Pawarut Jongsirirag705 reviews138 followersFollowFollowOctober 30, 2025ผมจำได้ว่ารู้จักกับพอล ในงานหนังสือช่วงเดือน มีนาคม 68 ที่ผ่านมา นึกย้อนไปคิดว่าได้คุยกันประมาณนึง ส่วนมากแล้วก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับนิยายและการเขียนนิยาย แม้จะจำบทสนทนาไม่ได้ชัดเจนนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้แม่น คือ ผมเห็น มนุษย์ที่รักในงานเขียน รักในวรรณกรรม สัมผัสได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่านรอการปะทุออกมาสู่วงการงานเขียน ซึ่งผมก็ได้สัมผัสมันอย่างชัดเจนในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ครับก่อนกาลกลับนิรันดร์ เป็นรวมเรื่องสั้นชุดที่ 2 ภายหลังจากเล่มแรก ไม่มีจริงบนพื้นดาวอังคาร ที่ออกสู่บรรณพิภพในปีที่แล้ว และมีเรื่องสั้นอยู่ในรวมเล่ม ชั่วขณะของสัตว์ประหลาด Monster Moments ที่เป็นงานรวมเรื่องสั้นของมิตรสหายและมิตรน้ำหมึกของพอลเอง ที่เขียนเอง เกลากันเอง พิมพ์เอง ในนาม ISBN ซึ่งเป็นรวมเรื่องสั้นที่สนุกมาก ใครพบเจอก็จัดได้ไม่จำต้องลังเลแต่อย่างใดแวะไปนิด กลับมาเข้าเรื่องซักหน่อยรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ มีทั้งหมด 8 เรื่อง 7 เรื่องในนี้ผมคิดว่ายังไม่เคยตีพิมพ์นะ ส่วนอีกเรื่องอย่าง "กฎกลางสี่แยก (ไม่ทราบชื่อแห่งหนึ่ง)" เป็นเรื่องเคยตีพิมพ์แล้วในเล่มชั่วขณะ ที่นำกลับมารวมกับพรรคพวกอีกครั้ง ซึ่งไปด้วยกันได้ดีกับจังหวะและธีมของเล่มนี้พอดิบพอดีในภาพรวมทั้งหมด ผมคิดว่าในมันเป็นงานที่เป็นน้ำเสียงของวัยหนุ่มที่เกิดและเติบโตในยุคสมัยนี้ กำเนิดและลืมตาในสังคมที่ปั่นละเอียดจนความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของชีวิต คือ ความแน่นอนเพียงอย่างเดียวที่วัยหนุ่มทุกคนต้องเผชิญ งานของพอลมีลักาณะของการเล่าที่ชัดเจนว่าเขากำลังอยากบอกเล่าอะไรแต่มันยังคงม่านมัวของความเบลอที่ทำให้นักอ่านยังเหลือพื้นที่ให้ได้คิดคำนึงและนำเรื่องสั้นของพอลให้กลืนกลายให้เป็นเรื่องเล่าของนักอ่านเอง เพราะผมคิดว่า นักอ่านของพอล น่าจะเป็นคนวัยหนุ่มสาวที่อายุไล่เลี่ยกัน เติบโตมาเผชิญหน้ากับอะไรหลายอย่างคล้ายคลึงกัน ทำให้งานของพอลเป็นเหมือนเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ทำให้เราไม่ได้รู้สึกเดียวดายมาก อย่างน้อยก็มีคนคิดและ "อยากจะพูด" ในสิ่งเดียวกัน แม้ตัวเราหรือพอลจะมีวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกันก็ตามเรื่องสั้นทั้ง 8 เรื่องนั้น มีไวยากรณ์ที่ชัดเจนที่ต้องการบอกเล่าถึง ความตายและการสูญเสีย มันเป็นสิ่งที่อาจวนเวียนอยู่ในหัวของมนุษย์ในช่วงวัยนี้อย่างน่าแปลกประหลาด แม้โดยทั่วไปเรามักคิดว่ามีแต่คนวัยชราเท่านั้นที่นึกถึงเรื่องความตาย แต่แท้ที่จริง มันเป็นเรื่องที่คนวัยหนุ่มสาวทุกวันนี้ คิดถึงและติดตรึงอยู่ในหัว ไม่เคยจางหายไปไหน ลองสังเกตได้จากงานเขียนในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ที่มักจะพูดถึงความตายใกล้ฉัน หรือ ความสูญเสียและความโศกเศร้าที่ห่อหุ้มตัวฉันอย่างเหนียวแน่นไม่เคยหลุดลอกออกไปเลย งานของพอล ในมุมหนึ่งอาจจะพูดได้ว่าเป็นงานอีกชิ้นที่สะท้อนเสียงของวัยหนุ่มสาวที่ควรจะเต็มเปี่ยมด้วยพลัง ชีวิตชีวา และความหวังของอนาคต แม้สิ่งเหล่านี้อาจจะยังคงมีในหน้าฉากที่ยิ้มแย้ม แต่ลึกเข้าไปข้างใน มันยังคงมีความต้องการกรีดร้องที่เงียบงันหรือน้ำตาที่ไหลเข้าไปข้างในไม่เคยแสดงให้คนอื่นๆมองเห็น ซึ่งอัตลักษณ์ของรอยยิ้มเปื้อนน้ำตาทั้งหมดนี้ ก็จะปรากฎออกมาผ่านงานเขียนที่ตะโกนความเจ็บปวดออกมาอย่างแจ่มชัด โจ่งแจ้งในน้ำตา ผ่านความพร่ามัวของวิธีการเขียนที่ทำให้ความเศร้าไม่พุ่งพล่านตรงไปหานักอ่าน แต่ยังคงหลบซ่อนอยู่ในงานแต่ละชิ้นที่สุดท้ายจะกลายเป็นลายเซนของนักเขียนแต่ละคนซึ่งลายเซนของพอล สุนทรซกี้ คือ การลบเลือนปิดบังความเปราะบางของคนวัยหนุ่ม ด้วยความมหัศจรรย์พันลึก พิสดาร ที่มีกลิ่นอายของสัจนิยมมหัศจรรย์ หรือ แฟนตาซี ผสมผสานรวมกันในเรื่องสั้นแต่ละเรื่องผมคิดว่างานแต่ละชิ้นของพอล ชัดเจนมากว่าเขาอยากบอกอะไรแก่เรา แม้มันจะมาในยานของความมหัศจรรย์แค่ไหนก็ตาม แต่พลขับและผู้โดยสารทั้งหมดในยานลำนี้ ก็เป็นสิ่งจริงแท้ที่เราไม่อาจเบือนหน้าหนีมันได้อีกต่อไป เพราะยานลำยี้คือน้ำเสียงที่เพื่อน พี่ หรือน้องของเราต้องการบอกเล่าจากวานวันที่การพูดตรงๆดูจะเป็นเรื่องผิดบาป การบอกเล่าในงานเขียนแทน จึงกลายเป็นทางออกและยังเป็นทางเข้าให้ผู้อ่านได้เข้าไปสัมผัสถึงบาดแผลที่นักเขียนต้องการเผยให้เห็น ่"ก่อนกาลกลับนิรันทร์" ก็เป็นทางเข้าที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เชื้อเชิญอย่างเขินอายให้เราได้ลองก้าวเข้าไปในพื้นที่แสนมหัศจรรย์ ของ พอล สุนทรซกี้ ครับ
นวกานต์ ราชานาค13 reviewsFollowFollowDecember 4, 2025อวลไปด้วยกลิ่นความตาย ฟุ้งกระจายไปกับมวลความทุกข์สิ่งเหล่านี้ แทรกอยู่ในระหว่างบรรทัด จนเป็นบรรยากาศโดยรวมของเล่ม.....เรื่องสั้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องเศร้า ที่ถูกฉาบด้วยเรื่องเหนือจริงเพื่อบรรเทาอาการทุกข์ทรมาณ ทั้งเรื่องผีสาง, การกลายร่าง, สัตว์ประหลาด ซึ่งเป็นการใช้เรื่องเหนือจริงหรือจินตนาการพิศดารเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด...ไม่แน่ใจว่าบังเอิญหรือไม่ที่ครึ่งหนึ่งของเรื่องสั้นในเล่ม มีอะไรที่เกี่ยวกับ 'น้ำ' เป็นองค์ประกอบ (ห้องน้ำ, แม่น้ำ, ฝน, ทะเล) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันอยู่ในฐานะเครื่องมือที่ใช้ชำระล้างคราบความจริงและความทุกข์ทน ...ความสัมพันธ์ในครอบครัวคือสิ่งที่ถูกใช้อย่างบ่อยครั้งในฐานะของสัญลักษณ์ในการส่งผ่านเรื่องราวอันเจ็บปวด จากรุ่นสู่รุ่น บ้างก็เป็นใจความใหญ่ (ฝันของแม่, ความขัดแย้งกับพ่อ, ความทรงจำหลอนในห้องน้ำ, การซ้ำเดิมของโศกนาฏกรรมจากแม่สู่ลูกและหลาน) บ้างก็แทรกตัวอยู่ระหว่างบรรทัดในฐานะองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ (แผ่นเสียงของพ่อ)...มีหลายเรื่องที่พูดถึงเรื่องราวการเมืองไทยในรอบสิบปีที่ผ่านมา มีทั้งประเด็นใหญ่และเล็ก จนกล่าวได้ว่า มันเป็นหนึ่งในงานที่บันทึก 'ห้วงอารมณ์' ของการเมืองไทยร่วมสมัยผ่านเรื่องราวเหนือจริง.....ทั้งหมดข้างต้นที่กล่าวมาคือมวลสารที่ประกอบร่างเป็นรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ มันอาจไม่บันเทิงสุดขอบ และไม่ได้ลุ่มลึกสุดขั้ว แต่ที่แน่ ๆ มันมีชีวิตให้ได้สัมผัส มีความเป็นมนุษย์ที่จับต้องได้ ก็ความทุกข์และความทรงจำเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของชีวิตอยู่แล้วนี่