Por61 reviews8 followersFollowFollowFebruary 8, 2026สารภาพว่าเปิดอ่านด้วยความคาดหวัง (มาก ๆ เลย 🥺) เพราะส่วนตัวชอบเรื่องกี่บาดมาก ๆๆๆๆ แต่พอมาอ่านเรื่องสั้นของคุณประเสริฐศักดิ์ก็ได้ความรู้สึกที่ต่างออกไป แอบคิดว่า ชอบที่คุณเขาเขียนเรื่องยาวมากกว่าแหะ อ่านตอนแรกรู้สึกเหมือนจะยังจูนไม่ติดกับเรื่องสั้น pace นี้ ปกติเราชอบเรื่องสั้นที่ขมวดปมแรง ๆ แล้วก็จบแบบทิ้งทวน แบบโยนอะไรบางอย่างโครมใส่คนอ่าน อะไรแบบนั้น บอกไม่ถูกง่ะ 555 แต่เล่มนี้มันก็จะเป็นเรื่องสั้นที่แบบ slow burn นิดนึง ต้องแบบค่อย ๆ ละเลียดอ่าน แล้วก็ค่อย ๆ รู้สึกไปกับตัวละคร รู้สึกว่ามีหลายประโยคที่มันเป็น punch line (เรียกแบบนี้มั้ย) คือเป็นวรรคทองอะ แบบคุณเค้าเป็นคนที่เขียนเกี่ยวกับความรู้สึกของมนุษย์ได้แบบละเมียดละไมจริง ๆ แล้วมันก็ดูจริงมาก ๆ แต่พอมันมาอยู่ในเรื่องสั้น ที่มันไม่ได้มีจำนวนหน้าให้ปูเรื่อง ปูพื้นตัวละคร มันก็เลยดูลอย ๆ บอกไม่ถูก จะอินก็แอบไม่สุด ถ้ามันเป็นเรื่องยาว มันคงจะดีกว่านี้ 🥲 แต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นที่ไม่ดี เพราะมีหลายเรื่อง ที่เราชอบมาก ๆ บางเรื่องเราก็แอบรู้สึกว่ามันผลิตซ้ำ stereotype ของคนอีสาน เลยรู้สึกว่าประเด็นบางเรื่องมันไม่ค่อยใหม่ เป็นเรื่องที่เรารับรู้อยู่จนชินหูชินตา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่ยังคงเกิดขึ้นในวิถีชีวิตของคนอีสานจริง ๆ ซึ่งคุณเค้าเก่งมาก ๆ ที่จะทำให้เรารู้สึกไปกับตัวละคร เมื่ออ่านจบเราจะรู้สึกอึดอัด คับข้องใจตามไปด้วย แล้วพอมานึกถึงในโลกแห่งความเป็นจริง ก็ยิ่งหดหู่ เพราะคนอีสานในชีวิตจริง ก็พบกับตอนจบที่แสนเศร้าเช่นเดียวกับในวรรณกรรมเล่มนี้ ในวรรณกรรม ตอนจบก็คือตอนจบ หากแต่ในชีวิตจริง ชาวอีสานยังคงต้องต่อสู้ต่อไป สู้กับความยากจนข้นแค้น การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ทุนนิยม ความเป็นอื่นแม้อยู่ในผืนแผ่นดินเกิดของตนโดยส่วนตัวมีหลายเรื่องที่ชอบ เช่น 'แต๋แล่นแตรลุ่งตุงแล่นแตร' เล่าถึงวิถีชีวิตของชาวนา ในโลกที่มีวิทยาการที่จะดึงให้น้ำฝนไปตกได้ในเฉพาะที่ที่ต้องการให้ตก ชอบที่ผู้เขียนหยิบเอาประเพณีแห่นางแมวขอฝน และการจุดบั้งไฟ อันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวนา มาเป็นอาวุธในการต่อกรกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทุนนิยมได้นำพาเข้ามา แสดงถึงเลือดแห่งนักสู้ของชาวอีสาน ที่ยืดหยัดต่อสู้ด้วยสิ่งที่ตนมีและเชื่อมั่น แม้ตอนจบสุดท้ายจะจบลงด้วยความปราชัย แต่เป็นความปราชัยที่ควรค่าแก่การยกย่อง (แต่ท้ายที่สุดแล้ว แบบตอนสุดท้ายแล้วจริง ๆ เขาก็ยังไม่ยอมแพ้กันนะ 🥲)เรื่อง 'สักสี' ก็เป็นอีกเรื่องที่ชอบเหมือนกัน อ่านจบด้วยความหดหู่ 😢 (อีกแล้ว แง) เราได้เห็นการเปลี่ยนผ่านของคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นผู้ไท อย่างเรื่องรอยสักที่ขา ซึ่งสมัยก่อนถือว่าเป็นเรื่องน่ายกย่องในหมู่ชายชาตรี เมื่อเวลาเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคที่เป็นอารยะ กลับกลายเป็นเรื่องต้องห้าม น่าอาย และกลับกลายมาเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง น่าภาคภูมิใจอีกครั้ง เมื่อส่วนกลางหันมาให้ความสำคัญ รื้อฟื้นอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นขึ้นมา เราจะเห็นได้ว่า คนที่อยู่ในรอยต่อของการเปลี่ยนผ่าน ใช้ชีวิตมาด้วยความยากลำบากทางความรู้สึก จะโอบรับสิ่งที่ตัวเองมีและเป็น ก็ไม่สามารถทำได้ จะมีสิทธิ์ทำได้อย่างภาคภูมิ ก็ต่อเมื่อวัฒนธรรมกระแสหลักอนุมัติให้ทำได้เท่านั้น สำหรับเราจึงเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมาก ๆ เรื่องหนึ่งเลยเรื่องที่ชอบมากที่สุด 'ข่วงผีฟ้า' อันนี้เป็นอีกเรื่องที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านเหมือนกัน แต่เจ็บกว่ามาก เพราะประเด็นค่อนข้างร่วมสมัยในตอนนี้เลย กับเรื่องของกฎหมาย ม.112 และความหมายของการรำผีฟ้าที่ถูกทำให้แปรเปลี่ยนไป ผู้เขียนแบบว่า เรียกได้ว่า ขยี้จนสะอาด 555 ฮือ เจ็บมาก ๆ ทั้งเล่นซ้ำภาพเดิมของพิธีกรรม คำพูด แต่เปลี่ยนรายละเอียดบางสิ่งไป สิ่งที่แสดงให้เห็นความความหมาย คุณค่า ความภาคภูมิใจของวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามนั้น ได้ถูกบิดเบือนไปเพื่อรับใช้อุดมการณ์บางอย่างของรัฐ (ตอนอ่านเห็นว่าดอกจำปาขาวบนหัว กลายเป็นดอกคูณสีเหลือง คือ อึ้ง เจ็บมาก 😭😭🙏🙏 อ้าก ยอมแล้ว) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อินที่สุดเลย อาจจะเพราะประเด็นมันใกล้ตัวด้วย แล้วเราเห็นภาพของการเปลี่ยนผ่าน จากความภาคภูมิใจ ความงดงามของประเพณีพื้นถิ่น สิ่งที่รวมใจให้คนในท้องถิ่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กลับต้องกลายมาเป็นพิธีกรรมที่ทำเพื่อรับใช้รัฐ ภาพของการร้องรำเคล้าด้วยน้ำตา มันคือการรื้อสร้างและทำลายประเพณีนั้นไปในคราวเดียวกันเลย 😢 อันนี้โหดมาก ๆแล้วก็มีเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกอุ่นใจแบบแปลก ๆ (ยังไงนะ? 555) คือเรื่อง 'พระธาตุล้ม' มันคือความหวังอะ คำเดียวเลย อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกแบบ เหมือนปลงได้ แล้วก็รู้สึกอุ่นใจเล็ก ๆ ว่า ต่อให้อะไร ๆ ตอนนี้มันจะแย่ หรืออาจจะมีบางสิ่งที่อาจจะตัองพังลงไป แต่การพังทลายมันไม่ใช่จุดสิ้นสุด มันคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งในเวลาเดียวกัน เรื่องนี้มันเลยเหมือนมาเตือนว่า ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ อย่าหมดหวังนะ ในทุก ๆ การแตกดับ มันมีการกำเนิดใหม่อยู่เสมอโดยรวมแล้วเป็นเรื่องสั้นที่อ่านเพลิน ๆ แต่ก็จะซึม ๆ หน่อย 🥲 เพราะส่วนใหญ่จบแบบซึม มีเรื่องที่ชอบหลายเรื่อง ถือเป็นรสชาติใหม่ ๆ จากคุณผู้เขียน ที่เปลี่ยนมาเล่าเรื่องของพี่ ๆ นักสู้ลุ่มแม่น้ำโขง พวกพี่ ๆ เท่มาก ๆ ชอบคั้บ 🫶🤍