What do you think?


Blood and Bitters บางเรื่องเล่าควรดื่มในความมืด
"คนที่เมาแล้วคุยโวถึงสิ่งที่ตัวเองไม่มี กำลังบอกให้เรารู้ว่าเขารู้สึกขาดแคลนแค่ไหน คนที่หัวเราะแล้วบอกว่าตัวเองไม่เคยรักเธอคนนั้นเลยสักนิด มีความจริงที่ตัวเองไม่อาจยอมรับได้ติดอยู่ในลำคอ คำโกหกจากปากของคนเมาไม่ได้เป็นแค่เรื่องแต่งธรรมดา แต่เป็นคำสารภาพที่ปลอมตัวมาโดยที่ผู้พูดไม่ได้ตั้งใจ"
นวนิยายที่จะตบหน้าเรียกสติ ชวนถกเถียงและท้าทายความเชื่อเรื่องความสัมพันธ์ ด้วยบทสนทนาเปี่ยมสเน่ห์กับแวมไพร์ในฐานะบาร์เทนเดอร์ของบาร์กอธิกที่ชื่อว่า Vesper’s Veil ที่ซึ่งมนุษย์ได้เปิดเปลือยตัวตน เผยด้านมืด ความโง่เขลาและความน่าอับอายอย่างไม่รู้ตัว เพราะบาร์คือสถานที่ที่ทำให้คนปล่อยตัวปล่อยใจได้มากกว่าเวลาอยู่บนเตียง
นวนิยายที่จะตบหน้าเรียกสติ ชวนถกเถียงและท้าทายความเชื่อเรื่องความสัมพันธ์ ด้วยบทสนทนาเปี่ยมสเน่ห์กับแวมไพร์ในฐานะบาร์เทนเดอร์ของบาร์กอธิกที่ชื่อว่า Vesper’s Veil ที่ซึ่งมนุษย์ได้เปิดเปลือยตัวตน เผยด้านมืด ความโง่เขลาและความน่าอับอายอย่างไม่รู้ตัว เพราะบาร์คือสถานที่ที่ทำให้คนปล่อยตัวปล่อยใจได้มากกว่าเวลาอยู่บนเตียง
160 pages, Paperback
Published October 1, 2025
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 4 of 4 reviews
Read
March 12, 2026น้องเชปเตอร์หยิบหนังสือ บางเรื่องเล่าควรดื่มในความมืด ของ รติพร ชัยปิยะพร มาอ่านตอนกลางคืนพอดี แล้วก็รู้สึกว่า…เออ ชื่อเรื่องมันไม่ได้ตั้งเล่น ๆ เลย เพราะบางเรื่องในเล่มนี้ ถ้าอ่านตอนกลางวันอาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไร แต่พออ่านตอนดึก ๆ ที่บ้านเงียบ ๆ มันเหมือนมีคนมานั่งเล่าเรื่องชีวิตให้เราฟังอยู่ตรงหน้า
เรื่องมันเกิดในบาร์ที่ชื่อ Vesper’s Veil บาร์ที่ไม่ค่อยสว่างเท่าไร แล้วคนที่คอยชงเครื่องดื่มก็ไม่ใช่คนธรรมดาด้วย แต่เป็นแวมไพร์ที่เหมือนจะชอบฟังเรื่องราวของมนุษย์มากกว่าดื่มเลือดเสียอีก คนที่เดินเข้ามาในบาร์แต่ละคนก็เหมือนแบกอะไรบางอย่างมา บางคนอกหัก บางคนสับสนกับความรัก บางคนเหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่างในชีวิต พอได้ดื่มนิดหนึ่ง เรื่องในใจที่เก็บไว้ก็เริ่มไหลออกมา
น้องเชปเตอร์อ่านแล้วรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เรื่องที่มีพล็อตแรง ๆ แบบนิยายสืบสวนหรือสยองขวัญ มันเหมือนการนั่งฟังคนแปลกหน้าเล่าเรื่องชีวิตมากกว่า บางตอนอ่านแล้วก็ขำเบา ๆ เพราะคนเมามักพูดอะไรแปลก ๆ แต่บางตอนก็เงียบไปเลย เพราะสิ่งที่ตัวละครพูดมันจริงมากเกินไป
มีหลายช่วงที่ทำให้น้องเชปเตอร์คิดตาม เช่น เวลาเราบอกว่าเรารักใครสักคน จริง ๆ เรารักเขาจริง ๆ หรือเรารักภาพที่เราคิดว่าเขาเป็นกันแน่นะ แล้วบางทีคำโกหกที่คนพูดตอนเมา มันอาจใกล้ความจริงมากกว่าคำพูดตอนมีสติก็ได้
บรรยากาศของหนังสือมันเหมือนห้องที่มีไฟสลัว ๆ เสียงเพลงเบา ๆ แล้วมีคนผลัดกันเล่าเรื่องชีวิตให้เราฟัง บางเรื่องเหมือนเรื่องธรรมดา แต่พอฟังดี ๆ มันก็มีความเศร้า ความเหงา และความหวังเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ข้างใน
สิ่งที่น้องเชปเตอร์ชอบคือภาษาของเล่มนี้มันอ่านง่าย แต่ก็มีบางประโยคที่เหมือนหยุดเวลาไว้ ทำให้เราต้องเงียบแล้วคิดตามสักพัก
พออ่านจบ น้องเชปเตอร์ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นหนังสือที่ “สนุกแบบตื่นเต้น” แต่มันเป็นหนังสือที่เหมือนพาเราไปนั่งฟังความลับของมนุษย์หลาย ๆ คน แล้วก็ทำให้เราคิดว่า จริง ๆ แล้วทุกคนก็คงมีเรื่องบางอย่างที่อยากเล่าเหมือนกัน
เพียงแค่…บางเรื่อง
มันต้องเล่าตอนกลางคืน
ตอนที่โลกมืดพอ
และใจของคนเริ่มซื่อสัตย์มากขึ้นนิดหนึ่ง 🌙🍷
เรื่องมันเกิดในบาร์ที่ชื่อ Vesper’s Veil บาร์ที่ไม่ค่อยสว่างเท่าไร แล้วคนที่คอยชงเครื่องดื่มก็ไม่ใช่คนธรรมดาด้วย แต่เป็นแวมไพร์ที่เหมือนจะชอบฟังเรื่องราวของมนุษย์มากกว่าดื่มเลือดเสียอีก คนที่เดินเข้ามาในบาร์แต่ละคนก็เหมือนแบกอะไรบางอย่างมา บางคนอกหัก บางคนสับสนกับความรัก บางคนเหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่างในชีวิต พอได้ดื่มนิดหนึ่ง เรื่องในใจที่เก็บไว้ก็เริ่มไหลออกมา
น้องเชปเตอร์อ่านแล้วรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เรื่องที่มีพล็อตแรง ๆ แบบนิยายสืบสวนหรือสยองขวัญ มันเหมือนการนั่งฟังคนแปลกหน้าเล่าเรื่องชีวิตมากกว่า บางตอนอ่านแล้วก็ขำเบา ๆ เพราะคนเมามักพูดอะไรแปลก ๆ แต่บางตอนก็เงียบไปเลย เพราะสิ่งที่ตัวละครพูดมันจริงมากเกินไป
มีหลายช่วงที่ทำให้น้องเชปเตอร์คิดตาม เช่น เวลาเราบอกว่าเรารักใครสักคน จริง ๆ เรารักเขาจริง ๆ หรือเรารักภาพที่เราคิดว่าเขาเป็นกันแน่นะ แล้วบางทีคำโกหกที่คนพูดตอนเมา มันอาจใกล้ความจริงมากกว่าคำพูดตอนมีสติก็ได้
บรรยากาศของหนังสือมันเหมือนห้องที่มีไฟสลัว ๆ เสียงเพลงเบา ๆ แล้วมีคนผลัดกันเล่าเรื่องชีวิตให้เราฟัง บางเรื่องเหมือนเรื่องธรรมดา แต่พอฟังดี ๆ มันก็มีความเศร้า ความเหงา และความหวังเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ข้างใน
สิ่งที่น้องเชปเตอร์ชอบคือภาษาของเล่มนี้มันอ่านง่าย แต่ก็มีบางประโยคที่เหมือนหยุดเวลาไว้ ทำให้เราต้องเงียบแล้วคิดตามสักพัก
พออ่านจบ น้องเชปเตอร์ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นหนังสือที่ “สนุกแบบตื่นเต้น” แต่มันเป็นหนังสือที่เหมือนพาเราไปนั่งฟังความลับของมนุษย์หลาย ๆ คน แล้วก็ทำให้เราคิดว่า จริง ๆ แล้วทุกคนก็คงมีเรื่องบางอย่างที่อยากเล่าเหมือนกัน
เพียงแค่…บางเรื่อง
มันต้องเล่าตอนกลางคืน
ตอนที่โลกมืดพอ
และใจของคนเริ่มซื่อสัตย์มากขึ้นนิดหนึ่ง 🌙🍷
June 17, 2026
contemporary thai novels like to do this thing where they essentially write self-help disguised as fiction with a japan setting (seriously, why is japan always mentioned in every Thai novel?) and I certainly am not a big fan of that especially when the advices given are very shallow and surface level.
January 20, 2026
อ่านบนรถไฟ อะไรเพลินๆ
Displaying 1 - 4 of 4 reviews





