Ariya590 reviews72 followersFollowFollowJanuary 20, 2018รู้สึกว่าตัวเองมักจะถูกดึงดูดเข้าหาหนังสือประเภทนี้ตลอดอย่างไม่ทราบสาเหตุ ตอนแรกที่เห็นชื่อหนังสือก็มีอคตินะ ถามตัวเองว่า นี่จะอ่านอะไรแนวเหงาๆ อีกแล้วเหรอ การใช้คำว่า กรอบอารมณ์ ยิ่งชวนให้นึกถึงหนังสือประเภทความเรียงที่ใช้วาทกรรมเหงาๆ ทั้ง "เปราะบาง" "แหว่งวิ่น" "วังวน" "ความหมายของชีวิต" และอีกหลายคำที่เบาหวิว และเลี่ยน จวนเจียนจะกลายเป็นความเกร่อในงานเขียนไทยจำนวนหนึ่งไปแล้วแต่เรื่องสั้นของผาดเล่มนี้ให้มุมมองที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน อย่างแรกคือภาษา แทนที่เราจะได้เห็นสำนวนการใช้คำที่ฟุ่มเฟือยซ้ำๆ เรากลับเจอการพลิกแพลง และปล่อยของในแต่ละบท ด้วยการใช้คำที่ไม่คุ้นหูแต่เหมาะเจาะ และเข้าปากเวลาอ่าน (จะไม่ขอยกตัวอย่างละนะ แต่ถ้าอ่านไปบทแรก ปีกของนักเขียน แม้จะเป็นบทที่เราชอบน้อยที่สุด แต่จะเห็นว่ามีการใช้คำที่เราเจอแต่เฉพาะในงานเขียนของนักเขียนรุ่นเก่าไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่คำที่ตกสมัยด้วย) พูดง่ายๆ คือนักเขียนเก่งในการเรียบเรียงและหลากคำ ทำให้งานเขียนอ่านแล้วสนุกกับการได้เห็นคำต่างๆ เหล่านี้ร้อยเรียงในประโยคร้อยแก้ว ทำให้อ่านเพลินมากส่วนที่ชอบอีกอย่างคือเนื้อหา ที่ไม่ได้พูดถึงแง่มุมความเหงาซ้ำซากอีกต่อไป แม้ว่าเรื่องของผาดจะเป็นเรื่องธรรมดาที่หาได้ในงานเขียนชิ้นอื่นๆ ทั้งผู้หญิงรักคุด ผู้หญิงที่แอบรักข้างเดียว ฝรั่งแก่ที่ขาดความรัก นักเขียนไทยจนๆ หรือความแตกหักในครอบครัวที่มีแม่ทะเยอทะยานและวิ่งไล่ตามความฝันของชนชั้นกลาง แต่ผาดใส่ความเฉพาะตัวในการเล่าชีวิตคนเหล่านี้ให้ดูน่าสนใจด้วยบริบทที่หนักแน่น การหยิบเหตุการณ์นู่นนี่มาใส่ หรือการบรรยายแค่การซื้ออาหารแช่แข็งในซุปเปอร์มาร์เก็ต และการแย่งชิงไก่แช่แข็ง หรือการยกเรื่องความสัมพันธ์ที่เข้ากันอย่างประหลาดของสัตวแพทย์และนักกีฬาเอ็กซตรีมที่เป็นเจ้าของสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด เลยทำให้เรื่องความเหงาของผาดไม่เลื่อนลอย เบาหวิว แต่จับต้องได้ เป็น slice of life ที่อ่านแล้วรู้สึกทั้งน่าเอ็นดู หัวเราะในมุมจิกกัดเสียดสีนิดๆ จากโทนของเรื่องที่เล่าทั้งแบบหน้าตาย บางครั้งก็ละเมียดละไมวิธีการปูพื้นตัวละคร และเหตุการณ์เรียบง่าย แต่มีสิ่งตกค้างบางอย่าง เป็นวิธีการเขียนอย่างหนึ่งที่ได้เปลี่ยนรูปแบบของการถ่ายทอดความเหงา จากคำที่แสดงความรู้สึกแง่ลบของมนุษย์ เป็นคำที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ และความมีชีวิต ซึ่งบางทีมนุษย์อย่างเราเองก็เป็นฝ่ายโอบรับความเหงานั้นไว้เอง บางทีก็ด้วยความขันขื่น เช่นที่หญิงสาวเทไก่ทอดทิ้งในตอนจบ (โลกของกิ่ง) หรือด้วยความเสียใจแต่ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าคิดถึงโอกาสที่พลาดไปตอนนั้น (กล่องเก็บความทรงจำที่ถูกลืม) หรือบางทีก็อยากจะตายให้พ้นๆ ไม่ใช่เพราะความเหงา แต่เพราะความอายที่จะยอมรับกับตัวเองว่าเหงา (ในเมืองที่ปราศจากเเก๊สหัวเราะ)2018
เอกภพ สิทธิวรรณธนะAuthor 6 books36 followersFollowFollowDecember 17, 2015กรอบอารมณ์ของคนบางกอก เป็นกรอบอารมณ์เหงา กรอบที่ขังผู้คนชั้นกลางในโลกที่อ้างว้างขัง ชนิดนี้มิได้ขังด้วยกรงเหล็ก หากด้วยเวิ้งว้างของความสัมพันธ์ ด้วยปัจเจกหนึ่งมิอาจเชื่อมโยงกับอีกหนึ่งปัจเจก หาไม่แล้วเชื่อมโยงนั้นก็กลับเท็จ ฟุ้งฝัน เก่าคร่ำ หรือล่วงลับไปแล้วความเหงาของตัวละครในกรอบอารมณ์ฯ มิใช่เหงาด้วยไม่มีใครคบ แต่เพราะไม่อาจแนบอิง เชื่อมสนิทกับใครคนนั้น เหมือนมีมิติเว้าแหว่งบิดเบนเร้นลับมาขวางกั้นเป็นวงกต เล่นตลกคนเหงาให้ไม่อาจคว้ากุมโยงใยที่โหยหาได้เต็มมือ คนเหงาจึงเหงาเรื่อยไป วิญญาณที่โหวงว่างจึงยังไม่ถูกเติมเต็มฉากเมืองบางกอกแม้เป็นเมืองที่มีสีสัน มีคนเยอะแยะ ทว่าแต่ละคนเหมือนม่านพร่าปิดกั้นตัวเองจากคนอื่น และปิดกั้นตนเองจากตนเอง คงด้วยความไม่วางใจคนอื่น หวาดกลัวเสี้ยวส่วนแห่งตนเอง เกิดเป็นภาวะด้าวดิ้นภายใน ดิ้นรนจากตนเองความเหงาอาจบรรเทาได้ด้วยหยิบยื่นแห่งมิตรภาพจากผู้อื่น แต่มันก็น่าเจ็บใจที่พบว่ามิตรภาพนั้นบางครั้งก็ฟุ้งฝัน เคลิ้มเบา หาตัวตนมิได้ เป็นไปไม่ได้ - ความเหงาอ้างว้างจึงยิ่งโลดแล่นอาละวาด ฉีกวิญญาณให้กระจัดกระจายไม่เป็นชิ้นเป็นอันกรอบอารมณ์ของคนบางกอก จึงเหมาะกับคนเหงาที่ต้องการตอกย้ำความเหงา หรือเหมาะกับคนเหงาที่ยังไม่รู้ตัวว่าเหงา ทั้งยังเหมาะกับคนไม่เหงาที่ปรารถนาเข้าใจคนเหงา (อันเดินเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด) เพื่อจะได้เปิดโอกาสให้เราได้สัมพันธ์กับคนเหงาอย่างวางใจ สร้างมิตรภาพบนพื้นฐานของความศรัทธาไม่แน่นัก ชาวบางกอกอาจเปลี่ยนกรอบอารมณ์
Freeclub22 reviews9 followersFollowFollowMarch 21, 2015*แด่ความเดียวดายในสังคมชั้นกลางบางกอก ที่ดารดาษไปด้วยคนในโหมดออโต้ไพล็อตมีโลกเสมือนคอยสมานให้คนไกล ใกล้…และแปลกแยกคนใกล้ ให้ไกลออกไปเรื่อยๆ...สิ่งซึ่งไม่สำคัญ สำคัญพวกเขาเดินอยู่ในสังคมของเรานี่แหละ เหมือนเพื่อน เหมือนคนรู้จัก ที่เราอาจจะเห็นเพียงด้านหนึ่ง และเนิ่นนานต่อมา เราจึงได้รู้จักเขาอีกด้านหนึ่ง...ผ่านอีกสถานการณ์หนึ่ง*ระหว่างที่กำลังคิดว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้ยังไงก็นึกไปถึงตัวละครตัวหนึ่งในนิยายเรื่องหนึ่ง (ขอโทษ ผมจำรายละเอียดไม่ได้) ตัวละครตัวนั้นในทุกๆ วันจะไปนั่งที่ม้านั่งใจกลางเมืองเพื่อนั่งมองดูชีวิตของคนที่ผ่านไปผ่านมา ตกเย็น เขาก็กลับ เป็นกิจวัตรเช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่แบกม้านั่งมาให้เรานั่งมองดูชีวิตของคน ชีวิตของคนธรรมดาทั่วไปที่เราอาจจะเคยรู้จัก หรือเดินผ่านเขาไปโดยไม่รู้ตัว คนธรรมดาทั่วไปที่เพิ่มรายละเอียดเล็กๆ อีกนิดว่า ชีวิตของคนทั่วไปเหล่านั้นล้วนมีความเหงาเข้ามาเป็นส่วนประกอบ กรอบอารมณ์ของคนบางกอกเป็นเหมือนเรื่องสั้นของแต่ละคนเหงาแทนแต่ละบท ในโลเคชั่นของกรุงเทพฯ ตามชื่อเรื่อง มีตัวละครจากบทอื่นเข้ามาเดินเผ่นผ่านเป็นบางครั้งเสมือนตัวประกอบ ซึ่งไม่มีผลกับเรื่องเสียเท่าไหร่ มันเลยไม่มีลักษณะเป็นวงกลมเหมือนนวนิยายหลายเรื่องเขาทำกัน ผมเพิ่งอ่านงานวรรณกรรมของผาด ก่อนหน้านั้นอ่านความเรียงของเขา ซึ่งไม่ชอบมาก หมั่นไส้มาก แต่งานเขียนของพี่แกคนละเรื่องเลยครับ มันมีความลื่นไหลและมีสัมผัสที่อ่านแล้วนอกจากจะคิดได้ไงแล้วยังกวนตีนด้วย ไอ้ความลื่นไหลมันดีตรงที่ว่ามันทำให้เราเห็นรายละเอียดของความเหงาตัวละคร มันชัดเจนและอ่านเพลินดี แต่ไม่ได้ทำให้เราเหงาไปกับมันนะ เพราะเวลาอ่านความเหงาของคนอื่น ก็ไม่แปลว่าเราต้องเหงาตามนี่นา*บางส่วนจากคำนำและคำอุทิศ*
รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์Author 11 books108 followersFollowFollowMarch 9, 2015หมัดหนักๆตามสไตล์ผาด พาสิกรณ์ ที่เล่นเอาคนเหงา (ที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเหงา) จุกไม่ใช่เล่นผาดพาเราไปตามดูชีวิตตัวละครคนเมืองที่เชื่อมสานด้วยเส้นใยบางๆที่ให้ความรู้สึกเหมือนเรื่องสั้นมากกว่านวนิยายบางช่วงบางตอน ให้ความรู้สึกเหมือนชีวิตหรืออนาคตของตัวเองได้เข้าไปเหลื่อมซ้อนกับตัวละคร หนังสือเล่มนี้ เหมาะสำหรับคนเหงา ที่มีย่านอาศัยใจกลางเมือง
Iggyizzy2000196 reviews10 followersFollowFollowJune 8, 20177เรื่องสั้นสะท้อนภาพเงา ความเหงาอันเป็นธีมหลักของคนเมืองหลวงบางเรื่องพูดถึงความเหลื่อมล้ำจากการมองภายนอกกฎที่ถูกวางกรอบไว้ในใจของคนกรุงส่วนเรื่องที่เหลือล้วนน่าอ่าน บ้างก็เรื่องคนเหงาๆที่ต้องออกมาหาอะไรกินตอนดึกบ้างก็เรื่องความลวดลายเนียนของผู้ชายที่ใช้จริตยิ่งกว่าผู้หญิง และ ผู้หญิงไม่มีวันทันเรื่องของคนที่เมืองใหญ่กว่าหลงเข้ามาในเมืองนี้ (กรุงเทพ)และเรื่องอื่นๆ หากแต่ไม่มีเรื่องราวยิ่งใหญ่ใดๆแต่ละเรื่องเล็กๆเป็นมุมๆ ของสังคมกรุงเทพหากสะท้อนหลายด้านเมืองใหญ่ แสงสี ผู้คนมากหน้าหลากหลาย ทุกใบหน้าถูกแทรกสอดด้วย 'ความเหงา'