Jump to ratings and reviews
Rate this book

キャプテンサンダーボルト

Rate this book
2015年本屋大賞候補作!
人生に大逆転はあるのか?
小学生のとき、同じ野球チームだった二人の男。
二十代後半で再会し、一攫千金のチャンスにめぐり合った彼らは、


それぞれの人生を賭けて、世界を揺るがす危険な謎に迫っていく。

東京大空襲の夜、東北の蔵王に墜落したB29と、
公開中止になった幻の映画。そして、迫りくる冷酷非情な破壊者。
すべての謎に答えが出たとき、動き始めたものとは――

現代を代表する人気作家ふたりが、
自らの持てる着想、技術をすべて詰め込んだエンターテイメント大作。

528 pages, Hardcover

First published November 28, 2014

4 people are currently reading
27 people want to read

About the author

Kōtarō Isaka

132 books744 followers
Kōtarō Isaka (伊坂幸太郎, Isaka Koutarou) is a Japanese author of mystery fiction.

Isaka was born in Matsudo City, Chiba Prefecture, Japan. After graduating from the law faculty of Tohoku University, he worked as a system engineer. Isaka quit his company job and focused on writing after hearing Kazuyoshi Saito's 1997 song "Kōfuku na Chōshoku Taikutsu na Yūshoku", and the two have collaborated several times. In 2000, Isaka won the Shincho Mystery Club Prize for his debut novel Ōdyubon no Inori, after which he became a full-time writer.
In 2002, Isaka's novel Lush Life gained much critical acclaim, but it was his Naoki Prize-nominated work Jūryoku Piero (2003) that brought him popular success. His following work Ahiru to Kamo no Koin Rokkā won the 25th Yoshikawa Eiji Prize for New Writers.
Jūryoku Piero (2003), Children (2004), Grasshopper (2004), Shinigami no Seido (2005) and Sabaku (2006) were all nominated for the Naoki Prize.
Isaka was the only author in Japan to be nominated for the Hon'ya Taishō in each of the award's first four years, finally winning in 2008 with Golden Slumber. The same work also won the 21st Yamamoto Shūgorō Prize.

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
4 (13%)
4 stars
14 (46%)
3 stars
9 (30%)
2 stars
2 (6%)
1 star
1 (3%)
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
Profile Image for top..
510 reviews116 followers
May 14, 2019
ความน่าสนใจของผลงานเขียนร่วมคงอยู่ที่การหาจุดกึ่งกลางอันเหมาะสมระหว่างไอเดียของแต่ละฝ่าย ยิ่งเล่มนี้เป็นงานจากยอดนักเขียนร่วมสมัยญี่ปุ่นทั้งสอง ยิ่งคาดหวังว่างานมันจะออกมาเว่อวังดำดิ่งตามสไตล์ของทั้งสองด้วย

ส่วนตัวเราคิดว่า อิซากะ เขียนงานหลากหลาย ขณะที่ อาเบะซัง มีแนวทางที่มุ่งวิพากษ์สังคมชัดเจน (เท่าที่เห็นในแปลไทยนะ) การหาจุดร่วมในงานของทั้งคู่จึงทำได้ไม่ยาก อยู่ที่ว่าจะนำเสนออย่างไรให้ลงตัว

เรื่องดำเนินในประเทศญี่ปุ่น (แน่นอน) กล่าวถึงกลุ่มเพื่อนที่ถูกชักจูงให้มาร่วมชะตากรรมเดียวกัน จุดนี้มีความถวิลหาอดีตเหมือนอิซากะ แต่มีปริมาณของอาเบะที่ไม่ทำให้เรื่องอดีตมันน่าโหยหาเท่าโกลเด้นสลัมเบอร์

ด้านพล็อตเรื่อง ใช้วิธีเล่าสลับเวลาบ้าง ซึ่งไม่ได้ซับซ้อน ดึงเอาสิ่งที่ไม่น่าเกี่ยวข้องมาอยู่ด้วยกัน (สไตล์อิซากะ) แต่มันกลับทิ้ง hint ไว้เต็มไปหมด จนคาดเดาเป้าหมายได้ไม่ยาก ในขณะที่หากเลือกดั้นด้นไปอย่างไม่ลดละ (NN) ไม่ปล่อยเบาะแสออกมาให้น่าสงสัย (ประเภทตัวละครทำแบบนี้ เดี๋ยวต้องมีแบบนี้แน่ๆ) ตามแนวทางของอาเบะ เรื่องน่าจะป๊อปน้อยลง และเครียดกว่านี้มาก

ตัวละคร กลุ่มเพื่อนเล่นเบสบอลเก่า มีเบื้องหลังด้วยความทรงจำและบาดแผล กลับมาพบเจอกันด้วยดนตรี เหมือนเอาตัวละครของอิซากะ มาลดทอนความแฟนซี แล้วเจือด้วยเหตุจากการถูกกระทำด้วยระบบสังคมอย่างใดอย่างหนึ่งตามแนวอาเบะ ฝั่งตัวร้าย สร้างให้เป็นระดับโลกเข้าไว้ก่อน ตอนเฉลยจะได้ดูน่าตื่นตา

จากทั้งหมด เรารู้สึกว่างานมันไปทางอิซากะซะเยอะ แต่เป็นอิซากะในแบบยั้งๆ กั๊กๆ ไม่รู้ว่าเพราะเก่งด้วยกันทั้งคู่รึเปล่า ต่างฝ่ายต่างจึงเกรงใจ บทจะยำก็ยำใหญ่ จนสงสัยว่าจะหาทางลงอย่างไร สุดท้ายเลยเหมือนว่า 'เอาแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน อาเบะซังจะว่ายังไงนะ' 'ถ้ากลบตรงนี้ไปเลย อิซากะเซ็นเซย์จะโอเครึเปล่านะ' ผลจึงออกมาเป็นงานร่วมเล่มนี้ อ่านสนุกและหนุบหนับตามมาตรฐาน แต่หากเอาภาพรวมไปเทียบกับงานแยกอย่าง Golden Slumber หรือ IP/NN เล่มนี้ก็เหมือนงานฆ่าเวลา ไว้อ่านตอนรอซักผ้าเสร็จเท่านั้นเอง

ปล. หนังสือจะเด็ดขาดกว่านี้มาก ถ้ามีแถมบทสัมภาษณ์แนวคิดและขั้นตอนการทำงาน จนถึงความเห็นต่อเรื่องของสองหนุ่มเค้ามาด้วย
Profile Image for Makmild.
806 reviews218 followers
May 5, 2022
3.5 อะ จะว่าสนุกมั้ยหรอ อืม สนุก! ตื่นเต้น! เร้าใจ! แต่มันล้นๆ พิกลยังไงก็ไม่รู้ค่ะ

กัปตันธันเดอร์โบลต์คือเรื่องราวพลิกล็อคกันน่าดู (ขอให้ร้องแบบเป็นเพลง) ตามสไตล์อจ.โคทาโร่ เพิ่มเติมด้วยการดำเนินเรื่องแบบทฤษฏีสมคบคิดและพล็อตล้ำๆ ไฮเทคหน่อยๆ (เช่นเครื่องถ่ายเอกสารเป็นสายลับ) จากอจ.อาเบะ ซึ่งทำได้ลงตัวมากๆ สนุกมากๆ

สิ่งที่เราชอบในเรื่องยังคงเป็นความมหัศจรรย์ของสิ่งละอันพันละน้อยที่ปูมาตั้งแต่แรกแล้วมาขมวดมาใช้จนหมดบิดจนหยาดสุดท้าย ไม่มีประเด็นในพลาดในรายละเอียดที่เคยให้ไว้ตั้งแต่ต้น (มั้ง อ่านไม่ละเอียดเท่าไร) และการใช้เทคโนโลยีเล็กๆน้อยๆ (เครื่องถ่ายเอกสาร) มาเป็นกิมมิค ดีมากไม่เปลี่ยนแปลง คิดว่าเป็นส่วนที่ลงตัวของอาจารย์ทั้งสองเลย

ในส่วนของตัวละคร เรากลางๆ คิดว่าไม่ค่อยชอบตัวละครของอาจารย์โคทาโร่มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะตัวเด่น ตัวรองก็ตาม จะรู้สึกเฉยๆ กับตัวละครตลอด เขาไม่ได้สร้างให้เรารักตัวละครเท่าไร แต่ถ้าถามว่าเอาใจช่วยมั้ย อืมๆ ก็เอาใจช่วยอะ ไม่อยากให้ตาย แต่ก็ไม่ได้ชอบนะ เลยทำให้ต่อไม่ค่อยติดกับเล่มนี้มากนัก เพราะเฉยๆ กับอาอิบะมากๆ ส่วนตัวชอบยูมาก และชอบที่สุดคือโมโมเสะ เก๋ดี

สิ่งที่ไม่ชอบคือ พล็อตใหญ่มากค่าพ่อออออออออออ ทฤษฏีสมคบคิด/ การโจมตีรัฐบาล (เป็นเรื่องที่เห็นได้บ่อยๆ ในซีรี่ย์ญี่ปุ่นแนวจารกรรม สืบสวนสอบสวน บู๊ๆ แบบเล่นใหญ่ๆ) และอื่นๆ คือ โอย เอาโล้ด ไปให้สุดดดดดดด คือมันก็สุดของมันนะ แค่ไม่ชอบเฉยๆ แบบ เล่นใหญ่เกิ๊น

สรุป ก็เป็นเล่มที่ชอบรองๆ ของอจ.โคทาโร่นะ ส่วนของอจ.อาเบะคืออ่านยังไม่จบเลยอะ 55555
Profile Image for Thanawat.
439 reviews
April 14, 2021
สนุกมาก ยิ่งเป็นฝีมือของสองนักเขียนคนโปรดยิ่ง boost ความรู้สึกให้สนุกยิ่งขึ้นไปอีก
เรื่องราวมันตรงๆ เรียบง่ายมากๆ ไม่มีพลิก ไม่มีหักมุม แบบมังงะญี่ปุ่นคลาสสิก ไม่สิ ต้องบอกว่า ราวกับ “ขบวนการห้าสี” ที่ใช้เป็นชื่อเรื่องนั่นแหละ

“ธรรมะย่อมชนะอธรรม” “พลังของเพื่อนฝูง” “พลังของความอุตสาหะ” “พุ่งตรงไปข้างหน้าเท่านั้น” motto พวกนี้มันเรียบง่ายมาก ดังที่เราคุ้นเคยกันเวลาดู “ขบวนการห้าสี” ในวัยเด็ก

เรื่องราวเกิดขึ้นที่เมืองเซ็นได การมาพบกันในวัยเหยียบสามาิบของเพื่อนรักคู่หูเบสบอลตอนประถมปลาย แต่กลับมาพบกันในสถานการณ์ที่สุดแสนจะยากลำบาก ทั้งคู่ต้องการเงินมาใช้ล้างหนี้ของครอบครัวในเวลาจำกัด ต้องหางานที่ให้เงินก้อนใหญ่ได้

แต่แล้วก็ดันมาเจอกับสายลับ องค์กรลับ ที่ต้องการจะ “ทำให้โลกสะอาด”
สิ่งที่เป็น key สำคัญคือ “โรคมูราคามิ” ที่เป็นโรคระบาดรุนแรงจากยุคสงครามโลกครั้งที่สอง และ “น้ำห้าสี” ที่เป็นแหล่งน้ำต้นตอของโรคระบาดนั้น

ภารกิจคือไปเอาน้ำมา…

หนึ่งในอุปกรณ์สุดจี๊ด ที่เป็นเหมือนหน่วยสืบราชการลับของฝ่ายพระเอกผู้เป็นพนักงานบริษัทเครื่องถ่ายเอกสารก็คือ “เครื่องถ่ายเอกสาร” นั่นแหละ
คือเด็ดมาก เพราะเอาเครื่องถ่ายเอกสารมาดัดแปลงจนความสามารถในการรวบรวมข้อมูลล้นเหลือ ใครจะไปคิดว่าเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องใหญ่ๆ ตามห้างร้าน มันสามารถดัดแปลงให้เป็นเครื่องส่ง email และ fax ได้ในตัว พอมีใครเอาเอกสารมาสำเนา เครื่องก็จะทำสำเนาลับแล้วส่งเข้าไปที่ server ของพระเอกด้วยอีกชุดนึง ทีนี้ ยิ่งมีเครื่องตัวไว้ที่ไหน ข้อมูลต่างๆ ก็ไหลเข้ามาหมด เรียกว่า big data ที่แท้จริง

สนุกมาก สนุกแบบทื่อๆ มันนี่แหละ พระเอกสองคนที่ยังเชื่อมั่นในพลังของขบวนการห้าสี ตะลุยต่อสู้เพื่อแลกกับสิ่งสำคัญในชีวิต แน่นอนว่าเบื้องหลังของวายร้าย มันต้องมีองค์กรลับที่มีจุดประสงค์เหมือนจะดีแบบสุดโต่ง, การทดลองลับ, การ propaganda สมัยสงคราม, ความลับของชาติที่คนในรัฐบาลเองก็มีคนรู้แค่ไม่กี่คน เรียกได้ว่าองค์ประกอบของภาพยนตร์วันเด็กของพวกเรา (เด็กยุค 90) ล้วนมาครบ จนทำให้อ่านไหลลื่น ลุ้นไปกับตัวละคร และยัง feel good ได้ในตอนจบ
Profile Image for Iggyizzy2000.
196 reviews10 followers
September 18, 2020
เริ่มต้นที่เลือกมาอ่านเพราะเห็นว่าคอนเซปที่ว่าเอาเรื่องของขบวนการ 5 สี เกี่ยวข้องกับตัวละครหลักและมีพล็อตเรื่องแปลกๆ เช่น โรคมู��าคามิ
แถมเป็นการเขียนร่วมกันของนักเขียนชื่อดัง 2 คน
แต่สุดท้ายที่ไหนได้
นิยายเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ใช้เวลาอ่านยาวนาน...���ย่างทรมานอีกตะหาก (มิย ลากยาวถึง กันยา)

การที่ 2 นักเขียนดังร่วมมือการเขียนทำให้โครงเรื่องมีทั้งจินตนาการ ผสมกับ การย้อนวัยเด็ก
แนวเรื่องมันก็สนุกแต่ผลร้ายคือยิ่งแต่งก็ยิ่งมันมือกันทั้งคู่
ทำให้ทั้ง 2 เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ จนขาดโฟกัส
แถมมีไคลแม็กส์ที่ไม่ชัดเจน จะมาไม่มาอยู่อย่างนั้น
อ่านไปหาจุดสนใจไม่ได้เลยว่านี่ เอ จะตามพล็อต 5 สีดี หรือ การหลบหนีดี ดูสับสน
เป็นการนำพาสู่ความที่ว่าเดี๋ยวอยากอ่านเดี๋ยวไม่อยากอ่านสลับกันจนรู้สึกว่าไม่อยากหยิบมาอ่านซะอย่างนั้น

ด้านแรงดึงดูดในส่วนขบวนการ 5 สีมันลึกเกินกว่าที่คิดมันไม่ได้ใช้การเอาตัวละคร 5 ตัวมาเป็นตัวแทน
มันใช้เป็นการสร้างตัวละครหลักมากกว่า (ใช้แค่สีแดง ส่วนสีอื่นไม่ได้รับการพูดถึง)
ส่วนการไล่ล่าก็เดี๋ยวสนุกเดี๋ยวเลอะเทอะ

สรุปอยากอ่านให้จบเร็วๆมากเพราะอยากไปอ่านเรื่องอื่น เรื่องนี้ทรมานเหลือเกิน
Profile Image for BaiLing.
1,010 reviews
April 14, 2024
這是個壞人燒殺搶掠,但也就是那種制式性的壞,好人雖然衰到爆但最後絕對化險為夷的故事。整個情節充滿漫畫式的分鏡節奏,搭配一些懷舊情愫,看起來就比較有深度的。

故事牽扯到二次世界大戰末期,日本在仙台附近藏王山御釜(五色沼)研發生化武器的機密被美軍發現後,以連番轟炸東京為掩護,另派三架B29前往該地進行秘密破壞轟炸。2013年時,俄羅斯為首的恐怖份子計畫搶奪已被日本政府封鎖的五色沼水,合成更驚人的生化武器,在世界各地製造動亂。

兩個曾是國小棒球隊友的男子,長大後在社會脈動上載沉載浮,被欠債逼得喘不過氣來,莫名其妙地捲入盜賣搶奪五色水的國際大陰謀。歷經一番「看似驚險卻不覺得特別緊張」的追逐後,終於拯救了世界。

很可以殺時間的小說,不會覺得愛不釋手,所以可以隨時停下來,但也沒有無聊到就算沒看完也沒關係的地步。倒是中心主旨應該是──

所謂的政府啊!就是會以「國家」之名,可以撒無數個蠻天大謊來掩蓋一件陰謀。自古至今,從沒有改變過。


Profile Image for colorless  tazaki.
87 reviews2 followers
February 12, 2024
กัปตันธันเดอร์โบลต์ - งานเขียนราวของอ.อิซากะ กับ อ.อาเบะ ซึ่งก็แอบสงสัยว่าเขียนร่วมเนี่ยเค้าแบ่งงานกันยังไง เล่มนี้ถ้าบอกว่าเป็นงานของอ.อิซากะก็คงเชื่อเลย จารกรรม มิตรภาพ และความตลกมาเต็ม มีแอคชั่นกรุบกริบ ถ้าได้ทำเป็นหนังคงสนุกดี
Profile Image for Leena.
21 reviews
July 27, 2022
อ่านได้ 67% ความพยายามได้จบลงแล้ว เป็นการอ่านที่ทรมานสุดๆๆ เดินเรื่องด้วยความซื่อๆ ของตัวละครอันไร้มิติ แถมบรรยายเรื่องราวมากมายแบบไม่เข้าประเด็นซักที ทรมานนนนนนนนนน!!
Displaying 1 - 8 of 8 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.