What do you think?


แฟลตมรณะโตเกียวเฮาส์ 1961
คดีฆาตกรรมที่ยังไม่คลี่คลาย เมื่อความตายถูกถ่ายทอดต่อหน้าผู้ชม
แฟลตเก่าแก่ที่มีความลับซ่อนอยู่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำรายการเรียลลิตีย้อนยุค แต่กลับเกิดเหตุฆาตกรรมไม่คาดฝันซ้ำรอยคดีในอดีตที่ยังปิดไม่ลง
ผู้ร่วมรายการสองครอบครัวและทีมงานเรียลลิตีโชว์เข้ามาอยู่ในแฟลตขนาดใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นในยุค 60 เพื่อถ่ายทำรายการในคอนเซ็ปต์ย้อนเวลาไปใช้ชีวิตในยุคโชวะ วิถีชีวิตที่ควรจะเปี่ยมไปด้วยความฝันและความหวังอย่างในยุคนั้นกลับกลายเป็นฝันร้ายและโศกนาฏกรรม เมื่อผู้เข้าร่วมรายการต้องพบกับปัญหาชีวิตที่ไม่คาดคิด กระทั่งลูกสาวของครอบครัวหนึ่งที่เข้าร่วมรายการหายตัวไปและถูกพบเป็นศพในเวลาต่อมา รายละเอียดของเหตุการณ์นี้เหมือนกับคดีที่เคยเกิดขึ้นในแฟลตแห่งนี้เมื่อ 60 ปีก่อนทุกกระเบียดนิ้ว นี่เป็นคดีที่เกิดขึ้นโดยลอกเลียนแบบ หรือฆาตกรคนเดิมยังคงวนเวียนอยู่ ณ แฟลตแห่งนี้กันแน่
นิยายสืบสวนที่เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน เหนือชั้นเกินความคาดหมายจนหยุดอ่านไม่ได้
แฟลตเก่าแก่ที่มีความลับซ่อนอยู่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำรายการเรียลลิตีย้อนยุค แต่กลับเกิดเหตุฆาตกรรมไม่คาดฝันซ้ำรอยคดีในอดีตที่ยังปิดไม่ลง
ผู้ร่วมรายการสองครอบครัวและทีมงานเรียลลิตีโชว์เข้ามาอยู่ในแฟลตขนาดใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นในยุค 60 เพื่อถ่ายทำรายการในคอนเซ็ปต์ย้อนเวลาไปใช้ชีวิตในยุคโชวะ วิถีชีวิตที่ควรจะเปี่ยมไปด้วยความฝันและความหวังอย่างในยุคนั้นกลับกลายเป็นฝันร้ายและโศกนาฏกรรม เมื่อผู้เข้าร่วมรายการต้องพบกับปัญหาชีวิตที่ไม่คาดคิด กระทั่งลูกสาวของครอบครัวหนึ่งที่เข้าร่วมรายการหายตัวไปและถูกพบเป็นศพในเวลาต่อมา รายละเอียดของเหตุการณ์นี้เหมือนกับคดีที่เคยเกิดขึ้นในแฟลตแห่งนี้เมื่อ 60 ปีก่อนทุกกระเบียดนิ้ว นี่เป็นคดีที่เกิดขึ้นโดยลอกเลียนแบบ หรือฆาตกรคนเดิมยังคงวนเวียนอยู่ ณ แฟลตแห่งนี้กันแน่
นิยายสืบสวนที่เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน เหนือชั้นเกินความคาดหมายจนหยุดอ่านไม่ได้
- GenresFiction
408 pages, Paperback
Published March 1, 2026
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 30 of 30 reviews
March 27, 2026
สืบสวนสอบสวนที่ทำให้สมองไหล พลิกหน้ากระดาษได้แบบวันเดียวจบ แต่เป็นสมองไหลแบบไม่มีคุณภาพนะ
แฟลตมรณะโตเกียวเฮาส์ 1961 เล่าถึงการสร้างรายการเรียลิตี้โชว์ที่จะรับสองครอบครัวเข้ามาอยู่ในแฟลตที่จำลองว่าอยู่ในยุคโชวะซึ่งก็คือปี 1961 นั่นแหละ จนมีเหตุการณ์ฆาตกรรมลูกสาวของครอบครัวหนึ่งซึ่งไปพ้องกับฆาตกรรมในอดีตเมื่อปี 1961 จริงๆ ที่เกิด ณ ที่แฟลตที่ถ่ายทำเช่นกัน จึงเกิดเป็นความหวาดกลัว วุ่นวาย นำมาซึ่งการหาคำตอบทั้งจากเหตุฆาตกรรมในอดีตและปัจจุบัน เรื่องเล่าผ่านหลายมุมมองทั้งผู้ยื่นเสนอสร้างรายการ แม่ของครอบครัวทั้งสอง ถึงจะหลายมุมมอง แต่ก็เล่าเรื่องแบบยิงยาวตรงไปข้างหน้าง่ายต่อการทำความเข้าใจ
ความรู้สึกแรกหลังอ่านจบคือเสียดายว่ะ ด้วยความที่ช่วงนี้ตัวเองรู้สึกเบื่อหน่ายและเครียดๆ เลยมองหางานสืบสวนที่ทำให้สมองไหล ตอนต้นจนถึงกลางเรื่องผู้เขียนคือเล่าเรื่องสนุก เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่น่าสนใจ มีอะไรที่พิลึกเกิดขึ้นเป็นระยะและมันก็สร้างความอยากรู้อยากเห็นว่าเรื่องมันจะเดินไปทิศทางไหน คือมีวัตถุดิบที่ดีในการที่จะทำให้นิยายเรื่องนี้มีความน่าเชื่อถือสมเหตุสมผลในตัวเรื่องราว คอนเซปต์เรียลิตี้โชว์ก็น่าสนใจเพราะมีการเล่าแบบรายการ ก่อนรายการ หลังรายการ และรายการซ้อนรายการ อ่านไปครึ่งแรกเราแทบไม่ได้พักไปทำอย่างอื่นเลยเพราะสนุกมาก
แต่พอตั้งแต่ครึ่งเรื่องหลังเป็นต้นมา เรื่องราวในเล่มที่ดูมีศักยภาพ ผู้เขียนก็คือพาออกทะเลซะอย่างนั้น ตอนใกล้จบยิ่งทำให้เราเสียดายหนักเข้าไปอีกเพราะรู้สึกผู้เขียนพยายามจับแพะชนแกะ เอาเรื่องในอดีตของคนนั้นมาโยงกับคนปัจจุบันคนนี้ๆ แล้วมันอิรุงตุงนัง ยัดเยียดเกินไปในจำนวนหนึ่งร้อยหน้าก่อนจบ หนังสือยาวสี่ร้อยหน้า พี่ไม่เกริ่นก่อนเลย มาโยงๆ ยัดๆ ร้อยหน้าสุดท้าย แล้วยังพยายามหักมุมแล้วหักอีก สรุปจบคือไม่เมคเซนส์จนรู้สึกว่าเรื่องในนิยายนี้คือเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงๆ เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่ตอนอ่านครึ่งแรกยังรู้สึกเชื่อในการเล่าเรื่องอยู่เลย สรุปก็คือได้สมองไหลตามที่อยากแหละ แต่ผิดหวังว่ะ
แฟลตมรณะโตเกียวเฮาส์ 1961 เล่าถึงการสร้างรายการเรียลิตี้โชว์ที่จะรับสองครอบครัวเข้ามาอยู่ในแฟลตที่จำลองว่าอยู่ในยุคโชวะซึ่งก็คือปี 1961 นั่นแหละ จนมีเหตุการณ์ฆาตกรรมลูกสาวของครอบครัวหนึ่งซึ่งไปพ้องกับฆาตกรรมในอดีตเมื่อปี 1961 จริงๆ ที่เกิด ณ ที่แฟลตที่ถ่ายทำเช่นกัน จึงเกิดเป็นความหวาดกลัว วุ่นวาย นำมาซึ่งการหาคำตอบทั้งจากเหตุฆาตกรรมในอดีตและปัจจุบัน เรื่องเล่าผ่านหลายมุมมองทั้งผู้ยื่นเสนอสร้างรายการ แม่ของครอบครัวทั้งสอง ถึงจะหลายมุมมอง แต่ก็เล่าเรื่องแบบยิงยาวตรงไปข้างหน้าง่ายต่อการทำความเข้าใจ
ความรู้สึกแรกหลังอ่านจบคือเสียดายว่ะ ด้วยความที่ช่วงนี้ตัวเองรู้สึกเบื่อหน่ายและเครียดๆ เลยมองหางานสืบสวนที่ทำให้สมองไหล ตอนต้นจนถึงกลางเรื่องผู้เขียนคือเล่าเรื่องสนุก เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่น่าสนใจ มีอะไรที่พิลึกเกิดขึ้นเป็นระยะและมันก็สร้างความอยากรู้อยากเห็นว่าเรื่องมันจะเดินไปทิศทางไหน คือมีวัตถุดิบที่ดีในการที่จะทำให้นิยายเรื่องนี้มีความน่าเชื่อถือสมเหตุสมผลในตัวเรื่องราว คอนเซปต์เรียลิตี้โชว์ก็น่าสนใจเพราะมีการเล่าแบบรายการ ก่อนรายการ หลังรายการ และรายการซ้อนรายการ อ่านไปครึ่งแรกเราแทบไม่ได้พักไปทำอย่างอื่นเลยเพราะสนุกมาก
แต่พอตั้งแต่ครึ่งเรื่องหลังเป็นต้นมา เรื่องราวในเล่มที่ดูมีศักยภาพ ผู้เขียนก็คือพาออกทะเลซะอย่างนั้น ตอนใกล้จบยิ่งทำให้เราเสียดายหนักเข้าไปอีกเพราะรู้สึกผู้เขียนพยายามจับแพะชนแกะ เอาเรื่องในอดีตของคนนั้นมาโยงกับคนปัจจุบันคนนี้ๆ แล้วมันอิรุงตุงนัง ยัดเยียดเกินไปในจำนวนหนึ่งร้อยหน้าก่อนจบ หนังสือยาวสี่ร้อยหน้า พี่ไม่เกริ่นก่อนเลย มาโยงๆ ยัดๆ ร้อยหน้าสุดท้าย แล้วยังพยายามหักมุมแล้วหักอีก สรุปจบคือไม่เมคเซนส์จนรู้สึกว่าเรื่องในนิยายนี้คือเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงๆ เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่ตอนอ่านครึ่งแรกยังรู้สึกเชื่อในการเล่าเรื่องอยู่เลย สรุปก็คือได้สมองไหลตามที่อยากแหละ แต่ผิดหวังว่ะ
June 30, 2026
ก็อย่างที่ว่าเรื่องจริงยิ่งกว่าละคร
แต่ในเรื่องนี้พี่ก็จะเกิ๊น!
เอาจริงถามว่าสนุกมั้ย ก็สนุกแหละ
แต่ต้องบอกว่ารำคาญกว่ามากๆ ต้นเรื่องกับปลายเรื่องยังกับหนังคนละม้วน พี่จะเล่าแบบนี้ไปทำไม เพื่ออะไร คือเข้าใจพี่อยากเล่าเรื่องอำนาจ, ความจริง, ความยุติธรรม และความเน่าเฟะของสังคม ทั้งระดับออนไลน์ และออฟไลน์ ครอบครัวสถานบันไปถึงวงการบันเทิง แต่แบบ เออ อ่อ เขาก็วางให้คนอ่านเป็นคนชมอีกคนนึงอะเนอะ ก็แซะเราคนอ่านที่อยากให้เกิด “เหตุ”
แต่พี่ พี่เป็นนิยายฆาตกรรมไง มันต้องมีเหตุไง พี่ช่วยทำให้มันดู ultra smooth ไม่ได้อ่อ
แต่ใดๆ เออๆ มันก็สนุกแหละ
แต่ในเรื่องนี้พี่ก็จะเกิ๊น!
เอาจริงถามว่าสนุกมั้ย ก็สนุกแหละ
แต่ต้องบอกว่ารำคาญกว่ามากๆ ต้นเรื่องกับปลายเรื่องยังกับหนังคนละม้วน พี่จะเล่าแบบนี้ไปทำไม เพื่ออะไร คือเข้าใจพี่อยากเล่าเรื่องอำนาจ, ความจริง, ความยุติธรรม และความเน่าเฟะของสังคม ทั้งระดับออนไลน์ และออฟไลน์ ครอบครัวสถานบันไปถึงวงการบันเทิง แต่แบบ เออ อ่อ เขาก็วางให้คนอ่านเป็นคนชมอีกคนนึงอะเนอะ ก็แซะเราคนอ่านที่อยากให้เกิด “เหตุ”
แต่พี่ พี่เป็นนิยายฆาตกรรมไง มันต้องมีเหตุไง พี่ช่วยทำให้มันดู ultra smooth ไม่ได้อ่อ
แต่ใดๆ เออๆ มันก็สนุกแหละ
April 15, 2026
"สังคมนี้มีอำนาจอยู่ทั่วทุกที่ และผู้คนพยายามตอบสนองความคาดหวังของอำนาจนั้นถึงได้เชื่อฟังไงล่ะ..."
เป็นงานสืบสวนที่สมการคอคอยด้วยประการทั้งปวง โดนตกตั้งแต่ได้อ่าน concept และคาดหวังว่ามันจะต้องสนุกมากแน่ๆ ซึ่งพอได้อ่านจริงๆ ต้องบอกว่าเกินความคาดหวังไปไกลเลยล่ะ สนุก อ่านติดมือ ยิงยาวรวดเดียวจบเลย ความเหนือชั้นของเรื่องราวที่ตอนแรกคิดว่าคงไม่มั้ง สรุปเหนือจริง คาดไม่ถึงเลยล่ะ!
.
จุดที่โดดเด่นที่สุดของงานเขียนชิ้นนี้ คือการซ้อนทับของเรื่องราวในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งต่อให้จะดูต่างวาระ ต่างโอกาส ต่างหมุดหมาย แต่สุดท้ายแล้วภาพซ้อนทับกลับเด่นชัดและชวนให้ตั้งคำถามมากมาย เราชอบที่มีการยกเอาทฤษฏีจากการทดลองมาพูดถึงในเล่มมากๆ เพราะนอกเหนือจากมิติในเชิงการเล่าเรื่องแล้ว อีกสิ่งที่มันทำงานกับเราแบบสุดๆ คือโลกใบนี้ สังคมแบบนี้ มันขับเคลื่อนด้วย 'อำนาจ' 'ผลประโยชน์' ตลอดมาเลยสินะ ไม่ว่าจะทั้งอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตในภายภาคหน้า สิ่งเหล่านี้ก็คงไม่แปรเปลี่ยนไป และเราเองก็ไม่สามารถหลุดออกจากมันได้เช่นเดียวกัน
.
ส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านเรื่องราวที่นำเสนอความเป็นมนุษย์ ประเด็นทางสังคมที่เข้มข้น และการตั้งคำถามถึงคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งงานเขียนเล่มนี้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมและทรงพลัง แต่ในขณะเดียวมันก็พาเราไปตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ในอีกเลเยอร์เหมือนกัน ความเป็นมนุษย์และการมีอยู่ของโครงสร้างสังคม ที่กำหนดให้ 'ความดี' 'ความเลว' 'การให้' 'ความอิจฉาริษยา' และทุกๆ ความต้องการของมนุษย์ เป็นเจตจำจงอันบริสุทธ์แท้จริงของเราแน่แท้ใช่ไหมนะ ?
.
เหนือสิ่งอื่นใด หากจะอ่านเอาความบันเทิงเพียงอย่างเดียว งานเขียนเล่มนี้ก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัน เราชอบการลำดับเรื่องราว การวางตัวละคร world buliding และการ setting เหตุการณ์ต่างๆ มาก รวมถึงการวาง conflict และ turning point ต่างๆ ที่ค่ดสนุก การวาง hint และข้อมูลต่างๆ ที่ชวนให้ติดตาม อ่านแล้ววางไม่ลงเลยจริงๆ ต้องยอมรับว่าในระหว่างที่เรื่องราวดำเนินไป การเลือกสลับใช้ pov ของผู้เขียนทำงานได้อย่างทรงพลังมากๆ ทั้งการเป็นคนใน ที่พาไปสำรวจความเป็นไปอย่างใกล้ชิด การกลับสู่การเป็นคนนอกที่พาไปดูการกระทำของฉากหน้า และการถามกลับว่าเราจะตัดสินหรือไม่ตัดสินจากสิ่งที่เห็น เออ สนุกจัง!
เป็นงานสืบสวนที่สมการคอคอยด้วยประการทั้งปวง โดนตกตั้งแต่ได้อ่าน concept และคาดหวังว่ามันจะต้องสนุกมากแน่ๆ ซึ่งพอได้อ่านจริงๆ ต้องบอกว่าเกินความคาดหวังไปไกลเลยล่ะ สนุก อ่านติดมือ ยิงยาวรวดเดียวจบเลย ความเหนือชั้นของเรื่องราวที่ตอนแรกคิดว่าคงไม่มั้ง สรุปเหนือจริง คาดไม่ถึงเลยล่ะ!
.
จุดที่โดดเด่นที่สุดของงานเขียนชิ้นนี้ คือการซ้อนทับของเรื่องราวในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งต่อให้จะดูต่างวาระ ต่างโอกาส ต่างหมุดหมาย แต่สุดท้ายแล้วภาพซ้อนทับกลับเด่นชัดและชวนให้ตั้งคำถามมากมาย เราชอบที่มีการยกเอาทฤษฏีจากการทดลองมาพูดถึงในเล่มมากๆ เพราะนอกเหนือจากมิติในเชิงการเล่าเรื่องแล้ว อีกสิ่งที่มันทำงานกับเราแบบสุดๆ คือโลกใบนี้ สังคมแบบนี้ มันขับเคลื่อนด้วย 'อำนาจ' 'ผลประโยชน์' ตลอดมาเลยสินะ ไม่ว่าจะทั้งอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตในภายภาคหน้า สิ่งเหล่านี้ก็คงไม่แปรเปลี่ยนไป และเราเองก็ไม่สามารถหลุดออกจากมันได้เช่นเดียวกัน
.
ส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านเรื่องราวที่นำเสนอความเป็นมนุษย์ ประเด็นทางสังคมที่เข้มข้น และการตั้งคำถามถึงคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งงานเขียนเล่มนี้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมและทรงพลัง แต่ในขณะเดียวมันก็พาเราไปตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ในอีกเลเยอร์เหมือนกัน ความเป็นมนุษย์และการมีอยู่ของโครงสร้างสังคม ที่กำหนดให้ 'ความดี' 'ความเลว' 'การให้' 'ความอิจฉาริษยา' และทุกๆ ความต้องการของมนุษย์ เป็นเจตจำจงอันบริสุทธ์แท้จริงของเราแน่แท้ใช่ไหมนะ ?
.
เหนือสิ่งอื่นใด หากจะอ่านเอาความบันเทิงเพียงอย่างเดียว งานเขียนเล่มนี้ก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัน เราชอบการลำดับเรื่องราว การวางตัวละคร world buliding และการ setting เหตุการณ์ต่างๆ มาก รวมถึงการวาง conflict และ turning point ต่างๆ ที่ค่ดสนุก การวาง hint และข้อมูลต่างๆ ที่ชวนให้ติดตาม อ่านแล้ววางไม่ลงเลยจริงๆ ต้องยอมรับว่าในระหว่างที่เรื่องราวดำเนินไป การเลือกสลับใช้ pov ของผู้เขียนทำงานได้อย่างทรงพลังมากๆ ทั้งการเป็นคนใน ที่พาไปสำรวจความเป็นไปอย่างใกล้ชิด การกลับสู่การเป็นคนนอกที่พาไปดูการกระทำของฉากหน้า และการถามกลับว่าเราจะตัดสินหรือไม่ตัดสินจากสิ่งที่เห็น เออ สนุกจัง!
March 17, 2026
”หมดอายุความแล้วไงคะ สำหรับครอบครัวผู้สูญเสียไม่มีคำว่าหมดอายุหรอกค่ะ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปีก็ยังคงถูกคดีพันธนาการอยู่ตลอดเวลา ได้แต่ตะเกียกตะกายด้วยความทุกข์ทรมาน“
April 1, 2026
เป็นหนังสือที่ให้ฟีลละครแนวตั้งจีนอะ สนุกมั้ย สนุก แต่อ่านแล้วจบก็จบไป บรรยายสั้นๆ เน้นให้ตัวละครพูดดำเนินเนื้อเรื่อง แต่ไม่ได้เล่าดีแบบพวกบ้านวิกลคนประหลาด
เปิดเรื่องมาดีน่าสนใจ พล็อตน่าสนใจ ค่อยๆพาคนอ่านไปสัมผัสการทำงานของวงการทีวี การทำเรียลลิตี้โชว์ แต่ช่วงร้อยหน้าสุดท้ายคือรีบมากๆ รีบจนแบบแทบจะยัด plot twist มาทุกสิบหน้าอะ5555 แล้วมันเหมือนคนละเรื่องอะ คือตอนแรกก็คิดว่าครึ่งแรกเนี่ยสำคัญ พออ่านๆไปครึ่งแรกมันไร้สาระมาก คือส่วนตัวคิดว่าสามารถเล่าให้จบในร้อยหน้ายังได้เลย แล้วค่อยมาโฟกัสกับการเล่าในครึ่งหลังยังจะดีซะกว่า
แอบคิดว่านักเขียนยังงงๆอะ เหมือนพล็อตเริ่มแบบนึง แล้วเขียนๆไปไม่รู้จะจบยังไง ก็เขียนให้มันจบๆไปเน้น shock value เอา ไม่สนว่ามันไปด้วยกันได้กับพล็อตตั้งต้นมั้ย
โดยรวมคืออ่านฆ่าเวลาได้แหละ เพราะมันก็อ่านสนุกจริงๆ แต่ก็แค่นั้นแหละ
เปิดเรื่องมาดีน่าสนใจ พล็อตน่าสนใจ ค่อยๆพาคนอ่านไปสัมผัสการทำงานของวงการทีวี การทำเรียลลิตี้โชว์ แต่ช่วงร้อยหน้าสุดท้ายคือรีบมากๆ รีบจนแบบแทบจะยัด plot twist มาทุกสิบหน้าอะ5555 แล้วมันเหมือนคนละเรื่องอะ คือตอนแรกก็คิดว่าครึ่งแรกเนี่ยสำคัญ พออ่านๆไปครึ่งแรกมันไร้สาระมาก คือส่วนตัวคิดว่าสามารถเล่าให้จบในร้อยหน้ายังได้เลย แล้วค่อยมาโฟกัสกับการเล่าในครึ่งหลังยังจะดีซะกว่า
แอบคิดว่านักเขียนยังงงๆอะ เหมือนพล็อตเริ่มแบบนึง แล้วเขียนๆไปไม่รู้จะจบยังไง ก็เขียนให้มันจบๆไปเน้น shock value เอา ไม่สนว่ามันไปด้วยกันได้กับพล็อตตั้งต้นมั้ย
โดยรวมคืออ่านฆ่าเวลาได้แหละ เพราะมันก็อ่านสนุกจริงๆ แต่ก็แค่นั้นแหละ
May 5, 2026
ฉันที่จินตนาการแฟลตยุค 60 ตามโทนหนังของ Ozu ซัง แต่โทนเรื่องคือหนังของ Ichikawa Kon ซัง 🥹🥹 ในหัวตอนนี้เลยตีกันมาก5555555555
April 15, 2026
พล็อตเรื่องน่าสนใจมาก แต่ไหงการเล่ามันยืดย้วยไปหมด สนุกแค่ตอนใช้ชีวิตในแฟลต แต่พอเกิดเหตุฆาตกรรม ความสนุกดร็อปไปเลย ไปเล่าเรื่องที่ไม่สำคัญซะเยอะ ตอนซักถามพยานก็วนๆซ้ำ ถึงกับอ่านผ่านๆ มาสนุกอีกทีก็ตอนท้ายๆ ที่เฉลยปมทั้งหมด ยิ่งบทสุดท้าย คาดไม่ถึงเลย
ปล. ที่ชอบที่สุดคือมีกล่าวถึงการทดลองจิตวิทยาซิมบาโด ที่เลือกนักศึกษามาสวมบทบาทเป็น "ผู้คุม" และ "นักโทษ" วางแผนไว้ 2 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าสถานการณ์บีบคั้นทำให้ผู้คุมใช้อำนาจมิชอบทารุณนักโทษอย่างโหดร้าย จนต้องยุติการทดลองใน 6 วัน
เราเคยดูหนัง The Stanford prison experiment ที่สร้างมาจากการทดลองนี้ เลยเข้าใจดีเลย ทำให้แอบเสียดายที่น่าจะเขียนตอนอยู่ในแฟลตได้มากกว่านี้
ปล. ที่ชอบที่สุดคือมีกล่าวถึงการทดลองจิตวิทยาซิมบาโด ที่เลือกนักศึกษามาสวมบทบาทเป็น "ผู้คุม" และ "นักโทษ" วางแผนไว้ 2 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าสถานการณ์บีบคั้นทำให้ผู้คุมใช้อำนาจมิชอบทารุณนักโทษอย่างโหดร้าย จนต้องยุติการทดลองใน 6 วัน
เราเคยดูหนัง The Stanford prison experiment ที่สร้างมาจากการทดลองนี้ เลยเข้าใจดีเลย ทำให้แอบเสียดายที่น่าจะเขียนตอนอยู่ในแฟลตได้มากกว่านี้
April 19, 2026
อ่านได้เพลินๆ ถูกหลอกไปๆมาๆ จนจบเรื่อง แต่พออ่านจนจบก็ต้องย้อนกลับไปดูบท ถึงได้เข้าใจกิริยาในบทก่อนหน้าขึ้นมาทันที
April 13, 2026
ครึ่งแรกกับครึ่งหลังอย่างกับหนังคนละม้วน เหมือนนักเขียนเพิ่งมานึกขึ้นได้เลยเร่งเขียนพล็อตฆาตกรรมตอนปาเข้าไปครึ่งเล่มแล้ว
ลงเอยด้วยการยัดทุกอย่างลงไปแบบถอดสมองของจริง ทั้งความสนุก ทั้งตรระกะเหตุผล ไม่เหลืออะไรเลย
ใช้ลูกเล่น plot twist ไร้รสนิยมเกือบจะหน้าเว้นหน้า ซึ่งไม่เกิดอิมแพคใดๆ เลยนอกจาก shock value ที่ไร้ความจำเป็น บทจะหย่อนข้อมูลหรือเผยความจริงก็ให้ตัวละครเล่าออกมาหน้าตาเฉยแบบมักง่ายสุดๆ
อ่านจบแล้วรู้สึกเสียดายเวลา
ลงเอยด้วยการยัดทุกอย่างลงไปแบบถอดสมองของจริง ทั้งความสนุก ทั้งตรระกะเหตุผล ไม่เหลืออะไรเลย
ใช้ลูกเล่น plot twist ไร้รสนิยมเกือบจะหน้าเว้นหน้า ซึ่งไม่เกิดอิมแพคใดๆ เลยนอกจาก shock value ที่ไร้ความจำเป็น บทจะหย่อนข้อมูลหรือเผยความจริงก็ให้ตัวละครเล่าออกมาหน้าตาเฉยแบบมักง่ายสุดๆ
อ่านจบแล้วรู้สึกเสียดายเวลา
April 21, 2026
“สำหรับคนในครอบครัวของเหยื่อผู้เสียชีวิต คงไม่มีวันหมดอายุความ จะต้องถูกพันธนาการไว้กับคดีจนชั่วชีวิต” 🕯️
ประโยคนี้คือจุดที่ผมพบว่ามันมีอะไรให้ขบคิดมากกว่าแค่การหาตัวคนร้ายครับ
[📍แฟลตมรณะโตเกียวเฮ้าส์ 1961 ⭐️ 4.2 / 5]
📺 พล็อตเรื่องและบรรยากาศ:
เรื่องนี้พาเราไปเกาะติดรายการ Reality Show ที่นำคดีฆาตกรรมปริศนาในปี 1961 มาปัดฝุ่นใหม่ ความรู้สึกตอนอ่านมันเหมือนเรากำลังนั่งดูรายการที่ทุกอย่างดูจงใจไปหมด คล้ายกับความรู้สึกตอนดูหนังเรื่อง The Truman Show ที่มีความอึดอัดของการถูกจับจ้องและความไม่น่าไว้วางใจซ่อนอยู่ทุกอณู หนังสือทำหน้าที่ "ล่อหลอก" คนอ่านได้เก่งมาก มีการทิ้งเบาะแสให้เราสงสัยตัวละครต่างๆ ตลอดทาง ก่อนจะตลบหลังด้วยจุดหักมุมที่คาดไม่ถึง
.
.
📺 สิ่งที่ประทับใจ:
- การวิพากษ์สังคมและสื่อ: หนังสือสะท้อนภาพสื่อในปัจจุบันได้ดีมาก ว่าสื่อมีอิทธิพลในการชี้นำสังคมขนาดไหน และบางครั้งความจริงก็ถูกดัดแปลงเพื่อให้ดู "น่าสนใจ" มากกว่า "ถูกต้อง"
- ประเด็นเรื่องอายุความ: การพูดถึงบาดแผลของเหยื่อที่ไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา เป็นประเด็นที่ทำออกมาได้ลึกซึ้งและบีบคั้นอารมณ์มากครับ
- ภาษาและการนำเสนอ: ต้องชมคนแปลและสำนักพิมพ์ที่จัดวางฟอนต์และลำดับเรื่องได้ดีมาก อ่านแล้วลื่นไหลไม่มีสะดุด ช่วยให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่าง "เหตุการณ์ในจอ" กับ "ความจริงนอกจอ" ได้ชัดเจน
.
.
📺 ข้อสังเกต:
แม้ตัวละครบางตัวจะมีความสามารถในการไขคดีที่ดูเหนือชั้นเกินจริงไปบ้าง (สไตล์นิยายสืบสวนคลาสสิกที่ตัวเอกต้องเก่งมาก) แต่สิ่งนี้ไม่ได้ลดทอนความสนุกของเนื้อหาหลักเลย กลับช่วยให้เรื่องราวมันมีสีสันและน่าติดตามขึ้นด้วยซ้ำ
.
.
📺สรุป:
เป็นนิยายสืบสวนที่คุ้มค่ามากสำหรับสายปริศนาที่ชอบความซับซ้อนและการหักมุม คุณจะได้สนุกไปกับการเดาตัวฆาตกรที่เดายากสุดๆ และจะได้ตะกอนความคิดเรื่องจริยธรรมของสื่อกลับไปด้วยแน่นอน ใครที่กำลังลังเล... บอกเลยว่าซื้อเถอะ ไม่เสียดายเงินครับ 🙂↕️
ประโยคนี้คือจุดที่ผมพบว่ามันมีอะไรให้ขบคิดมากกว่าแค่การหาตัวคนร้ายครับ
[📍แฟลตมรณะโตเกียวเฮ้าส์ 1961 ⭐️ 4.2 / 5]
📺 พล็อตเรื่องและบรรยากาศ:
เรื่องนี้พาเราไปเกาะติดรายการ Reality Show ที่นำคดีฆาตกรรมปริศนาในปี 1961 มาปัดฝุ่นใหม่ ความรู้สึกตอนอ่านมันเหมือนเรากำลังนั่งดูรายการที่ทุกอย่างดูจงใจไปหมด คล้ายกับความรู้สึกตอนดูหนังเรื่อง The Truman Show ที่มีความอึดอัดของการถูกจับจ้องและความไม่น่าไว้วางใจซ่อนอยู่ทุกอณู หนังสือทำหน้าที่ "ล่อหลอก" คนอ่านได้เก่งมาก มีการทิ้งเบาะแสให้เราสงสัยตัวละครต่างๆ ตลอดทาง ก่อนจะตลบหลังด้วยจุดหักมุมที่คาดไม่ถึง
.
.
📺 สิ่งที่ประทับใจ:
- การวิพากษ์สังคมและสื่อ: หนังสือสะท้อนภาพสื่อในปัจจุบันได้ดีมาก ว่าสื่อมีอิทธิพลในการชี้นำสังคมขนาดไหน และบางครั้งความจริงก็ถูกดัดแปลงเพื่อให้ดู "น่าสนใจ" มากกว่า "ถูกต้อง"
- ประเด็นเรื่องอายุความ: การพูดถึงบาดแผลของเหยื่อที่ไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา เป็นประเด็นที่ทำออกมาได้ลึกซึ้งและบีบคั้นอารมณ์มากครับ
- ภาษาและการนำเสนอ: ต้องชมคนแปลและสำนักพิมพ์ที่จัดวางฟอนต์และลำดับเรื่องได้ดีมาก อ่านแล้วลื่นไหลไม่มีสะดุด ช่วยให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่าง "เหตุการณ์ในจอ" กับ "ความจริงนอกจอ" ได้ชัดเจน
.
.
📺 ข้อสังเกต:
แม้ตัวละครบางตัวจะมีความสามารถในการไขคดีที่ดูเหนือชั้นเกินจริงไปบ้าง (สไตล์นิยายสืบสวนคลาสสิกที่ตัวเอกต้องเก่งมาก) แต่สิ่งนี้ไม่ได้ลดทอนความสนุกของเนื้อหาหลักเลย กลับช่วยให้เรื่องราวมันมีสีสันและน่าติดตามขึ้นด้วยซ้ำ
.
.
📺สรุป:
เป็นนิยายสืบสวนที่คุ้มค่ามากสำหรับสายปริศนาที่ชอบความซับซ้อนและการหักมุม คุณจะได้สนุกไปกับการเดาตัวฆาตกรที่เดายากสุดๆ และจะได้ตะกอนความคิดเรื่องจริยธรรมของสื่อกลับไปด้วยแน่นอน ใครที่กำลังลังเล... บอกเลยว่าซื้อเถอะ ไม่เสียดายเงินครับ 🙂↕️
June 14, 2026
4.25⭐️
ความเละ ๆ เทะ ๆ ที่ฟังดูไม่เมกเซนส์และปั่นป่วนสิ้นดี แต่มันสนุกจนน่าตกใจ
TW: เยอะแยะมากมาย
ส่วนตัวที่ให้คะแนนสูงทั้งที่เนื้อเรื่องดูไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเป็นเพราะความ fragment ของมนุษย์ล้วน ๆ เป็นเรื่องที่ illustrates “ความบังเอิญที่จะเลว” ของมนุษย์ได้ดีมาก ๆ ตัวละครทุกตัวล้วนมีความเลวแบบ “ซะอย่างงั้น” ทั้งความหิวคอนเทนต์ ความคับแค้น เรียกได้ว่าถ้าจะให้ใครสักคนเข้าใจบาปทั้งเจ็ดของมนุษย์ ให้อ่านเล่มนี้ (อันนี้แซวเล่น ๆ เพราะความชั่วของตัวละครมันครอบคลุมจริง ๆ)
เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในช่วงโควิดที่ช่วงนั้นโลกก็มีความ fragment อยู่พอสมควร และพอประกอบกับกระแสของคอนเทนต์ที่ต้องการเรียกเรตติงอย่างเดียวทำให้เกิดเป็นเรื่องราวที่วางไม่ลง เพราะถ้าวางลงแล้วกลัวว่าจะลืมว่าเรื่องมันวุ่นไปถึงไหน
จุดคลายปมคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเล่มนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังกลับบ้านกลับช่องคือเกิดขึ้นแบบลอย ๆ และไม่มีเหตุมีมูลนอกจากความ fragment ในจิตใจ
อันนี้เตือนเลยว่าตอนจบถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดี เพราะจบแบบซะอย่างงั้นมาก ๆ
มุกที่แย่ที่สุดคือการวางแผนให้แกล้งแบบแคนดิดญี่ปุ่น ถือป้ายว่า “แบร่ แค่ล้อเล่นน่า” และให้ตำรวจยิงพลุ อันนี้คือขำก๊ากเลย คิดได้ไงก่อน
ความเละ ๆ เทะ ๆ ที่ฟังดูไม่เมกเซนส์และปั่นป่วนสิ้นดี แต่มันสนุกจนน่าตกใจ
TW: เยอะแยะมากมาย
ส่วนตัวที่ให้คะแนนสูงทั้งที่เนื้อเรื่องดูไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเป็นเพราะความ fragment ของมนุษย์ล้วน ๆ เป็นเรื่องที่ illustrates “ความบังเอิญที่จะเลว” ของมนุษย์ได้ดีมาก ๆ ตัวละครทุกตัวล้วนมีความเลวแบบ “ซะอย่างงั้น” ทั้งความหิวคอนเทนต์ ความคับแค้น เรียกได้ว่าถ้าจะให้ใครสักคนเข้าใจบาปทั้งเจ็ดของมนุษย์ ให้อ่านเล่มนี้ (อันนี้แซวเล่น ๆ เพราะความชั่วของตัวละครมันครอบคลุมจริง ๆ)
เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในช่วงโควิดที่ช่วงนั้นโลกก็มีความ fragment อยู่พอสมควร และพอประกอบกับกระแสของคอนเทนต์ที่ต้องการเรียกเรตติงอย่างเดียวทำให้เกิดเป็นเรื่องราวที่วางไม่ลง เพราะถ้าวางลงแล้วกลัวว่าจะลืมว่าเรื่องมันวุ่นไปถึงไหน
จุดคลายปมคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเล่มนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังกลับบ้านกลับช่องคือเกิดขึ้นแบบลอย ๆ และไม่มีเหตุมีมูลนอกจากความ fragment ในจิตใจ
อันนี้เตือนเลยว่าตอนจบถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดี เพราะจบแบบซะอย่างงั้นมาก ๆ
มุกที่แย่ที่สุดคือการวางแผนให้แกล้งแบบแคนดิดญี่ปุ่น ถือป้ายว่า “แบร่ แค่ล้อเล่นน่า” และให้ตำรวจยิงพลุ อันนี้คือขำก๊ากเลย คิดได้ไงก่อน
March 13, 2026
#ShelfReview แฟลตมรณะโตเกียวเฮาส์ 1961
รายการโทรทัศน์นำผู้เข้าแข่งขันอาศัยในแฟลตแห่งปี 1961 แลกเงินล้าน
เพลินมาก ติดมือมาก อ่านวันเดียวแบบรวดเดียวจบเลย สนุกแบบไหล ๆ
ตีแผ่วงการโทรทัศน์ รายการแนวเรียลลิตี้ที่ไม่เรียลลิตี้ได้เจ็บแสบพอตัว
พาไปสำรวจวิธีการทำงานของกองถ่าย ปัญหาที่ต้องเจอ และต้องแก้ไข
สิ่งนึงที่ทำให้เหวอคือเป็นเล่มที่เริ่มต้นอย่างนึง แต่ดันไปจบอีกทางเฉยเลย
ช่วงท้าย ๆ เหมือนไม่เอาอะไรแล้ว ปล่อยจอย เต็มไปด้วยคำถามแบบอิหยังวะ
ให้อารมณ์เหมือนกำลังดูสาระแน ที่พยายามตลบหลัง หักมุมไปมาตลอด
แอบรู้สึกว่าช่วงท้ายของเรื่องออกทะเลไปมากจากช่วงต้นถึงกลางที่ร่ายมา
จริง ๆ ก็รู้สึกว่าเนื้อเรื่องเริ่มหันมาออกทะเลตั้งแต่ช่วงกลาง ๆ เรื่องแล้ว
โดยรวมคืออ่านสนุก แต่ช่วงท้ายเละ ๆ เทะ ๆ ไปหน่อย จับต้นชนปลายไม่ถูก
แต่เพลินเชียวล่ะ ตลกดี แนะนำให้ปล่อยจอยได้เลยช่วงท้าย เดาไม่ถูกหรอก
7/10 .
รายการโทรทัศน์นำผู้เข้าแข่งขันอาศัยในแฟลตแห่งปี 1961 แลกเงินล้าน
เพลินมาก ติดมือมาก อ่านวันเดียวแบบรวดเดียวจบเลย สนุกแบบไหล ๆ
ตีแผ่วงการโทรทัศน์ รายการแนวเรียลลิตี้ที่ไม่เรียลลิตี้ได้เจ็บแสบพอตัว
พาไปสำรวจวิธีการทำงานของกองถ่าย ปัญหาที่ต้องเจอ และต้องแก้ไข
สิ่งนึงที่ทำให้เหวอคือเป็นเล่มที่เริ่มต้นอย่างนึง แต่ดันไปจบอีกทางเฉยเลย
ช่วงท้าย ๆ เหมือนไม่เอาอะไรแล้ว ปล่อยจอย เต็มไปด้วยคำถามแบบอิหยังวะ
ให้อารมณ์เหมือนกำลังดูสาระแน ที่พยายามตลบหลัง หักมุมไปมาตลอด
แอบรู้สึกว่าช่วงท้ายของเรื่องออกทะเลไปมากจากช่วงต้นถึงกลางที่ร่ายมา
จริง ๆ ก็รู้สึกว่าเนื้อเรื่องเริ่มหันมาออกทะเลตั้งแต่ช่วงกลาง ๆ เรื่องแล้ว
โดยรวมคืออ่านสนุก แต่ช่วงท้ายเละ ๆ เทะ ๆ ไปหน่อย จับต้นชนปลายไม่ถูก
แต่เพลินเชียวล่ะ ตลกดี แนะนำให้ปล่อยจอยได้เลยช่วงท้าย เดาไม่ถูกหรอก
7/10 .
April 13, 2026
It feels like a fresh and inventive take on the genre. It’s structured around a reality show concept, giving readers a behind-the-scenes look at how the program is filmed, which adds a unique layer of intrigue. The case itself is cleverly tied to events from 60 years ago, creating a strong sense of mystery and depth.
The pacing really picks up after around the 200-page mark—once the deaths begin, the story becomes incredibly gripping. From there, it’s fast, sharp, and full of tension. The plot is packed with twists and constant misdirection; just when you think you’ve figured it out, it pulls the rug out from under you again. You’re kept guessing the whole time, caught in a cycle of deception that makes it hard to put the book down.
The pacing really picks up after around the 200-page mark—once the deaths begin, the story becomes incredibly gripping. From there, it’s fast, sharp, and full of tension. The plot is packed with twists and constant misdirection; just when you think you’ve figured it out, it pulls the rug out from under you again. You’re kept guessing the whole time, caught in a cycle of deception that makes it hard to put the book down.
June 7, 2026
พล็อตน่าสนใจ ปกก็สวย (แต่ซื้อ ebook 555)
เรื่องราวช่วงแรกๆ หรือเรียกได้ว่ากว่าครึ่งเล่ม แทบจะเป็นการปูทางของเรื่องเลย กว่าจะเข้าสู่ปมของเรื่องจริงๆนี่ค่อนไปท้ายเล่มและ เหมือนคนแต่งเพิ่งนึกได้ว่าจะต้องดำเนินเรื่องแล้ว
บางช่วงน่าเบื่อมาก อ่านข้ามๆได้เลย โดยเฉพาะเวลาตัวละครคุยกันนอกเรื่อง ส่วนบางช่วงก็สนุกน่าติดตามมาก เช่นตอนที่เริ่มเข้าสู่รายการเรียลลิตี้แล้ว แล้วก้อกลับไปมีช่วงน่าเบื่ออีก วนๆกันไป
แม้แต่ตอนที่เกิดเหตุฆาตกรรมแล้ว สถานการณ์กำลังตึงๆเครียดๆ ก็ยังอุตส่าจะมีการคุยกันยาวๆแบบอ้อมโลก ไม่เข้าประเด็นซักที โผล่มา เหมือนคนเขียนแบบ ฉันอยากยัดประเด็นนี้มาในเรื่องอะ ใส่มาตรงนี้เลยละกัน
แล้วตอนจบก็รวบรัดเว่อ พอเฉลย แล้วหักมุมสองสามตลบ แล้วจบ!!!
ส่วนตัวรู้สึกมันดูไม่ค่อยมีศิลปะในการเล่าเรื่องอะ ทั้งๆที่ theme เรื่องมันน่าสนใจมากเลยนะจริงๆแล้ว
ให้ 2.5/5
เรื่องราวช่วงแรกๆ หรือเรียกได้ว่ากว่าครึ่งเล่ม แทบจะเป็นการปูทางของเรื่องเลย กว่าจะเข้าสู่ปมของเรื่องจริงๆนี่ค่อนไปท้ายเล่มและ เหมือนคนแต่งเพิ่งนึกได้ว่าจะต้องดำเนินเรื่องแล้ว
บางช่วงน่าเบื่อมาก อ่านข้ามๆได้เลย โดยเฉพาะเวลาตัวละครคุยกันนอกเรื่อง ส่วนบางช่วงก็สนุกน่าติดตามมาก เช่นตอนที่เริ่มเข้าสู่รายการเรียลลิตี้แล้ว แล้วก้อกลับไปมีช่วงน่าเบื่ออีก วนๆกันไป
แม้แต่ตอนที่เกิดเหตุฆาตกรรมแล้ว สถานการณ์กำลังตึงๆเครียดๆ ก็ยังอุตส่าจะมีการคุยกันยาวๆแบบอ้อมโลก ไม่เข้าประเด็นซักที โผล่มา เหมือนคนเขียนแบบ ฉันอยากยัดประเด็นนี้มาในเรื่องอะ ใส่มาตรงนี้เลยละกัน
แล้วตอนจบก็รวบรัดเว่อ พอเฉลย แล้วหักมุมสองสามตลบ แล้วจบ!!!
ส่วนตัวรู้สึกมันดูไม่ค่อยมีศิลปะในการเล่าเรื่องอะ ทั้งๆที่ theme เรื่องมันน่าสนใจมากเลยนะจริงๆแล้ว
ให้ 2.5/5
June 1, 2026
🐯 : จุดเริ่มต้นคือการหาครอบครัวมาร่วมรายการเรียลลิตี้โชว์ถ่ายทอดชีวิตอยู่แฟลตในปี 1961 ก็ได้ผู้สมัครเข้าร่วมมา 2 ครอบครัว ก็มีการเซ็ตติงสตอรี่ชีวิตกันเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ
จุดเริ่มต้นธรรมดาสามัญมาก พอครอบครัวทั้ง 2 เริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตปี1961ได้แล้วมันก็เรียบง่ายเกิน ไม่มันส์ เดี๋ยวทางบ้านไม่สนุก ต้องทำไงทีนี้ สร้างเหตุไงเออให้มันมีสีสัน สร้างกันยังไงไม่รู้ไปๆมาๆ ชห.มีคนตุย🙀
🐯 : นี่แหล่ะฮะหลังจากจุดนี้แหล่ะที่มันจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ แบบอห. ห๊ะอะไรนะ โดนหลอกแล้วหลอกอีก หลอกอีกที😂 ตอนท้ายนี่วนอ่านอยู่ 2 รอบว่าเข้าใจถูกใช่มะ จะบอกว่าสนุก(อีกแล้ว) สนุกไอ้ตอนท้ายที่มันปั่นป่วนวุ่นวายนี่แหล่ะ เล่นใหญ่แล้วก็ใหญ่ขึ้นไปอีก มาจ้ะ กวักมือ มาคาดเดาตัวคนร้ายกัน😏
จุดเริ่มต้นธรรมดาสามัญมาก พอครอบครัวทั้ง 2 เริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตปี1961ได้แล้วมันก็เรียบง่ายเกิน ไม่มันส์ เดี๋ยวทางบ้านไม่สนุก ต้องทำไงทีนี้ สร้างเหตุไงเออให้มันมีสีสัน สร้างกันยังไงไม่รู้ไปๆมาๆ ชห.มีคนตุย🙀
🐯 : นี่แหล่ะฮะหลังจากจุดนี้แหล่ะที่มันจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ แบบอห. ห๊ะอะไรนะ โดนหลอกแล้วหลอกอีก หลอกอีกที😂 ตอนท้ายนี่วนอ่านอยู่ 2 รอบว่าเข้าใจถูกใช่มะ จะบอกว่าสนุก(อีกแล้ว) สนุกไอ้ตอนท้ายที่มันปั่นป่วนวุ่นวายนี่แหล่ะ เล่นใหญ่แล้วก็ใหญ่ขึ้นไปอีก มาจ้ะ กวักมือ มาคาดเดาตัวคนร้ายกัน😏
April 13, 2026
หักมุมให้สุดและสุดจนหน้าสุดท้ายของจริงค่ะ โดยรวมสนุกติดมือแม้บางเรื่องจะดูบังเอิญเกินไป ชอบการดำเนินเรื่องจากธรรมดาสู่ความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตัวละครแต่ละตัวมีบทบาทที่ชัดเจน บทของรายการเรียลลิตี้ก็สมจริงมีบทซ้อนบท อดีตของแต่ละคนก็ค่อยๆโผล่ออกมาทีเล็กนิด แต่ก็จับทางอะไรไม่ได้เหมือนจะจับทางได้แต่ก็พลิกหักอีกละ เลยทำให้อ่านได้แบบจอยๆ อยากรู้เรื่องราวทั้งหมด
ส่วนที่อ่านแล้วติดขัดก็มีเรื่องบังเอิญพรหมลิขิตที่พาทุกคนทีเกี่ยวข้องกับคดีในอดีตเมื่อ60ปีมารวมกันและไขคดีได้จนคนอ่านงง เล่มหนาแต่สนุกจอยเกินครึ่งเล่ม ที่เหลือมีวกออกทะเลบ้างแต่ก็กลับมาเข้าฝั่งได้แต่หาจุดจอดเทียบท่าไม่ได้เลยหักให้สุด 🙂
ส่วนที่อ่านแล้วติดขัดก็มีเรื่องบังเอิญพรหมลิขิตที่พาทุกคนทีเกี่ยวข้องกับคดีในอดีตเมื่อ60ปีมารวมกันและไขคดีได้จนคนอ่านงง เล่มหนาแต่สนุกจอยเกินครึ่งเล่ม ที่เหลือมีวกออกทะเลบ้างแต่ก็กลับมาเข้าฝั่งได้แต่หาจุดจอดเทียบท่าไม่ได้เลยหักให้สุด 🙂
July 17, 2026
เป็นสืบสวนเรื่องที่ติดมือมากกกก แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าช่วงท้ายแอบแผ่ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเป๋อะไรขนาดนั้นนะ ยังติดมืออยู่ดี
แต่ส่วนที่ไม่ชอบคือรู้สึกว่าท้ายที่สุดเรื่องปูมาซะเยอะมากกกก แต่จบที่เฉลยก็เฉลยออกมาในรวดเดียวเลย แม้ว่าเฉลยมันจะพีคนะ แต่วิธีการเล่าที่ดันรู้สึกว่าไม่ได้ดีขนาดนั้นอะ
แถมจุดจบบางตัวละครก็แอบ อืม อยู่ๆก็มาเป็นงี้ คือปูตอนต้นตัวละครนี้มาเยอะมาก แต่ตอนจบดันหายต๋อม มาแค่ข่าวสารที่ถูกแจ้งให้ทราบ เลยเสียดาย ถ้ามีมุมมองตัวละครนี้มาอีกหน่อยก็คงดี แต่ก็เข้าใจว่า ถึงแทรกมาก็แปลกๆ หาทางลงไม่ถูก
คือภาพรวมมันสนุกติดมือน่าสนใจนะ แต่ต้นกับจมเหมือนอ้นคนละเรื่องเดียวกัน
แต่ส่วนที่ไม่ชอบคือรู้สึกว่าท้ายที่สุดเรื่องปูมาซะเยอะมากกกก แต่จบที่เฉลยก็เฉลยออกมาในรวดเดียวเลย แม้ว่าเฉลยมันจะพีคนะ แต่วิธีการเล่าที่ดันรู้สึกว่าไม่ได้ดีขนาดนั้นอะ
แถมจุดจบบางตัวละครก็แอบ อืม อยู่ๆก็มาเป็นงี้ คือปูตอนต้นตัวละครนี้มาเยอะมาก แต่ตอนจบดันหายต๋อม มาแค่ข่าวสารที่ถูกแจ้งให้ทราบ เลยเสียดาย ถ้ามีมุมมองตัวละครนี้มาอีกหน่อยก็คงดี แต่ก็เข้าใจว่า ถึงแทรกมาก็แปลกๆ หาทางลงไม่ถูก
คือภาพรวมมันสนุกติดมือน่าสนใจนะ แต่ต้นกับจมเหมือนอ้นคนละเรื่องเดียวกัน
April 3, 2026
อ่านดี อ่านเพลิน สนุกติดมือ เนื้อเรื่องน่าติดตาม ช่วงแรกๆรู้สึกว่าน่าสนใจด้วยความที่เซตติ้งมันคือ “เรียลลิตี้โชว์จัดฉาก” มันเลยทำให้ดูน่าสนใจด้วยตัวของมันเอง แต่ช่วงหลังๆรู้สึกว่ามีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นเยอะไปหมดจนเหมือนถูกจับยัดๆมา พยายามเอาอันนั้นชนอันนี้ เรื่องนี้ชนเรื่องนั้น รู้สึกว่าถ้าไม่พล็อตทวิสหลายตลบขนาดนี้ เรื่องมันจะดูไม่สมองไหลขนาดนี้5555554 อันนี้ช่วงท้ายๆคือสมองไหล อ่านเน้นฟีล เน้นจอย อย่าไปนึกถึงความเป็นจริง เดี๋ยวมันจะนอย
June 24, 2026
อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าคนจัญไรมารวมกัน? เรื่องนี้ทำให้นึกถึงแบบจำลองสวิสชีส ทฤษฎีรู (Swiss Cheese Model) เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลในเรื่องดูเหมือนจะเกินจริงไปมาก แต่ถ้าปัจจัยหลายๆ อย่างมารวมกันมันก็ไม่แน่เสมอไป ความระยำตำบอนของคนขาดความยับยั้งชั่งใจ มันพาให้ความบรรลัยมาเยือนกันได้ถ้วนทั่วจริงๆ
ช่วงหลังๆ อาจจะดูพลิกจนเกินเรื่องไปบ้าง แต่เราชอบมากกว่ามุกป่วยจิตที่หลายๆ เรื่องชอบใช้ อันนี้ดูเป็นการกระทำร่วมของเหล่าคนอัปรีย์ มึงเลว กูก็เลว สะเปะสะปะแต่ดูสมเป็นมนุษย์ดีค่ะ
ช่วงหลังๆ อาจจะดูพลิกจนเกินเรื่องไปบ้าง แต่เราชอบมากกว่ามุกป่วยจิตที่หลายๆ เรื่องชอบใช้ อันนี้ดูเป็นการกระทำร่วมของเหล่าคนอัปรีย์ มึงเลว กูก็เลว สะเปะสะปะแต่ดูสมเป็นมนุษย์ดีค่ะ
May 5, 2026
ตอนท้ายๆคือ หักมุมแล้วหักมุมอีก หักมาในทางที่คิดว่าน่าจะเดาถูกแต่ก็ยังมีหักอีก แต่ไม่ได้ถือว่าหักโหดแบบห๊ะอะไรขนาดนั้น อาจใช้เวลาหน่อยกว่าจะมาถึงช่วงหักมุม ตัวเนื้อเรื่องใช้เวลาปูมานานพอสมควร ตัวละครในเรื่องเยอะ ทำให้อาจงงๆได้ ตอนแรกเข้าใจว่าน่าจะประมาณ Truman show ไรทำนองนั้น แต่ไม่ แค่มี plot เป็น reality show ในแฟลตยุคโชวะเฉยๆ แอบเนือยช่วงครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังติดมืออยู่ โดยรวมถือว่าแปลกใหม่ดี
August 20, 2026
ปวดหัว ออกทะเลเลย แรกๆปูเรื่องมาไม่แย่ แต่พอใกล้จบเท่านั้นแหละ เหมือนนักเขียนพยายามยัดทุกอย่างจนเบียวไปเลย คิดว่าสามารถปูเนื้อเรื่องให้เป็นอีกแบบ แต่ได้ตอนจบแบบเดิมได้นะ หลายอย่างที่ใส่มาแล้วไม่ได้มีการพูดต่อทำให้หงุดหงิดมากอ่ะ เสียดายเวลา ตอนแรกกะจะอ่าน Robert Hunter ต่อ แต่เห็นเล่มนี้วางอยู่ในกองดองเลยหยิบมา ไม่น่าเลย TT
April 22, 2026
แปดร้อยเส้นเรื่อง สามหมื่นตัวละคร ดิชั้น มึน พลิกไม่หยุด ใครเป็นใครวะ
ชอบพาร์ท psycological ของการอยู่ในรายการเรียลลิตี้มากกว่าพาร์ทสืบสวนฆาตกรรม เสียดาย และการที่มันพยายามโยงตัวละคร หักมุมเยอะๆๆๆๆ ทำให้น้ำหนักเมสเสจเรื่องความเจ็บปวดของครอบครัวเหยื่อมันเบาลงไปมากๆๆๆๆ
แต่รวมๆ ก็ หนุกดี แหละ
ชอบพาร์ท psycological ของการอยู่ในรายการเรียลลิตี้มากกว่าพาร์ทสืบสวนฆาตกรรม เสียดาย และการที่มันพยายามโยงตัวละคร หักมุมเยอะๆๆๆๆ ทำให้น้ำหนักเมสเสจเรื่องความเจ็บปวดของครอบครัวเหยื่อมันเบาลงไปมากๆๆๆๆ
แต่รวมๆ ก็ หนุกดี แหละ
June 14, 2026
หาความสนุกไม่เจอเลย กว่าจะเข้าเรื่องเข้าราวปาไปครึ่งหน้า บอกตรงๆว่าไม่ใช่แนวสืบสวนอย่างที่คาดหวังไว้ แม้พล็อตเรื่องจะน่าติดตาม แต่วิธีการนำเสนอไม่น่าดึงดูด หนังสือเป็นเล่มเล็กๆไม่ได้หนามากยังเอาเราไม่อยู่เลย ไม่ถูกจริตจริงๆ
July 24, 2026
ยืดมาก...กว่าจะเข้าโหมดนิยายฆาตกรรม คือเลยครึ่งเล่มไปแล้ว แต่ดันไปเร่งความเร็วตอนเฉลยปม คือเฉลยโต่งๆ ที่คนอ่านคิดวิเคราะห์มาทั้งเรื่องเสียเปล่าหมด จุดหักมุม จุดคลายปม หมดความน่าตื่นเต้นไปหมดเลย
แต่อย่างน้อยปกก็สวย คำแปลไหลลื่นดี
แต่อย่างน้อยปกก็สวย คำแปลไหลลื่นดี
This entire review has been hidden because of spoilers.
August 3, 2026
รายการเรียลลิตี้โชว์แฝงแผนการณ์รื้อหาฆาตรกรย้อนหลังหกสิบปี สองครอบครัวเข้าร่วมรายการที่ทดลองใช้ชีวิตโบราณโดยไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง
ช่วงแรกอืด ๆ เพราะเป็นเฟสการร่างแผนรายการ แต่พอเริ่มแอคชั่นแล้วเรื่องเริ่มมีสีสัน เริ่มเอ้ะ เริ่มสงสัย แต่ตอนจบสุดท้ายร้องเฮ้ยยยยหนักมาก
ช่วงแรกอืด ๆ เพราะเป็นเฟสการร่างแผนรายการ แต่พอเริ่มแอคชั่นแล้วเรื่องเริ่มมีสีสัน เริ่มเอ้ะ เริ่มสงสัย แต่ตอนจบสุดท้ายร้องเฮ้ยยยยหนักมาก
March 28, 2026
ครึ่งแรกมาอย่างดี พอครึ่งหลังเท่านั้นล่ะ อีรุงตุงนังไปหมด ไม่รู้จะต้องโฟกัสตรงไหนก่อนเลย
September 6, 2026
ฟีลเดียวกับไถตต สมองไหลมาก🤪
September 20, 2026
ผิดหวัง คาดไว้กว่าที่คิดสูงเกินไป กว่าจะเข้าเรื่องฆาตกรรมก็เกือบท้ายๆเรื่อง ค่อนข้างน่าเบื่อ เรื่องนี้ไม่ค่อยสืบสวนมาก ออกแนวให้เราอ่านไปเรื่อยๆ
May 29, 2026
สนุก fast pace แปลดี ไม่ยืดยาด แต่ชื่อตัวละครแอบงง เพราะชื่อยาวมาก555 ตอนจบหักมุมหลายตลบ แต่ถ้าเทียบกับหนังสือที่เคยอ่านของ freida ก็ยังทำไม่ถึงเท่า เลยให้ 4/5 ดาวไป
April 1, 2026
อ่านจบไปซักพักแล้ว ต้องขอย้อนกลับมารีวิวซักหน่อย เลิกอ่านนิยายสืบสวนญี่ปุ้นไปนานมาก เพราะเหนื่อยกับชื่อตัวละคร และ โทนการบรรยายสไตล์ญี่ปุ่น แต่เรื่องนี้สนุกมากกกก หักมุมแล้วหักมุมอีก จนคิดว่ายังจะหักมุมต่ออีกเหร๊อออ
Displaying 1 - 30 of 30 reviews




























