Jump to ratings and reviews
Rate this book

Forestalgia คลื่นเสียงข้ามเวลา

Rate this book
"หากโลกไม่ใจร้ายกับเด็กคนหนึ่งมากจนเกินไป เธอคงจะไม่ระแคะระคายในภายหลังว่า คำว่าพิเศษและแปลกแยกมีเส้นบางๆ กั้นกลางอยู่"

ในตรอกซอกซอย ตรงใจกลางเมืองหลวง พื้นที่เงียบสงบที่มีไอแดดอุ่น ไม่ว่าจะแห่งหนใด ร้านแผ่นเสียงปริศนาแห่งหนึ่งจะปรากฏต่อหน้าผู้ที่ถูกเลือก เพื่อรับฝากและส่งต่อข้อความเสียงไปหาคนในอนาคต

ในห้วงเวลาหนึ่ง มีลูกค้าห้าคนหอบเอาความปรารถนาและความหวังริบหรี่ผ่านประตูเข้ามา พร้อมกับหัวใจที่แหว่งวิ่นเพราะโหยหาการเป็นส่วนหนึ่งมาทั้งชีวิต เรื่องราวความชอกช้ำของผู้คนที่ผิดแผกแปลกแยกถูกบรรจงวางลงบนเคาน์เตอร์บาร์ โดยมีรอยยิ้มของพนักงานสาวกับสุนัขพันธุ์เบอร์นีสรอคอยรับฟัง

ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณกำลังแบกอยู่ โปรดนำมาที่นี่แล้วปลดเปลื้องทุกอย่างเสีย เครื่องดื่มแก้วโปรดและบทสนทนาไร้แก่นสารจะเยียวยาความโดดเดี่ยวซ้ำซาก แม้รู้ดีว่ามันอาจไม่มีวันเลือนหายไปได้ตลอดกาล

256 pages, Paperback

Published October 1, 2025

Loading...
Loading...

About the author

alwaysmoody

8 books6 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
6 (40%)
4 stars
5 (33%)
3 stars
4 (26%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for YuzuChu.
357 reviews44 followers
June 8, 2026
ตาม concept เรื่อง เดี๋ยวออกจากร้านนี้คุณก็จะลืมทุกอย่างเองค่ะ เออว่ะ ลืมจริง ไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลย

พยายามคิดมุมกลับปรับมุมมองอยู่ว่าเห้ย เขาตั้งใจป่าววะ ตั้งใจให้ลืมไรงี้555 เอาเป็นว่าฉันพอเข้าใจนะว่ามันเป็นแนว ๆ พวกสถานที่มหัศจรรย์ ตึกปาฏิหาริย์ ร้านชำช่วยบันดาลบลา ๆๆ ที่เขาฮิต ๆ กันใช่มั้ย ซึ่งในเล่มนี้เป็นร้านแผ่นเสียงมหัศจรรย์ รับฝากเสียงไว้ให้คนที่ต้องการในอดีตหรืออนาคต แต่ละตอนก็จะมีเรื่องราวของแต่ละคนที่ได้มีโอกาสเข้าไปในร้านนี้ มีจุดเชื่อมโยงนิดหน่อยตรงที่ตัวเอกจากเรื่องนั้นอาจรู้จักกับตัวเอกจากเรื่องนี้ หรือเป็นผู้ได้รับผลกระทบห่าง ๆ จากเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น

ฉันว่าเรื่องแรกน่ะ ไม่ควรเป็นเรื่องแรก งงป้ะ555

คือเรื่องแรกมันดึงดูดใจไม่พออะ อ่านจบตอนแรกฉันยังงง ๆ เลยว่าห้ะ แค่เนี้ย แล้วไอ้ร้านรับฝากเสียงนี่มันจะมีไว้ทำไมวะ พอมาเรื่อง 2 เรื่อง 3 ค่อยมีจุดเชื่อมโยงน่าสนใจหน่อย แต่ไม่รู้ว่าด้วยคำพูดคำจาของตัวละครในเรื่องที่ออกแนวแบบ คุยกันจริงจัง คุยกันเพ้อ ๆ แล้วสถานการณ์ ณ ตอนนั้นฉันว่าไม่ต้องพูดอะไรแบบนี้ก็ได้ บางฉากมันเลยดูเป็นคำพูดที่ออกแนวยัดเยียดเกินไปหน่อยอะ

บางเรื่องมีหักมุมด้วยนะ แต่ก็หักแบบ ไม่ได้ประทับใจ ช็อก ตื่นเต้น หรือเกิดความรู้สึกอะไรอะ มาแบบเรียบ ๆ ก็ไม่ได้ลุ้นหรือคอยเอาใจช่วยอะไร คงเพราะเป็นเรื่องสั้นที่ฉันว่ามุมมองและสายตาของตัวเอกแต่ละคน focus แต่กับตัวเองมากไปหน่อย ถ้าจะหลอกคนอ่าน คุณต้องมีลูกล่อลูกชนมากกว่านี้อะ ตัดพบทเพ้อพกเรื่องผู้ปกครองชอบบังคับเด็กให้เรียนเก่ง สังคมสมัยนี้มีแต่คนหาผลประโยชน์ เป็นบทพูดหย่อน hint ยังได้เลยบางฉากอะ

พูดตามตรง บางจุดถ้าจะเสียดสีหรือชูประเด็นสังคมได้แค่นี้ สักแต่ว่าจะเอาคำพูดยัดใส่ปากตัวละครเข้าว่า คุณไม่ต้องกล่าวถึงเลยก็ได้นะ มุ่งเน้นเอาจริงเอาจังกับเนื้อเรื่องและโลกที่คุณสร้างอย่างเต็มที่เป็นอันพอ เพราะแค่แก่นเรื่องก็น่าสนใจพอแล้ว หรือไม่ก็ต้องจริงจังกับ part เสียดสีสังคมให้มากกว่านี้อะ

นั่นแหละ ฉันว่าทุกตัวละครในเรื่องแสดงออกด้วยคำพูดคม ๆ ออกแนวนั่งสูบบุหรี่วิพากย์วิจารณ์สังคมบนดาดฟ้าหอดูดาวอะ กลายเป็นว่า 'อารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร' คือจุดที่เรื่องนี้ละเลยไปอย่างน่าเสียดายค่ะ กลายเป็นว่าเรื่องนี้มีตัวละครที่จะทำให้คนอ่านน้ำตาแตกได้เยอะมาก ทั้งความสัมพันธ์ของคนแอบรัก คนเหงาที่ไม่ได้รับคำอวยพรวันเกิดจากครอบครัวและเพื่อนฝูง คนที่หลงคิดว่าสิ่งที่ตนมีคือพรวิเศษทั้งที่มันคือความแปลกแยก และคสพ.แม่ลูกที่ต้องหลั่งน้ำตา แต่ทุกเรื่องที่อ่านมาเนี่ย ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่ร้อง ไม่หน่วง ไม่น่าจดจำ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตัวฉันสักอย่าง

เกริ่นก่อนว่าฉันเองก็ไม่ใช่คนอ่านนิยายแนว ๆ ร้านวิเศษเยอะขนาดนั้น แต่ฉันก็เป็นสายอ่านมังงะที่เคยผ่านหูผ่านตาแนวนี้มาหลายเรื่องเลยแหละ ยิ่ง part ที่แต่ละคนได้เปิดเสียงจากอดีตหรือจากอนาคตที่มีใครทิ้งไว้ โอ้โห บอกเลย เป็นซีนที่ธรรมดามาก เขาส่งอารมณ์ไม่ถึงจนตอนอ่านฉันยังเผลอลูบจอมือถือแบบใจลอยอะ เสียดายไปหมดทุกอย่างเลย จนแบบ ไม่ต้องมีร้านนี้ก็ได้นะเนี่ย เขายังเขียนบทจูงใจไม่พอจนฉันไม่เห็นความสำคัญของการมีร้านนี้เลยอะ

คิดว่าเขาน่าจะต้องฝึกปรือฝีมือด้านการบอกเล่าเรื่องราวให้มากกว่านี้แหละ จุดเด่นของนิยายแนว ๆ ร้านวิเศษคือชีวิตของแขกผู้มาเยือนแต่ละท่าน นี่อาจเป็นจุดที่นักเขียนต้องทำการบ้านให้มากกว่านี้ค่ะ

ซึ่งเรื่องนี้มีคำพูดในเรื่องเกริ่นประมาณว่าเดี๋ยวคุณก็ลืมเรื่องราวนี้ไป ซึ่งพออ่านจบฉันก็ฮาเลย แบบ เออ ลืมจริงว่ะ555555

ส่งท้าย ถึงหน้าปกจะเป็นเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิง แต่น่าแปลกมากที่พอเห็นปกปุ๊บ ฉันรู้เลยว่าตัวละครในเรื่องนี้ต้องเป็นเกย์กันเสียส่วนใหญ่ แล้วก็เป็นตามนั้นจริง ๆ ด้วย555
Displaying 1 of 1 review