What do you think?


นิกกับพิม
เรื่องราวความสดใสน่ารักของหนึ่งหนุ่มสาว
และหมา ๒ ตัวที่อยู่ไกลกันคนละขอบฟ้า
.................................................................
โฮ่ง โฮ่ง ผมชื่อ นิก ครับ
เป็นหมาพันธุ์บ๊อกเซอร์มาจากสวิตเซอร์แลนด์
แต่เจ้านายพามาอยู่ที่ป่าภูเขียวเมืองไทยนี่
โฮ่ง โฮ่ง ผมชื่อนิม...เอ้ย พิม ครับ
เป็นหมาพูเดิลอยู่ที่ซูริชแบร์กในสวิตเซอร์แลนด์
เพื่อนผมเจ้านิกเมื่อก่อนเราเคยเจอกันบ่อยๆ
เพราะเจ้านายของเราชอบออกไปเดินเล่นที่ปาร์คด้วยกัน
ใช่...ใช่...แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เจอพิมแล้ว ด้วยความคิดถึงมากกกกก...
ผมจึงตัดสินใจเขียนจดหมายไปหาเจ้าพิมดีกว่า
เอ๊...แต่เจ้านายเราสองคนนี่ก็แปลก
บางทีอ่านจดหมายของเราแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
แต่บางทีก็ดูซึมเศร้า กังวลใจ เหมือนอยากจะเจอกันใจจะขาด
พวกเขาจะได้เจอกันมั้ยน๊า...เพราะพวกผมก็อยากเจอกันเหมือนกันนี่นา
สุดท้ายนี้เอาเป็นว่าพวกผม ๒ คน...เอ้ย ๒ ตัว
ขอกระดิกหางทักทายพวกคุณทุกคนครับ
และหมา ๒ ตัวที่อยู่ไกลกันคนละขอบฟ้า
.................................................................
โฮ่ง โฮ่ง ผมชื่อ นิก ครับ
เป็นหมาพันธุ์บ๊อกเซอร์มาจากสวิตเซอร์แลนด์
แต่เจ้านายพามาอยู่ที่ป่าภูเขียวเมืองไทยนี่
โฮ่ง โฮ่ง ผมชื่อนิม...เอ้ย พิม ครับ
เป็นหมาพูเดิลอยู่ที่ซูริชแบร์กในสวิตเซอร์แลนด์
เพื่อนผมเจ้านิกเมื่อก่อนเราเคยเจอกันบ่อยๆ
เพราะเจ้านายของเราชอบออกไปเดินเล่นที่ปาร์คด้วยกัน
ใช่...ใช่...แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เจอพิมแล้ว ด้วยความคิดถึงมากกกกก...
ผมจึงตัดสินใจเขียนจดหมายไปหาเจ้าพิมดีกว่า
เอ๊...แต่เจ้านายเราสองคนนี่ก็แปลก
บางทีอ่านจดหมายของเราแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
แต่บางทีก็ดูซึมเศร้า กังวลใจ เหมือนอยากจะเจอกันใจจะขาด
พวกเขาจะได้เจอกันมั้ยน๊า...เพราะพวกผมก็อยากเจอกันเหมือนกันนี่นา
สุดท้ายนี้เอาเป็นว่าพวกผม ๒ คน...เอ้ย ๒ ตัว
ขอกระดิกหางทักทายพวกคุณทุกคนครับ
240 pages, Paperback
First published January 1, 1977
About the author
ว. ณ ประมวญมารค
13 books41 followersพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต (20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463 — 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520) หรือพระนามเดิม หม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต (ราชสกุลเดิม: รัชนี) นักเขียนชาวไทย เจ้าของนามปากกา ว.ณ ประมวญมารค มีผลงานประพันธ์ที่สร้างชื่อเสียงจากเรื่อง ปริศนา
Associated Names:
* Princess Vibhavadi Rangsit
* V Na Pramuanmark
Associated Names:
* Princess Vibhavadi Rangsit
* V Na Pramuanmark
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 19 of 19 reviews
June 16, 2016
★★★★★★★★★★ มีร้อยดาวก็จะให้ ไม่รับความเห็นต่าง 😎
กลับมาอ่านอีกครั้งหลังจากเก็บไว้ฝุ่นจับอยู่ที่บ้านมาเกือบๆ 20 ปี เกือบลืมไปแล้วว่าตอนเด็กๆเราชอบมาก อ่านเกินสิบรอบแน่ๆ เพราะมันขายฝัน 555 หนุ่มสาวพบรักกันที่ยุโรป ก่อนชีวิตจะแยกกันไปคนละทิศทางเพราะความเข้าใจผิด พิเชษกลับไทยมาอยู่บ้านสวนที่อ.ภูเขียว ส่วนมนทิราก็อยู่กับครอบครัวที่สวิสต่อไป (แบบงงๆว่าพิเชษเป็นอะไร) 😅 แต่ยังดีที่พระเอกกลั้นใจเขียนจดหมายหานางเอก (ด้วยความน้อยใจ) สองคนเลยตกลงกันใหม่ว่า เออ งั้นเขียนจดหมายหากัน ผ่านมุมมองของนิก (บ๊อกเซอร์) กับพิม (พูเดิ้ล) หมาของทั้งสองคนที่ได้มาเลี้ยงในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นแบบนี้แทนไปก่อนแล้วกัน
เหม็นฟามรักปะ น่ารัก ชห
อ่านตอนเด็กก็เข้าใจเรื่องราวในแบบเด็กๆ ตอนนี้เราอายุเยอะแล้ว แต่อ่านแล้วก็ยังรู้สึกขำปนเอ็นดู ความละครไทย ดราม่าจิกกัดชนชั้น จิกกัดทหาร จิกกัดไฮโซ จิกกัดคนจีนโพ้นทะเลใดๆในเนื้อเรื่อง เราชอบกลิ่นอายของความคนไทยในต่างแดน ฟีลพริกขี้หนูกับหมูแฮมยุค 90s เทียบกันแล้วชีวิตช่างเรียบง่ายต่างจากยุคนี้จัง! เราชอบที่กว่าดอกรักจะบานก็ปาเข้าไปปีสองปีกว่าๆ แบบเข้าใจว่าลคกๆทั้งคนก็แคร์กันและกันทั้งในระดับของความเป็นเพื่อนหรืออะไรที่มันมากกว่านั้น รู้สึกเห็นใจทั้งสองคน ที่ก็ใช้ภาษาหมาๆเล่าเรื่องพันสิ่งให้กัน แต่พอเจออุปสรรคอยากเจอหน้าก็ทำไม่ได้ อยู่คนละประเทศ 😅 ถึงรู้อยู่แล้วว่าจบยังไง แต่ระหว่างทางก็ยังบันเทิงอยู่ดี ช่วงท้ายๆเร้าหรือมาก มันง่ายแต่ก็ลงตัวแบบนิยายรอมคอมที่ดืออะ ประทับใจจนน้ำตาแตกไปอีกหนึ่งยก 🤣
ชอบความรู้สึกแบบหมาๆที่ทั้งสองใช้ถ่ายทอดระหว่างแลกเปลี่ยนจดหมายกัน เขียนได้น่ารักมาก อ่านแล้วอยากกอดหมาตลอดไป 💕
--------
ชีวิตช่วงนี้มีเรื่องให้หวนย้อนวัยไป 14 อีกครั้งหลายอย่างเลย เยอะสิ่งมาก 🥲 ถือเป็นช่วงเวลาของการฮีลลิ่ง inner child (ฟีลหนัง 13 going 30 หนูโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน อะไรแบบนั้น) --- คือก็ไม่คิดเหมือนกันว่าการไล่อ่านนิยายที่ชอบสมัยเด็กก็ช่วยชโลมใจเราได้แบบแปลกๆ เหมือนได้ระลึกถึงเด็กคนนั้นอีกครั้งด้วยความเมตตา ... ถ้าไม่ใช่ว่าสัญญิงสัญญาเพื่อนไว้ว่าจะส่งต่อให้คงไม่ได้อ่าน ก็ต้องขอบคุณคุณเพื่อนผู้นั้นด้วยเช่นกัน 💕
กลับมาอ่านอีกครั้งหลังจากเก็บไว้ฝุ่นจับอยู่ที่บ้านมาเกือบๆ 20 ปี เกือบลืมไปแล้วว่าตอนเด็กๆเราชอบมาก อ่านเกินสิบรอบแน่ๆ เพราะมันขายฝัน 555 หนุ่มสาวพบรักกันที่ยุโรป ก่อนชีวิตจะแยกกันไปคนละทิศทางเพราะความเข้าใจผิด พิเชษกลับไทยมาอยู่บ้านสวนที่อ.ภูเขียว ส่วนมนทิราก็อยู่กับครอบครัวที่สวิสต่อไป (แบบงงๆว่าพิเชษเป็นอะไร) 😅 แต่ยังดีที่พระเอกกลั้นใจเขียนจดหมายหานางเอก (ด้วยความน้อยใจ) สองคนเลยตกลงกันใหม่ว่า เออ งั้นเขียนจดหมายหากัน ผ่านมุมมองของนิก (บ๊อกเซอร์) กับพิม (พูเดิ้ล) หมาของทั้งสองคนที่ได้มาเลี้ยงในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นแบบนี้แทนไปก่อนแล้วกัน
เหม็นฟามรักปะ น่ารัก ชห
อ่านตอนเด็กก็เข้าใจเรื่องราวในแบบเด็กๆ ตอนนี้เราอายุเยอะแล้ว แต่อ่านแล้วก็ยังรู้สึกขำปนเอ็นดู ความละครไทย ดราม่าจิกกัดชนชั้น จิกกัดทหาร จิกกัดไฮโซ จิกกัดคนจีนโพ้นทะเลใดๆในเนื้อเรื่อง เราชอบกลิ่นอายของความคนไทยในต่างแดน ฟีลพริกขี้หนูกับหมูแฮมยุค 90s เทียบกันแล้วชีวิตช่างเรียบง่ายต่างจากยุคนี้จัง! เราชอบที่กว่าดอกรักจะบานก็ปาเข้าไปปีสองปีกว่าๆ แบบเข้าใจว่าลคกๆทั้งคนก็แคร์กันและกันทั้งในระดับของความเป็นเพื่อนหรืออะไรที่มันมากกว่านั้น รู้สึกเห็นใจทั้งสองคน ที่ก็ใช้ภาษาหมาๆเล่าเรื่องพันสิ่งให้กัน แต่พอเจออุปสรรคอยากเจอหน้าก็ทำไม่ได้ อยู่คนละประเทศ 😅 ถึงรู้อยู่แล้วว่าจบยังไง แต่ระหว่างทางก็ยังบันเทิงอยู่ดี ช่วงท้ายๆเร้าหรือมาก มันง่ายแต่ก็ลงตัวแบบนิยายรอมคอมที่ดืออะ ประทับใจจนน้ำตาแตกไปอีกหนึ่งยก 🤣
ชอบความรู้สึกแบบหมาๆที่ทั้งสองใช้ถ่ายทอดระหว่างแลกเปลี่ยนจดหมายกัน เขียนได้น่ารักมาก อ่านแล้วอยากกอดหมาตลอดไป 💕
--------
ชีวิตช่วงนี้มีเรื่องให้หวนย้อนวัยไป 14 อีกครั้งหลายอย่างเลย เยอะสิ่งมาก 🥲 ถือเป็นช่วงเวลาของการฮีลลิ่ง inner child (ฟีลหนัง 13 going 30 หนูโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน อะไรแบบนั้น) --- คือก็ไม่คิดเหมือนกันว่าการไล่อ่านนิยายที่ชอบสมัยเด็กก็ช่วยชโลมใจเราได้แบบแปลกๆ เหมือนได้ระลึกถึงเด็กคนนั้นอีกครั้งด้วยความเมตตา ... ถ้าไม่ใช่ว่าสัญญิงสัญญาเพื่อนไว้ว่าจะส่งต่อให้คงไม่ได้อ่าน ก็ต้องขอบคุณคุณเพื่อนผู้นั้นด้วยเช่นกัน 💕
May 6, 2015
น่ารัก สนุก ตลก ดราม่า หักมุม ครบครัน
เป็นหนังสือที่อ่านเมื่อไรก็ยิ้มค่ะ ^^
เป็นหนังสือที่อ่านเมื่อไรก็ยิ้มค่ะ ^^
May 19, 2014
ตอนอ่านคิดออกเยอะมากว่าจะเขียนว่าอะไร กว่าจะกลับถึงบ้าน ความคิดก็ร่วงหล่นหายไปกับสายลมและแสงแดดร้อนๆไปซะละ
นิกกับพิม...ได้ยินชื่อเรื่องมานาน เค้าว่าเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยก่อน เราล่ะเสียดายสมัยเราเกิดไม่ทัน
ไม่ใช่ไม่ทันนิกกับพิมนะ ไม่ทันหนังสือนอกเวลาในวิชาภาษาไทย... ไม่เคยมีเลยค่ะ ถ้ามีนี่คนแบบเราคงปลื้มมาก ดูสิ นิกกับพิมสนุกมากเลย
เราเชื่อว่าเราเข้าใจไม่ผิดว่า เค้าไม่บังคับให้มีแล้ว เพราะตัวเราเองนี่ก็ย้ายโรงเรียนหลายครั้ง
บางโรงเรียนอาจจะคงไว้ เช่น โรงเรียนน้องเรา ให้อ่านเรื่องข้างหลังภาพ เป็นต้น
ไม่ทราบว่าทำไมเขาถึงยกเลิก เราคิดว่า การมีหนังสือนอกเวลาให้อ่าน มันก็ดีนะ ส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่าน หนังสือช่วยจรรโลงจิตใจ
ถึงไม่อ่านหนังสือก็ต้องอ่านบทวิเคราะห์ ต้องฟังเรื่องอยู่ดี เราเองก็เพิ่งเคยเจอการอ่านหนังสือนอกเวลาในวิชาภาษาอังกฤษระดับมหาวิทยาลัย
ชอบมาก ไม่ใช่หนังสือนะคะ (Great Expectations ฉบับย่อ เราไม่เข้าใจ symbolism ของมันเท่าไรนักเลยไม่อิน)
ชอบโมเม้นที่ทุกคนมาเม้ามอยกันเรื่องหนังสือ เล่าสู่กันฟัง ถกเถียงกัน เป็นที่สนุกสนานมาก ถ้าหนังสือนอกเวลามันสนุกเหมือนนิกกับพิมคงจะดี
เราสนใจเรื่องนิกกับพิมมานานแล้ว ได้ยินว่า เป็นจดหมายของเจ้าตูบสองตัวส่งหากัน
น่าสนใจสุดๆ เคยอ่านหนังสือเรื่อง "สปังค์กี้" เป็นหนังสือที่เจ้าตูบน้อยสปังค์กี้เป็นคนเล่าเรื่อง เราชอบมุมมองแบบนี้นะคะน่ารักดี
แต่เรื่องนิกกับพิมน่ารักกว่าอ่ะ หัวเราะคิกคักทั้งเรื่องเลย นายของพิม ไอเดียดี เซี้ยวไม่ใช่เล่น ที่น่ารักกว่าคือนายของนิกก็เล่นไปด้วย
เรางี้อ่านจดหมายไป คิดไป โหย น่ารักมากค่ะ ประดิษฐ์ประดอยเขียนจดหมายในฐานะเจ้าตูบถึงกัน ชอบคนสมัยก่อนจริงๆค่ะ
นิกกับพิม...ได้ยินชื่อเรื่องมานาน เค้าว่าเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยก่อน เราล่ะเสียดายสมัยเราเกิดไม่ทัน
ไม่ใช่ไม่ทันนิกกับพิมนะ ไม่ทันหนังสือนอกเวลาในวิชาภาษาไทย... ไม่เคยมีเลยค่ะ ถ้ามีนี่คนแบบเราคงปลื้มมาก ดูสิ นิกกับพิมสนุกมากเลย
เราเชื่อว่าเราเข้าใจไม่ผิดว่า เค้าไม่บังคับให้มีแล้ว เพราะตัวเราเองนี่ก็ย้ายโรงเรียนหลายครั้ง
บางโรงเรียนอาจจะคงไว้ เช่น โรงเรียนน้องเรา ให้อ่านเรื่องข้างหลังภาพ เป็นต้น
ไม่ทราบว่าทำไมเขาถึงยกเลิก เราคิดว่า การมีหนังสือนอกเวลาให้อ่าน มันก็ดีนะ ส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่าน หนังสือช่วยจรรโลงจิตใจ
ถึงไม่อ่านหนังสือก็ต้องอ่านบทวิเคราะห์ ต้องฟังเรื่องอยู่ดี เราเองก็เพิ่งเคยเจอการอ่านหนังสือนอกเวลาในวิชาภาษาอังกฤษระดับมหาวิทยาลัย
ชอบมาก ไม่ใช่หนังสือนะคะ (Great Expectations ฉบับย่อ เราไม่เข้าใจ symbolism ของมันเท่าไรนักเลยไม่อิน)
ชอบโมเม้นที่ทุกคนมาเม้ามอยกันเรื่องหนังสือ เล่าสู่กันฟัง ถกเถียงกัน เป็นที่สนุกสนานมาก ถ้าหนังสือนอกเวลามันสนุกเหมือนนิกกับพิมคงจะดี
เราสนใจเรื่องนิกกับพิมมานานแล้ว ได้ยินว่า เป็นจดหมายของเจ้าตูบสองตัวส่งหากัน
น่าสนใจสุดๆ เคยอ่านหนังสือเรื่อง "สปังค์กี้" เป็นหนังสือที่เจ้าตูบน้อยสปังค์กี้เป็นคนเล่าเรื่อง เราชอบมุมมองแบบนี้นะคะน่ารักดี
แต่เรื่องนิกกับพิมน่ารักกว่าอ่ะ หัวเราะคิกคักทั้งเรื่องเลย นายของพิม ไอเดียดี เซี้ยวไม่ใช่เล่น ที่น่ารักกว่าคือนายของนิกก็เล่นไปด้วย
เรางี้อ่านจดหมายไป คิดไป โหย น่ารักมากค่ะ ประดิษฐ์ประดอยเขียนจดหมายในฐานะเจ้าตูบถึงกัน ชอบคนสมัยก่อนจริงๆค่ะ
June 15, 2019
เรื่องน่ารักมาก เราจะตกหลุมรักและเอ็นดูหมาพันธุ์บ็อกเซอร์ตัวใหญ่และพูเดิลตัวเล็กขนหยิกดำอย่างโงหัวไม่ขึ้นเลย
.
ชอบความอธิบายสิ่งต่างๆผ่านความรู้สึกของนิกกับพิม มันจริงเหลือเกินในความรู้สึกเรา ที่หมาทำกริยานี้เพราะสิ่งนี้ หมาทำท่านั้นเพราะสิ่งนั้น คือคนเลี้ยงหมาจะยิ่งอินเข้าไปใหญ่ นอกจากนี้ยังได้เห็นความเป็นไปของวิถีคนไทยต่างจังหวัดเลี้ยงหมา กับต่างประเทศเลี้ยงหมา มันต่างกันสิ้นเชิง ความอิสระเสรีเทียบกันไม่ได้!
.
ส่วนเรื่องราวของคุณมนกับคุณพิเชฐ(จอมทึ่ม)คือเรื่องรองไปเลย ความรักแรกพบกับความเข้าใจผิดนี่อยู่ในตัวของพระเอกนิยายไทยจริงๆ
.
ชอบความอธิบายสิ่งต่างๆผ่านความรู้สึกของนิกกับพิม มันจริงเหลือเกินในความรู้สึกเรา ที่หมาทำกริยานี้เพราะสิ่งนี้ หมาทำท่านั้นเพราะสิ่งนั้น คือคนเลี้ยงหมาจะยิ่งอินเข้าไปใหญ่ นอกจากนี้ยังได้เห็นความเป็นไปของวิถีคนไทยต่างจังหวัดเลี้ยงหมา กับต่างประเทศเลี้ยงหมา มันต่างกันสิ้นเชิง ความอิสระเสรีเทียบกันไม่ได้!
.
ส่วนเรื่องราวของคุณมนกับคุณพิเชฐ(จอมทึ่ม)คือเรื่องรองไปเลย ความรักแรกพบกับความเข้าใจผิดนี่อยู่ในตัวของพระเอกนิยายไทยจริงๆ
July 5, 2019
ชอบมากกก เรื่องน่ารักมากกกกก ใครที่ชอบสไตล์การดำเนินเรื่องด้วยวิธีการเขียนโต้ตอบจดหมาย อย่างคุณพ่อขายาว(แต่คุณพ่อขายาวจะเป็นขาเดียวมากกว่าโต้ตอบ) เรื่องนี้คือหนังสือของคุณ เสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่จดหมายนั้นเป็นของ'หมา'2 ตัวเล่าเรื่องของตัวเองและเจ้านายซึ่งก็คือพระเอกและนางเอก เรื่องที่เขียนก็คือไลฟ์สไตล์ ความเป็นไปของคน 2 คนที่อยู่คนละประเทศ คือ ไทย และ สวิสเซอร์แลนด์ แต่นำเสนอผ่านมุมมองของ'หมา'🐶 เนื้อเรื่องสอดแทรกวัฒนธรรม ภาษา ความเป็นอยู่ของคนทั้ง 2 ประเทศและเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงหมา และวีรกรรมต่างๆของหมา 2 ตัว คนที่รักหมาพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง❤️
ปล จริงๆ เรื่องของคุณ ว. ณ ประมวญมารค มักมีลักษณะคล้ายหนังสือพาท่องเที่ยวอยู่ในตัว บรรยายสถานที่ต่างๆและการดำเนินชีวิตในตัว ตัวอย่างเช่นเรื่อง รัตนาวดี ซึ่งหนังสือประเภทนี้สำหรับตัวเราเป็นแนวที่ถูกโฉลกชอบมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว ดังนั้นรีวิวนี้อาจเรียกได้ว่ามีความชอบส่วนตัวในระดับหนึ่ง on top of รีวิวจริง
ปล จริงๆ เรื่องของคุณ ว. ณ ประมวญมารค มักมีลักษณะคล้ายหนังสือพาท่องเที่ยวอยู่ในตัว บรรยายสถานที่ต่างๆและการดำเนินชีวิตในตัว ตัวอย่างเช่นเรื่อง รัตนาวดี ซึ่งหนังสือประเภทนี้สำหรับตัวเราเป็นแนวที่ถูกโฉลกชอบมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว ดังนั้นรีวิวนี้อาจเรียกได้ว่ามีความชอบส่วนตัวในระดับหนึ่ง on top of รีวิวจริง
March 6, 2014
อ่านเมื่อสมัยยังเด็ก (กว่านี้) รู้สึกชอบมากครับ เป็นตัวอย่างที่ดีของการเล่าเรื่องด้วยจดหมาย โดยผ่านตัวละครน่ารักอย่างสุนัข เนื้อหาถ่ายทอดผ่านสิ่งที่สุนัขได้ไปพบเจอ (แต่คนเป็นคนเขียนให้) เรื่องอ่านไปได้อย่างต่อเนื่องไม่รู้สึกเหมือนมีช่องว่างโหว่ระหว่างจดหมายแต่ละฉบับ ชอบมากๆ ครับ ทั้งขำ ทั้งกดดันของคนที่ต้องรอจดหมายของอีกฝ่าย ซึ่งซ่อนได้อย่างแนบเนียน ทั้งยังปริศนาว่าสรุปแล้วนางเอกมีครอบครัวแล้วจริงๆน่ะหรือ? ลุ้นแทนพระเอกเชียว
ประทับใจเล่มนี้มาก หากมีเวลาคงได้อ่านอีก
ประทับใจเล่มนี้มาก หากมีเวลาคงได้อ่านอีก
March 10, 2023
“ถ้าฉันพูดได้คงตอบไม่ถูก นี่โชคดีที่พูดไม่ได้ก็เลยไม่ต้องตอบ”
Book: นิกกับพิม
Writer: ว. ณ ประมวญมารค
#หยิบมาเพราะ
ได้รับการแนะนำโดยคุณครูที่เคารพรัก Artsy Arthri by Kru Fon บอกว่าเป็นหนังสือนอกเวลาที่น่ารักและสนุก ครูบอกแค่ว่า เป็นเรื่องของหมาสองตัวที่เขียนจดหมายหากัน แค่นี้ก็น่าสนใจแล้ว
#ภาพรวม
ดีใจที่เชื่อครู เพราะหนังสือเล่มนี้ น่ารัก สนุก และละมุนละไม ดีต่อใจอย่างที่สุด ยกให้เป็นหนังสือเบาสบายที่ชวนผ่อนคลายในวันเครียดๆ ให้ผ่านไปได้ด้วยความบันเทิงจากตัวอักษรกันเลยทีเดียว
เรื่องราวของนิกกับพิม เกิดขึ้นโดยการเขียนจดหมายเล่าเรื่องชีวิตของตัวเอง โดยนิก หมาบ๊อกเซอร์ที่อยู่เมืองไทย และพิม หมาพูเดิลที่อาศัยอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ นอกจากฉากสวยๆ ทั้งภูเขาและท้องป่าจากบ้านนิก ไปจนถึงวิวสวยๆ และอากาศดีๆ จากฝั่งบ้านของพิมแล้วนั้น เรื่องสนุกๆ ที่หมาสองตัวเล่าให้กันและกันฟัง ผสมผสานกับมุมมองแบบหมาๆ และการนินทาเจ้านายไปด้วยในที ช่างสนุกเพลิดเพลิน แปลกใหม่ และมอบความอบอุ่นหัวใจให้แก่ผู้อ่านเป็นอย่างดี
ทีแรก อิ้งก์เคยรู้จักกับนิยายที่ใช้เทคนิคการเล่าแบบนี้มาก่อนแล้วสองเรื่อง คือ “ในฝัน” และ “คุณพ่อขายาว” ที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องชีวิตของตัวละครผ่านการเขียนจดหมาย แต่ก็เพิ่งเคยได้อ่าน จดหมายจากหมาถึงหมา เป็นครั้งแรกก็เรื่องนี้เองค่ะ เคยได้ยินว่าเล่มนี้ถูกจัดเป็นหนังสือนอกเวลาสมัยเรียนด้วย น่าเสียดายที่ไม่รู้จักกันตั้งแต่ตอนนั้น เพราะยุคสมัยที่เขียนในเรื่องนี้ ถ้าได้อ่านตั้งแต่ตอนเรียนน่าจะอินกว่านี้มาก เพราะเรื่องการเดินทาง หรือการไปอยู่ต่างถิ่นต่างประเทศในสมัยก่อน เป็นเรื่องที่น่าสนใจและเปิดโลกเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเทียบกับสมัยนี้แล้ว คงกลายเป็นเรื่องปกติไปเฉยๆ
นิกและพิม หมาทั้งสองตัวในเรื่องนี้ให้ความบันเทิงกับเราเป็นอย่างมาก จนแทบเกือบลืมเรื่องความรักของเจ้านายหมาทั้งสองไปเลยทีเดียว โดยเฉพาะวลีอุทานแบบหมาๆ “ให้หมัดกัดซิ!” ทำเอาทางเราฮาลั่น ถือว่าผู้เขียนมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีมากจริงๆ ทั้งๆ ที่นิยายถูกเขียนมาตั้งแต่ปี 2537 แล้วแท้ๆ ขอยกให้เป็นนิยายคลาสสิคอีกเรื่องที่คนรักนิยายและคนรักหมา ไม่ควรพลาดค่ะ
#นิกกับพิม
#inkeysbookpacker
Book: นิกกับพิม
Writer: ว. ณ ประมวญมารค
#หยิบมาเพราะ
ได้รับการแนะนำโดยคุณครูที่เคารพรัก Artsy Arthri by Kru Fon บอกว่าเป็นหนังสือนอกเวลาที่น่ารักและสนุก ครูบอกแค่ว่า เป็นเรื่องของหมาสองตัวที่เขียนจดหมายหากัน แค่นี้ก็น่าสนใจแล้ว
#ภาพรวม
ดีใจที่เชื่อครู เพราะหนังสือเล่มนี้ น่ารัก สนุก และละมุนละไม ดีต่อใจอย่างที่สุด ยกให้เป็นหนังสือเบาสบายที่ชวนผ่อนคลายในวันเครียดๆ ให้ผ่านไปได้ด้วยความบันเทิงจากตัวอักษรกันเลยทีเดียว
เรื่องราวของนิกกับพิม เกิดขึ้นโดยการเขียนจดหมายเล่าเรื่องชีวิตของตัวเอง โดยนิก หมาบ๊อกเซอร์ที่อยู่เมืองไทย และพิม หมาพูเดิลที่อาศัยอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ นอกจากฉากสวยๆ ทั้งภูเขาและท้องป่าจากบ้านนิก ไปจนถึงวิวสวยๆ และอากาศดีๆ จากฝั่งบ้านของพิมแล้วนั้น เรื่องสนุกๆ ที่หมาสองตัวเล่าให้กันและกันฟัง ผสมผสานกับมุมมองแบบหมาๆ และการนินทาเจ้านายไปด้วยในที ช่างสนุกเพลิดเพลิน แปลกใหม่ และมอบความอบอุ่นหัวใจให้แก่ผู้อ่านเป็นอย่างดี
ทีแรก อิ้งก์เคยรู้จักกับนิยายที่ใช้เทคนิคการเล่าแบบนี้มาก่อนแล้วสองเรื่อง คือ “ในฝัน” และ “คุณพ่อขายาว” ที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องชีวิตของตัวละครผ่านการเขียนจดหมาย แต่ก็เพิ่งเคยได้อ่าน จดหมายจากหมาถึงหมา เป็นครั้งแรกก็เรื่องนี้เองค่ะ เคยได้ยินว่าเล่มนี้ถูกจัดเป็นหนังสือนอกเวลาสมัยเรียนด้วย น่าเสียดายที่ไม่รู้จักกันตั้งแต่ตอนนั้น เพราะยุคสมัยที่เขียนในเรื่องนี้ ถ้าได้อ่านตั้งแต่ตอนเรียนน่าจะอินกว่านี้มาก เพราะเรื่องการเดินทาง หรือการไปอยู่ต่างถิ่นต่างประเทศในสมัยก่อน เป็นเรื่องที่น่าสนใจและเปิดโลกเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเทียบกับสมัยนี้แล้ว คงกลายเป็นเรื่องปกติไปเฉยๆ
นิกและพิม หมาทั้งสองตัวในเรื่องนี้ให้ความบันเทิงกับเราเป็นอย่างมาก จนแทบเกือบลืมเรื่องความรักของเจ้านายหมาทั้งสองไปเลยทีเดียว โดยเฉพาะวลีอุทานแบบหมาๆ “ให้หมัดกัดซิ!” ทำเอาทางเราฮาลั่น ถือว่าผู้เขียนมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีมากจริงๆ ทั้งๆ ที่นิยายถูกเขียนมาตั้งแต่ปี 2537 แล้วแท้ๆ ขอยกให้เป็นนิยายคลาสสิคอีกเรื่องที่คนรักนิยายและคนรักหมา ไม่ควรพลาดค่ะ
#นิกกับพิม
#inkeysbookpacker
Read
March 20, 2026Nick and Pim is the first book I’ve read by W. Na Pramuanmark (H.R.H. Princess Vibhavadi Rangsit).
The story begins in Zürich, where Pichet and Montira meet by chance. Pichet owns a boxer dog named Nick, and Montira has a poodle named Pim. They spend some time together, but eventually separate because of a misunderstanding. Even though they clearly like each other, their arrogance gets in the way, so instead of writing directly, they choose to communicate through their pets, It feels like you’re reading the owners’ gossip through their pets, Which is such a fun and creative idea. I think that’s what makes the story so unique and enjoyable.
I really like W. Na Pramuanmark’s writing style it’s why I’ve read a lot of her books. Her main characters are usually confident, bold, and a bit bratty, which is honestly my favorite type of character.
Also, a cute coincidence both my father and my uncle bought me this book, so now I somehow have three copies of Nick and Pim on my shelf.
I’d defenitely recommend it to anyone who enjoys slice-of-life stories, dog centered plot, and light romantic comedy.
The story begins in Zürich, where Pichet and Montira meet by chance. Pichet owns a boxer dog named Nick, and Montira has a poodle named Pim. They spend some time together, but eventually separate because of a misunderstanding. Even though they clearly like each other, their arrogance gets in the way, so instead of writing directly, they choose to communicate through their pets, It feels like you’re reading the owners’ gossip through their pets, Which is such a fun and creative idea. I think that’s what makes the story so unique and enjoyable.
I really like W. Na Pramuanmark’s writing style it’s why I’ve read a lot of her books. Her main characters are usually confident, bold, and a bit bratty, which is honestly my favorite type of character.
Also, a cute coincidence both my father and my uncle bought me this book, so now I somehow have three copies of Nick and Pim on my shelf.
I’d defenitely recommend it to anyone who enjoys slice-of-life stories, dog centered plot, and light romantic comedy.
May 24, 2018
เคยอ่านตั้งแต่สมัยประถม จำได้ว่าเรื่องนี้สนุกมาก เป็นแนวน่ารัก เขียนจดหมายตอบกันสื่อผ่านระหว่างนิคกับพิม เป็นหนึ่งในหนังสือที่ชอบที่สุด ครั้งแรกอ่านจากห้องสมุดที่โรงเรียนแล้วชอบมากเลยหาซื้อเก็บไว้เล่มหนึ่งและยังเก็บจนถึงวันนี้
August 8, 2019
หนังสือเก่ากระดาษเหลืองแทบขาดตอนจับ
หนังสือเก่า พิมพ์ด้วยฟ้อนแบบพิมพ์ดีด
คนสองคน
หมาสองตัว
คนแกล้งทำเป็นหมาเพื่อส่งจดหมายคุยกัน
หมาชอบอะไรที่คนไม่ชอบ
ดอกไม้เหม็น
สนุกดี อ่านละรักหมาอยากเลี้ยงหมาเท่ๆ
หนังสือเก่า พิมพ์ด้วยฟ้อนแบบพิมพ์ดีด
คนสองคน
หมาสองตัว
คนแกล้งทำเป็นหมาเพื่อส่งจดหมายคุยกัน
หมาชอบอะไรที่คนไม่ชอบ
ดอกไม้เหม็น
สนุกดี อ่านละรักหมาอยากเลี้ยงหมาเท่ๆ
June 27, 2018
หนังสืออ่านนอกเวลาสมัยมัธยม ที่ทำให้รู้ว่า (นิยาย) รัก เป็นยังไง หวานละมุนและอบอุ่นหัวใจ
January 24, 2022
เป็นหนังสือที่อ่านมากครั้งที่สุดเท่าที่จำได้
เป็นเรื่องหมา ๆ ที่อ่านเพลินมาก หมา 2 ตัวคุยกัน โดยมีคนเป็นสื่อ เป็นหนังสือที่ไม่มีพิษภัยเลยค่ะ เหมาะกับคนทุกวัยจริง ๆ
เป็นเรื่องหมา ๆ ที่อ่านเพลินมาก หมา 2 ตัวคุยกัน โดยมีคนเป็นสื่อ เป็นหนังสือที่ไม่มีพิษภัยเลยค่ะ เหมาะกับคนทุกวัยจริง ๆ
May 29, 2023
น่ารักมากกกกกกก พระเอกซึนไม่กล้าจีบนางเอกตรงๆ แต่ก็ชอบมากเกินกว่าจะปล่อยไปเปล่าๆ เลยคุยกันผ่านสื่อคือน้องหมา นิกกับพิม
เล่าเรื่องผ่านมุมตัวเล็กคือน่ารักที่สุดเข้าใจการเป็นทาสหมาโดยแท้จริง
เล่าเรื่องผ่านมุมตัวเล็กคือน่ารักที่สุดเข้าใจการเป็นทาสหมาโดยแท้จริง
June 17, 2025
รักนักเขียน อ่านจอย ๆ สนุกดี เหมือนได้เปิดกล่องภาษา ได้เรียนรู้ภาษาจดหมายขึ้นเยอะ
August 30, 2019
นิกกับพิม เล่มนี้สำหรับเราคือ สุดจะโรแมนติค ด้วยบรรยากาศของฉากหลัง และการสื่อสารถึงกัน ผ่านมุมมองของนิกกับพิมได้น่ารักที่สุด ใครว่ารักแท้แพ้ระยะทาง คงผิดซะแล้วสำหรับเรื่องนี้ …
January 23, 2015
อ่านสมัยเป็นหนังสือนอกเวลาตอนม.ต้น ดำเนินเรื่องได้น่ารัก น่าติดตามมากๆ การดำเนินเรื่องโดยการผ่านหมา 2 ตัว เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้รักการอ่านหนังสือนอกเวลา
May 30, 2019
มีดีมากกกกกก!!!
December 25, 2014
น่ารักมาก :)
April 6, 2017
ปมของนางเอกทำให้ตอนแรกแทบไม่อยากอ่าน เพราะเข้าใจผิดไปกับพระเอกด้วย พออ่านสปอยเลยเข้าใจและอ่านจนจบ
ชอบการบรรยายในมุมมองของสุนัข น่าสนใจและสนุกมาก
เป็นเล่มที่หยิบมาอ่านบ่อยเช่นกัน เนื้อหาน่ารัก
ชอบการบรรยายในมุมมองของสุนัข น่าสนใจและสนุกมาก
เป็นเล่มที่หยิบมาอ่านบ่อยเช่นกัน เนื้อหาน่ารัก
Displaying 1 - 19 of 19 reviews


















