Jump to ratings and reviews
Rate this book

Happy Expiration Date สุขสันต์วันหมดอายุ

Rate this book
"เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไรให้พังน้อยที่สุด"

วันนี้คงมีเรื่องปวดหัวมากมาย
แต่พรุ่งนี้ก็ต้องกัดฟันสู้เอาชีวิตรอดต่อไปเหมือนเดิม

9 เรื่องราวชวนหัวเกี่ยวกับวันหมดอายุที่จะสั่นสะท้านทุกเฉดอารมณ์
ตั้งแต่ชายผู้ถูกคุมขังในบ้านพักพิลึก คดีป่วนที่เขย่าขวัญคนทั้งหมู่บ้าน
ความลับดำมืดของหมอฟัน เด็กน้อยที่เติบโตในยุคเหมืองดาวเคราะห์น้อย
ตู้เย็นของแม่ที่อัดแน่นด้วยอดีตเรียกน้ำตา
และอื่นๆ ที่จะซึมลึกในห้วงอารมณ์

ผลงานของนักเขียนรางวัลพานแว่นฟ้า รางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ และผู้เขียน GHOST ME FREE WIFI
สะท้อนความพังของมนุษย์เมื่อชีวิตสู้กลับจนเกินต้าน
แต่ไม่ว่าเราจะสะบักสะบอมแค่ไหน
ชีวิตก็ยังสวยงามพอให้ก้าวต่อเสมอ

236 pages, Paperback

Published March 1, 2026

Loading...
Loading...

About the author

See also: สีพรำ (นามปากกา)

ทพ.ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด เป็นทันตแพทย์และนักเขียนชาวไทย เคยได้รับรางวัลซีไรต์ในปี พ.ศ. 2567 จากผลงานเรื่อง กี่บาด

ประเสริฐศักดิ์เป็นชาวจังหวัดจันทบุรี จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี พ.ศ. 2554 ทำให้เขาย้ายไปเชียงใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นของความหลงใหลและสนใจในวัฒนธรรมล้านนา โดยประเสริฐศักดิ์เคยขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ทำงานที่เชียงใหม่ แต่ก็ไม่เป็นดังหวัง และได้ไปทำงานที่โรงพยาบาลเลย ตำแหน่งทันตแพทย์ชำนาญการ แทน

เขาเริ่มเขียนนิยายในปี พ.ศ. 2563 ขณะกำลังเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด ก่อนจะมีผลงานชิ้นแรกคือ "รุกขฆาตกร" (2564) ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์สำหรับเด็กวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี และผลงานอื่นๆ ในลำดับถัดมาที่ได้รับรางวัลเช่นกัน อาทิ

  - “ข่วงผีฟ้า” ได้รับรางวัลชนะเลิศในโครงการ ลาว คำหอม MasterClass
  - “ศุภลักษณ์” ได้รับรางวัลชนะเลิศรางวัลเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ รุ่นประชาชนทั่วไป ปี พ.ศ. 2566
  - “สักสี” ได้รับรางวัลชมเชยรางวัลวรรณกรรมพานแว่นฟ้า ปี พ.ศ. 2566
  - "กี่บาด” รางวัลรองชนะเลิศในโครงการ Writer Zeed ครั้งที่ 4 ปี 2566 / รางวัลซีไรต์ ปี พ.ศ. 2567
  - “เมื่อไหร่โซฟาจะหายเหม็น” ได้รับรางวัล กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ครั้งที่ 8
  - “พระธาตุล้ม” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
5 (31%)
4 stars
7 (43%)
3 stars
3 (18%)
2 stars
1 (6%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 4 of 4 reviews
Profile Image for DucklingReader.
106 reviews9 followers
April 4, 2026
หนังสือที่ชวนคุยเรื่องที่หลายคนเลี่ยงจะพูดถึงอย่าง ความตาย เรื่องสั้นในแต่ละเรื่องกลับถ่ายทอดออกมาอย่างอบอุ่นและชวนคิด

ในเล่มนี้มี 9 เรื่องราว เป็ดน้อยชอบทุกเรื่องเลยค่ะ เล่มนี้คนละแนวกับ Ghost Me Free WiFi เลยค่ะ เล่มนั้นขำมาก ตลกมาก แต่เล่มนี้จะชวนคนอ่านได้คิด ดีใจที่ได้อ่านมากจริง ๆ

จัด tier ล่ะกัน
- บ้านวิมังสา … ซึม
- ตัณหากลับ … ห๊ะ อะไรนะ
- R6M (Recall 6 months) … 🥈หักมุมสุด
- บรรลุมิติภาวะ ... เพลิน ๆ
- ฒ เดินย่อง … ไซไฟอวกาศทำเป็ดร้องไห้ ยัยเด็กหน้าปก
- ตู้เย็นแม่ …🥇ซึม ซึ้ง สุด ๆ
- สุขสันต์วันหมดอายุ … ชอบนะ ชอบเลยล่ะ ตัวเอกเตรียมพร้อมกับช่วงท้ายของชีวิตได้ดีมาก
- วอร์ดติดต่อญาติไม่ได้ … สงสารพยบ.ในเรื่อง
- มีความเกี่ยวข้องเป็น...🥉นึกถึงที่ทำงานเก่าเลยค่ะ เลยให้อันดับ 3 อินมาก ตลค ดราม่าสุด

แต่ละเรื่องยังมีความเชื่อมโยงกันอยู่นะคะ ทำได้โอเคเลย ไซไฟ อวกาศก็มีนะคะ ในเล่มนี้ หน้าปกก็สวยมาก ๆ ส่วนภาษาที่ใช้เขียนก็ดีมาก ๆ อยู่แล้วค่ะ อ่านเพลิน ลื่น เข้าถึงอารมณ์ได้ง่าย

ข้อความจากปกหลังของหนังสือเล่มนี้ บอกว่า เนื้อหาเล่มนี้จะสะท้อนช่วงเวลาที่ชีวิตสู้กลับไม่ว่าจะสะบักสะบอมแค่ไหน ชีวิตก็ยังคงสวยงาม เพราะมันผลักให้เราก้าวเดินต่อ ความตายจึงไม่ใช่จุดจบ แต่จะเป็นแรงผลักให้เราใช้ชีวิตอย่างเริ่ดดดด ถ้ามนุษย์เป็นอมตะ เราอาจไม่เห็นความหมายของวันธรรมดาเลยนะคะ

ถ้าวันหนึ่งเราต้องตาย เราอยากใช้ชีวิตก่อนวันนั้นอย่างไร บางทีวันตายอาจเป็นวันที่ควรเฉลิมฉลองไม่ต่างจากวันเกิดก็ได้

สุขสันต์วันหมดอายุล่วงหน้านะคะ
ยอดนักอ่านทุกคน
Profile Image for chapterly.
75 reviews2 followers
Read
August 18, 2026
น้องเชปเตอร์รู้สึกว่าเล่มนี้เป็นหนังสือที่พูดถึง “ความตาย” แต่จริง ๆ แล้วกลับทำให้เราหันกลับมามอง “ชีวิต” มากกว่า ข้อความหลังปกที่บอกว่า ต่อให้ชีวิตจะสู้กลับจนเราสะบักสะบอมแค่ไหน มันก็ยังมีความสวยงามอยู่ น้องเชปเตอร์ว่ามันเป็นความคิดที่เรียบง่าย แต่พอเอามานั่งคิดจริง ๆ กลับสะกิดใจมาก เพราะบางทีเราก็ใช้ชีวิตเหมือนมีเวลาเหลืออยู่เยอะมาก เลื่อนสิ่งที่อยากทำออกไปก่อน เดี๋ยวค่อยไป เดี๋ยวค่อยบอก เดี๋ยวค่อยมีความสุข จนลืมไปว่าวันธรรมดาแต่ละวันก็มีวันหมดอายุของมันเหมือนกัน

สิ่งที่ชอบคือหนังสือไม่ได้ทำให้ความตายเป็นแค่เรื่องเศร้าหรือเรื่องที่ต้องกลัว แต่เหมือนชวนเราถามกลับว่า ถ้ารู้ว่าวันหนึ่งเราจะตายจริง ๆ เราอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่แบบไหน อยากอยู่กับใคร อยากทำอะไร อยากรักใคร หรือมีอะไรที่อยากพูดแต่ยังไม่ได้พูดบ้าง น้องเชปเตอร์ชอบความคิดที่ว่า วันตายอาจไม่ได้เป็นเพียงวันที่ทุกอย่างจบลง แต่อาจเป็นวันที่ทำให้เราเห็นชัดที่สุดว่า ก่อนหน้านั้นเราเคยมีชีวิตอยู่มากแค่ไหน เพราะถ้ามนุษย์ไม่มีวันหมดอายุเลย เราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการได้ตื่นมาในเช้าวันหนึ่งเป็นเรื่องพิเศษแค่ไหน

อ่านแล้วมันเลยมีทั้งความเศร้า ความอบอุ่น และความรู้สึกอยากกลับไปใช้ชีวิตอีกนิด อยากกินของอร่อย อยากกอดคนที่รัก อยากทำสิ่งที่เอาแต่บอกตัวเองว่าไว้ก่อน เพราะชีวิตไม่ได้สัญญาว่าจะมี “ไว้ก่อน” ให้เราเสมอไป เล่มนี้เลยเหมือนค่อย ๆ บอกว่า ไม่ต้องรอให้ชีวิตสมบูรณ์แบบก่อนถึงจะเริ่มใช้มันก็ได้ ชีวิตที่สะบักสะบอม มีวันที่พัง มีวันที่ร้องไห้ มีวันที่ไม่รู้จะไปทางไหน ก็ยังเป็นชีวิตของเราอยู่ดี และบางทีความหมายของมันอาจอยู่ตรงการที่เรายังเลือกเดินต่อทั้งที่รู้ว่าสุดท้ายปลายทางของทุกคนก็เหมือนกัน

น้องเชปเตอร์อ่านจบแล้วเลยรู้สึกว่า “สุขสันต์วันหมดอายุ” เป็นคำอวยพรที่ประหลาดดีนะ แต่ก็น่ารักมาก เพราะมันเหมือนเตือนเราว่า ในเมื่อวันนั้นต้องมาถึงอยู่แล้ว ก่อนจะถึงวันนั้นก็ขอให้เราใช้วันที่ยังเหลืออยู่ให้คุ้มหน่อย ใช้ชีวิตให้เริ่ด ๆ ในแบบของเราเอง แล้วถ้าวันหมดอายุมาถึงจริง ๆ อย่างน้อยเราจะได้พูดกับตัวเองว่า เออ เราเคยใช้ชีวิตมาจริง ๆ นะ ไม่ได้แค่รอให้มันผ่านไปเฉย ๆ
Profile Image for Rubice ..
17 reviews
August 5, 2026
โอเคเลย แต่ละตอนให้มู้ดที่ไม่ต่างกันมาก แต่ทำงานกับใจได้พอสมควร ทุกคนมีวันหมดอายุ แค่ไม่ได้ติดบนฉลากเหมือนผลิตภัณฑ์ และการที่เราได้ใช้ชีวิตแค่ละวันก็เป็นสิ่งที่พิเศษแล้ว
Profile Image for Bighead_Monster.
382 reviews
June 24, 2026
รูปลักษณ์ : สวยงาม หะรูหะรา มองเพลินตา
เนื้อหา : อ่านแล้วรู้สึกโกรธตัวเอง ว่าทำไมกันหนอถึงต่อไม่ค่อยติด บางตอนก็ดีตามมาตรฐาน อ่านแล้วรู้สึกเข้ากับธีม(ซักที) และบางตอนชวนให้ท้อในการอ่านเหลือหลาย (ภาษาอีสานคงจะอุทานว่า จั่งแม่น จั๊กอีหยัง) ซึ่งแน่นอนว่าผิดที่ผมเอง ขอเวลาทำใจ ปั้นปั่นรีวิวครู่ใหญ่ ๆ
.
.
รวมเรื่องสั้นธีมดิสโทเปียร่วมสมัย ในโลกอนาคตที่พัฒนาไปควบคู่กับบางอย่างที่กำลังล่มสลายลง เป็นการหมดอายุของคนวัยหนึ่ง ที่ทั้งถึงจุดสิ้นสุด จุดโรยรา บางเรื่องเข้าใจ(ชอบเรื่องตู้เย็นแม่) แต่บางตอนคือทำไมเหตุใดเป็นเช่นนี้มาก ต่อติดยากไปนิด ไวป์หดหู่ปนอบอุ่นสอดแทรกอารมณ์ขัน(คนละคลื่นความถี่กับเรา)
.
.
เรื่องสั้น9เรื่อง ชวนให้ขบคิดทบทวนในใจกับการมีชีวิตอยู่-การจากไป สะท้อนความพังทลายกับการดิ้นรนในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกมากนัก แสดงภาพการหมดอายุของผู้คนที่ถ่ายทอดทั้งอารมณ์ เกลียด กลัว สูญเสีย เหงา พูดถึงความตาย ความเหนือจริง ในเรื่องใกล้-ไกลตัว เสียดสี+ตลกร้าย(ค่อนไปทางตลกลึก)

ธีมหลักของเล่มคือ สุขสันต์วันหมดอายุ(ชื่อตอนหนึ่งในเล่ม) ก่อนอ่านเราคิดว่ากิมมิคนี้ออกมายังไงได้บ้าง ดูท่าจะสนุก(สำหรับเราแน่) แต่อ่านไปค่อนข้างไม่เข้าใจคอนเซปต์เท่าไหร่(เป็นความไม่เข้าใจของเราเอง) ได้แต่หงุดหงิดว่าหมดอายุแบบไหน ทำไมเข้าใจยากจัง เล่ายากเกินไปหรือเราเข้าไม่ถึงเอง

ในแง่ของความสวยงามของภาษาและการร้อยเรียงเรื่องราว ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความตั้งใจอย่างดี มีความสะท้อนอารมณ์มนุษย์ในหลายแง่มุม แต่คนอ่านคือเราค่อนข้างสะบักสะบอมในการจะต่อติดกับเนื้อหา ซึ่งนี่เป็นเล่มแรกที่เราได้อ่านจากผลงานทั้งหมดของคุณนักเขียน ถ้าเฉพาะเล่มนี้รู้สึกว่าไม่ใช่ทางเท่าไหร่

แต่ละเรื่องจุดเด่นคือมีบรรยากาศและไวป์ที่แตกต่างกันออกไปแทบจะสิ้นเชิง เดี๋ยวสังเวช หดหู่ กระหยิ่มยิ้มร้าย น่าใจหาย แล้วกลับมาอบอุ่น บ้างตอนก็ขำขันจิกกัด มีต้นลำดวนเป็นกิมมิคเป็น easter Egg เล็ก ๆ ในแต่ละตอน (เป็นความสนุกหนึ่งที่ทำให้อ่านต่อ เพื่อที่จะเจอต้นลำดวนของตอนเหล่านั้น)

มีความใส่ประเด็นทางสังคมเข้ามาหลายอย่าง แปลกใหม่ ลึกซึ้ง บางตอนอ่านไปจนจบเราไม่เข้าใจว่าต้องการอะไร เข้าก็ไม่ได้ จะออกก็ไม่แน่ใจว่าต้องไปทางไหน บางตอนไม่ทิ้งอะไรให้เลยเพราะไม่รู้จะคิดตามจุดไหน แต่บางตอนก็ดีทีเดียว(2จาก9) ในแง่งามของผู้สูงวัย อันมีความรีเลทกับเซตติ้งและชื่อเล่ม

ประเด็นสังคมที่สอดแทรกเรียกได้ว่าครบครันใส่เต็ม มีทั้งเรื่องอายุ-วัย เพศ ระบอบปิตาฯ การเมือง เทคโนโลยีการแพทย์ โลกทุนนิยม เซตติ้งมีความเป็นไทยผสมวัฒนธรรมร่วมสมัย ด้านสำนวน+การดำเนินเรื่องอ่านไม่ได้ยาก แต่มุมมองการเล่าที่ใส่ผ่านตัวละคร บางจังหวะแอบต่อไม่ติด อินตามยากกว่าที่คิด

ภาพรวมเป็นโทนเสียดสีสังคม สำนวนเขียนดี(แต่พล็อต+ไวป์ไม่ใช่ทางเรา) เผยเสี้ยวความรู้สึกมนุษย์ที่ต้องการจะดำรงอยู่แม้ช่วงสิ้นสุดต้องมาถึง สำรวจสิ่งที่เรียกว่าการหมดอายุ การโรยราของทั้งทางกายภาพและสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่มีในตัวมนุษย์ทุกคน ทั้งความฝัน ความหวัง และความเชื่อที่เคยยึดติด

บ้านวิมังสา : ชายชราผู้หลงลืมตัวตนถูกคุมตัวอยู่ในบ้านพักคนชราพร้อมผู้ดูแล เซตติ้งดีแต่จบแบบไม่รู้ว่าต้องการอะไรจากคนอ่าน /ตัณหากลับ : คดีอื้อฉาวที่คนทั้งหมู่บ้านต้องจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรสออกชาติ อ่านจบให้มองได้หลายแง่มุม แต่ไวป์ออกมาประหลาดมากในมุมมอง+ทัศนคติที่มีต่อผู้หญิงในตอน

R6M : ความลับของคนไข้ที่นัดหมอทุก6เดือน เผยประเด็นการสูญเสีย ความบอบช้ำทางใจ /บรรลุมิติภาวะ : คำทายทักของชีเฒ่าที่มีต่อบุตรของคหบดีว่าให้ออกบวชจนไปสู่การบรรลุมิติภาวะ ระหว่างทางบวชก็เจอผู้คน มีการเล่าเรื่องราวอดีต เป็นตอนที่ห่างไกลจากคนอ่านเช่นเราในทุกมิติ อ่านจบเกาหัวแกรก

ฒ เดินย่อง : ตอนนี้อบอุ่นกลมกล่อม ภาพรวมค่อนข้างดีงามทีเดียว เรื่องราวของคุณยายที่เลี้ยงดูหลานชายคนเดียวมาเพียงลำพัง จากเด็กน้อยที่เกิดมาในยุคที่โลกเราสามารถเดินทางไปดาวเคราะห์อื่น จนได้เติบโตได้ดิบได้ดีในเวย์ของตน เติมไฟความฝันความหวังผ่านการสอนหลานของคุณยายผู้แสนสตรอง

ตู้เย็นแม่ : หลังการจากไปของแม่ ลูก ๆ ก็มาเคลียร์ของในตู้เย็นที่เต็มไปด้วยอดีตของแม่และครอบครัว จนได้รู้ความจริงหลายสิ่ง ทั้งสะเทือนใจปนอบอุ่น เป็นตอนที่ดีรีเลทสุดในเล่ม /อีก3ตอนที่เหลือคือมิตรภาพความทรงจำของผู้คนกับการไปเริ่มต้นอีกครั้งบนดาว/คนไข้ชราผู้ถูกลืมไว้ในวอร์ด/ชีวิตรักอันเศร้าสร้อย

วรรคที่ชอบ

- อะไรที่เข้าไปอยู่ในตู้เย็นแม่แล้ว มันจะอยู่ในนั้นชั่วนิรันดร์
Displaying 1 - 4 of 4 reviews