DucklingReader106 reviews9 followersFollowFollowApril 4, 2026หนังสือที่ชวนคุยเรื่องที่หลายคนเลี่ยงจะพูดถึงอย่าง ความตาย เรื่องสั้นในแต่ละเรื่องกลับถ่ายทอดออกมาอย่างอบอุ่นและชวนคิดในเล่มนี้มี 9 เรื่องราว เป็ดน้อยชอบทุกเรื่องเลยค่ะ เล่มนี้คนละแนวกับ Ghost Me Free WiFi เลยค่ะ เล่มนั้นขำมาก ตลกมาก แต่เล่มนี้จะชวนคนอ่านได้คิด ดีใจที่ได้อ่านมากจริง ๆจัด tier ล่ะกัน- บ้านวิมังสา … ซึม- ตัณหากลับ … ห๊ะ อะไรนะ- R6M (Recall 6 months) … 🥈หักมุมสุด- บรรลุมิติภาวะ ... เพลิน ๆ - ฒ เดินย่อง … ไซไฟอวกาศทำเป็ดร้องไห้ ยัยเด็กหน้าปก- ตู้เย็นแม่ …🥇ซึม ซึ้ง สุด ๆ - สุขสันต์วันหมดอายุ … ชอบนะ ชอบเลยล่ะ ตัวเอกเตรียมพร้อมกับช่วงท้ายของชีวิตได้ดีมาก - วอร์ดติดต่อญาติไม่ได้ … สงสารพยบ.ในเรื่อง- มีความเกี่ยวข้องเป็น...🥉นึกถึงที่ทำงานเก่าเลยค่ะ เลยให้อันดับ 3 อินมาก ตลค ดราม่าสุด แต่ละเรื่องยังมีความเชื่อมโยงกันอยู่นะคะ ทำได้โอเคเลย ไซไฟ อวกาศก็มีนะคะ ในเล่มนี้ หน้าปกก็สวยมาก ๆ ส่วนภาษาที่ใช้เขียนก็ดีมาก ๆ อยู่แล้วค่ะ อ่านเพลิน ลื่น เข้าถึงอารมณ์ได้ง่ายข้อความจากปกหลังของหนังสือเล่มนี้ บอกว่า เนื้อหาเล่มนี้จะสะท้อนช่วงเวลาที่ชีวิตสู้กลับไม่ว่าจะสะบักสะบอมแค่ไหน ชีวิตก็ยังคงสวยงาม เพราะมันผลักให้เราก้าวเดินต่อ ความตายจึงไม่ใช่จุดจบ แต่จะเป็นแรงผลักให้เราใช้ชีวิตอย่างเริ่ดดดด ถ้ามนุษย์เป็นอมตะ เราอาจไม่เห็นความหมายของวันธรรมดาเลยนะคะถ้าวันหนึ่งเราต้องตาย เราอยากใช้ชีวิตก่อนวันนั้นอย่างไร บางทีวันตายอาจเป็นวันที่ควรเฉลิมฉลองไม่ต่างจากวันเกิดก็ได้สุขสันต์วันหมดอายุล่วงหน้านะคะยอดนักอ่านทุกคน
chapterly75 reviews2 followersFollowFollowReadAugust 18, 2026น้องเชปเตอร์รู้สึกว่าเล่มนี้เป็นหนังสือที่พูดถึง “ความตาย” แต่จริง ๆ แล้วกลับทำให้เราหันกลับมามอง “ชีวิต” มากกว่า ข้อความหลังปกที่บอกว่า ต่อให้ชีวิตจะสู้กลับจนเราสะบักสะบอมแค่ไหน มันก็ยังมีความสวยงามอยู่ น้องเชปเตอร์ว่ามันเป็นความคิดที่เรียบง่าย แต่พอเอามานั่งคิดจริง ๆ กลับสะกิดใจมาก เพราะบางทีเราก็ใช้ชีวิตเหมือนมีเวลาเหลืออยู่เยอะมาก เลื่อนสิ่งที่อยากทำออกไปก่อน เดี๋ยวค่อยไป เดี๋ยวค่อยบอก เดี๋ยวค่อยมีความสุข จนลืมไปว่าวันธรรมดาแต่ละวันก็มีวันหมดอายุของมันเหมือนกันสิ่งที่ชอบคือหนังสือไม่ได้ทำให้ความตายเป็นแค่เรื่องเศร้าหรือเรื่องที่ต้องกลัว แต่เหมือนชวนเราถามกลับว่า ถ้ารู้ว่าวันหนึ่งเราจะตายจริง ๆ เราอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่แบบไหน อยากอยู่กับใคร อยากทำอะไร อยากรักใคร หรือมีอะไรที่อยากพูดแต่ยังไม่ได้พูดบ้าง น้องเชปเตอร์ชอบความคิดที่ว่า วันตายอาจไม่ได้เป็นเพียงวันที่ทุกอย่างจบลง แต่อาจเป็นวันที่ทำให้เราเห็นชัดที่สุดว่า ก่อนหน้านั้นเราเคยมีชีวิตอยู่มากแค่ไหน เพราะถ้ามนุษย์ไม่มีวันหมดอายุเลย เราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการได้ตื่นมาในเช้าวันหนึ่งเป็นเรื่องพิเศษแค่ไหนอ่านแล้วมันเลยมีทั้งความเศร้า ความอบอุ่น และความรู้สึกอยากกลับไปใช้ชีวิตอีกนิด อยากกินของอร่อย อยากกอดคนที่รัก อยากทำสิ่งที่เอาแต่บอกตัวเองว่าไว้ก่อน เพราะชีวิตไม่ได้สัญญาว่าจะมี “ไว้ก่อน” ให้เราเสมอไป เล่มนี้เลยเหมือนค่อย ๆ บอกว่า ไม่ต้องรอให้ชีวิตสมบูรณ์แบบก่อนถึงจะเริ่มใช้มันก็ได้ ชีวิตที่สะบักสะบอม มีวันที่พัง มีวันที่ร้องไห้ มีวันที่ไม่รู้จะไปทางไหน ก็ยังเป็นชีวิตของเราอยู่ดี และบางทีความหมายของมันอาจอยู่ตรงการที่เรายังเลือกเดินต่อทั้งที่รู้ว่าสุดท้ายปลายทางของทุกคนก็เหมือนกันน้องเชปเตอร์อ่านจบแล้วเลยรู้สึกว่า “สุขสันต์วันหมดอายุ” เป็นคำอวยพรที่ประหลาดดีนะ แต่ก็น่ารักมาก เพราะมันเหมือนเตือนเราว่า ในเมื่อวันนั้นต้องมาถึงอยู่แล้ว ก่อนจะถึงวันนั้นก็ขอให้เราใช้วันที่ยังเหลืออยู่ให้คุ้มหน่อย ใช้ชีวิตให้เริ่ด ๆ ในแบบของเราเอง แล้วถ้าวันหมดอายุมาถึงจริง ๆ อย่างน้อยเราจะได้พูดกับตัวเองว่า เออ เราเคยใช้ชีวิตมาจริง ๆ นะ ไม่ได้แค่รอให้มันผ่านไปเฉย ๆ
Rubice .17 reviewsFollowFollowAugust 5, 2026โอเคเลย แต่ละตอนให้มู้ดที่ไม่ต่างกันมาก แต่ทำงานกับใจได้พอสมควร ทุกคนมีวันหมดอายุ แค่ไม่ได้ติดบนฉลากเหมือนผลิตภัณฑ์ และการที่เราได้ใช้ชีวิตแค่ละวันก็เป็นสิ่งที่พิเศษแล้ว
Bighead_Monster382 reviewsFollowFollowJune 24, 2026รูปลักษณ์ : สวยงาม หะรูหะรา มองเพลินตาเนื้อหา : อ่านแล้วรู้สึกโกรธตัวเอง ว่าทำไมกันหนอถึงต่อไม่ค่อยติด บางตอนก็ดีตามมาตรฐาน อ่านแล้วรู้สึกเข้ากับธีม(ซักที) และบางตอนชวนให้ท้อในการอ่านเหลือหลาย (ภาษาอีสานคงจะอุทานว่า จั่งแม่น จั๊กอีหยัง) ซึ่งแน่นอนว่าผิดที่ผมเอง ขอเวลาทำใจ ปั้นปั่นรีวิวครู่ใหญ่ ๆ..รวมเรื่องสั้นธีมดิสโทเปียร่วมสมัย ในโลกอนาคตที่พัฒนาไปควบคู่กับบางอย่างที่กำลังล่มสลายลง เป็นการหมดอายุของคนวัยหนึ่ง ที่ทั้งถึงจุดสิ้นสุด จุดโรยรา บางเรื่องเข้าใจ(ชอบเรื่องตู้เย็นแม่) แต่บางตอนคือทำไมเหตุใดเป็นเช่นนี้มาก ต่อติดยากไปนิด ไวป์หดหู่ปนอบอุ่นสอดแทรกอารมณ์ขัน(คนละคลื่นความถี่กับเรา)..เรื่องสั้น9เรื่อง ชวนให้ขบคิดทบทวนในใจกับการมีชีวิตอยู่-การจากไป สะท้อนความพังทลายกับการดิ้นรนในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกมากนัก แสดงภาพการหมดอายุของผู้คนที่ถ่ายทอดทั้งอารมณ์ เกลียด กลัว สูญเสีย เหงา พูดถึงความตาย ความเหนือจริง ในเรื่องใกล้-ไกลตัว เสียดสี+ตลกร้าย(ค่อนไปทางตลกลึก) ธีมหลักของเล่มคือ สุขสันต์วันหมดอายุ(ชื่อตอนหนึ่งในเล่ม) ก่อนอ่านเราคิดว่ากิมมิคนี้ออกมายังไงได้บ้าง ดูท่าจะสนุก(สำหรับเราแน่) แต่อ่านไปค่อนข้างไม่เข้าใจคอนเซปต์เท่าไหร่(เป็นความไม่เข้าใจของเราเอง) ได้แต่หงุดหงิดว่าหมดอายุแบบไหน ทำไมเข้าใจยากจัง เล่ายากเกินไปหรือเราเข้าไม่ถึงเองในแง่ของความสวยงามของภาษาและการร้อยเรียงเรื่องราว ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความตั้งใจอย่างดี มีความสะท้อนอารมณ์มนุษย์ในหลายแง่มุม แต่คนอ่านคือเราค่อนข้างสะบักสะบอมในการจะต่อติดกับเนื้อหา ซึ่งนี่เป็นเล่มแรกที่เราได้อ่านจากผลงานทั้งหมดของคุณนักเขียน ถ้าเฉพาะเล่มนี้รู้สึกว่าไม่ใช่ทางเท่าไหร่แต่ละเรื่องจุดเด่นคือมีบรรยากาศและไวป์ที่แตกต่างกันออกไปแทบจะสิ้นเชิง เดี๋ยวสังเวช หดหู่ กระหยิ่มยิ้มร้าย น่าใจหาย แล้วกลับมาอบอุ่น บ้างตอนก็ขำขันจิกกัด มีต้นลำดวนเป็นกิมมิคเป็น easter Egg เล็ก ๆ ในแต่ละตอน (เป็นความสนุกหนึ่งที่ทำให้อ่านต่อ เพื่อที่จะเจอต้นลำดวนของตอนเหล่านั้น) มีความใส่ประเด็นทางสังคมเข้ามาหลายอย่าง แปลกใหม่ ลึกซึ้ง บางตอนอ่านไปจนจบเราไม่เข้าใจว่าต้องการอะไร เข้าก็ไม่ได้ จะออกก็ไม่แน่ใจว่าต้องไปทางไหน บางตอนไม่ทิ้งอะไรให้เลยเพราะไม่รู้จะคิดตามจุดไหน แต่บางตอนก็ดีทีเดียว(2จาก9) ในแง่งามของผู้สูงวัย อันมีความรีเลทกับเซตติ้งและชื่อเล่มประเด็นสังคมที่สอดแทรกเรียกได้ว่าครบครันใส่เต็ม มีทั้งเรื่องอายุ-วัย เพศ ระบอบปิตาฯ การเมือง เทคโนโลยีการแพทย์ โลกทุนนิยม เซตติ้งมีความเป็นไทยผสมวัฒนธรรมร่วมสมัย ด้านสำนวน+การดำเนินเรื่องอ่านไม่ได้ยาก แต่มุมมองการเล่าที่ใส่ผ่านตัวละคร บางจังหวะแอบต่อไม่ติด อินตามยากกว่าที่คิดภาพรวมเป็นโทนเสียดสีสังคม สำนวนเขียนดี(แต่พล็อต+ไวป์ไม่ใช่ทางเรา) เผยเสี้ยวความรู้สึกมนุษย์ที่ต้องการจะดำรงอยู่แม้ช่วงสิ้นสุดต้องมาถึง สำรวจสิ่งที่เรียกว่าการหมดอายุ การโรยราของทั้งทางกายภาพและสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่มีในตัวมนุษย์ทุกคน ทั้งความฝัน ความหวัง และความเชื่อที่เคยยึดติด บ้านวิมังสา : ชายชราผู้หลงลืมตัวตนถูกคุมตัวอยู่ในบ้านพักคนชราพร้อมผู้ดูแล เซตติ้งดีแต่จบแบบไม่รู้ว่าต้องการอะไรจากคนอ่าน /ตัณหากลับ : คดีอื้อฉาวที่คนทั้งหมู่บ้านต้องจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรสออกชาติ อ่านจบให้มองได้หลายแง่มุม แต่ไวป์ออกมาประหลาดมากในมุมมอง+ทัศนคติที่มีต่อผู้หญิงในตอนR6M : ความลับของคนไข้ที่นัดหมอทุก6เดือน เผยประเด็นการสูญเสีย ความบอบช้ำทางใจ /บรรลุมิติภาวะ : คำทายทักของชีเฒ่าที่มีต่อบุตรของคหบดีว่าให้ออกบวชจนไปสู่การบรรลุมิติภาวะ ระหว่างทางบวชก็เจอผู้คน มีการเล่าเรื่องราวอดีต เป็นตอนที่ห่างไกลจากคนอ่านเช่นเราในทุกมิติ อ่านจบเกาหัวแกรกฒ เดินย่อง : ตอนนี้อบอุ่นกลมกล่อม ภาพรวมค่อนข้างดีงามทีเดียว เรื่องราวของคุณยายที่เลี้ยงดูหลานชายคนเดียวมาเพียงลำพัง จากเด็กน้อยที่เกิดมาในยุคที่โลกเราสามารถเดินทางไปดาวเคราะห์อื่น จนได้เติบโตได้ดิบได้ดีในเวย์ของตน เติมไฟความฝันความหวังผ่านการสอนหลานของคุณยายผู้แสนสตรองตู้เย็นแม่ : หลังการจากไปของแม่ ลูก ๆ ก็มาเคลียร์ของในตู้เย็นที่เต็มไปด้วยอดีตของแม่และครอบครัว จนได้รู้ความจริงหลายสิ่ง ทั้งสะเทือนใจปนอบอุ่น เป็นตอนที่ดีรีเลทสุดในเล่ม /อีก3ตอนที่เหลือคือมิตรภาพความทรงจำของผู้คนกับการไปเริ่มต้นอีกครั้งบนดาว/คนไข้ชราผู้ถูกลืมไว้ในวอร์ด/ชีวิตรักอันเศร้าสร้อยวรรคที่ชอบ- อะไรที่เข้าไปอยู่ในตู้เย็นแม่แล้ว มันจะอยู่ในนั้นชั่วนิรันดร์