่ในอัลบั้มที่พวกชี 2 คนไปเที่ยวเล่นต่างประเทศด้วยกัน นางเอกเลยเข้าใจผิดคิดว่าคงถ่ายมาแบบงง ๆ ตอนไปทริปเมืองนอกกับเพื่อน พอปริศนาไขกระจ่างเลยกะไปขอโทษตัวต่อตัวเพราะเจ้าของผลงานก็ญาติเพื่อนอะเนอะ ฟีลลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่า 5-6 ปี ปรากฏพอไปเจอกันก็เถียงฉ่ำ เคมีดีจัด คุยไปคุยมาพระเอกชวนไปบ้าน คุณมาดูให้เห็นกับตาเลยว่าของที่ผมทำมันไม่ใช่แก้ว นางเอกก็เออ ไปดิวะ! เพื่อนก็โอ้ยยย ฉันมีดูละครเวทีต้อออ ถ้าจะไปไปกัน 2 คนเลยนะ!!!

ตอนนี้จะเป็นเรื่องของไดอะตอม ว้าวมาก ประโยชน์ไม่ค่อยมีเท่าไหร่แต่หน้าตาสะสวยดี ซึ่งตอนนี้นักเขียนก็โยงเก่งอีกละ เอามาโยงกับความสวยงามของผู้หญิงที่ผู้ชายชอบแปะป้ายว่าเหมือน ๆ กันไปหมด และลักษณะนิสัยของสิ่งมีชีวิตตัวนี้ที่คล้ายพระนาง เป็นเรื่องที่ทำฉันแอบน้ำตาซึมแล้วแอบยิ้มเพราะคู่พระนางน่ารักจริงงงง

นางเอกกับเพื่อนสนิทคือรักกันมากกกก แต่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกัน แล้วก็นาน ๆ มาเจอกันที นี่ไง วิธีที่จะได้อยู่กับเพื่อนรักตลอดไปน่ะ คือการแต่งงานกับญาติของเพื่อนนะเธออออ 🤭 คิ ๆ

แล้วขนตานางเอกที่เพื่อนแซวว่ายาวเฟื้อยหนาเตอะจนหนาวเลยนะยะคือสำคัญมาก จำ keyword นี้ไว้ พีคจัด555

เรื่องที่ 5 เรื่องนี้มีว่าว มีคนแปลกหน้า 2 คนมาพบกันโดยบังเอิญ ชายแก่เคยทำงานกรมอุตุมาเล่นว่าวกับวัดสภาพอากาศ กับพระเอกดีกรีผู้จัดการของแผนกซ่อมบำรุงในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เพิ่งลาออกไป ดูธรรมดาสามัญจนฉันเสียดายเพราะชอบเรื่องที่แล้วมากกว่า แต่กลายเป็นว่าพอตัวละครพูดเรื่องนิวเคลียร์เรื่องสงครามเท่านั้นแหละ

โห นั่งหลังตรงเลย

เรื่องนี้เหมาะเป็นเรื่องปิดท้ายมาก พระเอกก็น่าสงสารมากด้วย ลูกเมียเขาก็น่าเป็นห่วง มีหลายจุดในเรื่องนี้ที่ฉันสะท้านใจ อย่างการที่พระเอกแค่ได้ทำรับเหมาซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ พ่อก็ภูมิใจมากจนอวดไปทั่วว่าเขาเป็นวิศวกร ทั้งที่ความจริงก็ไม่ใช่ พอทำงานด้านนี้นาน ๆ เข้า เริ่มได้รับความไว้ใจ เริ่มเป็นงาน พระเอกก็เริ่มเชื่อแล้วว่าเขาคือคนสำคัญ คือวิศวกรตัวจริง และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ก็มีแต่ข้อดี

แล้วพระเอกที่ไต่เต้าไปจนถึงขั้นได้เป็นผู้จัดการ...ลาออกทำไมกันนะ?

เป็นตอนที่จะว่าขนลุกก็ขนลุก เพราะเขาเอาตัวละครมาพูดแบบโต้ง ๆ เลยว่าการเอานิวเคลียร์มาใช้คือความโง่และความไร้การรับผิดชอบของพวกนักวิชาการ และการขุดเรื่องเน่าเฟะในสงครามของญี่ปุ่นมาบอกเล่าอย่างจริงจัง พูดด้วยซ้ำว่าที่ยกเลิกบางโครงการน่ากลัว ๆ ก็ไม่ได้เกิดมีมนุษยธรรมอะไรขึ้นมาหรอก แค่กลัวฝั่งตรงข้ามเอาลูกไม้สกปรกมาเล่นงานแบบเดียวกันเฉย ๆ

ตอนนี้ประทับใจที่เขาเอาหน่วยงานด้านกรมอุตุมาจับคู่กับท้องฟ้า สงคราม และสายลม เป็นตอนที่ดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ

ส่งท้าย นั่นแหละ เสียอย่างเดียวคือสั้นไปหน่อย แต่ทุกเรื่องอะเข้าขั้นน่าประทับใจมากสำหรับฉันเลย จับโยงวิทยาศาสตร์รอบตัวกับเรื่องราวของคนธรรมดามาคู่กันได้กลมกล่อมมากกก ชื่นชมเลยค่ะ
Profile Image for Emi.
1,009 reviews42 followers
August 31, 2023
以前読んだ『月まで三キロ』がすごく良かったから期待して読んだけど、この本も期待を裏切らず。どの話の主人公もある出会いを通して、劇的な変化がある訳ではないんだけど、でも今までとは確実に何かが変わっていく。最後にはちょっと前を向けるような話ばかりで良かった。理系ネタもやっぱりおもしろい。「玻璃を拾う」が特に好きだった。
Profile Image for Pawaran.
25 reviews
March 25, 2026
ใช้เกร็ดวิทยาศาสตร์ฉบับเนิร์ดสุดๆ มาเล่าเป็นเรื่องให้อ่านสนุกและลึกซึ้งได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวาฬ แกนโลก ลมฟ้าอากาศ หรือไดอะตอม ใครจะคิดว่าเรื่องเหล่านี้ จะสามารถนำมาพูดถึงการทำตามความฝัน ความสัมพันธ์ของผู้คน รวมทั้งความรู้สึกนึกคิดที่มีความเป็นญี่ปุ่นสุดๆ !


อ่านเรื่องนี้จบแล้ว รู้สึกว่าแม้แต่เรื่องที่เราไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่จริงก็โรแมนติก และทัชหัวใจได้ไม่ยากเลย

ปล มีบทที่พูดถึงและวิพากษ์ความคิดชาตินิยมญี่ปุ่นด้วย เป็นรสชาติใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในงานเขียนแนวอบอุ่นหัวใจนะ
Profile Image for Mo Melody.
225 reviews14 followers
October 9, 2026
ยอมรับว่าอ่านเพราะสะดุดตากับหนังสือและหน้าปกสีฟ้าของน้ำทะเลที่ดูมีมิติน่าสนใจ ชอบนะ ไม่ค่อยได้อ่านแนวนี้เลย ปกติแปลญี่ปุ่นจะชอบอ่านแนวสืบสวน หรือไม่ก็ cosy mystery แต่เล่มนี้คือ เอาแง่มุมด้านวิทยาศาสตร์มาเขียนเป็นเรื่องสั้น 5 เรื่องต่างอรรถรสกัน มันลงตัวอย่างบอกไม่ถูก ในแต่ละบทพอเริ่มอ่านแล้วก็อยากจะรู้ว่าเรื่องจะดำเนินไปยังไง บางเรื่องกลมกล่อม บางเรื่องชวนให้คิดตาม ซึ่งโดยรวมเราว่ามันโรแมนติกมากๆ (ไม่ใช่ในเชิงของความรักหนุ่มสาว แต่เป็นการเชื่อมโยงเรื่ิงราวกับวิทยาศาสตร์มาผูกเป็นเรื่องอยากลงตัว) โดยเฉพาะ 3 เรื่องแรกที่เราชอบมาก ☺️

ปล ไม่ใช่หนังสือแนวเด็กเนิร์ดจ๋าๆ หรืออธืบายหลักการทางวิทย์มากมายนะ แต่อยากให้นักอ่านที่ชอบหนังสือแปลญี่ปุ่นได้มาลองชิมกันดูค่ะ 💕
Profile Image for Dicha Rungpitarangsi.
23 reviews
September 21, 2026
Wow! All five stories have a nice blend of the scientific facts, drama, a little bit of romantic. They do not reach the level where I cannot put it down. However, it offers me some challenges to guess how each story woud end. Once I finished each stories, they left me somethings to digest and to think about.
Profile Image for Julie H.
3 reviews
September 22, 2024
理系ネタと人性観の絡みが絶妙。心も視線も引き上げるクロージングが好き。他の作品も読んでみたい。
Profile Image for Bam Bam.
241 reviews3 followers
September 26, 2026
หยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านแบบไม่คาดหวังอะไร แต่กลับเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้อบอุ่นหัวใจที่สุดของปีนี้ อ่านจบแล้วอยากไปตามหาไดอะตอมที่แม่น้ำคาโมะ แล้วไปศาลเจ้าคิฟูเนะเลย
Profile Image for im.
21 reviews
January 11, 2026
เรียกได้ว่าเป้น หนังสือเด็กเนิร์ดวิทยาศาสตร์โดยแท้ เรื่องสั้นทั้ง5เรื่องคือทุกมิติของวิทยาศาสตร์ของจิง บอกเลยว่าโดนตกเพราะปกสวยมากกกก คนเขียนคือเขียนเก่งจิงเอาเรื่องวิทยที่เราเบื่อมันเข้าไส้มาเขียนให้เชื่อมไปกับความทรงจำ ให้มันอบอุ่นหัวใจได้ยังไงก้ไม่รู้ มันรู้สึกเหมือนโดนโอบกอดจากข้อเท็จจริงบางอย่างที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
Displaying 1 - 8 of 8 reviews