Jump to ratings and reviews
Rate this book

Homebound วารินกลับบ้าน

Rate this book
ทั้งที่เป็นเมืองที่ทำใจรักไม่ลง
แต่ในแง่หนึ่ง เราก็คล้ายกันมากจนแทบแยกไม่ออก

วาริน’ กลับกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในรอบแปดปี เพื่อเผชิญหน้ากับความทรงจำฝุ่นเกาะในบ้านหลังเก่า การกลับมากวนความหลังตกตะกอนให้รู้สึกหนักอึ้งในใจอีกครั้ง มหานครเปลือกแข็งยังคลุ้งอวลไปด้วยความรู้สึกรักไม่ได้เกลียดไม่ลง เมื่อเมืองนี้ผลักให้เขาและอีกหลายล้านคนเป็นอื่นในบ้านที่ไม่อาจเรียกว่าบ้าน

แล้วความบังเอิญก็พัด ‘ธีร์’ เพื่อนสมัยเรียนมหาลัยที่วารินเคยแอบปลื้มให้ได้เจอกัน จากนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังแตกกิ่งผลิใบในมหานครไร้ราก ที่จะบอกเขาว่า ‘บ้าน’ อาจไม่ใช่สถานที่อย่างที่เคยเข้าใจ

320 pages, Paperback

Published January 1, 2026

Loading...
Loading...

About the author

basil w.

1 book

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
4 (11%)
4 stars
11 (31%)
3 stars
13 (37%)
2 stars
6 (17%)
1 star
1 (2%)
Displaying 1 - 10 of 10 reviews
Profile Image for YuzuChu.
337 reviews35 followers
May 9, 2026
เป็นความพยายามนำเสนอความเฮงซวยของกรุงเทพอย่างผิวเผิน พื้น ๆ ควบคู่ไปกับความรักอันเบาบางอย่างน่าใจหาย

เกริ่นก่อนเลยว่าฉันอ่านนิยายแนว ๆ วิพากษ์วิจารณ์กรุงเทพไม่ค่อยรอดว่ะ คงเพราะโดยเนื้อแท้ฉันไม่ใช่คนกทม.ด้วยแหละ ก็เลยเป็นฟีลแบบ สิ่งที่เธอคิดว่าลำบาก คนที่อื่นเขาไม่ลำบากเลยติ?555 แต่สำหรับรีวิวนี้ ฉันจะพยายามตัด what about me syndrome ออกไปให้มากที่สุดนะ จะพยายามเข้าใจว่าเล่มนี้โฟกัสที่ตัวกรุงเทพอย่างเดียวเท่านั้น

(ที่บอกอยากตัด what about me syndrome ออกไป เพราะฉันไม่ใช่คนกรุงเทพไง และต้องยอมรับว่านอกจากจะเป็นเมืองที่ไม่โรแมนติกแล้ว กรุงเทพคือเมืองที่น่าหมั่นไส้มาก ๆ ในสายตาคนจังหวัดอื่น แน่นอนว่าฉันพูดถึงเมือง คนไม่ต้องร้อนตัวให้มากนักหรอก ไม่ได้ว่าคุณ และการที่ได้เห็นเรื่องนี้พยายามบอกเล่าความเฮงซวยอย่างการนั่งวิน รถไฟฟ้าราคาแพง ผังเมืองแน่มากเลยคับ ผมกับแฟนเคยเรียนที่ออสเตรเลียและฝรั่งเศส กรุงเทพถือว่าเข้าขั้นบัดซบ มันจะทำให้ฉันเผลอเบ้ปากแล้วแซะในใจตลอดทางว่าผังเมืองจังหวัดอื่นดีมากมั้ง ที่อื่นมีรถไฟฟ้ามั้ง ที่อื่นเลือกผู้ว่าได้มั้ง ซึ่งฉันจะพยายามหลีกเลี่ยงถ้อยคำแบบนี้ให้มากที่สุด เพราะเข้าใจว่าทางคนเขียนอยากโฟกัสกับกรุงเทพแค่อย่างเดียวจ้ะ)

แล้วเรื่องนี้เปิดเรื่องมาแบบ โห คนทำงานด้านสื่อกับนักเรียนกฎหมายอะ ฉันนั่งหลังตรงเลยเว้ย ตบมือตบแก้มแบบ ได้ ๆๆ โอเค เรื่องนี้จะเล่นการเมืองใช่มั้ยยย ได้แก ฉันจะได้สลับโหมดตัวเองกลับไปเป็นนักศึกษาตรงสายสมัยเอ๊าะ ๆ 555 ยอมรับว่าคาดหวังพอสมควร เพราะฉันชอบอ่านนิยายรักแนว ๆ SOL ควบคู่ไปกับการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองด้วย แต่เล่มนี้อ่านแล้วเข้าขั้นผิดหวังอยู่

ทั้งที่นักเขียนก็แนะนำตัวเองในตอนจบเล่มนะว่าเขาเป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิดเลยมั้ง เคยไปเรียนต่อนอกแล้วกลับมาทำงานด้านนโยบาย ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเป็นประสบการณ์คล้าย ๆ ตัวเอกทั้ง 2 ในเรื่อง เลยพอจะจับจุดได้ว่าอาจเป็นเรื่องแรก ๆ ของเขาหรือเปล่า? เพราะแต่ละสิ่งอย่างที่เขียนออกมา ทำให้ฉันแอบสงสัยว่าวารินกำลังคาดหวังอะไรกับกรุงเทพวะ ฉันยังไม่เห็นความคิดโดยเนื้อแท้ของเขาเลย เห็นแต่ถ้อยคำยอดฮิตที่คนใน x เขาพูดกันว่ากรุงเทพเปลี่ยนไปแบบใดน่ะ

พออ่านเผิน ๆ เลยเหมือนฉันได้สรุปเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพจากใน x ย่อมาอยู่ในนิยายเรื่องนี้อะ ทุกประเด็นที่ฉันเคยปัด ๆ ผ่านตาทางโซเชียล มีครบจบในเล่มนี้หมด

เขาพยายามจะพูดหลายอย่างมาก กรุงเทพมันแย่ น้ำขัง ฝนตกรถติด เหลื่อมล้ำ ค่าครองชีพต้อยต่ำ ผังเมืองห่วย คนพยายามวิ่งเติบโตไขว่คว้าความสำเร็จ รวมไปถึงประเด็นเรื่องความรักที่ลึกซึ้งใช้ได้ คือพระเอกอย่างธีร์แกสงสัยว่าทำไมรักมันต้องไป way โรแมนติกตลอดเลย เอาจริงฉากนี้ถ้าจะให้ธีร์ตั้งคำถามถึงรักว่าต้องโรแมนติกไปเสียทุกครั้งเลยเหรอที่เกิดรัก งั้นไอ้ป้ายไวนิลบอร์ดโฆษณาที่คุณเคยเกริ่นว่าทำกรุงเทพมัวหมองแต่แรกน่ะ ใส่คลิปคู่จิ้นขายจิ้นเข้าไปให้ตัวละครได้ถกกันนาทีนั้นเลยก็ได้ ซึ่งมันไม่มี ประเด็นป้ายโฆษณาถูกใช้ไปกับประเด็นนายทุนหมดละ เลยไม่เหลือเอามาให้ธีร์ได้ยกตัวอย่างความคิดของเขาเลย

เอาจริงก็แอบกังวลแหละว่าเรื่องนี้ต้องการจะสื่ออะไร สิ่งที่เขาอยากชูอยากพูดถึงมันเยอะเกินอะ คำว่า 'กรุงเทพ' มันกว้างไปสำหรับสารหรือประเด็นที่เขาอยากจะสื่ออยู่นะ แล้วเขาก็จะพยายามเกริ่นความลำบากในกรุงเทพ ควบคู่ไปกับชีวิตที่ดีโคตร ๆ ของ 2 ตัวเอกอะ

คุณบอกว่าการจราจรมันแย่ รถไฟฟ้าคือสิ่งที่เผยให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ เหนื่อยจังต้องมาเบียดเสียดในรถไฟฟ้าบนถนนที่รถติดเป็นล้านอีกละ แง ๆ แต่ตัวเอกก็สบายดีมีเงินขึ้นรถไฟฟ้าทุกคน อีกคนมีรถขับด้วยซ้ำ วินมอไซค์ถึงจะถูกกล่าวถึงบ่อย ๆ แต่ก็มาแบบผิวเผินมาก Grab และ Taxi ถูกพูดถึงรองลงมา ทั้งที่ฉันว่าความเลวร้ายขั้นสุดของขนส่งสาธารณะในเมืองกรุงมันคือ...

รถเมล์ต่างหาก

ให้ทายว่าคนเขียนพูดถึงรถเมล์มั้ย อ๋อไม่ ไม่เลยแม้แต่คันเดียว รถเมล์ร้อน รถเมล์แอร์ แถมโคตรของโคตรไม่ตรงเวลา เลขสายก็จำยากฉิบหาย โห นี่คือสิ่งที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำได้ดียิ่งกว่ารถไฟฟ้าที่นาน ๆ ทีจะเปิดให้ขึ้นฟรีแล้วต้องมีดราม่าเหม็นกลิ่นคนจนอีกอะ เศษเงินในมือถ้าเพิ่มอีกบาทสองบาท นั่นหมายความว่าการเดินทางของคุณอาจสบายขึ้นอีกนิดนึงอะ คุณจะได้เห็นทั้งมนุษย์เงินเดือน เด็กนักเรียน สาวโรงงาน แม่ค้า ทุกคนรวมตัวเบียดเสียดอยู่ในรถเมล์ อยู่บนพื้นดิน ใช้เวลาบนท้องถนนแล้วเจอรถติดยิ่งกว่าการเงยหน้าขึ้นมองรถไฟฟ้าอีกมั้ง

คนเขียนไม่กล้าผลักให้ 2 ตัวเอกต้องจนตรอกหรือเผชิญความลำบากแต่อย่างใด ดังนั้นการกล่าวถึงปัญหาในเรื่องเลยดูให้ฟีลเหล่าชนชั้นกลางค่อนไปทางสูงที่แวะถ่ายรูปภาพรถติด ฝนตกลงไอจี คิด caption เท่ ๆ ติดการเมืองคนรุ่นใหม่หน่อย ๆ เอาให้ดูมีส่วนร่วมทางการเมืองแบบเบา ๆ ในช่วงที่กรุงเทพกำลังลงเลือกตั้งผู้ว่ากทม.คนใหม่ สร้างภาพให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ และหัวหน้าในออฟฟิศได้เห็นว่าเค้าไม่ได้ ignore การเมืองนะคับพี่ ๆ 🥹 อะไรทำนองนั้น

แล้วมลพิษทางสายตาในเรื่อง = ป้ายโฆษณาที่มีเกลื่อน?555 เอาจริงมันใช่ แต่จะดีมากถ้าคุณลงลึกแล้วมีเหตุผลให้มากกว่านี้ เขียนอ้างอิงเพิ่มเติมอีกหน่อยว่าของพวกนี้มันมลพิษทางสายตายังไง มันผลักไปพูดประเด็นเรื่องวัตถุนิยมได้เพิ่มอีกประเด็นเลยแหละ

แล้วเขาเกริ่นเรื่องปมหนัก ๆ ของตัวละครวารินน้อยไปอะ กลายเป็นว่าซีนที่เพื่อนเป็นห่วง กลัวปรับตัวไม่ได้ เห็นรินใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างดีก็สบายใจ ฉันก็เผลอดคิดขึ้นมาเลยว่ากรุงเทพมันอยู่ยากขนาดนั้นเลยอ่อวะ อยู่ยากกว่าฝรั่งเศสอีกเรอะ55555 มาอยู่ศรีสะเกษ อยู่อุบล ไม่มีรถไฟฟ้า หาวินแทบไม่เจอ รถเมล์ไม่ต้องพูดถึง วารินมันอยู่ไม่ได้เลยมั้งน่ะ (ซึ่งอันนี้เริ่มเข้าข่าย what about me syndrome ของฉันละ555)

ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้มีการเล่นประเด็นเรื่องเกย์กับความคาดหวังในครอบครัวด้วย คือพอเกริ่นว่าวารินห่างญาติ มันก็ไม่ได้มีซีนคาดหวังซีนอะไรให้เห็นใจเขามากมายง่ะ นักเขียนก็ตีความกรุงเทพได้ variety มาก ไอ้ที่เอามาก็หลายประเด็นเกิ๊นน จับจุดไม่ถูกทั้งคนเขียนและคนอ่านเลย แตะประเด็นนั้น ถีบประเด็นนี้ ชิมประเด็นโน้น ไปไม่สุดสักทาง หยิบ ๆ จับ ๆ จิ้ม ๆ อยู่นั่น จนมาถึงจุดที่ฉันหลับตาถอนหายใจแบบ เอ้อออ นั่นไง แวะมาแตะประเด็น Asexual ด้วยจนได้555 มาอีกแล้วกับนิยายไทป์ที่รวมทุกประเด็น 108 อย่างของทวิตเตอร์สู่รูปเล่ม

คือจะไม่ว่าอะไรเลยนะถ้าทุกอย่างถูกปรุงออกมาอย่างกลมกล่อม แต่เรื่องนี้มันยังไม่กลมกล่อมพออะ ยังไม่อร่อย อาจขอแนะนำให้นักเขียนสโคปประเด็นที่อยากเขียนให้เล็กลงกว่านี้อะ ฉันเคยเห็นเขียนแนววิพากษ์วิจารณ์กรุงเทพมาเยอะมาก บางคนเขารู้ตัวว่าปัญหาในกรุงเทพมันเยอะ เขาไม่สามารถใส่ใจและพูดได้อย่างทั่วถึงทุกประเด็นแน่นอน เลยเลือกจับจุดแค่ 1 หรือ 2 ปัญหาแล้วเอามาบอกเล่าเคล้าคลอไปกับเนื้อเรื่อง เป็นอะไรที่ playsafe แต่ผลงานที่ได้ถือว่าส่วนใหญ่แล้วออกมาในรูปแบบที่น่าพึงพอใจ กับสามารถเจาะลึกสื่อสารถึงประเด็นในเรื่องได้แบบครบจบค่ะ การพูดถึงภาพรวมและแตกย่อยหลายประเด็นเป็นเรื่องดีนะ แต่มันจะดีถ้าคุณ 'มือถึง' แล้วเอาอยู่อะ

ต้องยอมรับว่าในวันนี้ คุณนักเขียนยังมือไม่ถึงจริง ๆ พัฒนาต่อไปค่ะ

แต่จุดที่ฉันชอบคือประเด็นที่ให้ตัวละครอย่างธีร์พูดออกมาตรง ๆ เลยว่าในสังคมนี้ เขามีแต้มต่อมากกว่าเพราะเคยคบผู้หญิงมาก่อนคบผู้ชาย แบบ เออ ฉันก็ลืมคิดไปเลยว่าพวกที่ชอบอะไรตรงตามมาตรฐานสังคมมาก่อน ดูจะเป็นที่ยอมรับได้ในสังคมมากกว่าคนเป็นเกย์แท้ ๆ เกย์เลือดบริสุทธิ์รู้ตัวแต่เด็กโดยกำเนิดอะ อันนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจดี

แล้วพระเอกทั้ง 2 คนน่ะ เกริ่นมาซะดิบดีว่าทำงานสายกฎหมาย อีกคนเป็นนักข่าว ส่วนอีกคนทำงานด้านนโยบาย แต่ก็เหมือนมีหน้าที่แค่บอกเล่าความฉิบหายในเมืองกรุงเฉย ๆ ทั้งที่พวกคุณอยู่ในจุดที่เป็นกระบอกเสียงและแก้ไขได้อะ พออาชีพของทั้ง 2 ถูกเกริ่นมาราวกับว่าแค่อยากให้พวกตัวเอกมีงานทำดูไม่ว่างงานเฉย ๆ ฉันร้องเห้ยเลยนะ แบบ เอ๊า พูดถึงอาชีพตัวเองแค่นี้เองเรอะ

แล้วตอนจบฉันก็นึกว่าจะปิดท้ายประมาณว่า เมืองห่วย แต่คนตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเขาจะพยายามช่วยให้เมืองไม่เฮงซวยเกินไป แอบแวบ ๆ เกริ่นไปหาเรื่องสายงานนโยบายของตัวเอก กับสายงานกฎหมายของพระเอกที่ไม่อยากทำงานรับใช้พวกทุนใหญ่ ขออยู่กับชาวบ้านและปัญหาปากท้องซะหน่อย เพราะจุดที่ตัวเอกทั้ง 2 อยู่ อยู่ในจุดที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและแรงกระเพื่อมต่อสังคมได้ดีพอสมควรเลย

แต่กลับกลายเป็นว่าตอนจบ ดันเกริ่นแค่ว่าวารินได้กลับบ้านแล้วซะงั้น

เออช่างเหอะ เผลอคาดหวังไปเองแหละ ก็เห็นหน้าที่การงานดูเป็นสายช่วยสังคมเนาะ55555

ส่งท้าย พูดตามตรง คำตามจากสนพ.ในท้ายเล่มน่ะ ยังสื่อถึงความเป็นกรุงเทพได้ดีกว่าที่คนเขียนเขียนมาตลอดทั้งเรื่องซะอีก

ส่งท้าย 2 ลืมพูดเรื่อง part ความรักในเรื่อง ฉันไม่อินจนลืมพูดถึงเลยอะ555
Profile Image for lostlessboy*.
122 reviews60 followers
February 5, 2026
3.5

นิยายเควียร์ชนชั้นกลางที่เฮลตี้ดีต่อใจ นำเสนอความสัมพันธ์ที่อบอุ่น ชวนให้รู้สึกใจเบาและอมยิ้มไปตลอดเล่ม

วารินกลับบ้าน เล่าเรื่องของวารินชายหนุ่มที่บินลัดฟ้าหลังเรียนจบจากฝรั่งเศส กลับมาที่กรุงเทพฯ ณ เมืองหลวงแห่งนี้เขามีโอกาสได้พบกับธีร์เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่เขาเคยแอบชอบ จนพัฒนาเป็นความสัมพันธ์พิเศษ ไปพร้อมๆ กับการปรับตัว การเผชิญหน้ากับอดีต และการยอมรับความเปลี่ยนแปลงด้วยการโอบกอดทั้งจากตัวเองและจากอีกฝากฝั่งจากคนรัก

ถ้าจะบอกว่าการได้อ่านนิยายเล่มนี้ก็ประหนึ่งการได้กลับบ้านในรูปแบบหนึ่ง เป็นบ้านทางใจที่เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ ไม่ตัดสินกัน ก็คงไม่เป็นการกล่าวเกินจริง ผู้เขียนถ่ายทอดเรื่องราวออกมาอย่างราบเรียบทว่าเต็มไปด้วยความอบอุ่น ชอบความสัมพันธ์ของวารินและธีร์มากๆ การได้อ่านไดอาล็อกเวลาสองตัวละครนี้คุยกันคือทำให้ใจเบา อมยิ้ม มีความสุข แต่ที่ชอบกว่านั้นคือในโลกทัศน์ตัวตนของเขาทั้งสอง แม้ไม่สมบูรณ์แบบ มีบาดแผลจากอดีตที่ต้องแบกรับและเผชิญหน้า แต่พวกเขาก็ทำไปด้วยความเข้าอกเข้าใจทั้งในตัวเองและกับอีกฝ่าย มันเลยกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ผลิบานงดงามทั้งให้เกียรติกันและกัน ไม่เร่งเร้า อีกทั้งยังเป็นพลังโอบกอดให้แต่ละฝ่ายได้เติบโตขึ้นไม่ว่าจะในแง่การเผชิญหน้ากับอดีต ไปถึงการเติบโตทางจิตวิญญาณ

ชอบอีกที่ตัวละครรายล้อมพวกเขาไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อน พ่อแม่พี่น้อง ญาติที่อยู่ที่ฝรั่งเศส ต่างเป็นคนที่คบหาแล้วอบอุ่นหัวใจ คือมันเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ (ต้องใช้คำนี้อีกกี่รอบนะ 55) ทัศนคติทุกตัวละครรวมทั้งตัวเอกคือดีหมดเลย ไม่ติดอคติเรื่องเพศวิถี ห่วงใยต่อกันและกัน แบบ Wholesome มากๆ แต่ในอีกแง่เราก็รู้สึกว่าพอเจอแต่ตัวละครแบบนี้เยอะๆ ความเข้าอกเข้าใจก็เหมือนจะกลายเป็นมายเซ็ตหลักที่เหล่าตัวละครเกือบทั้งเรื่องมี จนเรารู้สึกว่ามันคล้ายกันไปหมดและบางจังหวะก็ดูจะทำใจให้เชื่อไม่ลงบ้างเหมือนกัน แต่พออ่านที่ผู้เขียนบอกไว้ในคำตามว่าเป็นความตั้งใจของผู้เขียนที่อยากเขียนให้ตัวละครเควียร์รักและมีความสุขกันได้ ก็อยากบอกว่าทำได้และทำถึง

ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเพิ่มเติมอีกนิดคือความเข้มข้นในการวิพากษ์วิจารณ์กรุงเทพฯ คือผู้เขียนก็มีเปรยผ่านความรู้สึกของตัวละครไว้บ้าง ว่าเป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่ยังไง อากาศไม่โอเคขนาดไหน รับใช้ทุนนิยม รวมถึงสภาพสังคมที่พยายามตั้งบรรทัดฐานให้เราไม่เป็นตัวเอง แต่ระหว่างการเล่าเราก็ไม่เห็นความยากลำบากในการอาศัยอยู่ในเมืองนี้ของทั้งสองตัวละครสักเท่าไรเลย มันเลยรู้สึกย้อนแย้งนิดนึง คืออยากให้เอาแก่นนี้มาเล่นล้อกับความสัมพันธ์ให้มากและเข้มข้นกว่านี้ จะดีมากๆ เลย
Profile Image for iamkiko.
18 reviews8 followers
May 10, 2026
รักในเมืองหลวงที่อ่านแล้วเฮลตี้ต่อใจแต่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ให้จดจำ อ่านแล้วชอบกลางๆ แต่มันไม่มีอะไรติดค้างหลงเหลือในใจ ถ้าไม่คิดมากหรือเป็นคนชนชั้นกลางค่อนไปทางสูงก็คงชอบ แต่กลับกันถ้าไม่ใช่อ่านแล้วคงมีจุดเอ๊ะและไม่ได้เชื่อในสิ่งที่จะหนังสือจะสื่อ เพราะแตะประเด็นผิวเผิน ไม่สุด tell but not show แบบกรุงเทพเเม่งห่วย แต่ชีวิตก็ยังดี ไม่มีผลกระทบอะไร

วันก่อนโน้นเพิ่งเจอที่เค้าบอกทัศนคติคนเขียนจะมีโผล่มาในงานเขียนของเค้า และทัศนคติของคนเขียนวารินกลับบ้านก็โผล่มาให้เห็นเต็มงานเลยว่าที่จริงอาจไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองพยายามจะเล่าด้วยซ้ำ
Profile Image for Poomreads.
45 reviews3 followers
April 14, 2026
ผิดหวังอยู่นะเล่มนี้ การเล่าประเด็นต่างๆขาด depth เสน่ห์ของเซตติ้งกับตัวละครมันเลยหายไป บทพูดโต้ตอบกันและ inner monologue ในหลายส่วนที่ได้อ่านไปเหมือนดูการ์ตูนช่อง 9 คือมันไม่สมจริง ไม่ซื้อว่านี่คือตัวละครวัยทำงาน
5 reviews1 follower
April 6, 2026
แม้ว่าจะได้สัมผัสกับเรื่องราวความเฮงซวยของกทม. ด้วยตัวเองอยู่แล้วทุกวัน แต่มันน่ามหัศจรรย์ใจมากที่เรากลับไม่เชื่อในสิ่งที่นักเขียนพยายามบอก พยายามสื่อเลย ไม่เก็ทในสิ่งที่นักเขียนะยายามจะสื่อสารแม้ว่าเราจะพบเจอมันด้วยตัวเองทุกวัน บทพูดก็ยิ่งดูไม่สมจริงเอาเสียมาก ๆ
Profile Image for Tiide.
11 reviews1 follower
April 7, 2026
ก็ยังสงสัยว่าวารินจะกลับบ้านทำไม ในเมื่อบ้านเกิดของวารินดูจะไม่มีอะไรน่าอยู่เลย แต่ก็นะ.. คนชั้นกลางค่อนไปทางสูงอย่างวาริน อย่างน้อยก็มีเงินมีความรู้มากพอที่จะใช้ชีวิตดี ๆ ได้อย่างลงตัวในเมืองนี้แหละมั้ง
Profile Image for TONG ..
299 reviews8 followers
February 16, 2026
#ShelfReview homebound วารินกลับบ้าน
การบังเอิญพบกันของ วาริน แฃะ ธีร์ ในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยมลพิษ
เป็นหนังสือแนวเศษเสี้ยวชีวิตที่เสนอเศษเสี้ยวชีวิตออกมาได้โอเคดี
อาจคาดหวังการวิพากษ์เมืองหลวงมากกว่านี้อีกหน่อยที่ทำให้เฟลเล็ก ๆ
เพราะคาดหวังว่าเมืองหลวงจะเป็นตัวเอกที่มามีส่วนสำคัญมากกว่านี้
ความสัมพันธ์ตัวละครเล่าได้โอเคดี ไม่หวือหวา เรียบง่าย เฮลตี้ ดีต่อใจ
อ่านแล้วได้มุมยิ้ม ๆ เยอะ ได้ข้อคิดและประโยคหลาย ๆ อย่างที่จริงพอตัว
อาจจะไม่ได้ใหม่สดในแง่เนื้อเรื่อง การเล่าที่เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ โทนนิ่ง ๆ
แต่ก็มุมมองความสัมพันธ์ที่ดี เป็นหนังสือที่อ่านแล้วไม่เครียด เพลิน ๆ
6/10 .
Profile Image for Thitiwut Srisaengkaew.
3 reviews
April 22, 2026
เปิดเรื่องมาไม่ค่อยจะรีเลตเท่าไหร่ แต่อ่านต่อไปได้เพราะชอบบรรยากาศที่เคลื่อนไปช้า ๆ อุ่น ๆ จนบางช่วงก็แอบหาวอยู่เหมือนกัน ต้องยอมรับว่าเคมีของตัวละครหลักช่วยพยุงเรื่องไว้ได้ดี เป็นความสัมพันธ์ที่มีความจักจี้นิด ๆ ทำให้เลิฟไลน์ยังพอดึงความสนใจให้อ่านต่อไปได้ ยังพอน่าติดตามว่าความสัมพันธ์จะเป็นไปยังไงต่อ

ประเด็นสังคมที่ใส่มา ทั้งเรื่องเพศ ทุนนิยม สุขภาพจิต สภาพแวดล้อม สังคม ครอบครัว คือมีครบจนรู้สึกว่า เยอะ รับรู้ได้ว่าอยากพูดหลายเรื่อง แต่หลายประเด็นยังไปไม่สุด เลยออกมาเหมือนเป็นกิมมิคมากกว่าจะพัฒนาเป็นน้ำหนักของเรื่องจริง ๆ

สิ่งที่ทำให้อ่านสะดุดคือตัวละครและไดอะล็อก บางช่วงตัวละครให้ความรู้สึกเหมือนวุ้น คือมันไม่ชัดเจนพอให้แยกออกว่าใครเป็นใคร เสียงพูดและบุคลิกยังไม่เด่น ทำให้เวลามีบทสนทนาสลับกันไปมา ต้องคอยย้อนอ่านอยู่บ่อย ๆ ว่าประโยคนี้ใครเป็นคนพูด ซึ่งกระทบกับจังหวะการอ่านพอสมควร หรือแม้กระทั่งตัวเอก 2 ตัวคุยกัน บางครั้งก็ยังมีสับสนบ้างเลย

เรื่องอารมณ์ หลายฉากรู้สึกว่ามันน่าจะพาไปได้ไกลกว่านี้ ทั้งจากคำพูดของตัวละครหรือจังหวะของเหตุการณ์ แต่สุดท้ายดันจบไปเสียอย่างนั้น เลยทำให้อารมณ์ไม่ทันได้ก่อตัวหรือทิ้งน้ำหนักไว้กับคนอ่านเท่าที่ควร

อีกจุดคือจังหวะการเล่าเรื่องที่ตัดฉับค่อนข้างถี่ และมีการข้ามเวลาเป็นช่วงยาวโดยไม่ได้มีิะไรเชื่อมมากพอ เลยทำให้ความต่อเนื่องของเรื่องสะดุด ต้องคอยตั้งหลักใหม่กับบริบททุกครั้งที่ขึ้นฉากใหม่

โดยรวมเป็นเรื่องที่มีบรรยากาศและความสัมพันธ์ของตัวละครหลักที่น่าสนใจ แต่ในแง่การนำเสนอประเด็นแฝง การเล่าเรื่องและการควบคุมองค์ประกอบต่าง ๆ ยังรู้สึกว่าไปได้ไม่สุดเท่าที่ควร พออ่านจบก็เลยเฉย ๆ ไม่ได้มีอะไรตราตรึงใจขนาดนั้น แต่ก็รู้สึกว่าอ่านได้ ไม่แย่ เรื่องช้า ๆ เหมาะสำหรับคนไม่รีบ 3.5
Profile Image for Palm Poramet.
3 reviews1 follower
April 17, 2026
หน้า 271 บรรทัดที่ 8 นับจากบรรทัดสุดท้าย สะกด “ธีร์” เป็น “ธีรื” 🥲
Displaying 1 - 10 of 10 reviews