Jump to ratings and reviews
Rate this book

ภาพยนตร์กับการเมือง

Not yet published
Expected 1 Jan 42
Rate this book

152 pages, Paperback

Expected publication January 1, 2542

1 person is currently reading
9 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
0 (0%)
4 stars
0 (0%)
3 stars
2 (66%)
2 stars
0 (0%)
1 star
1 (33%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Patipat Sathaporn.
5 reviews35 followers
June 8, 2015
งานศึกษาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่มักจะถูกอ้างอิงเสมอ ๆ ในประเด็นว่าด้วยภาพยนตร์และการเมือง หนังสือออกสู่บรรณพิภพใน พ.ศ.2542 ซึ่งผู้เขียนได้กล่าวถึงสถานภาพการศึกษาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยว่าเท่าที่ผ่านมามีงานในลักษณะ 1)ศึกษาประวัติความเป็นมาของภาพยนตร์ไทย 2)ศึกษาภาพยนตร์ในฐานะ "สื่อ" ของการสื่อสาร 3)เรื่องราวและปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการภาพยนตร์ (มักออกมาในรูปของบทความ) แต่การนำภาพยนตร์มาใช้ในการศึกษาในฐานะหลักฐานเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศราษฐกิจ การเมือง ยังมีอยู่น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย (งานทำนองนี้มีวิทยานิพนธ์ภาพยนตร์ไทยและบริบททางสังคม พ.ศ.2510-2525 ของสมชาย ศรีรักษ์ตีพิมพ์ 2548) ผู้เขียนจึงช่วยเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปจากการศึกษาภาพยนตร์ในแง่มุมนี้ โดยศึกษาภาพยนตร์ที่สัมพันธ์กับบริบททางการเมืองผ่านหนังเรื่องเลือดทหารไทย พระเจ้าช้างเผือก และบ้านไร่นาเรา

เนื้อหาหนังสือแบ่งได้เป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือ 1)การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาพยนตร์กับบริบททางประวัติศาสตร์ 2)ภาคผนวกเป็นข้อมูล/เรื่องย่อ/เพลง ของภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องที่นำมาศึกษา สำคัญที่นำเสนอคือ ภาพยนตร์มีสถานะเป็น "สื่อประชาสัมพันธ์" ทางการเมือง โดยผู้นำตั้งแต่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์จนถึงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองต่างใช้พลังของภาพยนตร์ในการสื่อสารทางการเมืองของตน ต่างกันเพียงเนื้อหาที่ต้องการสื่อ

ภาพยนตร์สามเรื่องที่นำมาศึกษาสัมพันธ์อยู่กับบริบททางการเมืองที่ ลัทธิทหาร และ ลัทธิชาตินิยม กำลังเฟื่องฟูอยู่ในสังคมการเมืองไทยขณะนั้น

อย่างไรก็ตามผู้เขียนไม่ได้ปฏิเสธว่าภาพยนตร์ที่อยู่ในกระแสความสนใจของคนดูส่วนมากก็เป็นเรื่องบู๊ ตลก รัก เศร้า เสียเป็นส่วนมาก แม้มุมมองของคนดูหรือความนิยมที่มีต่อภาพยนตร์การเมืองทั้งสามเรื่องนี้จะไม่ชัดเจน (ไม่รู้ว่าคนจะชอบดูจริงรึเปล่า?) แต่ความสำคัญของการศึกษานี้ไปตกอยู่ที่ลักษณะการสื่อความคิดของผู้สร้างเสียมากกว่า

ความน่าสนใจของเชิงอรรถ คือ การแบ่งยุคภาพยนตร์ในไทยของผู้เขียนเองและของโดม สุขวงศ์ ที่มีความเหมือนและต่างกันบ้าง ซึ่งน่าจะสามารถเป็นแนวทางให้ผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์นำไปต่อยอดได้
Displaying 1 of 1 review

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.