Jump to ratings and reviews
Rate this book

MERITOCRAZY ชีวิตจริงที่ชิงโชค: ระบบคุณธรรมนิยมในสังคมไม่ยุติธรรม

Rate this book
ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร แต่ทำไมพยายามเท่าไหร่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ / ทำไมอายุเท่านี้แล้วถึงยังไม่มีบ้าน รถ คอนโด มันเป็นเพราะตัวเราเพียงอย่างเดียวหรือเปล่า / การเชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว จะนำไปสู่การโทษเหยื่อจริงไหม / ทำไมคนที่ชื่นชมตัวเองบ่อยๆ ถึงมีแนวโน้มจะไม่สนับสนุนการกระจายรายได้

ชวนทำความเข้าใจถึง 'Meritocracy' หรือ ‘ระบบคุณธรรมนิยม’ ที่เชื่อว่าความสำเร็จเกิดจากความสามารถและความพยายามล้วนๆ ก่อนจะพาไปดูว่าภายใต้แนวคิดแบบนั้น จริงๆ แล้วมี 'โชคชะตา' เข้ามาพัวพันมากแค่ไหน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้เงินของคนเรา การมองว่าตัวเองสมควรได้รับอะไรบางอย่าง การสะสมแต้มบุญเพื่อสิ่งที่อยากได้ ประเด็นในสังคม ทั้งเรื่องที่อาจถูกมองว่าไกลตัวอย่างการปลูกฝังค่านิยม ความเหลื่อมล้ำ การกระจายรายได้ และการสนับสนุนนโยบาย

หนังสือที่จะทำให้เห็นหน้าตาของคำว่า ‘โชคชะตา’ และ ‘ความพยายาม’ ในวงกว้าง ชี้ชวนให้เห็นว่าสองสิ่งนี้เชื่อมโยงกันมากแค่ไหน ซุกซ่อนอยู่ในชีวิตเรามากเพียงใด ผ่านการหยิบยกสารพัดทฤษฎีและงานวิจัยหลายสาขามาอธิบายให้เข้าใจง่าย โดย ‘ณัฐวุฒิ เผ่าทวี’ นักเศรษฐศาสตร์ความสุข เจ้าของผลงาน ‘THE EMOTIONAL MAN มนุษย์อารมณ์’ ‘THE WHYS OF LIFE ชีวิตต้องสงสัย’ และ ‘THE HAPPIEST PERSON IN THE ROOM อยู่เย็นเป็นสูตร’

176 pages, Paperback

Published October 1, 2025

Loading...
Loading...

About the author

a professor of behavioural science at Warwick Business School, University of Warwick. I am also the author of The Happiness Equation: The Surprising Economics of Our Most Valuable Asset (Icon Books) and How Happiness Works (Salmon House), and a columnist for ThaiPublica and The Momentum in Thailand.

nattavudh.powdthavee@wbs.ac.uk

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
21 (51%)
4 stars
18 (43%)
3 stars
2 (4%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 11 of 11 reviews
Profile Image for Makmild.
860 reviews238 followers
November 30, 2025
กำลังคิดอยู่ว่าจะเขียนยังไงดี เพราะชอบเล่มนี้ แบบ ตั้งใจเลยว่าจะเขียนขายให้คนอ่าน ชั้นต้องทำให้เล่มนี้แมสให้ได้! ก็เลยเขียนไม่ออก เศร้าจัง เขียนแบบเดิมละกัน

คืองี้ เราเคยอ่านเล่ม The Tyranny of Merit: What's Become of the Common Good? มาก่อนแล้ว ซึ่งพูดประเด็นคล้ายๆกัน คือ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอาจจะไม่ได้อยู่ที่นั่น ซึ่งหมายถึง อเมริกันดรีมได้ล่มสลายไปแล้ว แล้วในไทยล่ะ? เป็นงั้นมั้ย ซึ่งเล่มนี้มีคำตอบในบริบทไทย แล้วมันดีมากๆๆๆๆ เพราะ ในเล่ม tyranny ไม่ค่อยได้พูดเรื่องความเชื่อบาปบุญกรรมเวรมีจริงนะเออ แบบไทย แต่ metirocrazy ได้ใส่เรื่องนี้ในบริบทแบบไทยมาด้วย ว่าความพยายาม และการทำบุญ การเชื่อเรื่องเวรกรรม มันเหมือนและต่างกันยังไง เพราะคำว่า "โชค" นั้นอาจจะหมายถึง เทวดา หรือชาติก่อนเราทำมาดี

แล้วยังไงต่อ? คืองี้ มันน่าสนใจตรงที่ว่า
1) คนที่เชื่อว่าไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนแต่ถ้าโชคไม่ช่วยก็คงไม่สำเร็จ
2) คนที่เชื่อว่าความสำเร็จทุกวันนี้ที่ได้มาเกิดจากความพยายามของตัวเองเท่านั้น
3) คนที่เชื่อว่าความสำเร็จของเราเกิดจากดวงลุ้นๆ ไม่ได้ทำไรเลย คนมันลักกี้จริงๆ
สามกลุ่มนี้ที่มีความคิดต่อความสำเร็จนั้น ส่งผลกระทบต่อทั้งตัวเอง คนรอบข้าง และสังคมอย่างแตกต่างกัน ซึ่งในเล่มก็จะอธิบายว่าแตกต่างกันอย่างไร สังคมตอนนี้ของเราเป็นผลผลิตจากแบบกลุ่มไหน อาจจะไม่ถึงขั้นเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร น่าจะเกินขอบเขตหนังสือไปหน่อย เล่มบางนิดเดียวเอง

ส่วนตัวเราเป็นคนเชื่อเรื่องดวง (aka โชค) มันทำให้เราขอบคุณคนรอบตัวมากขึ้น ทุกวันนี้ที่มีได้ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งที่คนรุ่นก่อนสั่งสมมาก็คงไม่ได้อย่างทุกวันนี้ เราคิดว่าความคิดแบบ "พยายาม" จน "สำเร็จ" ด้วย "ตัวคนเดียว" มันอหังการมาก มันแบบ เออไม่มีใครเก่งเท่าแม่... แล้วจ้ะ ฮ่า และความคิดแบบ "ก็พยายามเข้าสิ" มันกดทับคนที่มีจุดเริ่มต้นไม่เท่ากันได้อย่างง่ายดาย ซึ่งประเด็นตรงนี้จะไปสอดคล้องกับเรื่อง The Burnout Society ของ Byung-Chul Han ได้อีกด้วย

กลับมาเรื่องหนังสืออีกนิดนึง คือตอนเราอ่าน metirocrazy เรานึกถึงฉากในมังงะเรื่อง Eyeshield 21 ตอนที่ฮิรุม่ากับรุยคุยกันหลังจากแพ้ศึกอะไรสักอย่าง (ลืม) แล้วรุย (คนแขนยาวๆ หน้าเหมือนกิ้งก่า) ถามฮิรุม่าว่า "ฉันกับแกก็เหมือนกัน แต่ทำไมมีแค่แกที่ชนะ" อะไรประมาณนี้ (ไม่ได้พูดแบบนี้สักทีเดียว) แล้วฮิรุม่าก็ไม่ตอบ คือ ตอนเราอ่านแบบเด็กๆ (มอปลาย) เราไม่เข้าใจมากๆ คือ ทั้งสองคนเหมือนกัน (โฉดและฉลาด) แต่ที่ไม่เหมือนกันคือ สิ่งแวดล้อมรอบตัว (เพื่อนๆ ร่วมทีม) มันคาใจเรามาก เพราะอยากรู้ว่าทำไมฮิรุม่าถึงไม่ตอบ และพอโตขึ้นมา (ตอนนี้) ก็พอจะรู้ว่าทำไมถึงไม่ตอบ เพราะมันตอบไม่ได้ ไม่รู้จะตอบอะไร

มีอีกในเรื่องเดียวกัน คือซากุระบะ กับชิน จำไม่ได้ว่าศึกไหน (จำอะไรได้บ้าง) ซากุระบะก็ถามชินประมาณว่า "แล้วจะให้คนที่ไม่มีพรสวรรค์สู้ชนะคนแบบชินได้ไง" จำไม่ได้เหมือนกันว่าชินตอบยังไง แต่ก็รู้สึกว่า กีฬาเป็นสิ่งที่ใช้คำว่า "โชค" ให้เห็นมากกว่าชีวิตการทำงานทั่วไปมากจริงๆ

ในขณะที่อีกเรื่องหนึ่งคือ ไฮคิว ตัวละครอย่าง อุชิวากะ (ว่าไปแล้วก็คล้ายๆ กับชินในอายชีลด์อยู่นะ) เป็นตัวละครที่เข้าใจเรื่อง โชคมากที่สุด เขาเป็นคนถนัดซ้าย เล่นวอลเลย์มือซ้าย และนั่นเป็นจุดที่ทำให้คู่ต่อสู้จัดการยากมาก ในเรื่องก็เล่าว่า เขาก็เกือบจะไม่ได้ใช้มือซ้ายแล้วถ้าพ่อไม่ได้เป็นคนปกป้องเอาไว้ เขาพูดออกมาเองเลยว่า เขาโชคดี เออ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อุชิวากะเป็นคนใจดีนะ 5555

จากตัวละครสามตัวที่เข้าใจคำว่า "โชค" ไม่มีตัวละครไหนเลยที่เป็นคน "ใจดี" กลับกันทั้งสามคนดันเป็นคนที่ "พยายาม" มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เขามีโชคอยู่แล้ว ใช่ แต่พวกเขาโดดเด่นได้เพราะ ความพยายามด้วยเหมือนกัน และทั้งสามคนนี้ สิ่งที่มีเหมือนกันอีกอย่างคือ เป็นที่รักของเพื่อนร่วมทีมมากๆ ซึ่งเราว่า พอมองดูแล้วมันเกิดจากพื้นฐานที่เขาเข้าใจ "ความต่าง" ของแต่ละคนที่มีจุดเริ่มต้นไม่เหมือนกัน แต่ไม่เคยเอาใครมาเปรียบเทียบ และต่างทำให้ทีมเป็นสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่มีความเข้าใจกันและกันมากกว่า

เอ้า หนังสือ MERITOCRAZY ละ คือ เออ เราว่าเล่มนี้ทำให้เราเข้าใจตัวละคร fiction ได้ดีกว่าเดิม และทำให้เราเข้าใจตัวเองมากกว่าเดิม

เราชอบบทส่งท้ายที่อาจารย์ณัฐวุฒิเขียนมากๆ และหวังว่าตัวเองจะเป็นแบบนั้นได้มั่งเช่นกันค่ะ
Profile Image for Niti Pandum.
48 reviews1 follower
December 17, 2025
อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวหดเล็กลง(ความมั่นหน้ามลายหายไป5555) และเข้าใจคนอื่นๆมากขึ้น บางทีความสำเร็จอาศัยความพยายามอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ มันต้องอาศัยความโชคดีด้วย (ความพยายามยังคงสำคัญเหมือนเดิม แต่อย่าลืมบทบาทของความโชคดี)
.
รู้สึกเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมเราควรต้องร่วมกันสร้างระบบในการกระจายโอกาสอย่างเท่าเทียม
.
หนังสือดีมากๆ อยากชวนทุกคนอ่านครับ
Profile Image for Mook Woramon.
954 reviews206 followers
May 28, 2026
เล่มนี้วิชาการเยอะหน่อย แต่เนื้อหาดีมาก
มันสะท้อนให้เห็นว่าการที่เราประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้มาจากความพยายามเพียงอย่างเดียว
โชคก็มีบทบาทอย่างมากในความสำเร็จนั้น

การที่เรายอมรับว่าเราประสบความสำเร็จจากโชคชะตาด้วยส่วนหนึ่ง มันสำคัญอย่างไร
มันช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้
เราจะไม่มองแค่ว่า

คนจน = ไม่ขยัน
คนรวย = คนที่พยายามมากกว่าคนอื่น

แต่เราสามารถมองลึกลงไปได้ว่า
กลุ่มเพื่อนที่เรามี ตระกูลของเรา ปีที่เราเกิด
สุขภาพแรกเกิด สติปัญญา สภาพแวดล้อมที่เราเติบโต ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดโดย ‘โชค’ ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา

ความแตกต่างเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้นจะสะสม
กลายเป็นความเหลื่อมล้ำที่ใหญ่ขึ้นในระยะยาว

การที่เรารับรู้ตรงนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องคาดหวังจากรัฐบาล การศึกษาเท่าเทียม, คุณภาพโรงเรียน, กิจกรรมร่วมกันในชุมชน, ภาษีก้าวหน้า
ฟังดูอุดมคติและยากเย็น แต่อย่างน้อยให้เราตระหนักถึงรากเหง้าของปัญหาก็ยังดี
Profile Image for Mirai.
638 reviews137 followers
November 23, 2025
เป็นหนังสือว่าด้วยเรื่องของ ‘โชค’ และ ‘ความพยายาม’ ที่เล่าผสมผสานควบคู่ไปกับความเชื่อที่แทรกซึมอยู่ในสังคมอย่างเรื่อง ‘ความยุติธรรม’ และ ‘กฎแห่งกรรม’

เป็นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยทฤษฎี งานวิจัย และตัวอย่างมากมาย รู้สึกเข้มข้นและจริงจังมากกว่าผลงานเล่มอื่นๆ ของคุณณัฐวุฒิ ที่เราเคยอ่าน เหมือนว่าเล่มนี้จะไม่ได้เป็นแค่หนังสือที่ให้ความรู้อย่างเดียว แต่อ่านแล้วรู้สึกตาสว่างขึ้นมาแปลกๆ เหมือนมองบางอย่างในสังคมเปลี่ยนไป 5555

ด้วยส่วนตัวเราเองเคยประสบพบกับเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตอยู่ 2-3 ครั้ง ที่ได้บทสรุปทางความรู้สึกว่า ’แค่ความพยายามอย่างเดียวจะเพียงพอที่จะประสบความสำเร็จจริงๆ หรือ‘ แต่คงไม่อาจพูดอะไรได้มากกว่านี้เพราะรังแต่ลดทอนความสามารถและความยินดีของผู้อื่น แต่นั่นทำให้เรากลับมามองตัวเองอย่างจริงจังว่า ถ้าต้นทุนชีวิตเรามีไม่เท่าคนอื่นแบบนี้ เราจะไปถึงความสำเร็จที่เราตั้งเป้าหมายไว้กี่โมงล่ะเนี่ย หรือเราต้องเปลี่ยนแผนชีวิตกันนะ 5555

พอได้อ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนได้ตอบโจทย์ชีวิต(ในอดีต)ที่เรากังขามาตลอด และได้เตรียมพร้อมสำหรับปัญหาในอนาคตที่จะตามมาด้วย ดีใจที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะ ถึงจะมีบางช่วงที่อ่านยากไปนิด ต้องประคองสติตอนอ่านบางช่วงนิดหน่อย แต่สนุกและคุ้มค่าแก่การอ่านมาก ได้เห็นแง่มุมต่างๆ ของสังคม ได้เห็นพฤติกรรมบางอย่างมนุษย์ต่อเหตุการณ์หนึ่งๆ รวมไปถึงได้เข้าใจทั้งตัวเองและสังคมไปพร้อมๆ กัน
Profile Image for Arthur  Taylor.
152 reviews2 followers
July 7, 2026
เล่มนี้ลอกการบ้านจาก เพจมากมายก่ายกองดอง และ Sup's script (พี่ทรัพย์) มาคนับ รีวิวแนะนำมาว่าน่าอ่านมาก ซึ่งก็สมกับคำแนะนำคนับ เนื้อหาดีมากคนับ

เกี่ยวกับโชค (Luck) ว่ามันมีผลกับชีวิตคน แล้วมีผลต่อสังคมมากมายขนาดไหน ความสำเร็จต่าง ๆ ที่เราได้มา มันไม่ได้มาจากความพยายามเพียงอย่างเดียว มันไม่ใช่แค่ว่าใครทำใครได้ เป็นคุณธรรมความคู่ควร (Merit) เท่านั้น แต่คนเรามักมองข้ามโชค ไป มันจึงขยายไปเป็นความเหลื่อมล้ำในสังคมอะคนับ

ลองคิดดูนะ เราเกิดมาก็คือโชคแล้ว บางคนเกิดมาบ้านรวย บางคนเกิดมาจน บางคนเกิดมาร่างกายแข็งแรง บางคนพิกลพิการ เราเลือกเองได้มั้ยล่ะคนับ มันก็ส่งผลไปยังสังคมรอบตัว สภาพแวดล้อม การศึกษา คนที่โชคดี มีต้นทุนต่าง ๆ พร้อมกว่า มันก็เข้าถึงทรัพยากรที่มากกว่าดีกว่า มีบ้านที่ปลอดภัย ไม่มีอาชญากรรม เรียนโรงเรียนดี ๆ เจอเพื่อนที่ฐานะทางสังคมดีเหมือนกัน มันก็ยิ่งทำให้ส่งเสริมต้นทุนทบต้นเข้าไปอีก โอกาสประสบความสำเร็จในสังคมมันก็มากกว่าคนที่โชคร้ายตั้งแต่แรกอยู่แล้วคนับ

ซึ่งความเชื่อค่านิยมในสังคม ทำให้เรามองข้ามเรื่องโชคไป อย่างในไทยก็เรื่องกรรม ที่ว่าทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ถ้าไม่ส่งผลชาตินี้ ก็ชาติหน้า เราเกิดมาลำบากเพราะมีกรรมเก่า ต้องชดใช้กรรม เค้าเกิดมารวย เพราะเค้ามีบุญ แบบนี้คนับ ทำให้มี bias ในการมองว่าจริง ๆ มันก็แค่โชค แค่ random มันไม่มีเหตุผลในเรื่องโชคอะไรหรอก แล้วก็คิดเข้าข้างตัวเอง คิดว่าเราสมควรได้รับสิ่งที่มาจากโชคนี้แล้ว ใครที่ลำบากก็สมควรแล้ว ก็ทำตัวเองนี่ อะไรแบบนี้คนับ

To be fair ความพยายามก็ส่งผลเหมือนกัน ถ้าโชคดีแต่ไม่พยายามเลย มันก็มีโอกาสสำเร็จซัก 50% แต่ถ้าโชคดีและพยายามด้วย ก็ซัก 90% แต่คนโชคร้ายแล้วพยายาม อาจจะได้แค่ 30% ส่วนโชคร้ายแล้วไม่พยายาม ก็แทบจะ 0% คือโชคมีผลมากจริง ๆ คนับ แต่ถ้าเรามองข้ามไป แล้วเกิด bias ว่าเราพยายามเราจึงคู่ควรเกิดเป็น Meritocracy ที่มันไม่ได้ fair เพราะโชคแต่แรก มันจะทำให้ winner กับ loser โดนตอกย้ำสถานะ และถ่างกว้างเหลื่อมล้ำกัน

แล้วพอคนมันทนไม่ไหว ไม่มีทางเลือก สุดท้ายมันจะเกิด reaction ตีกลับมา ดูได้จากสังคมทุนนิยมแบบเสรีนิยมใหม่ปัจจุบัน ที่มีกระแสประชานิยมขวาจัดจากคนรายได้น้อยการศึกษาต่ำ มีพวกหัวรุนแรง Fundamentalist ทางศาสนา เกิดการต่อต้าน ใช้ความรุนแรง เหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศ เหยียดศาสนา เกลียดกลัวคนต่างชาติ มีการปะทะกันต่าง ๆ นานา แบบทุกวันนี้ไงคนับ

เค้าจึงอยากให้เราตระหนักในเรื่องนี้ เพื่อลดความเหลื่อมในสังคมอันมาจากโชค พยายามกระจายความโชคดีไปในสังคม อาทิ เก็บภาษีมรดกและ Vat อัตราก้าวหน้า ตามการบริโภค, พัฒนาคุณภาพโรงเรียนให้คนที่ฐานะทางสังคมสูงและต่ำเรียนร่วมกันได้ มีกิจกรรมในสังคมร่วมกัน เป็นการเกลี่ยต้นทุนของโชคให้มันทั่วถึงอะคนับ คล้าย Veil of Ignorance อะคนับ✌️✌️✌️

ก็สรุปมาคร่าว ๆ ประมาณนี้คนับ เราชอบตรงนำสังคมไทยมาเล่าด้วย แล้วมีอ้างอิงวิจัย การทดลอง ตลอดทั้งเล่มเลย ดีมากคนับ เราว่าอ่านเล่มนี้แล้วไปอ่าน Tyranny of Merit กับ Revolt จะยิ่งมันส์ เก๊ท เห็นภาพเลยคนับ ยังไงลองอ่านกันดูนะคนับเนื้อหาดีเหมือนกัน 😁😁😁
Profile Image for นวกานต์ ราชานาค.
18 reviews2 followers
February 5, 2026
'30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟัน~ ต้องสู้ต้องสู้ถึงจะชนะ ~'

ท่อนหนึ่งจากบทเพลงของ เจินเจิน บุญสูงเนิน ลอยเข้ามา ระหว่างอ่าน non-fiction เล่มนี้ 😄

.
.
.

ระบบคุณธรรมนิยม (Meritocracy) คือระบบที่ให้คุณค่ากับความพยายาม ซึ่งมันพยายาม (แม้แต่ระบบเองยังต้องพยายามเลย ฮา) ทำให้ผู้คนเชื่อว่า ความพยายาม ความมุ่งมั่น และความสามารถ เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จได้

.

แต่ด้วยมุมมองส่วนตัวของผม (และคนส่วนใหญ่) ต่างก็เข้าใจดีว่า มันไม่มีทางที่ความพยายามยามหรือความสามารถเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จ มันมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างเช่น คุณเกิดในครอบครัวที่รวยหรือจน หรือบางทีเราอาจเกิดในสังคมที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะเรียกมันว่า 'โชคชะตา'

.

แล้วเพลงของ เจินเจิน ที่บอกว่า โชคชะตามีผลแค่ 30% ที่เหลือคือความพยายาม ก็วนเข้ามาในสมอง

.

ก่อนอ่านเล่มนี่ผมคิดตื้น ๆ ว่าโชคชะตาคงมีผลแค่ 50% เท่านั้น แต่พออ่านเล่มนี้จบถึงได้รู้ซึ้งว่า โชคชะตามันมีผลมากกว่านั้นเยอะทีเดียว

.
.
.
.
.

โดยภาพรวมแล้วนี่ไม่ใช่หนังสือที่มาเพื่อ 'ด้อยค่าความพยายาม' แล้วบอกกับเราว่า 99% เป็นเรื่องของโชคชะตา ฉะนั้นตัดใจซะเถอะ อย่าพยายามให้มากนักเลย นั่ง ๆ นอน ๆ รอคอยโชคก็แล้วกัน

แต่สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ต้องการคือการอธิบายเพื่อให้เราเข้าใจความเป็นจริง โดยการหยิบยกการทดลองทางสังคมศาสตร์มากมายหลายกรณีมาอ้างอิง รวมไปถึงสถิติที่เกี่ยวข้อง

.
.
.


ด้วยน้ำเสียงในการเล่าแบบเป็นกันเองมากกว่าท่าทีของความเป็นวิชาการ อีกทั้งการวางลำดับการนำเสนอที่น่าสนใจและเร้าให้ติดตาม มันเลยเป็น non-fiction ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก

ที่สำคัญมันไม่ใช่แค่การเอาความจริงมาโยนใส่หน้าคนอ่าน หนังสือยังนำเสนอแนวทางที่จะลดบทบาทของโชคชะตาแล้วเพิ่มน้ำหนักให้ความพยายามและความสามารถมีอิทธิพลมากขึ้น

.

นี่เป็น non-fiction ที่จริงใจ ไม่โลกสวย อ่านง่าย เป็นความรู้ที่มาพร้อมความบันเทิง

ซึ่งความดีงามของเล่มนี้ไม่ได้มากเพราะโชคช่วย หากแต่มาจากความพยายามของผู้เขียนและทีมงาน ซึ่งผมให้น้ำหนักมันมากกว่า 90%
Profile Image for chapterly.
57 reviews1 follower
Read
February 14, 2026
น้องเชปเตอร์อ่าน MERITOCRAZY แล้วเหมือนมีใครมาสะกิดไหล่เบา ๆ แล้วถามว่า “แน่ใจเหรอ ว่าความพยายามอยู่ตรงไหน ความสำเร็จจะรออยู่ตรงนั้นจริง ๆ?” 📍✨ เล่มนี้มันเริ่มจากคำถามที่เหมือนพูดถึงอเมริกันดรีม แต่พาเรากลับมามองไทยแบบเต็มตา ว่าเอ๊ะ…ของเราก็ไม่ได้แฟร์ขนาดนั้นเหมือนกันนี่นา แล้วที่ต่างคือ ในบริบทไทยมันมี “บุญ–กรรม–เวร” เข้ามาผสมด้วย คำว่าโชคบางทีมันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่คือเทวดา คือชาติก่อน คือสิ่งที่เราเชื่อว่าทำดีแล้วจะได้ดี 🍃

หนังสือชวนมองสามกลุ่มความคิดแบบชัด ๆ คนที่คิดว่าโชคไม่ช่วยก็ไม่มีทางสำเร็จ คนที่คิดว่าความสำเร็จเกิดจากตัวเองล้วน ๆ และคนที่บอกว่าก็แค่ดวงล้วน ๆ ไม่ได้พยายามอะไรเลย 🎲 ฟังดูเหมือนแค่ความเห็นต่าง แต่พอมันกลายเป็นฐานคิดของสังคม มันส่งผลกับทั้งตัวเรา คนรอบข้าง และนโยบายระดับประเทศเลยนะ น้องเชปเตอร์อ่านแล้วแอบตาโต เพราะมันอธิบายได้ว่าทำไมบางคนถึงชอบพูดว่า “ก็พยายามสิ” แบบไม่เห็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เท่ากันของคนอื่น และทำไมบางคนต้องโทษตัวเองทั้งที่ระบบมันเอียงอยู่แล้ว 🪜

ส่วนตัวน้องเชปเตอร์เชื่อเรื่องโชคอยู่เหมือนกันนะ ไม่ได้เชื่อแบบปล่อยตัว แต่เชื่อแบบทำให้รู้สึกขอบคุณคนก่อนหน้า ขอบคุณสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เราได้มายืนตรงนี้ 🌤️ เล่มนี้เลยดีมากตรงที่มันไม่ด้อยค่าความพยายามเลย แต่ก็ไม่โรแมนติกกับมันเกินไป มันบอกว่าโชคมีบทบาทจริง และการยอมรับโชคไม่ได้ทำให้เราอ่อนแอ ตรงกันข้าม มันทำให้เราอ่อนโยนขึ้นกับคนอื่น
Profile Image for Somaood.
42 reviews4 followers
June 2, 2026
หนังสือเล่มนี้ตอบคำถามที่เราชอบคิดไปเรื่อยตอนตี2 แล้วพออ่านเหตุการณ์/วิจัยที่ยกตัวอย่างมา ก็นึกถึงวัยมัธยมที่ผ่านมาซึ่งแบบมันก็แอบจริงอ่ะ

เออแล้วก็ไม่คิดว่าจะมีคนทำวิจัยตอบ random thought ที่เราสงสัย ชอบเล่มนี้มาก แต่ว่าค่อนข้างต้องตั้งสติอ่าน แบบรู้สึกได้เปิดสมองด้านใหม่ ๆ ก็เลยอยากจะตามอ่านงานของคุณนักเขียนคนนี้อีกเยอะๆ

ชอบบทส่งท้ายมากที่สุดเลยคือยกประสบการณ์ของตัวเองมา สะท้อนให้เราเห็นว่าโชคชะตาเนี่ยมันมีผลจริง ๆ แล้วก็รู้สึกเจ็บแทนตอนโดนอาจารย์คนแรกติแรง แต่ว่าความรู้สึกที่เสียไปก็แลกมากับสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วก็ทำให้เราได้อ่านหนังสือเล่มนี้
Profile Image for Pepoparu.
67 reviews9 followers
April 5, 2026
เห้ยพี่อะไรเรียลๆเกินนนน😭 ใครที่เคยรู้สึกว่าความพยายามไม่เคยทำร้ายใครแต่ทำร้ายเรา ทำไมทำเท่าไหร่ก็ไม่เริ่ดไม่ดีที่หวัง มาอ่านด่วนเพราะเล่มนี้มันจะบอกเราว่าทำไมมันเป็นอย่างนั้นและมันจะยังคงอป็นแบบนั้น เหมือนโดนฟาดโดนเตือนสติว่าโลกเรามันก็แบบนี้มันไม่ได้มีอะไรที่ควบคุมได้ชนิดที่ทำแล้วต้องได้แต่นั้นมันมีเหตุและผลของมันและอาจจะเริ่มต้นจากสิ่งที่เป็นเบื้องลึกของเราด้วย เพราะงั้นนอยได้ แต่ต้องเข้าใจเรื่องของโชคและจังหวะชีวิตด้วย โคตรตรงกับชีวิตตอนนี้ฮือๆ
Profile Image for Nopadol Rompho.
Author 4 books398 followers
October 25, 2025
ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จถึงชอบคิดว่ามาจากความพยายามมากกว่ามาจากโชค แล้วจริง ๆ แล้วระหว่างความพยายามกับโชคอะไรสำคัญกว่ากัน หนังสือเล่มนี้มีคำตอบให้ครับ
Profile Image for Park.
1 review
December 21, 2025
เราเองก็โชคดีที่ได้อ่านเล่มนี้
Displaying 1 - 11 of 11 reviews