Jump to ratings and reviews
Rate this book

เมฆหลากสีลอยเกลื่อนจนเอื้อมคว้า

Rate this book
เมฆหลากสีลอยเกลื่อนจนเอื้อมคว้า

“พี่อย่าโกรธนะ พี่ยิ้มเยอะๆ
พี่ยิ้มแล้วเหมือนโลกรอบตัวพี่เปลี่ยนไปเลย
ยิ้มไปเหอะ ผมยังยิ้มเลย”

ทุกข์ไม่จีรัง สุขไม่ยั่งยืน มนุษย์ผันแปรง่ายดายราวกับเมฆบนฟ้าเหนือกาญจนบุรี ‘เอ็ม’ เชื่อแบบนั้น จึงใช้ชีวิตในบ้านเกิดที่ไม่คุ้นเคยด้วยท่าทีเย็นชาไร้รอยยิ้ม ด้วยหวังว่าความแปลกแยกจะกันตัวเองออกจากชุมชนที่เขาอยากจะหนีไปให้ไกล

แล้วเขาก็พบประกายความสดใสที่หายไปจากแววตาของตัวเองในดวงตาของ ‘โจ’ เด็กหนุ่มในหมู่บ้านที่เพิ่งกลับ จากปลดทหารเกณฑ์

หัวใจที่ถูกบดบังด้วยกำแพงเมฆสูง รอยยิ้มจางเหมือนหมอกเช้า ท้องฟ้ากว้างใหญ่ และเมฆหลากสีที่ไม่มีใคร เป็นเจ้าของ อาจกำลังรอให้ใครสักคนเอื้อมมือไขว่คว้า

208 pages, Paperback

Published February 1, 2026

Loading...
Loading...

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
2 (8%)
4 stars
13 (52%)
3 stars
6 (24%)
2 stars
3 (12%)
1 star
1 (4%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for YuzuChu.
361 reviews45 followers
May 20, 2026
เรารักกันในตอนที่เรารักกัน ถึงสุดท้ายมันจะดูไม่มีค่าในตอนหลังก็ตาม - เป็นวรรคทองของเรื่องที่ก็ทำฉันตั้งคำถาม ว่าไอ้ตอนที่เรารักกันในเรื่องเนี่ย

มันคือตอนไหนวะ

ฉันไม่เข้าใจ เขาต้องการจะสื่ออะไรอะ คิดซะว่าอ่าน diary เรื่องราวชีวิตของคนคนนึงที่ก็ไม่ได้มีหน้าที่มาสร้างความตระหนักรู้อะไรในสังคมละกัน เป็นฟีลโตแล้ว ต้องให้คนเขียนมาสอนด้วยเหรอ อ่านออกเขียนได้ก็แยกแยะเองสิ555

คืออ่านช่วง Talk นักเขียนท้ายเล่มก็พอจะเห็นแหละว่าตัวละคร 'เอ็ม' ในเรื่องก็น่าจะ base on ตัวเขา รับราชการ ขายของ เป็นเกย์ แล้วก็ฉันแอบไปส่อง ๆ เรื่องTangerine เปล่า เปลือง เชื่อง ช้ำมานิดหน่อย อ่านจากรีวิวของแต่ละคนในเว็บนี้นี่แหละ เลยพอจะรับรู้คร่าว ๆ ว่าอ่อ พวกปมของตัวเอกในเรื่องเอยใด ก็คงมีตัวตนของคนเขียนแอบผสมอยู่ในนั้นบ้างไม่มากก็น้อย

เกริ่นมาคือมีไอ้หนุ่ม 'โจ' หนุ่มช่างเพิ่งปลดทหารเกณฑ์ อายุประมาณ 22 ย่าง 23 แถมผิวเข้มเร้าจาย มาเต๊าะ ๆ คุย ๆ กับ 'เอ็ม' พระเอกของเรื่องด้วยประโยคในคำโปรยหลังปกอะ ยิ้มเยอะ ๆ นะพี่ไรสักอย่าง ซึ่งเอ็มรับราชการ อีก 2 ปีจะอายุ 40 เข้างาน 8 เลิก 4 เลิกงานก็มาขายของร้านโชห่วยกับแม่ แล้วเรื่องราวก็จะเริ่มเปิดเผยไปเรื่อย ๆ ถึงตัวตน อุปนิสัย ความตายของพ่อกับพี่ชายที่ผ่านเลยไป ความดีงามของคนตาย บาปที่คนตายเคยก่อไว้ เรื่องราวความรักของผู้ใหญ่รุ่นพ่อรุ่นแม่ หรือแม้กระทั่งการถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเยาว์ของเขา รวมไปถึงพระเอกที่กลัวคนในบ้านจะมองเปลี่ยนไปถ้ารู้ว่าเป็นเกย์ เลยหนีไปเรียนในเมืองยาว ๆ เพิ่งได้กลับบ้านต่างจังหวัดก็ตอนพ่อตายแล้วพี่ตายด้วยนี่เอง

ซึ่งเอาจริงฉันแอบผิดหวัง

เพราะทรงโจนี่ฉันนึกว่าพวกชายแท้มาหลอกให้รักเพื่อทำเรื่องกู้ร่วมบ้านหรูสักหลัง หรือไม่ก็หวังปอกลอกสมบัติเจ้าเอ็ม55555 คือทรงมันได้น่ะ โจมันเข้ามาในชีวิตพระเอกแบบน่ากังขาสุด ๆ มาให้ช่วย มาให้ติว เสื้อของพี่ชายที่ตายไป เอ็มก็ให้โจไปตั้งหลายตัว ตอนอ่านคือแบบ เห้ย ถ้ามันมาหลอกฉันจะชอบมาก555 ความรักของ 2 คนนี้เกิดขึ้นแบบงง ๆ ทรงคนนึงคือชายแท้ค้นหาตัวเอง พอรู้ว่าพี่คนนี้แม่งเป็นเกย์ว่ะก็แบบ โหยยย อยากลองว่ะ ลองไปตีซี้ดีกว่า มันทรงนั้นอะ ทรงดูไม่รักจริง พอตอนท้ายจบ Happy เลยแบบ ว้าาา เสียดาย หรือถ้าเขาจะมา way สับขาหลอก คิดว่าไอ้นี่เลวล่ะซี้ กิ๊ว ๆ ความจริงมันคนดีน้า ฉันก็รู้สึกว่าภาษา การบรรยาย และการดำเนินเรื่องของเขาควรจะมีลูกเล่นและเทคนิคให้มากกว่านี้อะ

เหมือนเขาโฟกัสที่ตัวเอกมากไปหน่อย ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเจอได้บ่อยมากกกก สำหรับนักเขียนที่ชอบเอาประสบการณ์ อาชีพ หรืออะไรก็ตามแต่ของตัวเองมาใส่ในตัวละครมากเกินไป กลายเป็นว่าคุณอาจเผลอ treat ตัวละครนี้เป็นตัวคุณโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็เลยจะใส่มุมมอง ใส่ความคิด ใส่ประวัติ ใส่ความหลัง ใส่ความตัวละครอยากเป็นนักเขียน (ซึ่งก็เหมือนคุณ) ใส่ใจกับตัวละครนี้มากสุด ๆ จนลืมมองตัวละครรองหลาย ๆ รอบข้างตัวเอกไปอะ กลายเป็นว่าเราจะเห็นแค่มุมมองตัวเอก แต่ไม่เข้าใจและพาลไม่อินกับคนรอบตัวของตัวเอกเลย จนอาจจะลืมไปแล้วว่าหน้าปกเนี้ย มีตัวละคร 2 คนนะ มันคือความรักและชีวิตของคน 2 คนที่สบายใจจะอยู่ด้วยกัน พูดคุยกัน นักอ่านควรได้รู้จักและอินกับอีกคนด้วยสิ

กลายเป็นว่าตัวละครรอบ ๆ ตัวเอกก็ดูลอย ๆ ดูจับต้องไม่ได้ ดูไม่มีตัวตนอยู่จริงไปแบบงง ๆ

แล้วมีหลายฉากเลยที่ฉันต้องอ่านซ้ำ อ่านวน อ่านในใจไม่พอ ต้องอ่านออกเสียงด้วย เห้ย คือโคตรประทับใจกับประโยคนั้นเลยใช่ป้ะ อ๋อเปล่า อ่านไม่รู้เรื่องน่ะ เลยต้องอ่านซ้ำ ๆ เหลือกตาขึ้นบนลงล่าง 2-3 รอบเพื่อทำความเข้าใจว่าประโยคนี้ใครพูดวะ ทั้งที่บางซีนตัวละครก็นั่งเว่ากันอยู่แค่ 2 คนอะ แต่ก็ยังทำฉันงงได้ว่าใครพูด ใครถาม ใครเอ่ย

บทจะตัดไปอีกเหตุการณ์ก็ตัดไปแบบงง ๆ เหมือนตอนนี้พระเอกยังเพ้ออยู่ในร้าน ตอนหน้าไอ้โจไปบวชละ ก็งง ๆ ก่งก๊งตอนอ่านไปหลายฉากอยู่

ในเรื่องขึ้นคำเตือนว่ามีซีนเปโด เป็นอดีตของตัวละครหนึ่งในเรื่องที่โดนผู้ใหญ่นิสัยไม่ดีล่วงละเมิดทางเพศ แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งนี้ดันดูไม่ใช่ปมหลักที่หล่อหลอมนิสัยตัวละครให้กลายเป็นคนแบบนี้อะ คือก็เล่าเฉย ๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรร้ายแรงต่อตัวเอกหรือคนรอบข้างเลย ไม่ได้เป็นปัญหาครอบครัวหรือเป็นจุดที่สั่งสอนว่าไม่ควรเกิดเรื่องแบบนี้ในสังคมด้วย ก็แค่เล่าเฉย ๆ อะ มันเลยกลายเป็นจุดที่ฉันเสียดายและสงสัยว่าใส่ซีนนี้มาเพื่ออะไร เพื่อให้เห็นใจตัวเอก? เพื่อสะท้อนสังคม? หรือเพื่อเป็นเหตุผลว่าทำไมตัวเอกถึงได้เคยยอมเป็นมือที่สาม? ฉันหาความเชื่อมโยงอะไรไม่ได้เลย

แล้วปมบางอย่างดูเรื่องใหญ่มากกกก เหมือนมีซีนนึงเฉลยว่าในอดีตมีคนขับรถชนคนตายอะ วิ่งเต้นหาเงินยกใหญ่ แต่เป็นซีนบอกเล่าที่แบบ ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ทั้งที่ฉันว่าการขับรถชนคนตายนี่มันสร้าง Impact ต่อเรื่องพอสมควรเลยนะ ชีวิตครอบครัวหนึ่งจะถูกสาปส่งกับมองเหยียดหยามไปชั่วลูกชั่วหลานได้เลยอะ

ยิ่งฆาตกรขับรถชนคนตายถึงคราวตายตามคือโห เขาเม้าท์กันทั่วหมู่บ้านแล้วจ้าว่ากรรมตามสนอง ผิดวิสัยมากที่ตัวเอกจะไม่โดนพูดจากระทบกระทั่งอะไรเลยยยย แล้วครอบครัวจะยังได้รับการเคารพแบบไม่โดนนินทาลับหลัง

เนี่ย ฉันเลยงงว่าถ้าจะไม่อะไรกับประเด็นนี้ แล้วเกริ่นขึ้นมาทำไม ให้มันเป็นปมธรรมดากว่านี้ได้มั้ย ถ้าคุณนึกภาพธรรมชาติของการที่ใครในบ้านฆ่าคน (ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เหอะ) แล้วต้องมารับบาปกันทั้งครอบครัวไม่ออก หรือต้องการจะสื่อว่าบาปของคนคนนี้ไม่ควรตกสู่ใคร แต่เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีใครถูกกระทำ ถูกแซะ หรือโดนพูดแขวะนะ

ฉันเลยงง ๆ ว่าใส่บางปมบางประเด็นมา ทำไม?

กับอีกจุดนึงที่เสียดายคือประเด็นที่เขาพยาพยามพูดถึงความแปลกแยกของตัวเอก พี่ชายพระเอกดูเหมือนจะค้าขายเก่ง เป็นพ่อค้าที่ดี แต่พระเอกไม่ค่อยคุยกับใคร จำใครในหมู่บ้านไม่ได้ ลูกค้าประจำก็ยังจำไม่ได้ว่าซื้ออะไร เขาเลยเกริ่น ๆ ประมาณว่าเหมือนถูกคาดหวังให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้ ถูกแปะป้ายชื่อตลอดเวลาว่าเป็นน้องใคร ลูกใคร ทั้งที่เขาก็จากบ้านนี้ไปนานแล้วแท้ ๆ

งึม ๆ เอาจริงมันควรมีคำพูดประกอบอะ ไม่ใช่แค่การบรรยายอย่างเดียว ก็ให้ใครคนนึงโพล่งขึ้นมาเลยว่า 'เห้ย ไอ้เอ็มมันไม่เหมือนไอ้เฟิร์สเลยว่ะ ถ้าเป็นไอ้เฟิร์สนะ จะนู่นนี่นั่น แนะนำแบบนี้ เห็นหน้าข้าก็รู้ละว่าเอาอะไร ดีกว่าเยอะ พูดแล้วก็คิดถึง' คือกลายเป็นว่าตัวตนของความเป็น 'พ่อค้าที่ดี' ของพี่ชายตัวเอก มันออกมาจากความคิดพระเอกแค่คนเดียวอะ มันไม่ได้ถูกแสดงหรือบอกเล่าออกมาจากปากตัวละครอื่นเลย ซึ่งการให้ตัวเอกคิดในใจ กับการให้ตัวละครสักคนพูดออกมาพร้อมบรรยายสีหน้าท่าทางน่ะ มันต่างกันเยอะเลยนะ

นั่นก็เลยทำให้คำเพ้อของตัวเอกที่ว่ารู้สึกแปลกแยก เป็นอื่น ดูยังไม่ค่อย flow ไปกับเนื้อเรื่องให้ฉันรู้สึกอินตามอะ

อันนี้ความเห็นส่วนตัวฉัน คือปมห่างพ่อห่างครอบครัวของตัวเอกนี่เอาไปโยงกับการที่ตัวเอกโหยหาความรักมาก ๆ จนยอมเป็นมือที่ 3 ของคนอื่นได้เลยนะ บรรยายได้เลยอะว่าเพราะกลัวสายตาผิดหวังของพ่อจะมองมาที่เขา ก็เลยเลือกที่จะหนีมา แต่ก็ยังโหยหาความรักจากผู้เป็นพ่อ จนเผลอมองหาความเป็นพ่อในตัวชายอายุมากกว่าที่มีคนรักหรือครอบครัวอยู่แล้ว มันเล่นได้หลาย way มากเลยนะกับสถานการณ์ในบ้านพระเอกอะ

กลายเป็นว่าสุดท้ายก็เป็นเรื่องราวของคนคนหนึ่งที่ต้องการการยอมรับ เคยผิดพลาด เคยสุดเหวี่ยงมาก่อน ก่อนจะเพิ่งรู้ตัวในวัยใกล้ 40 ว่าต้องการแค่คนเข้าใจมากอดกัน มาอยู่เคียงข้างกัน (ซึ่งคนคนนั้นทำไมต้องเป็นคนอายุ 22 ย่าง 23 อันนี้ฉันไม่ทราบ) ซึ่งฉันก็ยังรู้สึกว่าเขาเขียนตัวตนของโจได้ไม่ดีขนาดนั้นอะ ฉันยังไม่เห็นว่า potential ของนายคนนี้จะทำให้คนมีปมอย่างเอ็มก้าวข้ามหรือตระหนักรู้อะไรได้ขนาดนั้นเลย เอ็มเองก็ดูไม่ได้สอนการใช้ชีวิต สอนโลกของผู้ใหญ่ที่ต้องมีความรับผิดชอบ หรือแนะแนวชีวิตได้ดีขนาดนั้นด้วย โจดูเป็นความสดใสของวัยเยาว์ที่ไม่จีรัง คบแล้วดูทรงน่าจะต้องหวาดระแวงไปยาว ๆ อะว่าเขาจะทิ้งตัวเองตอนไหน

เขายังเขียนให้เชื่อไม่ได้ว่า 2 คนนี้รักกัน เขียนให้เชื่อไม่ได้ว่าโลกของผู้ใหญ่มันน่าอดสูขนาดไหน ฉันไม่เชื่อหรือไม่อินอะไรสักอย่างในเรื่องนี้เลย

ช่วงหนึ่งตอนอ่านฉันเลยเผลอคิดไงว่าถ้าเนื้อเรื่องจะออกมาแนว ๆ สอนใจ แต่ละคนเลือกเดินคนละเส้นทาง คนใกล้เฒ่า (หยอก หยอกก) ก่ะโดนเด็กหลอกได้ ฉันก็โอเคนะ แต่พอจบ Happy แถมจบห้วนด้วย มันเลยแบบ อ้าว จบสวยเหรอวะเนี่ย555

เออ เรื่องนี้จบห้วนอยู่ ปมที่ทำให้คนอ่านตามลุ้นมาตลอดว่าเอ้า ยังไง ๆ จะเกย์หรือชายแท้ บทจะเฉลยก็มาเฉลยแบบ ประโยคเดียวอะ เออ ดี เริ่ด ใครอินอินเลย อินโลด

ส่งท้าย สรุปคือ part ความรักยังไม่อินแหละ โจยังดูเป็นคนไม่น่าไว้ใจในสายตาฉันอยู่เลยอะ ฉันเลยยังสลัดความคิดลบ ๆ ของตัวเองไม่ได้ว่านายโจคนนี้อาจจะหวังหลอกให้เอ็มใช้สิทธิ์ราชการมากู้ร่วมซื้อบ้านด้วยกัน แล้วค่อยแอบพาเมียมาเปิดตัวก็เป็นได้
Profile Image for ทอตะวัน.
1 review1 follower
May 12, 2026
อรืม ไม่เข้าใจ ในหลาย ๆ อย่างของหนังสือเล่มนี้ งง บางประเด็นอย่างเปโด และในอีกหลาย ๆ ปม ที่ใส่มาแต่สุดท้ายไม่ได้สะท้อนหรือตกตะกอนอะไรขึ้นมาสักเท่าไหร่ ไม่รู้จะใส่มาทำไม เล่าแต่มุมมองของเอ็ม ไม่ได้เห็นมุมมองของโจสักเท่าไหร่ ถ้ามีมุมมองของโจเยอะกว่านี้เรื่องคงมีมิติมากขึ้นสักหน่อย ไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนี้ต้องการจะสื่อสารอะไรออกมากันแน่ เบื้องหลังตัวละครตื้นเขินไปหมด สิ่งที่จะสื่อก็เลื่อนลอย เขียนออกมาได้งง หลายอย่างดูไม่สมเหตุสมผล เขียนวกวนจนน่าเบื่อหน่าย
5 reviews1 follower
Read
April 6, 2026
ปมตัวละครบางอย่างอ่านแล้วหงุดหงิด ภาษาบรรยายกลายเป็นเวิ่นเว้อจนน่าเบื่อ อ่านจบไวจริง แต่มันกลับกลายเป็นการอ่านอย่างทรมาน เพราะในหัวมันขัดแย้งกับการคิดของตัวละครไปแล้ว หาเคมีการเข้ากันของตัวละครเอกในเรื่องไม่ได้เลย ด้วยความห่างระหว่างอายุที่ค่อนข้างมากของตัวละคร และด้วยเรื่องราวของตัวละครที่ได้อ่านแล้วกลับรู้สึกว่าทำไมเขาถึงไม่ได้รู้สึกผิดกับมันเลยนะ บวกกับคำตกค่อนข้างเยอะ ไม่ค่อยประทับใจกับความสะเพร่าของสำนักพิมพ์นัก
Profile Image for DongYa.
17 reviews
May 1, 2026
สโลว์เบิร์นที่แท้ทรู สโลว์จริง สโลว์จนไม่รู้จะสโลว์ยังไง เป็นการอ่านที่ง่วงและแอบทรมานแม้จะเป็นเล่มบาง ๆ บางทีก็ฟุ้งจนงง บางทีก็ตรงจนเบื่อ ปมตัวละครเหมือนใส่มาตื้อ ๆ ไปหน่อย เหมือนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แทบไม่ได้ใช้อะไรจากมันต่อจนรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ตอนอ่านก็แทบไม่ได้รู้สึกถึงความชอบกันของสองตัวละครเลย T_T ตัดบรรทัดงงไปหน่อยเวลามีพาร์ทย้อนอดีตสลับไปมา งงจัด
Profile Image for TONG ..
326 reviews9 followers
March 12, 2026
#ShelfReview เมฆหลากสีลอยเกลื่อนจนเอื้อมคว้า
ความสัมพันธ์เรียบง่ายของข้าราชาการปลายเลขสามและเด็กหนุ่มต้นยี่สิบ
เรียบง่าย ไม่หวือหวา ค่อย ๆ เล่าอย่างบรรจงและพิถีพิถัน ไม่เร่งเร้า
เลยทำให้เรื่องราวที่เล่าค่อนข้างประณีต อ่านแล้วนึกภาพตามได้ง่าย
ชอบการใส่บริบทวิถีชีวิตคนไทยชนบททั่วไปที่ทำออกมาได้ละมุนละม่อม
เนื้อเรื่องค่อย ๆ กรุยทางความสัมพันธ์ไปโดยไม่พยายามสร้างเรื่องราว
เล่าเหตุการณ์ผ่านมุมมองของตัวละครผู้เก็บกักเรื่องทุกข์ร้อนไว้เพียงผู้เดียว
มันเป็นนิยายที่อ่านแล้วพอเห็นภาพของมุมมองต่อความสัมพันธ์ต่างวัยได้ดี
ซึ่งหมายถึงมุมมองแบบผู้ใหญ่จะตีความไปอย่าง แบบเด็กก็อีกอย่างเช่นกัน
ประเด็นที่เล่าอาจไม่ได้ชัดมาก เหมือนเป็นบทบันทึกห้วงเวลาหนึ่งมากกว่า
ห้วงที่เต็มไปด้วยปูมหลังแสนสาหัส การแบกรับทุกอย่างไว้แต่เพียงผู้เดียว
จนกระทั่งมีใครสักคนยื่นมือมาช่วยแบ่งเบามัน เป็นเล่มที่ดีเล่มนึง
8/10 .
Profile Image for CL.
7 reviews
April 25, 2026
ละมุนมาก เป็นแนว coming of (middle) age คิดว่าต้องมีประสบการณ์ชีวิตระดับหนึ่งถึงจะอ่านสนุก
Displaying 1 - 6 of 6 reviews