Jump to ratings and reviews
Rate this book

นาคาร้องไห้

Rate this book
รวมเรื่องสั้นเล่มใหม่ ด้วยเสียงร้องของนักเขียน ออกมาเป็นเรื่องสั้น จะต้องทึ่งในการเล่าเรื่องจริงและเหนือจริง ของชาวที่ราบสูง

392 pages, Paperback

First published October 1, 2025

Loading...
Loading...

About the author

See also: สีพรำ (นามปากกา)

ทพ.ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด เป็นทันตแพทย์และนักเขียนชาวไทย เคยได้รับรางวัลซีไรต์ในปี พ.ศ. 2567 จากผลงานเรื่อง กี่บาด

ประเสริฐศักดิ์เป็นชาวจังหวัดจันทบุรี จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี พ.ศ. 2554 ทำให้เขาย้ายไปเชียงใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นของความหลงใหลและสนใจในวัฒนธรรมล้านนา โดยประเสริฐศักดิ์เคยขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ทำงานที่เชียงใหม่ แต่ก็ไม่เป็นดังหวัง และได้ไปทำงานที่โรงพยาบาลเลย ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการ แทน

เขาเริ่มเขียนนิยายในปี พ.ศ. 2563 ขณะกำลังเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด ก่อนจะมีผลงานชิ้นแรกคือ "รุกขฆาตกร" (2564) ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์สำหรับเด็กวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี และผลงานอื่นๆ ในลำดับถัดมาที่ได้รับรางวัลเช่นกัน อาทิ

  - “ข่วงผีฟ้า” ได้รับรางวัลชนะเลิศในโครงการ ลาว คำหอม MasterClass
  - “ศุภลักษณ์” ได้รับรางวัลชนะเลิศรางวัลเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ รุ่นประชาชนทั่วไป ปี พ.ศ. 2566
  - “สักสี” ได้รับรางวัลชมเชยรางวัลวรรณกรรมพานแว่นฟ้า ปี พ.ศ. 2566
  - "กี่บาด” รางวัลรองชนะเลิศในโครงการ Writer Zeed ครั้งที่ 4 ปี 2566 / รางวัลซีไรต์ ปี พ.ศ. 2567
  - “เมื่อไหร่โซฟาจะหายเหม็น” ได้รับรางวัล กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ครั้งที่ 8
  - “พระธาตุล้ม” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
5 (83%)
4 stars
0 (0%)
3 stars
1 (16%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Por.
61 reviews8 followers
February 8, 2026
สารภาพว่าเปิดอ่านด้วยความคาดหวัง (มาก ๆ เลย 🥺) เพราะส่วนตัวชอบเรื่องกี่บาดมาก ๆๆๆๆ แต่พอมาอ่านเรื่องสั้นของคุณประเสริฐศักดิ์ก็ได้ความรู้สึกที่ต่างออกไป แอบคิดว่า ชอบที่คุณเขาเขียนเรื่องยาวมากกว่าแหะ อ่านตอนแรกรู้สึกเหมือนจะยังจูนไม่ติดกับเรื่องสั้น pace นี้ ปกติเราชอบเรื่องสั้นที่ขมวดปมแรง ๆ แล้วก็จบแบบทิ้งทวน แบบโยนอะไรบางอย่างโครมใส่คนอ่าน อะไรแบบนั้น บอกไม่ถูกง่ะ 555 แต่เล่มนี้มันก็จะเป็นเรื่องสั้นที่แบบ slow burn นิดนึง ต้องแบบค่อย ๆ ละเลียดอ่าน แล้วก็ค่อย ๆ รู้สึกไปกับตัวละคร รู้สึกว่ามีหลายประโยคที่มันเป็น punch line (เรียกแบบนี้มั้ย) คือเป็นวรรคทองอะ แบบคุณเค้าเป็นคนที่เขียนเกี่ยวกับความรู้สึกของมนุษย์ได้แบบละเมียดละไมจริง ๆ แล้วมันก็ดูจริงมาก ๆ แต่พอมันมาอยู่ในเรื่องสั้น ที่มันไม่ได้มีจำนวนหน้าให้ปูเรื่อง ปูพื้นตัวละคร มันก็เลยดูลอย ๆ บอกไม่ถูก จะอินก็แอบไม่สุด ถ้ามันเป็นเรื่องยาว มันคงจะดีกว่านี้ 🥲

แต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นที่ไม่ดี เพราะมีหลายเรื่อง ที่เราชอบมาก ๆ บางเรื่องเราก็แอบรู้สึกว่ามันผลิตซ้ำ stereotype ของคนอีสาน เลยรู้สึกว่าประเด็นบางเรื่องมันไม่ค่อยใหม่ เป็นเรื่องที่เรารับรู้อยู่จนชินหูชินตา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่ยังคงเกิดขึ้นในวิถีชีวิตของคนอีสานจริง ๆ ซึ่งคุณเค้าเก่งมาก ๆ ที่จะทำให้เรารู้สึกไปกับตัวละคร เมื่ออ่านจบเราจะรู้สึกอึดอัด คับข้องใจตามไปด้วย แล้วพอมานึกถึงในโลกแห่งความเป็นจริง ก็ยิ่งหดหู่ เพราะคนอีสานในชีวิตจริง ก็พบกับตอนจบที่แสนเศร้าเช่นเดียวกับในวรรณกรรมเล่มนี้ ในวรรณกรรม ตอนจบก็คือตอนจบ หากแต่ในชีวิตจริง ชาวอีสานยังคงต้องต่อสู้ต่อไป สู้กับความยากจนข้นแค้น การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ทุนนิยม ความเป็นอื่นแม้อยู่ในผืนแผ่นดินเกิดของตน

โดยส่วนตัวมีหลายเรื่องที่ชอบ เช่น 'แต๋แล่นแตรลุ่งตุงแล่นแตร' เล่าถึงวิถีชีวิตของชาวนา ในโลกที่มีวิทยาการที่จะดึงให้น้ำฝนไปตกได้ในเฉพาะที่ที่ต้องการให้ตก ชอบที่ผู้เขียนหยิบเอาประเพณีแห่นางแมวขอฝน และการจุดบั้งไฟ อันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวนา มาเป็นอาวุธในการต่อกรกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทุนนิยมได้นำพาเข้ามา แสดงถึงเลือดแห่งนักสู้ของชาวอีสาน ที่ยืดหยัดต่อสู้ด้วยสิ่งที่ตนมีและเชื่อมั่น แม้ตอนจบสุดท้ายจะจบลงด้วยความปราชัย แต่เป็นความปราชัยที่ควรค่าแก่การยกย่อง (แต่ท้ายที่สุดแล้ว แบบตอนสุดท้ายแล้วจริง ๆ เขาก็ยังไม่ยอมแพ้กันนะ 🥲)

เรื่อง 'สักสี' ก็เป็นอีกเรื่องที่ชอบเหมือนกัน อ่านจบด้วยความหดหู่ 😢 (อีกแล้ว แง) เราได้เห็นการเปลี่ยนผ่านของคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นผู้ไท อย่างเรื่องรอยสักที่ขา ซึ่งสมัยก่อนถือว่าเป็นเรื่องน่ายกย่องในหมู่ชายชาตรี เมื่อเวลาเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคที่เป็นอารยะ กลับกลายเป็นเรื่องต้องห้าม น่าอาย และกลับกลายมาเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง น่าภาคภูมิใจอีกครั้ง เมื่อส่วนกลางหันมาให้ความสำคัญ รื้อฟื้นอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นขึ้นมา เราจะเห็นได้ว่า คนที่อยู่ในรอยต่อของการเปลี่ยนผ่าน ใช้ชีวิตมาด้วยความยากลำบากทางความรู้สึก จะโอบรับสิ่งที่ตัวเองมีและเป็น ก็ไม่สามารถทำได้ จะมีสิทธิ์ทำได้อย่างภาคภูมิ ก็ต่อเมื่อวัฒนธรรมกระแสหลักอนุมัติให้ทำได้เท่านั้น สำหรับเราจึงเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมาก ๆ เรื่องหนึ่งเลย

เรื่องที่ชอบมากที่สุด 'ข่วงผีฟ้า' อันนี้เป็นอีกเรื่องที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านเหมือนกัน แต่เจ็บกว่ามาก เพราะประเด็นค่อนข้างร่วมสมัยในตอนนี้เลย กับเรื่องของกฎหมาย ม.112 และความหมายของการรำผีฟ้าที่ถูกทำให้แปรเปลี่ยนไป ผู้เขียนแบบว่า เรียกได้ว่า ขยี้จนสะอาด 555 ฮือ เจ็บมาก ๆ ทั้งเล่นซ้ำภาพเดิมของพิธีกรรม คำพูด แต่เปลี่ยนรายละเอียดบางสิ่งไป สิ่งที่แสดงให้เห็นความความหมาย คุณค่า ความภาคภูมิใจของวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามนั้น ได้ถูกบิดเบือนไปเพื่อรับใช้อุดมการณ์บางอย่างของรัฐ (ตอนอ่านเห็นว่าดอกจำปาขาวบนหัว กลายเป็นดอกคูณสีเหลือง คือ อึ้ง เจ็บมาก 😭😭🙏🙏 อ้าก ยอมแล้ว) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อินที่สุดเลย อาจจะเพราะประเด็นมันใกล้ตัวด้วย แล้วเราเห็นภาพของการเปลี่ยนผ่าน จากความภาคภูมิใจ ความงดงามของประเพณีพื้นถิ่น สิ่งที่รวมใจให้คนในท้องถิ่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กลับต้องกลายมาเป็นพิธีกรรมที่ทำเพื่อรับใช้รัฐ ภาพของการร้องรำเคล้าด้วยน้ำตา มันคือการรื้อสร้างและทำลายประเพณีนั้นไปในคราวเดียวกันเลย 😢 อันนี้โหดมาก ๆ

แล้วก็มีเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกอุ่นใจแบบแปลก ๆ (ยังไงนะ? 555) คือเรื่อง 'พระธาตุล้ม' มันคือความหวังอะ คำเดียวเลย อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกแบบ เหมือนปลงได้ แล้วก็รู้สึกอุ่นใจเล็ก ๆ ว่า ต่อให้อะไร ๆ ตอนนี้มันจะแย่ หรืออาจจะมีบางสิ่งที่อาจจะตัองพังลงไป แต่การพังทลายมันไม่ใช่จุดสิ้นสุด มันคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งในเวลาเดียวกัน เรื่องนี้มันเลยเหมือนมาเตือนว่า ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ อย่าหมดหวังนะ ในทุก ๆ การแตกดับ มันมีการกำเนิดใหม่อยู่เสมอ

โดยรวมแล้วเป็นเรื่องสั้นที่อ่านเพลิน ๆ แต่ก็จะซึม ๆ หน่อย 🥲 เพราะส่วนใหญ่จบแบบซึม มีเรื่องที่ชอบหลายเรื่อง ถือเป็นรสชาติใหม่ ๆ จากคุณผู้เขียน ที่เปลี่ยนมาเล่าเรื่องของพี่ ๆ นักสู้ลุ่มแม่น้ำโขง พวกพี่ ๆ เท่มาก ๆ ชอบคั้บ 🫶🤍
Displaying 1 of 1 review