Jump to ratings and reviews
Rate this book

สมานจิตบันเทิง

Rate this book
พบกับวรรณกรรมจากชุมชนท้องถิ่นภายใต้สภาพบรรยากาศทางสังคมนอกกรุงเทพฯ ณ พ.ศ. ปัจจุบัน เรื่องราวในนิยายถูกปั้นแต่งขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจจากคณะกลองยาวโดยผู้ป่วยจิตเวช ที่ ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ตัวละครทั้งหลายล้วนมีเค้าโครงจากบางส่วนของเรื่องราวชีวิตจริงของใครหลายๆ คน ที่ผู้เขียนเคยรู้จัก ผู้ป่วยจิตเวชในเรื่องบางคนต้องพบกับปัญหาชุมชนไม่ยอมรับ ซึ่งเป็นปัญหาของผู้ป่วยในหลายๆ พื้นที่ นิยายเรื่องนี้จึงมีเป้าหมายอีกอย่างว่า อยากให้คนป่วยและคนไม่ป่วยได้มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น ในฐานะที่เป็นมนุษย์มีอารมณ์ มีความรู้สึกนึกคิด

168 pages

First published January 1, 2014

Loading...
Loading...

About the author

Associated Names:
Notthi Sasiwimon (English profile)

นทธี ศศิวิมล เป็นนามปากกาของนทธี ศศิวิมล สุระเดชชะมงคล นักเขียนหญิงชาวไทย

ประวัติส่วนตัว
นทธีเกิดเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2524 บิดาเสียชีวิตตอนอายุแปดขวบ เนื่องจากสมาชิกครอบครัวฝั่งบิดาหลายคนประกอบอาชีพในวงการแพทย์ มารดาจึงผลักดันให้เรียนต่อสาขาพยาบาล หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นทธีจึงเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ ทว่าหลังผ่านไปหนึ่งปีได้ตัดสินใจลาออกเพราะปัญหาความเครียด

ต่อมานทธีเข้าศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทว่าเกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกขึ้นมากะทันหัน ส่งผลให้สถานะการเงินไม่เอื้ออำนวยจนไม่สามารถเรียนต่อได้ นทธีจึงเปลี่ยนมาเรียนคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทยแทน

ภายหลังเรียนจบได้เข้าทำงานเป็นครูภาษาไทย ก่อนจะย้ายไปทำงานที่ฝ่ายพิสูจน์อักษร สำนักพิมพ์นานมี หลังจากทำงานอยู่สามปีก็ได้ลาออกเพื่อมาเรียนต่อคณะจิตวิทยาคลินิก มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังสำเร็จการศึกษาก็เริ่มงานเป็นนักจิตวิทยาอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต แต่เพราะปัญหาด้านสุขภาพและตั้งท้องลูกคนแรก จึงตัดสินใจลาออกมาอยู่บ้าน และเริ่มพึ่งพาการเขียนหนังสือเป็นอาชีพหลัก

นทธีสมรสกับจารี จันทราภาในปีพ.ศ. 2557 มีลูกด้วยกันสองคน

ผลงาน
ระหว่างที่ทำงานอยู่สำนักพิมพ์ นทธีลองส่งผลงานเรื่องสั้นเข้าประกวดรางวัลรายอินทร์อะวอร์ดตามคำแนะนำของบรรณาธิการ โดยผลงานเรื่องสั้น 'กระต่ายตายแล้ว' ได้เข้ารอบตีพิมพ์รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด รวมเล่มตีพิมพ์ในหนังสือสมภารระดับ 8 (2550) ต่อมาเรื่องสั้น 'ดอยรวก' ได้รับรางวัลชนะเลิศนายอินทร์อะวอร์ดประเภทเรื่องสั้นปี 2551

นอกจากงานเขียนแนวผีสาง-ลี้ลับ ซึ่งทำให้นทธีเป็นที่รู้จักแล้ว นทธียังมีผลงานแนวอื่นอีกด้วย เช่น เต้นรำไปบนท่อนแขนอ่อนนุ่ม (2555) ที่กล่าวถึงบทบาทของผู้หญิงในหลายแง่มุม และจดหมายจากดาวแมว (2568) ที่แสดงถึงความรักความผูกพันระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
7 (50%)
4 stars
3 (21%)
3 stars
3 (21%)
2 stars
1 (7%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
Profile Image for Afew*.
211 reviews31 followers
April 18, 2022
เรื่องราวของนักเขียนหนุ่มที่มีความจำเป็นต้องรับงานลงพื้นที่ทำหนังสือสารคดีเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตในอำเภอวังน้ำเขียว

เล่มนี้เป็นหนังสือของคุณนทธีเล่มแรกที่เราอ่าน เราว่าเขาเล่าสนุกนะ จังหวะครึ่งแรกของเล่มเหมือนดูซีรี่ย์อะ เป็นการเล่าแบคสตอรี่ของผู้ป่วยแต่ละคนสลับกับเหตุการณ์ๆหนึ่งในปจบ.ที่เชื่อมตลค.ทุกตัวไว้ด้วยกัน ส่วนครึ่งหลังเป็นการคลี่คลายปมของตัวละครแต่ละตัว และเราก็ไม่เคยรู้เลยนะว่ามีวัดที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวชด้วยวิธีแบบนี้ในไทย อยู่วังน้ำเขียวนี้เอง น่าสนใจมากๆ

สรุปแล้วอ่านสนุกครับ ได้ความรู้ใหม่ๆด้วย แนะนำๆ
Profile Image for 百牡丹.
61 reviews11 followers
April 19, 2026
สมานจิตบันเทิงเป็นหนึ่งในหนังสือของโครงการผลิตวรรณกรรมในท้องถิ่นที่นอกเหนือจากกรุงเทพ จึงทำให้นักเขียนต้องลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน ซึ่งสมานจิตบันเทิงเป็นเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการดูแลจากวัดห้วยพรหม อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยผู้ป่วยมีแนวทางการได้รับการบำบัดนอกเหนือจากการทานยาแล้ว ก็มาจากการเล่นดนตรีกลองยาวอีกทาง จนกลายเป็นวงสมานจิตบันเทิง

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่อาจจะดูไม่มีอะไร เล่าอย่างเรียบง่ายแต่ก็มีความอบอุ่นและคุ้นเคย แม้จะเป็นเรื่องราวของคนที่สังคมส่วนมากเลือกที่จะตีตราว่าเป็นคนบ้า แต่หนังสือเล่มนี้กลับพยายามจะทำความเข้าใจกับคนที่ถูกสังคมผลักออกไป และพยายามอยากให้คนในสังคมคนอื่นเข้าใจด้วยว่าพวกเขาเป็นมนุษย์เหมือนกันกับพวกเราเพียงแค่พวกเขาเป็นคนป่วย ซึ่งมองว่าสิ่งนี้แหละคือสิ่งที่สังคมมองข้ามไป คนในสังคมมองว่าผู้ป่วยจิตเวชเป็นกลุ่มคนที่ควรถูกกักขังไว้ไมให้อยู่ร่วมกับคนในสังคม ทำให้คนกลุ่มนี้ยิ่งถูกมองข้ามและถูกลดทอนจากความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น หลังจากอ่านจบก็ได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดห้วยพรหม รู้สึกว่าความคิดเรื่องการมองผู้ป่วยจิตเวชให้เป็นมนุษย์ การพยายามทำให้สังคมและชุมชนมีส่วนร่วมและเข้าใจป่วยจิตเวช หรือแม้แต่การออกแบบกิจกรรมให้ผู้ป่วยจิตเวช เป็นอะไรที่เรียบง่ายมากแต่ซ่อนความเห็นอกเห็นใจไว้มากมายเช่นกัน จึงรู้สึกดีใจที่อ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะถ้าไม่ได้อ่านเราก็คงไม่รู้ว่ามีอะไรแบบนี้อยู่บนโลกของเราจริงๆ

ชอบการเล่าเรื่องที่หย่อนคนอ่านไว้กลางวงความวุ่นวาย ก่อนที่จะโฟกัสไปที่แต่ละตัวละครแล้วจึงเล่าย้อนว่าแต่ละคนมีความเป็นมาอย่างไรบ้าง ในตอนแรกๆ อาจจะไม่ชิน แต่พออ่านไปได้เรื่อยๆ และปรับตัวกับสไตล์การเล่าเรื่องเช่นนี้แล้ว ก็มองว่ามันทำให้เนื้อเรื่องมีความแตกต่างและเข้ากันกับตัวหนังสือ
Displaying 1 - 3 of 3 reviews