Thanawat441 reviewsFollowFollowSeptember 18, 2020หนังสือรวมบทความเชิงวิชาการที่ประกาศเป็น “คำเตือน” ไว้ตรงบทนำว่า เป็นรวมบทความที่เขียนขึ้นด้วยทัศนะของคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารนักวิชาการที่เขียนบทความลงในหนังสือเล่มนี้เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาคุ้นหูกันดี ไม่ว่าจะเป็น สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล, นิธิ เอียวศรีวงศ์, ธงชัย วินิจจะกูล, พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์, ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละคน แต่ละท่าน ก็มีจุดยืนที่ชัดเจนและถูกพิสูจน์หลักกาลผ่านกาลเวลามาถึง พ.ศ. (2563) นี้แล้วว่า ไม่เอารัฐประหารไม่ว่าจะครั้งไหนๆแม้ว่าแต่ละบท จะเป็นทรรศนะที่เป็นเอกเทศน์แยกออกจากกันตามแต่ความชำนาญของผู้เขียนแต่ละท่าน แต่เท่าที่อ่านแล้วจับภาพใหญ่ที่เป็นจุดร่วมได้สองส่วน ส่วนแรก คือการทำความเข้าใจ รวมทั้งที่มาที่ไปของ รัฐประหาร 19 กันยา 2549แน่นอนว่ารัฐประหารมันต้องมีที่มาที่ไปตั้งแต่เหตุการณ์และ ideology ตั้งแต่ก่อนเกิดรัฐประหาร ที่เหล่าอภิชณาธิปไตยพยายามชี้นำสังคมด้วยการสร้าง “ผี” ขึ้นมา โดยที่ผีนั้นมันเป็นศูนย์รวมของความชั่วร้ายทั้งหมดทั้งปวงในประเทศนี้ และมีอาวุธเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะสามารถปราบผีร้ายลงได้คือรัฐประหาร ซึ่งนั่นคือการสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหารที่ทำกันเป็นกระบวนการ บทความของเหล่านักวิชาการในหนังสือเล่มนี้ สร้างความเข้าใจหลักการประชาธิปไตย รวมถึงตอบโต้ตรรกะของเหล่าฝ่ายที่ “เอารัฐประหาร” แบบฉีกแยกตีแผ่กันทีละประเด็นเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การถวายคืนพระราชอำนาจ, ความเป็นพลเมือง, ที่ทางของทหารรวมไปถึงเหล่าอภิชนาธิปไตยไทย และที่น่าสนใจมากคือการพยายามหาคำตอบว่าทำไมปุถุชนคนชั้นกลางถึงได้เห็นดีเห็นงามกับการริบอำนาจทางการเมืองของตนเอง คืนให้กับอภิชนผ่านการเรียกร้องให้เกิดการรัฐประหาร และแน่นอนว่าจะต้องวิเคราะห์เรื่องสนธิ ลิ้มทองกุลกับกลุ่มพันธมิตรฯ รวมอยู่ด้วย เพราะรัฐประหาร 19 กันยา กับม็อบพันธมิตรฯ คือเนื้อเดียวกันอย่างแยกไม่ออกส่วนที่สอง คือการแสดงทรรศนะจุดยืนไม่เอา รัฐประหาร 19 ในระดับปัจเจกมันชัดเจนอยู่แล้วว่าหนังสือเล่มนี้เป็นงานของคนที่ “ไม่เอา” รัฐประหาร แต่สไตล์การ “ไม่เอา” ของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการเล่าถึงบทเรียนในประวัติศาสตร์ หรือการตอบสไตล์สังคมวิทยาของโลกยุคปัจจุบันเป็นการนำความรู้ด้านวิชาการมาสนับสนุนอุดมการณ์ มาตอบตัวอย่างมีเหตุมีผลว่า “นี่แหละ คือเหตุผลที่ฉันไม่เอารัฐประหาร“ นอกจากนี้ยังได้คำตอบให้กับความผิดเพี้ยนของวาทกรรมประชาธิปไตยแบบไทยๆ ด้วยหนังสือหนานุ่ม เนื้อหาเยอะ ต้องใช้สมาธิ และใช้เวลาอ่านพอสมควร แต่คงไม่เกินความสามารถของคนที่กระหายความรู้ อยากทำความเข้าใจรัฐประหาร 19 กันยา หรืออยากหาคำอธิบายความรู้สึกต่อต้านรัฐประหารที่มีในจิตใจด้วยภาษาวิชาการและหลังอ่านจบ คุณจะรู้เลยว่า คุณูปการเพียงประการเดียวของรัฐประหาร 19 กันยา คือทำให้ตาสว่างPS "This is not a coup" บนปกหนังสือเล่มนี้เสียดสีความเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ได้สุดมากthai-history
Pae Ponsiri112 reviews23 followersFollowFollowOctober 3, 2022รวมบทความจากนักวิชาการหลาย ๆ คน ข้อเสนอมีหลากหลายแต่จุดรวมหลายคนคือคัดค้านการรัฐประหาร แต่ที่ผมสนใจก็คือเล่มนี้โต้แย้งข้อเสนอที่ว่าอย่างน้อยการรัฐประหารมันก็ยุติความรุนแรงหรือการนองเลือดได้ อันนี้มันไม่จริง มันก็เป็นแค่ข้ออ้างเพื่อให้ความชอบธรรมการยึดอำนาจ ตอนนั้นก็มีความพยามจะสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงเพื่อที่จะให้มีรัฐประหาร และรัฐประหารโดยตัวมันเองก็คือความรุนแรงอยู่แล้ว มันทำลายโอกาสความเป็นไปได้แบบอื่น ๆ ที่ดีของประเทศนี้. เล่มนี้มันก็เหมือนเป็นบันทึกไปในตัวด้วยว่านักวิชาการแต่ละคนเคยเสนออะไรยังไงไว้ [ชอบบทธงชัย, ภัควดี, สุลักษณ์, ชัยวัฒน์, ธเนศ, ยิ่งในบทสมศักดิ์นี่แก war ตี นักวิชาการคนอื่นเพียบเลย แฮะๆ]thai-politics when-i-was-28