Jump to ratings and reviews
Rate this book

น้ำเงินแท้

Rate this book
"น้ำเงินแท้" แล้วอาจไม่มีปรากฏการณ์ใดที่จะ "เสียหน้า" และสูญเสียอำนาจ อันนำมาซึ่งความเจ็บช้ำ โหยหาวันก่อนคืนเก่าของพวกเขา ได้เท่ากับการเกิดขึ้นของการปฏิวัติ ๒๔๗๕ ความทรงจำที่ปวดร้าวมีผลให้การเล่าถึงการปฏิวัตินั้นว่า เต็มไปด้วยความขัดแย้งแตกแยก ไม่เป็น "ประชาธิปไตย" ในความหมายของพวกเขา รวมตลอดจนการปฏิบัติของพวกเขาต่อสิ่งก่อสร้างเชิงสัญลักษณ์ของการปฏิวัติ เช่น หมุดคณะราษฎรที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ก็ถูกมองในฐานะสิ่งแปลกปลอมและถูกปล่อยปละละเลยปราศจากการสงวนรักษาในฐานะที่เป็นจุดประกาศการก้าวสู่ระบอบใหม่ การพยายามลดทอนความหมายของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยลงเป็นเพียงกองซีเมนต์ใหญ่ที่กีดขวางถนนหนทาง ตลอดจนการสร้างคำอธิบายว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยและมีรัฐธรรมนูญมานานตั้งแต่สมัยสุโขทัยเพื่อลบล้างพลังของการปฏิวัติ รวมถึงการผลิตซ้ำเรื่องเล่า เรื่องเล่านี้ถูกนำมาเล่าตอกย้ำ ว่ายวน โดยเฉพาะในประเด็นการ "ชิงสุกก่อนห่าม" ของการปฏิวัติครั้งนั้น

-----------------

นวนิยายอิงประวัติศาสตร์การเมือง

หนึ่งปีหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 บ้านเมืองไทยก็แบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย เกิดการรัฐประหารที่เรียกว่า กบฏบวรเดช ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองที่มีผู้เสียชีวิตมากมาย ฝ่ายพ่ายแพ้หลายร้อยคนเข้าคุก คนเหล่านี้ประสบชะตากรรมด้านการเมืองที่ผันผวนและกระทบต่อครอบครัวของพวกเขาอย่างรุนแรง

คนเหล่านี้เรียกตัวเองว่า น้ำเงินแท้ (True-blue)​ ตั้งชื่อตามสีเครื่องแบบนักโทษในแดน 6 แห่งเรือนจำบางขวาง เช่น พระยาศราภัยพิพัฒ, พระยาสุรพันธเสนี, ม.จ. สิทธิพร กฤดากร, สอ เศรษฐบุตร, อรุณ บุนนาค ฯลฯ ชีวิตบุคคลจริงเหล่านี้มีสีสันกว่านิยาย

น้ำเงินแท้ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์การเมืองเรื่องใหม่ของ วินทร์ เลียววาริณ เป็นภาคขยายท่อนหนึ่งของนวนิยายเรื่อง ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน นำเสนอรายละเอียดของเหตุการณ์ทางการเมืองและผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องและครอบครัว จัดว่าเป็นภาคขนานของ ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ผู้อ่านที่อยากรู้รายละเอียดท่อน 2475-2487 ที่ลึกกว่าใน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ไม่น่าพลาดเรื่องนี้

เหตุการณ์ น้ำเงินแท้ ทำให้เราคิดต่อว่า บางทีความคิดและอุดมคติของกลุ่มน้ำเงินแท้จะถูกหรือผิด ไม่ใช่ประเด็น แต่คำถามคือเราคนไทยวันนี้จะเรียนรู้อะไรได้บ้างจากเหตุการณ์นั้น


หมายเหตุผู้เขียน : นวนิยายเรื่องนี้เป็นงานที่ละเอียดและยากมาก ใช้เวลาทำงานประมาณห้าปี ผ่านการแก้ไขนับครั้งไม่ถ้วน และพยายามรักษาความเป็นกลางและข้อมูลที่ถูกต้องมากที่สุดเท่าที่ทำได้

448 pages, Paperback

First published March 1, 2015

6 people are currently reading
97 people want to read

About the author

วินทร์ เลียววาริณ เกิดปี พ.ศ. 2499 ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เดิมชื่อ สมวินทร์ เลี้ยววาริณ ต่อมาเปลี่ยนชื่อตัวเป็น วินทร์ เป็นนักเขียนที่ได้รับ รางวัลซีไรต์ ถึง 2 ครั้ง คือ เมื่อปี พ.ศ. 2540 (ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน) และเมื่อปี พ.ศ. 2542 (สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน) โดยก่อนหน้าที่จะมาเป็นนักเขียน เขาทำงานด้านออกแบบมาก่อน คือเป็นสถาปนิก นักตกแต่งภายใน นักออกแบบกราฟิก และนักโฆษณา

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
37 (34%)
4 stars
44 (41%)
3 stars
20 (18%)
2 stars
4 (3%)
1 star
2 (1%)
Displaying 1 - 19 of 19 reviews
Profile Image for สฤณี อาชวานันทกุล.
Author 82 books1,122 followers
May 10, 2015
นวนิยายอิงประวัติศาสตร์การเมืองไทย เน้นเรื่องชีวิตของนักโทษการเมืองสมัยกบฏบวรเดช สไตล์เดียวกันกับ "ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน" แต่ชอบเล่มนี้น้อยกว่าเล่มนั้นพอสมควร ด้วยเหตุผลหลักๆ สองข้อด้วยกัน

1. เส้นเรื่องของตัวละครสมมุติทั้งชุดไม่ 'เนียน' กลมกลืนไปกับประวัติศาสตร์จริงเท่ากับ "ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน" แต่ดูประดักประเดิด อ่านๆ ไปกลายเป็นแนวละครน้ำเน่าชิงรักหักสวาท ไม่เข้ากันกับอุดมการณ์ทางการเมือง(อันสูงส่งมาก)ของตัวละครหลัก และสถานการณ์บ้านเมืองในเรื่อง อ่านจบแล้วรู้สึก "อะไรกัน(วะ)" พอสมควรกับแรงจูงใจของตัวร้าย :3

(เรื่องราวของตัวละครสมมุติโดยรวมก็ดู 'แบน' พอสมควรยกเว้นพระเอก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเรื่องราวของตัวละครที่มีตัวตนจริงๆ ทางประวัติศาสตร์)

2. ไม่คิดว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใดที่นวนิยายเล่มนี้ 'เอียง' คือสะท้อนมุมมองของฝ่ายโรยัลลิสต์หรือ "น้ำเงินแท้" ที่ถูกจับขังคุกเป็นหลัก ไม่ได้สะท้อนสองฝ่ายเท่าๆ กันแบบ "ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน" เพราะโฟกัสหลักของหนังสืออยู่ที่ชีวิตของนักโทษการเมืองช่วงนั้น ฉะนั้นก็ย่อมเอียงอยู่แล้ว (ผู้เขียนก็เขียนในคำนำไว้ด้วย) แต่ที่รู้สึกว่าน่าเสียดายคือผู้เขียนไม่ได้ฉายภาพความขัดแย้งหรือความเห็นต่างภายในฝ่ายต่างๆ (ทั้งคณะราษฎร สมาชิกคณะราษฎรที่เป็นรัฐบาล และฝ่ายโรยัลลิสต์) ได้อย่างชัดเจนเท่าที่ควร รวมถึงไม่ได้พูดถึงบทบาทและท่าทีของสถาบันกษัตริย์เองในกบฏบวรเดชครั้งนั้นด้วย

จุดที่ชอบคือ รายละเอียดและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของชีวิตนักโทษในคุกบางขวาง เกาะตะรุเตา และเกาะเต่า และเรื่องราวการทำปทานุกรมอังกฤษ-ไทยในคุกที่น่าทึ่ง (และจริงทั้งหมด!) ของ สอ เสถบุตร ทำให้อ่านจบแล้วรู้สึกสะท้อนใจว่า ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด ก็ไม่ควรมีใครสมควรถูกคุมขังเพียงเพราะมีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจ (ถ้าจับอาวุธลุกฮือขึ้นก่อการปฏิวัติก็ว่าไปอย่าง แต่นักโทษในเรื่องหลายคนถูก 'หาเรื่อง' เอาเข้าคุก และพอเข้าคุกก็ถูกกลั่นแกล้งจากผู้คุมสารพัด) และสภาพความเป็นอยู่ภายในคุกไทยดูแล้วผ่านไปหลายสิบปีก็ไม่เห็นจะดีขึ้นกี่มากน้อย

โดยสรุป ถ้าวัดจากความชอบจริงๆ ให้สองดาว แต่ให้เพิ่มอีกหนึ่งดาวเพราะผู้เขียนใส่รายการหนังสืออ้างอิงท้ายเล่มสำหรับให้ผู้สนใจไปศึกษาต่อ และเติมบทส่งท้ายมาอธิบายเหตุการณ์ในแต่ละบทว่า เหตุการณ์ไหนเป็นเรื่องจริง เหตุการณ์ไหนเป็นเรื่องแต่ง (ทำให้ไม่เกิดความสับสนแบบเดียวกับตอนอ่าน "ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน" คือแยกแยะค่อนข้างยากว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนแต่ง)
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Phuwong.
194 reviews
March 4, 2018
อ่านจบแล้วชอบจัง ชอบมาก วินทร์พาเราไปสัมผัสกับชีวิตของนักโทษการเมืองจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชซึ่งเกิดขึ้นหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองได้เพียงหนึ่งปี ความขัดแย้งทางการเมืองจากการเรียกร้องการปกครองเก่าที่ทำให้คนไทยลุกขึ้นมาห้ำหั่นกันเองกระท่ังกลายเป็นสงครามกลางเมือง ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้นอกจากจะมีผู้เสียชีวิตมากมายแล้ว กลุ่มผู้เข้าร่วม "ปฏิวัติ" ที่พ่ายแพ้ยังถูกตั้งข้อหา “กบฏ” และส่งตัวไปจองจำยังคุกบางขวาง ก่อนจะย้ายไปที่เกาะตะรุเตาและเกาะเต่าในที่สุด ครอบครัวต้องพลัดพราก คนรักต้องลาจาก ได้เห็นความบอบช้ำของประชาธิปไตยที่เราใฝ่ฝันกันมาเนิ่นนาน เวลาผ่านไปเกือบเก้าสิบปีเราแทบไม่ได้เรียนรู้อะไรจากอดีตเลย ส่วนตัวไม่ใช่คนที่สนใจการเมืองมากนักแต่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ และนวนิยายอิงประวัติศาสตร์การเมืองเล่มนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เล่มที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่า “เปิดโลก” การอ่านของตัวเอง ลูกเล่นและวรรณศิลป์ของผู้เขียนทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูภาพยนตร์และอดคาดเดาไปกับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นกับตัวละครไม่ได้ อ่านง่ายและสนุก แนะนำครับ
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 11 books108 followers
April 9, 2015
#รีวิวนี้เปิดเผยสาระสำคัญของนวนิยาย

สำหรับใครที่คุ้นชินกับงานอย่างปีกแดงและประชาธิปไตยบนเส้นขนาน คงจะคุ้นชินกับการที่วินทร์สร้างตัวละครไปซ้อนทับในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ซึ่งบางครั้งตัวละครเหล่านั้นอาจดูกระโดกกระเดกบ้างจากภาพบริบทในนวนิยาย แต่ก็ถือเป็นกลวิธีให้เรื่องเล่าดำเนินไปได้

สำหรับเล่ม 'น้ำเงินแท้' ที่หลายคนโจมตีว่าเอียงฝั่ง 'เจ้าผู้แพ้' ในกบฎบวรเดช และแม้แต่วินทร์ก็ยอมรับในคำนำว่านวนิยายเล่มนี้เอียง ซึ่งสำหรับผมก็คงช่วยไม่ได้ที่มันจะเอียง ในเมื่อ 'ต้นแสง' ตัวละครเอกของเรื่องดันจับพลัดจับผลูไปอยู่ในนักโทษคดีกบฎบวรเดช โดยมีเพื่อนสนิทคือ 'ประจักษ์' ที่เป็นโปรคณะราษฎร

หลายบทตอนจึงถูกอธิบายผ่านแว่นตาของรอยัลลิสต์ แต่ตามที่ผมเข้าใจ วินทร์เองก็พยายามบาลานซ์ข้อมูลทั้งสองด้านผ่านการถกเถียงของทั้งสองตัวละคร เช่นคำกล่าวว่า ร.7 จะพระราชทานรัฐธรรมนูญให้อยู่แล้ว ซึ่งก็มีการขัดแย้งว่ารัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว (ฉบับฟรานซิส บี. แซร์) ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีรัฐธรรมนูญ

รวมถึงข้อความอมตะในจดหมายสละราชสมบัติของ ร.7 ที่มักถูกนำมาใช้อย่างผิดบริบทโดยกลุ่มนิยมเจ้า คือ "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร" ซึ่งวินทร์เลือกที่จะนำเสนอในฉบับเต็ม เพื่อถ่ายทอดความหมายของ 'อำนาจ' และ 'สิทธิขาด' ได้ชัดเจนกว่ายกถ้อยความประโยคเดียว

สำหรับผม เราคงไม่นำบริบทเมื่อ 80 ปีที่แล้วมาถกเถียงว่าประชาธิปไตยเหมาะสมกับคนไทยหรือไม่ หรือคนไทยพร้อมหรือยังสำหรับประชาธิปไตย สิ่งที่เราเห็นจาก 'น้ำเงินแท้' คือความทุกข์ยากของผู้ต้องขังคดีการเมือง หรือถ้าจะเรียกให้ชัดเจนคือผู้พ่ายแพ้ทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม

'น้ำเงินแท้' มอบแว่นตาให้เราเห็นความเป็นมนุษย์ของนักโทษคดีการเมือง แม้จะหยิบยกคดีกบฎบวรเดชเป็นตัวอย่าง แต่ก็สามารถนำไปทำความเข้าใจนักโทษการเมืองที่ถูกทำร้ายโดยความไม่เป็นธรรมได้อย่างร่วมสมัย ถ้าเราเปิดกว้างพอที่จะมองเหล่า 'กบฎบวรเดช' เป็นกลุ่มมนุษย์ผู้พ่ายแพ้ทางประวัติศาสตร์ มากกว่ากลุ่มนิยมเจ้าที่ต้องการล้มการปกครองในระบอบประชาธิปไตยซึ่งขณะนั้นยังไม่เต็มใบ

แน่นอน, ผมย่อมไม่เห็นด้วยกับการล้มระบอบประชาธิปไตย แต่คำถามที่วินทร์มอบให้เราใคร่ครวญคือ โทษทัณฑ์ที่คนเหล่านั้นประสบยุติธรรมหรือไม่ รุนแรงเกินไปหรือไม่ ในสังคมที่ควรเคารพความหลากหลาย จะดีกว่าไหมที่��ราจะเปิดใจนั่งคุยกัน ดีกว่าใช้ 'ศาลพิเศษ' ออกใบสั่งให้คนที่ไม่เห็นด้วยต้องทนทุกข์ทรมาน ในระดับที่เรียกได้ว่าขัดต่อมนุษยธรรม

และนักโทษการเมืองแบบ 'กบฎบวรเดช' นั้น ไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ต้องทนทุกข์ หากยังมีอีกหลายกลุ่มบนหน้าประวัติศาสตร์ และแม้แต่ในปัจจุบัน ที่นักโทษเหล่านั้นยังคงอยู่หลังตาราง กับคำถามว่าคำตัดสินนั้นเป็นธรรมหรือไม่
Profile Image for Natt.
921 reviews
September 1, 2019
นิยายอิงการเมือง เรื่องอุดมการณ์ของประเทศ เป็นเพียงเครื่องมือการแก้แค้นส่วนตัวเท่านั้นเอง
ชอบที่จบเรื่องแล้ว ผู้เขียนทำภาคผนวก แยกเรื่องแต่งออกจากเหตุการณ์จริง
Profile Image for Freeclub.
22 reviews9 followers
April 4, 2015
สิ่งที่ควรรู้ก่อนอย่างแรกคือเรื่องนี้มันอยู่ในเซ็ตของประชาธิปไตย ปีกแดง และน้ำแท้ที่เป็นตัวแทนของฝั่งขวา

จริงๆ เราไม่ติดเรื่องที่วินทร์จะเขียนโปรเลือดน้ำเงิน โปรเจ้าอะไรนะ คือด้วยบริบท (พอเขียนคำว่าบริบทแล้วดูเท่เลยสัส) อ่อ คือฉากของเรื่องมันอยู่ในแดน 6 เรือนจำบางขวาง สถานที่ที่คุมนักโทษการเมือง ตัวเอกและคนอื่นๆ ที่อยู่ในคุกนี้ก็มาจากคดีฐานก่อกบฏบวรเดช จะให้คนในนั้นพูดเชิดชูถึงความสวยงามของคณะราษฎร์ที่ออกมาปฏิวัติก็ดูจะไม่ใช่

โอเค จริงอยู่ที่มันเป็นการพูดถึงข้อมูลด้านโรแมนติกของฝั่งเจ้ามากมากมาก เช่นอย่างการยกย่องพระปกเกล้าที่สละทรัพย์สินส่วนพระองค์สร้างสะพานพุทธ มันเหมือนเป็นฟิลเตอร์ที่ปิดข้อมูลอีกฝั่งอยู่ เลือกรับเฉพาะด้านนั้น ซึ่งถ้าเราเปิดฟิลเตอร์ครบเราอาจจะมีข้อมูลที่พระองค์ได้ถวายเงินพระคลังข้างที่จำนวนสองแสนบาทแก่พระองค์เจ้าบวรเดชเพื่อใช้ในการ ”เปลี่ยนแปลง” แต่เรื่องไม่ได้กล่าวถึงเพราะเหตุผลจากย่อหน้าข้างบน

สิ่งที่น่าหงุดหงิดของเล่มนี้ ไม่ใช่เรื่องโปรไม่โปร กลางไม่กลาง เรามีปัญหากับงานของเขาสองอย่าง อย่างแรกคือความรำคาญส่วนตัวในเหตุผลที่ฝ่ายเลือดน้ำเงินยังไม่อยากต้องการประชาธิปไตย เราเลยได้ยินประโยคแพลตเทิร์นที่ชอบใช้กัน เช่น คนไทยยังไม่พร้อม การศึกษายังไม่ทั่วถึง เรายังโง่ ฯลฯ อะไรพวกนี้ อ่านแล้วเราจะรู้สึกรำคาญแล้วบ่นตลอดว่า มึงไม่มีเหตุผลอื่นหรือไงวะ

อีกส่วนที่น่าด่า เลือดน้ำเงินเป็นงานอิงประวัติศาสตร์ที่มีตัวละครจริงๆ และตัวละครสมมติประกอบกัน ตัวละครจริงที่มาจากงานบันทึกต่างๆ เช่น ฝันร้ายของข้าพเจ้า (เลื่อน ศราภัยวานิช) ฝันร้ายในชีวิตของข้าพเจ้า (พระยาสุรพันธเสนี) แดนหก (ชุลี สารนุสิต) ฯลฯ ตัวละครจริงมันมีประกอบจากหลายๆ งานก็มีมิติที่เห็นภาพได้ชัดหน่อย แต่ไอ้ตัวละครสมมติที่วินทร์เขียนขึ้นมาใหม่นี่ มันโดดออกมาเลย เหมือนโฟโต้ช็อปภาพสีใส่ภาพในภาพขาวดำ ประดักประเดิด

ที่แม่งอึ้งที่สุดก็คือ พล็อตเรื่องของตัวละครสมมติที่อ้างแล้วช็อคมาก พระเอกที่ถูกจับฐานกบฏ จริงๆ แล้วแม่งโดยจับเพราะโดนเพื่อนรักสมัยเด็กกลั่นแกล้ง เพียงเพื่อเหตุผลเพราะว่าเพื่อนพระเอกไปชอบแฟนพระเอก แล้วหาวิธีกำจัดเพื่อที่จะได้แต่งงาน เหี้ย นี่พล็อตอะไร ขุนช้างขุนแผนหรอ

สิ่งหนึ่งที่แอบคิดถึงงานเรื่องนี้ก็คือการเราดันไปโยงเข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบัน ยุคนั้นมีการตั้งศาลพิเศษขึ้นมาเพื่อตัดสินนักโทษการเมือง ศาลพิเศษมันจะดูไม่มีกระบวนการยุติธรรมเพราะว่ามันไม่มีทนาย ไม่มีอุทรณ์ ย้อนมาคิดถึงตอนนี้ที่เรามีศาลทหารที่พลเรือนที่ถูกต้องคดีฐานต่อต้านต้องไปขึ้น บางทีเราคิดว่า ไม่ว่าประชาธิปไตยหรือรูปแบบใดก็ตาม อำนาจที่มากเกินไปของทหารก็แม่งไม่ใช่เรื่องดีซักเท่าไหร่ มันไม่ควรจะมีอำนาจขนาดนั้น
Profile Image for Polyj.
1,217 reviews95 followers
May 11, 2020
เรื่องนี้เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ ช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย และปีถัดมามี กบฏบวรเดช ปี 2476
โดยมีตัวละครทั้งที่มีชีวิตอยู่จริง ตามเหตุการณ์จริง
และตัวละครสมมุติ ซึ่งก็คือ ต้นแสง คอลัมนิสต์ ผู้เขียนเรื่องวิจารณ์การเมือง
เนื้อหาส่วนใหญ่ เน้นไปที่เรื่องราวในคุก ห้องขัง แดน ๖ ซึ่งเป็นที่คุมขังนักโทษการเมือง ก็จะลงรายละเอียด ว่าใครอยู่ในนั้นบ้าง รู้สึกอย่างไรบ้าง และคิดทำอะไรกันบ้าง
ก็มีทั้งความดราม่า ความสะเทือนใจ และความนับถือในการปรับตัวของแต่ละท่าน เรียกว่าถึงอยู่ในคุกก็ยังมีอุดมการณ์แรงกล้า
ถือว่าก็ลุ้นไปกับพวกเขาด้วย ว่าจะผ่านวันเวลาเหล่านั้นไปได้อย่างไร

ในส่วนเรื่องราวต่าง ๆ นั้น นักเขียนมีชี้แจงไว้ที่ภาคผนวกด้วย ว่าส่วนไหนเป็นเรื่องจริง ส่วนไหนเป็นเรื่องแต่ง ต้องขอบคุณนักเขียนมาก ๆ ค่ะ นับถือเลยว่าต้องกรองข้อมูล และหาเอกสารอ้างอิงเยอะมากแน่ ๆ
ในส่วนของความเห็นทางการเมืองที่ผู้เขียนใส่มาในเรื่องนั้น เอ่อ จริง ๆ แล้วก็ออกไปทางเอียง ๆ นั่นแหละ ซึ่งในคำนำ นักเขียนได้แจ้งไว้แล้วว่ามันเป็นไปตามตัวเรื่อง ก็มันชื่อเรื่อง น้ำเงินแท้อะนะ แต่เราก็แอบคิดว่าจริง ๆ เขาพูดถึงแต่ตัวละครฝั่งน้ำเงินเลยอะ เราไม่ได้เห็นถึงความเห็นหรือทัศนะจากอีกฝั่งในนิยายเล่มนี้เลย


อา ... แต่ในส่วนของเรื่องแต่งนั้น ... เราก็แอบผิดหวังนิดนึง กับพล็อตนิยายรักน้ำเน่า
ตัวร้ายก็แอบร้ายยยยยย ตัวพระเอกก็แบบมีความกินหญ้านิดนึงสไตล์พระเอกนิยายไทยอะ

แต่โดยรวมอ่านสนุกเลยนะคะ ถึงมีเรื่องของประวัติศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ แต่อ่านแล้วไม่เบื่อเลย หรือเพราะได้พล็อตนิยายไทยมาช่วยด้วยก็ไม่รู้นะ 555
Profile Image for Ooan Pongsriwat.
116 reviews1 follower
July 5, 2025
เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมือง สมัยรัชกาลที่ 7 ถูกนำมาแต่งเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ การสู้กันทางการเมือง เรื่องเกี่ยวกับอิทัปปัจจยตา อำนาจคือพิษร้ายใครได้อำนาจในมือกลายเป็นบ้า คนที่ไม่ได้อำนาจก็อยากได้ก็ต้องแย่งกัน คนที่แพ้ไม่ถูกฆ่าก็ถูกเนรเทศเป็นอย่างนี้มาแต่ประวัติศาสตร์โบราณแล้ว
Power tends to be corrupted วลีนี้เป็นจริงทุกยุคทุกสมัยมากปัจจุบันนี้ก็เช่นกัน
Profile Image for Nattaya June.
5 reviews11 followers
September 10, 2016
เรื่องราวของชายหนุ่มนักหนังสือพิมพ์นามว่าต้นแสง สวาดวงศ์ ผู้เขียนบทความพิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจนถูกเบื้องบนจับตามอง ต้นแสงกำลังจะขอแฟนสาวแต่งงานพร้อมทั้งสัญญาว่าจะเลิกเขียนบทความและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป แต่ชะตาชีวิตก็ต้องพลิกผันเมื่อปีพ.ศ. 2476 เพียงหนึ่ง���ีหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้เกิดเหตุการณ์กบฏบวรเดช ต้นแสงผู้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ถูกจับกุมข้อหากบฏและถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ต่อจากนี้ผู้เขียนได้พาเราเข้าไปผจญภัยในแดนหกเรือนจำบางขวางที่เป็นสถานที่กักขังนักโทษการเมือง เรื่องราวก็จะโฟกัสไปที่กลุ่มนักโทษที่เรียกตัวเองว่าน้ำเงินแท้ ฟังแล้วหลายคนอาจจะเบือนหน้าหนีเพราะเป็นเรื่องติดคุกติดตาราง แต่รับรองเลยว่าเรื่องราวทั้งในแดนหก เกาะตะรุเตาและเกาะเต่านั้นทั้งสนุก ตลก เศร้าสะเทือนใจและได้ความรู้อย่างมาก


��ิ่งที่ชอบในหนังสือเล่มนี้คือ การที่คุณวินทร์เลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองของผู้แพ้ ซึ่งพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก เป็นการเปิดมุมมองความคิดให้เราได้มากทีเดียว บางทีผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏความจริงอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พวกเราคิด พวกเขาเหล่านี้อาจเป็นแค่กลุ่มคนที่มีความเห็นต่างจากผู้มีอำนาจเท่านั้น

อีกเรื่องที่ต้องขอชมเชยคือหนังสืออัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระ เรียกว่าข้อมูลแน่นมาก อ่านสนุกมากโดยเฉพาะเวลาที่นักโทษการเมืองเหล่านี้หาทางเอาตัวรอด มีการแลกเปลี่ยนความรู้และร่วมแรงร่วมใจกันทำงานคือนอกจากอ่านสนุกแล้วยังได้รับเกร็ดความรู้อีกด้วย

เราชอบสำนวนการเขียนของเล่มนี้มาก (ชอบมากกว่าประชาธิปไตยบนเส้นขนานเพราะมีลูกเล่น ลีลาเยอะกว่า) และที่ชอบที่สุดคือการที่แต่ละบทมีชื่อภาษาอังกฤษพร้อมคำแปลและตัวอย่างประโยค เหมือนกับเป็นปทานุกรมซึ่งเราว่าเจ๋งมาก

ว่าจะไม่พูดถึงคาแร็กเตอร์ต่างๆแต่ก็อดไม่ได้ รู้สึกตื่นเต้นมากที่ตัวละครในเรื่องมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ปกติชอบอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์ของทางฝั่งตะวันตกอยู่แล้วแต่พอมาได้อ่านของไทยบ้างมันรู้สึกตื่นเต้นผิดกันอย่างบอกไม่ถูก มีตัวละครหลายตัวที่ช่วยสร้างสีสันในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นสอ เสถบุตร หม่อมเจ้าสิทธิพร พระยาศราภัยฯและตัวละครอรุณ บุนนาคที่เรียกเสียงฮาได้ไม่น้อย หรือแม้แต่ขุนยมสุดโหดก็สร้างสีสันได้มากเช่นกัน
(ตอนอ่านก็แอบนึกไปว่าอรุณนี่ก็คล้ายพ่อเพิ่มจากสี่แผ่นดินอยู่นะแต่เป็นเวอร์ชั่นที่ฉลาดกว่ามาก อ่านไปก็นึกได้ว่าตาอ้นลูกแม่พลอยก็ถูกจับติดคุกคดีกบฏบวรเดชเหมือนกับกลุ่มของพระเอกนี่นา ไอ้เราก็จินตนาการไปว่าถ้าได้เจอกันก็ดีสิน้าจับสองเรื่องมาครอสโอเวอร์กันคงสนุกน่าดู)


สิ่งที่ไม่ค่อยชอบคือเรื่องของประจักษ์ เราว่าตัวละครตัวนี้ราบเรียบไปหน่อย ไม่ค่อยมีมิติเท่าไหร่ เราหวังจะได้เห็นอะไรมากกว่านี้จากตัวประจักษ์ และก็แอบรู้สึกผิดหวังกับสาเหตุที่ทำให้ประจักษ์ทรยศต้นแสง คิดว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมากกว่านี้ แต่ก็นะโบราณว่าความรักทำให้คนตาบอด อานุภาพของมันถึงขนาดทำให้ลูกฆ่าพ่อหรือทำให้เมืองล่มก็ปรากฏมาแล้ว เพราะนั้นก็พอจะเข้าใจได้ (แต่ก็ยังแอบผิดหวังอยู่ดี)


ส่วนประเด็นการเมืองและอุดมการณ์นั้นเนื่องจากเป็นเรื่องราวในมุมมองของผู้แพ้ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีอุดมการณ์ต่างจากผู้ชนะที่ได้บันทึกประวัติศาสตร์ หนังสือก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการใช้ความรุนแรงมีแต่ทำให้เกิดความเจ็บปวดและสูญเสีย ฉะนั้นถึงแม้ว่าจะมีความคิดต่างกันแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ถ้ามีเมตตาธรรม ส่วนประเด็นคำถามของต้นแสงที่ว่าประชาธิปไตยของไทยคลอดก่อนกำหนดจริงหรือไม่นั้น เราว่าป่วยการณ์ที่จะมาถกเถียงกันในเมื่อมันเกิดมาแล้วเราก็คงต้องประคับประคองและดูแลให้มันเดินหน้าต่อไป
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,070 reviews179 followers
July 2, 2015
น้ำเงินแท้คือบันทึกชีวิตนักโทษการเมืองตั้งแต่ยุคกบฏบวรเดช
เรื่องเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2476 นับเนื่องต่อกันไปในแต่ละปี
ถ่ายทอดเส้นทางชีวิตของนักโทษการเมืองแต่ละท่าน
จวบจนปี พ.ศ. 2487 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่ทั้งหมดได้รับการปลดปล่อย
เรื่องราวไม่ได้เล่าเหตุการณ์การวางแผนก่อนการกบฏเอาไว้มากนัก
แต่เน้นหนักไปที่ภาพชีวิตนักโทษการเมืองภายหลังการถูกจับอย่างละเอียดโดยตลอด
หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคุก ทั้งที่บางขวาง ตะรุเตา และเกาะเต่าเป็นความจริงที่กินใจ

เล่มนี้เป็นเล่มที่อ่านง่ายที่สุดในสามเล่ม
(เทียบกับประชาธิปไตยบนเส้นขนาน และปีกแดง)
ข้อมูลรายละเอียดทางการเมืองถูกตัดทอนออกไป
ผู้เขียนนำส่วนของอารมณ์และความรู้สึกของผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์มาขยายส่วน
ถ้านับในส่วนของพล็อต ความซับซ้อนและปมของเรื่องอ่อนสุดในสามเล่ม
แต่ถ้านับเรียงลำดับความชอบแล้ว เราชอบเล่มนี้ไม่น้อยไปกว่าสองเล่มแรกเลยค่ะ
Profile Image for KunPunnawat.
95 reviews2 followers
February 15, 2020
เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ดำเนินในคุกเกือบหมด
เรื่องที่เล่าเลยกลายเป็นการทำความรู้จักคนในคุก
และการทำยังไงให้รักษากำลังใจตัวเองไปเรื่องๆ

ตัวละครส่วนใหญ่เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์จริงๆ
ถ้าใครไม่อินกับประวัติศาสตร์ชาติไทยก็อาจจะเบื่อๆหน่อย
เพราะตัวละครเยอะมาก จนจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร
ตัวละครส่วนใหญ่เป็นชนชั้นนำของประเทศ

หนังสือให้มุมมองของผู้แพ้ในเหตุการณ์กบฏบวรเดช
ว่าแท้จริงแล้วเขาคิดยังไง ไม่ใช่แค่พวกอนุรักษ์นิยมจัด
เช่นเดียวกับประชาธิปไตยบนเส้นขนาน จะมีตัวละครที่เป็นเพื่อนกัน
แต่เป็นดังเส้นขนานทางความคิด แต่รอบนี้ทั้งสองเส้นนี้แทบไม่ตัดกันเลย
(แบบ ทั้งเรื่องแทบไม่เจอหน้ากันเลย)

อ่านจบทำให้เราคิดว่า ประชาธิปไตยที่ไทยได้มา เราได้มาเร็วไปใช่ไหม?
เนื้อเรื่องเป็นการเล่าของนักเขียนสายอนุรักษ์นิยม ที่เพื่อนส่วนใหญ่อยู่ในเหตุการณ์กบฏและถูกจับหมดเช่นเดียวกัน การปฏิวัติในแต่ละครั้งของเรื่อง ทุกคนก็มีเหตุผลเท่ห์ๆของตัวเอง
ผู้แพ้ของแต่ละครั้งก็โดนส่งไปกองในที่เดียวกัน

อำนาจไม่เคยอยู่กับใครได้นาน
Profile Image for Nae Tan.
3 reviews
December 22, 2017
เทียบกับประชาธิปไตยบนเส้นขนานแล้ว เรื่องนี้เหมือนจะมีเรื่องให้เล่นน้อยกว่า นั่นคือต้องนำเสนอจากมุมมองของคนๆ เดียว ต่างจาก ประชาธิปไตยบนเส้นขนานที่นำเสนอจากมุมมองของคนสองคน เพราะฉะนั้นไม่สามารถที่จะฉายภาพความขัดแย้งได้จากสองด้านของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้ดูโปรฯ ทางหนึ่งเท่านั้น ซึ่งผู้แต่งก็รู้ดี และเขียนออกตัวไว้แล้ว นอกจากนั้นตัวละครที่แต่งมาสมทบเพิ่ม ดูไม่ค่อยมีเหตุผลในการกระทำมากนัก บางตัวเหมือนอยากจะใส่มาก็ใส่ แต่บางตัวก็ดูดี บางตัวไม่ค่อยมีที่มาที่ไปหรือที่มาที่ไปไม่สมเหตุสมผลมาก

โดยรวมสนุก แต่ไม่สุดเท่าไหร่ ให้คิดซะว่าเป็นนิยายชีวิตเรื่องหนึ่งไม่ต้องไปอิงประวัติศาสตร์อะไรมากก็สนุกดี มีหลายตอนที่เคยได้อ่านหนังสืออ้างอิง หรือแหล่งที่มาของข้อมูลมาจากที่อื่นแล้ว พบว่า แทบจะ "ยก" มาทั้งดุ้น ใช้คำของคนอื่นมาเลยใน น้ำเงินแท้เล่มนี้
Profile Image for Woradorn.
56 reviews
November 25, 2020
น้ำเงินแท้ นักโทษการเมือง เป็นอาชญากร เป็นกบฎ หรือเป็นแค่คนที่เห็นต่างกับรัฐ
.
สมัยเรียนประวัติศาสตร์ตามระบบ เข้าใจมาตลอดว่าพวกกบฎคือพวกไม่ดี แต่เล่มนี้ทำให้���ข้าใจใหม่ กบฎไว้สำหรับเรียกฝ่ายที่แพ้ และแม้จะเป็นกบฎแต่ความตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศให้ดียิ่งขึ้นนั้นก็ไม่ได้ต่างกันกับฝ่ายรัฐ
.
ไทยนี้รักสงบ จับสองพวกแยกออกกันอยู่คนละที่ จะได้ไม่ตีกัน สงบดีจัง เพียงแต่พวกที่แพ้ก็ต้องทนสภาพความทุกข์ยากในคุก จากการต่อต้านอำนาจนายประชา ธิปไตย
.
และสิ่งสำคัญที่กลุ่มนักโทษนี้ทำในเวลานั้นคือสร้าง ปทานานุกรม ที่เชื่อมั่นว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับความรู้ และปัญญาของประชาชน
.
ประชาธิปไตยจะเป็นประชาธิปไตยได้ยังไงหากประชาชนไม่มีความรู้ --ต้นแสง สวาดวงศ์
Profile Image for Whale Read.
414 reviews33 followers
August 8, 2019

ชีวิตของกลุ่มกบฏ บวรเดช
เรื่องแต่ง ไม่หักมุม เหมือนสารคดีมากกว่านิยาย ไม่สนุก
Profile Image for Sher Supaksirakol.
4 reviews16 followers
October 29, 2019
ความเรียงอันว่าด้วยทุกมายาคติของประชาธิปไตยไทย.
Profile Image for Winai Nadee.
44 reviews
February 14, 2020
เรื่องราวค่อนข้างกดดัน สำหรับเล่มนี้ อ่านสนุก ไม่ผิดหวัง
Profile Image for Tree.
13 reviews
August 24, 2021
นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ เน้นชีวิตในคุกของนักโทษการเมืองในอดีต บางช่วงบางตอน ดูวนๆ เอื่อยๆ ไปหน่อย
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Tony.
126 reviews
April 19, 2015
หากใครไม่เคยอ่าน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน เรื่องนี้ก็จะสนุกเพิ่มขึ้นอีกสัก หนึ่งดาว แต่พอเคยอ่านประชาธิปไตยฯมาก่อนแล้ว ก็พอรู้แกว รู้แนวบ้าง และอดไม่ได้ที่จะมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งคิดว่าประชาธิปไตยฯ สนุกกว่า อาจเป็นเพราะมีหลากหลายบริบทมากกว่า น้ำเงินแท้ ซึ่งเน้นที่ชีวิตในคุกเกือบทั้งหมด

แต่อย่างไรก็ตาม นวนิยายก็พาเรากลับไปในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ความเป็นไปเป็นมาของประชาธิปไตยบ้านเรา เรื่องที่เถียงกันไม่จบสักทีว่า ปฎิวัติคราวนั้นดีหรือไม่ แต่ถึงไม่ใช่นิยาย ความจริงก็คือ อำนาจก็คืออำนาจ ซึ่งฟาดฟันแย่งชิงกันมาทุกยุคทุกสมัย ใครที่เข้าเฉียดใกล้ หรือแม้แต่ไม่ใกล้ก็ต้องถูกดึงมาเกี่ยวข้อง อยู่ฝ่ายชนะก็ดีไป อยู่ฝ่ายแพ้ก็รับกรรมไป แต่การเมืองและอำนาจไม่มีคำว่ามิตรแท้ ศัตรูถาวร มันก็พลิกผันไปได้เรื่อย ขนาดคนที่สั่งยิงเป้าลูกชาย บางคนยังกลับมาหนุนกันได้ทางการเมือง

ที่จริงเรื่องนี้จะดราม่าเพิ่มขึ้นได้อีกนิด ถ้ามีฉากบรรยายถึงเคราะห์กรรมของครอบครัวของนักโทษการเมืองมากกว่านี้ เพราะคนเหล่านี้บางทีมีชีวิตธรรมดาที่สุขสงบอยู่แล้ว แต่พอคนในครอบครัวไปเกี่ยวข้องกับการเมืองเลยต้องรับเคราะห์กรรมไปด้วยอย่าน่าเห็นใจ
อีกนิดก็คือ ตัวละครที่ชื่อประจักษ์ ติดน้ำเน่าแบบละครไทยไปนิด คือคนอาไร้จะชั่วได้ขนาดน้าาาน

แต่อย่างไรก็ดีก็ต้องขอบคุณคุณวินทร์ ที่อุตสาหะค้นคว้าข้อมูลต่างๆมาผสมจินตนาการเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้

ปล. ชอบบทส่งท้ายที่คนด่ากันที่ร้านกาแฟว่า "ไอ้อำมาตย์" "ไอ้ควายแดง" ..... เราจะต้องได้ยินการด่ากันแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนเนาะ ไทยแลนด์
January 7, 2017
รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เอ่ยถึง สอ เสถบุตร เหตุการ์ณเหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นาน
อ่านเล่มนี้แล้วอยากกลับไปอ่านปทานุกรมของ สอ เสถบุตร จัง
Profile Image for Chakkrit P..
32 reviews6 followers
May 3, 2017
เป็นนิยายที่สนุกมาก....ส่วนที่ชอบคือสามารถอธิบายรายละเอียดของชีวิตนักโทษการเมืองในยุคนั้นรวมถึงให้บรรยาย บรรยากาศทางการเมืองในช่วงนั้นได้สนุกมากเรื่องการค้นคว้าหาข้อมูลก็ถือว่าสุดยอดมาก...การสร้างตัวละครขึ้นมาให้เนียนๆกับบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ก็ทำได้สวยๆ....

ส่วนที่ไม่ชอบคือเรื่องดราม่าของตัวเอกนางเอก และตัวร้ายไม่รู้ว่าเพราะปูเรื่องมาไม่ยาวพอหรือเปล่าทำให้รู้สึกไม่อิน..กับความรักของคน 2 คนนี้เท่าที่ควร หรือเพราะอาจจะไม่อยากให้หนังสือหนาเกินไปเลยตัดทิ้งก็เป็นไปได้

แต่ confirm ว่าถ้าเป็นคอการเมืองหรือประวัติศาสตร์ไทย เรื่องนี้ยังไงก็ห้ามพลาดทั้งปวงครับ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Displaying 1 - 19 of 19 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.