Jump to ratings and reviews
Rate this book

ความจริงที่โหดร้ายจนห้ามพูด

Rate this book
หนังสือเล่มดังที่ทำให้เกิดการถกเถียง
อย่างร้อนแรงทั่วประเทศญี่ปุ่น!

- มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียม
- ความพยายามไม่เคยทรยศใคร
- คุณค่าภายในสำคัญกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
- ทุกคนมีความฉลาดในแบบของตัวเอง

ระหว่างคำโกหกที่ฟังแล้วสบายใจ
กับความจริงที่โหดร้ายจนห้ามพูด
คุณเลือกที่จะเชื่ออะไร?

หนังสือเล่มนี้จะมาเปิดเปลือยความจริงที่ไม่มีใครอยากได้ยิน
ผ่านงานวิจัยด้านพันธุกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สมอง และทฤษฎีวิวัฒนาการ
ซึ่งยืนยันว่าความฉลาด รายได้ ความสุข หรือแม้แต่โอกาสในชีวิต
อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความขยันทุ่มเท แต่ถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่ระดับพันธุกรรม

เมื่อความพยายามไม่อาจเอาชนะกรรมพันธุ์
เมื่อคนหน้าตาดีมักได้รับโอกาสมากกว่าเสมอ
เมื่อการเลี้ยงดูและการศึกษาแทบไม่มีผลอย่างที่คิด
เรายังจะมองโลกแบบเดิมต่อไปได้อีกหรือไม่?

320 pages, Paperback

First published March 5, 2015

1 person is currently reading
4 people want to read

About the author

Akira Tachibana

36 books1 follower

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
1 (10%)
4 stars
1 (10%)
3 stars
5 (50%)
2 stars
2 (20%)
1 star
1 (10%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for _katchata.
53 reviews25 followers
January 8, 2026
ไม่มีเรื่องไหนที่โหดร้ายเกินกว่าจะพูดเลยแม้แต่เรื่องเดียวเพราะทั้งเล่มมันมีแต่เรื่องหีหีควยควย ยอมใจรีวิวเวอร์ทุกคนที่หยิบเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ไปทำคอนเทนท์เริ่ดๆเอนเกจฉ่ำๆ
Profile Image for Lstran Kng.
46 reviews
March 3, 2026
เป็นหนังสือที่อ่านจบแล้วเกิดคำถามว่า
1. การทดลองที่อ้างอิงในหนังสือเชื่อถือได้แค่ไหน และกระบวนการในการทดลอง การสุ่มตัวอย่างนั้นถูกต้องไหม ซึ่งเราก็ไม่ได้มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์พันธุกรรมมากนัก รวมทั้งหนังสือก็ไม่ได้มีลิสต์ reference อ้างอิงเพื่อที่จะไปหาอ่านงานวิจัยเหล่านี้ รวมทั้งบางเคสที่ยกมาก็อ้างอิงจากหนังสือหรืองานวิจัยของคนกลุ่มเดียว บางเรืองก็เป็นการเอาผลการวิจัยมาตีความ ซึ่งการตีความมันก็อาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็ได้ การอ่านหนังสือเล่มนี้ก็เลยเป็นการอ่านแบบรับข้อมูลไว้แต่ยังไม่ค่อยปลงใจเชื่อเท่าไร

2. ถึงแม้ผลการทดลองจะเป็นเรื่องจริง แต่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นการทดลองที่ทำขึ้นเมื่อสมัย 30-50 ปีก่อน ซึ่งถ้าเทียบกับสมัยปัจจุบันที่ความเท่าเทียมในเรื่องการศึกษาและสิทธิเสรีภาพของคนผิวสีและผู้หญิงมีมากขึ้น รวมถึงชนชั้นกลางที่มีจำนวนมากขึ้น ความเจริญและมาตรฐานในการครองชีพมีมากขึ้น ก็อาจทำให้ผลการทดลองในสมัยก่อนนั้นไม่อาจเอามาใช้อ้างอิงหรือปรับใช้กับยุคสมัยปัจจุบันได้

3. ถามว่าแล้วอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะเอาข้อมูลไปใช้อะไรได้ ถ้าอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ไม่สุดโต่งไปทั้งสองด้านโดยเชื่อข้อมูลทุกอย่างว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด กับไม่อคติมากเกินไปว่าข้อมูลที่นำเสนอนั้นเป็นการชี้นำเพื่อหาเหตุผลความถูกต้องของการเหยียดผิว การข่มขืน การกีดกันดูถูกทางเพศ ก็อาจจะพอได้มุมมองว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีปัจจัยหลายๆอย่างประกอบกัน คุณลักษณะนิสัยใจคอพฤติกรรมของคนๆหนึ่ง อาจจะเกิดจากปัจจัยภายในตั้งแต่พันธุกรรม ผสมกับปัจจัยภายนอกเช่นการเลี้ยงดู การศึกษา สังคมภายนอก ดังนั้นเราจึงไม่ควรจะสุดโต่งไปตัดสินใครโดยยึดแค่ปัจจัยเดียว แต่ในขณะเดียวกันก็อย่าเชื่อมั่น 100% ว่า แค่การเลี้ยงดูที่ดีและการศึกษาที่ดีก็พอแล้วที่จะทำให้คนเราเป็นคนดี ประสบความสำเร็จ หรืออย่าพึ่งประมาทโลกสวยคิดว่าคนทุกคนเกิดมาดีเท่ากันทั้งหมด คนเราอาจจะซ่อนความไม่ดีเอาไว้ ซึ่งอาจจะมาจากพันธุกรรมหรือการเลี้ยงดู แต่ไม่แสดงออกเนื่องจากอยู่ในสถานการณ์หรือสภาพสังคมแบบหนึ่ง แต่เมื่อสบโอกาสก็อาจทำอะไรไม่ดีได้

สรุปว่า หนังสือเล่มนี้ ถ้าจะอ่านแบบเอาจริงเอาจังว่าสิ่งที่นำเสนอนั้นคือข้อเท็จจริง ก็คงจะฟันธงไม่ได้ ด้วยข้อมูลที่ไม่รู้ว่าถูกต้องหรืออัพเดทแค่ไหนกับยุคปัจจุบัน แต่บางเรื่องก็ทำให้เราสังวรณ์ตัวเองด้วยความไม่ประมาทในเหตุปัจจัยว่า สิ่งที่เกิดมาเป็นเราในชาตินี้ ล้วนมีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ และมีกรรมที่เรากระทำนั่นแหละเป็นที่พึ่ง และเราเป็นทายาทที่ต้องรับผลในการกระทำนั้นของเราเอง

เรียกว่าเป็นหนังสือที่ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมาก จนรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องอ่านก็ได้ หรือไม่จำเป็นต้องพิมพ์ก็ได้ เพราะเนื้อหาไม่ได้ว่าสำคัญกับชีวิตอะไรขนาดนั้น

3.5/5
44 reviews
January 30, 2026
ยังไงดี core idea แข็งแรง พูดขยายจากสิ่งนี้แบบจัดกลุ่มได้ดี เขียนเรื่องวิชาการได้ดี แต่จะแนะนำใครมาอ่าน หรือ อยากอ่านซ้ำไหมคงจะยากมาก
Profile Image for Kia Pankosa.
3 reviews4 followers
March 22, 2026
ชอบครับ อ่านแล้วนึกย้อนกลับไปตอนตัวเองเรียน Psychology Class กับดีเบตคลาสสิคเรื่อง Nature vs Nurture

หนังสือหยิบผลวิจัยเรื่องต่าง ๆ มาขยายความ หลายบทมีข้อมูลและสถิติเปรียบเทียบเยอะ แต่ก็ยังอ่านสนุก ชวนคิด และชวนให้ตั้งคำถามมากมาย รวมทั้งยังทำให้เราแอบตั้งคำถามต่อผู้เขียน และความน่าเชื่อถือของงานวิจัยเองด้วย

ในภาพรวมก็ดีนะครับ อ่านสนุก ไม่น่าเบื่อ ใช้เวลาไม่นานเกินไปด้วย
Profile Image for Bighead_Monster.
364 reviews
January 28, 2026
รวมเหล่าข้อหักล้าง-กรอบความคิดที่เราเคยรับรู้ที่ว่ามนุษย์ทุกคนนั้นเกิดมาเท่าเทียม ผ่าน #ความจริงที่โหดร้ายจนห้ามพูด อ่านแล้วเค้นสมองแต่ตาสว่างขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิต+การจะประสบความสำเร็จ และนำเอาข้อมูลไปพัฒนาตัวเองต่อได้
.
รวมข้อเท็จจริงจากงานวิจัยผลทดลองจากกลุ่มตัวอย่าง สรุปมาให้เห็นเป็นเรื่องราว ออกมาเป็นความจริงที่ไม่ได้ดีต่อใจนักแต่ก็จริงแสนจริง อ่านแล้วก็เถียงกับใจตัวเองหลังได้รับข้อมูลมา เช่น ความฉลาด-โอกาสชีวิตของคนเรา ถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่เกิด (แล้วเราจะมีโอกาสพัฒนามั้ย?ในเล่มจะบอกอีกที)

ซึ่งไวป์คนเขียนไม่ค่อยเหมือนเล่มnon-ficนักเขียนญี่ปุ่นเล่มอื่น ๆ ที่เคยอ่านมา ซึ่งส่วนมากอิงเกี่ยวกับโซนอเมริกา จำพวกคนผิวดำ-ผิวขาว ข้อมูลเป็นเชิงวิชาการ โดยหลายบทมีข้อมูลเปรียบเทียบเยอะ มีข้อมูลสถิติ-ทางวิทยาศาสตร์ (มียันฮอร์โมนที่หลั่ง)ไปจนกราฟ ตารางที่สรุปมาอย่างเป็นระบบ

ทั้งเรื่องความฉลาดส่งต่อทางพันธุกรรมมากกว่าสภาพแวดล้อม ทารกมักถูกฆาตกรรมโดยพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงเพราะสายเลือดแท้นั้นมีผล เด็กที่อัตราการเต้นหัวใจต่ำมีสิทธิ์ทำเรื่องเลวร้ายมากกว่า ไปจนด้านของรูปลักษณ์ คนหน้ากว้างดูน่าเกรงขามกว่าเพราะฮอร์โมนเพศชายเยอะกว่า(ได้เปรียบด้านการเจรจา) ฯลฯ

เล่มที่เสนอแนะข้อมูลซึ่งพร้อมที่จะให้เกิดการถกเถียง เช่น ที่ว่า คนเรา รวย จน ฉลาด มากน้อย พันธุกรรมมีผลอย่างยิ่งไม่ใช่แค่สภาพแวดล้อม แต่เพราะอะไรในเล่มนี้ก็จะยกตัวอย่างทั้งจากงานวิจัยและทฤษฎีวิวัฒนาการมาให้เห็น ซึ่งไม่ได้เข้าใจยากไปนัก บางอย่างรู้ไว้ก็ดี แต่บางหัวข้อก็ไม่ได้น่าสนสำหรับเรา

บางบทแอบสนุกเพราะเขายิงคำถามให้เราคิดทบทวนกับความรู้สึกตัวเองตลอด คือพูดในเรื่องที่พูดออกมาแล้วจะต้องมีคนอึดอัดแน่นอน อ่านแล้วอยากดิสคัทต่อเกี่ยวกับหัวข้อนั้น ไม่ใช่แค่ความคิดเห็นส่วนตัวแต่ประมวลมาจากงานวิจัยจริง ซึ่งข้อมูลหนักปานกลางมันต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปด้วยเรื่��ย ๆ

สำหรับผลการวิจัยเปรียบเทียบในเล่มเรามองว่าส่วนหนึ่งก็คือความรู้ และที่สำคัญคือการยอมรับความจริงเกี่ยวกับตัวของเราเองในบางจุด ไม่ได้หมายความว่ารู้ความจริงแล้วต้องผิดหวังท้อแท้เสมอไป แม้ความจริงเหล่านั้นจะไม่สวยงามแต่ก็นำไปพัฒนาตัวเองต่อได้ แค่เลือกเวย์ที่เหมาะสมกับศักยภาพในตัวเรา

วรรคที่ชอบ

- ผู้นำลัทธิต่าง ๆ ก็ดึงดูดผู้เลื่อมใสได้เพราะเขาเชื่อคำโกหกของตัวเองหรือก็คือล้างสมองตัวเองก่อน
Profile Image for Korn Dhet.
5 reviews
January 21, 2026
The book presents some paradoxical ideas about society. Some parts are interesting, but the connection between the ideas is not very smooth. There are references used to support the conclusions, yet the proposed solutions are still not clear. The content could actually be written in a more positive or engaging way, instead of taking a negative tone.
Displaying 1 - 6 of 6 reviews