nananatte431 reviews139 followersFollowFollowReadNovember 29, 2023ติดพันจากการอ่าน Marginal ภาคล่าสุดที่คุณพัณณิดายังเขียนไม่จบ บวกกับช่วงนี้ดิฉันอินกันฟรีเรน(คำอธิษฐานในวันที่จากลา)มากกกกกก ก็เลยอยากอ่านอะไรในทำนองนี้เพิ่ม แล้วก็ไปเจอว่า... เราดอง "เซรีญา" ไว้แค่สิบปีเอง ^^;;; กราบขออภัยในความดองนานนี้ ว่าแล้วก็เลยอ่านรวดเดียว 3 เล่มจบภาคเลยค่ะ!เซรีญา ภาคเจ้าหญิงแห่งอัลเซลมา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาการด้านภาวะผู้นำของทายาททั้งสี่ของสี่ดินแดน สี่ตัวละครนี้คือลูกหลานของบุคคลที่ยิ่งใหญ่หรืออำนาจที่ยิ่งใหญ่ บางคนเกี่ยวดองทางสายเลือด แต่บางคนก็ไม่ มีทั้งคนเก่ง มีทั้งไม่เก่ง มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และช่วงวัยก็แตกต่างกันไป ดังนี้เซรี - เจ้าหญิงหนึ่งเดียวแห่งอาณาจักรแดนใต้ ถูกเลี้ยงมาโดยท่านอาผู้เก่งกล้าสามารถ เพราะท่านพ่อของเธอเป็นพระราชาที่งานยุ่ง ตัวท่านอาเองทั้งอัธยาศัยดี เป็นนักปฏิบัติ มีความสามารถเป็นเลิศชนิดที่ว่าก่อนพระราชาองค์ก่อนจะสิ้นพระชนม์ บรรดาขุนนางยังสองจิตสองใจว่าควรดันพระโอรสองค์ใดขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปกันแน่เจ้าหญิงในดินแดนนี้ตามปกติไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการปกครองใดๆ พวกเธอจะแต่งงานกับชายหนุ่มชนชั้นสูงสักคนหลังผ่านพิธีบรรลุนิติภาวะ แต่ในงานนี้ เจ้าหญิงเซรียังไม่มีกระทั่งพระคู่หมั้น ที่ร้ายกว่านั้นยังเกิดเหตุอาเพศ ทันทีที่เจ้าหญิงเซรีและท่านอาเดินเคียงกันมาเข้าสู่วิหารที่จัดงาน รูปปั้นของบรรพกษัตริย์แห่งราชสกุลก็ถล่มลงมาหัวหน้านักบวชแจ้งว่า "เป็นเพราะตัวกาลกิณีบ้านเมืองเดินเข้ามาในวิหาร"แต่ใครคือตัวกาลกิณีกันล่ะ? ในเมื่อเจ้าหญิงเดินเข้ามาพร้อมท่านอาของเธอเจ้าหญิงไม่รู้ แต่ที่เธอรู้แน่ๆ คือท่านอารักเธอมาก และจะไม่ส่งองค์หญิงน้อยที่ตัวเองเลี้ยงมากับมือให้นักบวชเอาไปจัดการเด็ดขาด ส่วนพระราชาไม่พอพระทัย จะอย่างไรท่านอาก็เป็นรัชทายาท จะส่งรัชทายาทไปตายได้อย่างไร ท่านพ่อบอกให้ส่งตัวเจ้าหญิงเซรีมาเทรมิส - เทรมิสเป็นพ่อมดในดินแดนทางเหนือ เขาเป็นคนที่ไม่สามารถระบุได้อย่างเต็มปากเลยว่าตัวเขาคืออะไรกันแน่ เลือดในตัวเขาเป็นเลือดผสม ซึ่งไม่ใช่สิ่งยอมรับกันได้ เพราะพ่อมดแดนเหนือกับเผ่าทะเลทรายเกลียดกันฝังรากลึกมายาวนานเกินไป และด้วยความที่เทรมิสเติบโตมาในหอสัตว์ภูติ(พ่อมดที่ใช้สัตว์วิเศษ) ก็ควรอยู่ที่นั่งต่อไป แต่เขาก็กลับเลือกไปอยู่หอกาล(พ่อมดใช้เวทย์มนต์เวลา) ที่ตั้งอยู่หลบลี้หนีหน้าผู้คน พ่อมดในหอกาลมีแต่พวกประหลาด แม้แต่พ่อมดด้วยกันยังไม่ค่อยอยากไปยุ่งด้วยเลยลอร์คาน - ทายาทของเผ่าที่เรืองอำนาจที่สุดในทะเลทราย แต่กลับผิดใจกับบิดาเรื่องวิธีปกครองคน จึงละทิ้งเผ่าออกมาตั้งกลุ่มกองโจร ปกครองคนในวิถีที่ตนเชื่อมั่น เป็นที่หมั่นไส้ของผู้คนยิ่งนัก เพราะทั้งที่ตัวเองก็เป็นทายาทของผู้นำที่เปี่ยมทั้งอำนาจบารมี กลับมาดิ้นรนสร้างโลกในอุดมคติของตัวเองไปทำไมก็ไม่รู้เมราล - สาวงามผิวซีดขาว ดวงตาสีแดง ผู้มากด้วยปริศนา เธอมีเพื่อนรักเป็นงู แค่เพียงเมราลปรากฎกาย ทุกคนที่มองเห็นเธอก็จะตกอยู่ในมนต์สะกดจนหลงลืมทุกอย่างทันที ตัวเมราลเองมีอิทธิฤทธิ์มหาศาล และงูบริวารของเธอก็ร้ายกาจ ชนิดว่าแทบจะทำลายประเทศทางใต้อันอุดมให้จมหายไปด้วยงูสายฟ้าของเธอได้ทั้งสี่คนเป็นทายาทของผู้นำยุคก่อนที่เก่งกาจซึ่งเรืองอำนาจด้วยทั้งพระเดชและพระคุณ สี่คนนี้ก็เลยถูกเลี้ยงดูมาแตกต่างกันไปตามแต่นิสัยและเป้าหมายของผู้ปกครองเราอ่านเซรีญาเล่ม 1 แล้วหงุดหงิดไม่น้อย เพราะเจ้าหญิงเซรีเป็นเด็กดีแสนดี แถมยังซื่อเหลือเกิน ดิฉันงงใจอยู่ไม่น้อยว่าความเป็นเด็กดีมันคลี่คลายสถานการณ์ได้ด้วยเหรอ? อ่านเล่มนี้ก็เลยแบบ... มันจะใช่เหรอสาวน้อย?แต่เล่ม 2 กับ 3 มันส์มาก ไม่ว่าจะปูมหลังของเทรมิส เรื่องราวในดินแดนทะเลทราย และเรื่องเหนือความคาดหมายครั้งแล้วครั้งเล่าของเมราลส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า เมราลขโมยซีนเก่งมาก ถ้าใครชอบ "มอร์แกน" จากไมรอน ก็จะชอบเมราลได้ไม่ยากเลย และในบางจังหวะ อ่านไปจะอยากกรีดร้อง เพราะเจ๊ก็ทำเกินไป๊!!! ถึงมันจะเข้าใจได้ว่าเมราลถูกชุบเลี้ยงมาแบบนั้น เธอจะไม่มี sense เรื่องความเป็นครอบครัวเลยก็ไม่แปลก แต่มันก็แรงอยู่ดีนะคนสวย! ในบรรดาพัฒนาการตัวละครทั้งหมดในเรื่องนี้ เราให้เมราลมาอันดับ 1 ตามมาด้วยลอร์คานเป็นอันดับ 2 ค่ะในขณะที่เทรมิส เป็นตัวละครหนุ่มน้อยที่มองโลกได้ healthy+positive สุดในจักรวาลของคุณพัณณิดาแล้วค่ะ 555 ทั้งที่เทรมิสเองก็โตมากับความดำมืดขนาดนั้น แต่ก็ยังสามารถอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน และเป็นคนใจดีมากๆส่วนตัวชอบนิทานแพะภูเขาวิ่งตามหาแสงลงไปในปล่องภูเขาไฟ วิ่งไปๆ จนสุดท้ายก็ติดอยู่ใต้โลกค่ะ เป็นคำเปรียบเปรยแสนเศร้า (ที่ตอนแรกอ่านแล้วไม่เข้าใจเลยว่า พี่สาวของเทรมิสจะโพล่งเรื่องนี้ออกมาทำไม) นิทานเรื่องนี้สะท้อนการเดินทางในชีวิตคนเราและตัวละครในเรื่องได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนที่เจ้าหญิงเซรีไปติดอยู่ในวงกตใต้ดินจนหาทางออกมาไม่ได้ เราชอบเรื่องใต้ดินตรงนั้น การติดอยู่ในมายา และการที่เจ้าหญิงผู้สว่างประหนึ่งพระอาทิตย์ตลอดเรื่อง ถึงคราวต้องชิมรสชาติด้านมืดของตนเอง เผลอๆ เราจะชอบซีนตรงนี้มากกว่าซีนแสดงความกล้าหาญของเธอต่อหน้าฝูงชนเสียอีกค่ะสรุปว่า "เซรีญา ภาคเจ้าหญิงแห่งอัลเซลมา" มันไม่ใช่งานผู้กล้าเดินทางเก็บไอเท็มเพื่อพิชิตมารร้ายสักหน่อย (ไอเท็มแทบจะไม่สำคัญเลย 555) มันเป็นเรื่องภาวะผู้นำของบรรดาทายาทว่าจะได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ของผู้นำคนเดิมต่อไปหรือไม่? ทายาทที่เชื่อว่าตัวเองไม่มีความสามารถทายาทที่มีชีวิตอยู่เพื่อชดใช้บาปของตนทายาทที่แข็งกร้าวเพื่อแสดงออกว่าตัวเรานั้นไม่ได้อ่อนแอและทายาทที่เก่งทุกอย่าง แต่ไม่รู้จักตนเองอ่านจบสามเล่มนี้ ต้องไปรื้อภาคแยก "อัลเซลมา" มาอ่านต่อค่ะ เล่มนั้นพูดเรื่องท่านอาของเจ้าหญิงเซรีล้วนๆ ค่ะ ^^fiction thai-fiction