Jump to ratings and reviews
Rate this book

นิรมัย

Rate this book
แสงอาทิตย์อ่อนกำลังและคล้อยต่ำลงช้า ๆ หมอกขาวเริ่มปรากฏให้เห็นบนยอดเขาไกล ๆ นั่นทำให้เขานึกไปถึง ‘The Mist’ หรือในชื่อไทย ‘มฤตยูหมอกกินมนุษย์’ หนังที่เขาดูยังไม่ทันจบ แต่ถูกสารวัตรโทรเรียกให้มางานด่วนที่โรงพยาบาล

ศพสำคัญศพหนึ่งต้องการคนเฝ้า
เอาน่า... มันคงไม่นานนักหรอก พยาบาลที่นี่ก็น่ารักไม่เบา
ว่าแต่... เธอชื่ออะไร ?
แล้วทำไมมันถึงเรียกว่าห้องนิรมัย ?

นวนิยายขนาดสั้น โดย นวกานต์ ราชานาค

112 pages, Paperback

First published September 1, 2026

Loading...
Loading...

About the author

นวกานต์ ราชานาค เกิดเมื่อ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2527 ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

เริ่มต้นเส้นทางสร้างสรรค์ในวงการหนังสั้นช่วงกลางทศวรรษ 2000 ด้วยผลงานกำกับอย่าง 8-9, Continue และ Thaumatrope ก่อนจะหันมาเขียนงานร้อยแก้วอย่างจริงจังในเวลาต่อมา

ผลงาน Continue ได้รับรางวัล Artistic Contribution จากงาน Movie Mania ครั้งที่ 7 จัดโดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2550 ส่วน Thaumatrope เข้าชิงรางวัล Artistic Contribution จากงานเดียวกัน

ปัจจุบันมีผลงานตีพิมพ์แล้วสามเล่ม เป็นรวมเรื่องสั้นสองเล่ม ได้แก่ มานีไม่ใช่คนตระหนี่ แต่หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อครั้งนี้ ไม่สามารถหนีได้ (2022) และ สัตว์ประหลาดในวังร้าง (2025) กับนวนิยายสั้นอีกหนึ่งเล่มคือ นิรมัย (2026)

(เล่มแรกได้รับการจัดเก็บไว้ในห้องสมุด Cornell University ส่วน Southeast Asia Program)

.

Navagan Rachanark was born on December 29, 1984, and currently lives in Bangkok, Thailand.

Navagan Rachanark began his creative path in the short-film scene in the mid-2000s, directing 8-9, Continue, and Thaumatrope, before turning seriously to writing prose.

His short film Continue won the Artistic Contribution award at Movie Mania 7, organized by the Faculty of Communication Arts, Chulalongkorn University, in 2007. Thaumatrope was also nominated for the Artistic Contribution award at the same event.

He has since published three books: two short story collections, Mani Mai Chai Khon Trani, Tae Ni Thi Thoe Mai Dai Ko Khrang Ni, Mai Samat Ni Dai (2022) and The Monster in the Abandoned Palace (2025), and a novella, The Morgue (2026).

The first collection is held in the Cornell University Library, Southeast Asia Program collection.

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
4 (40%)
4 stars
2 (20%)
3 stars
4 (40%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
772 reviews162 followers
September 19, 2026
ในขณะกำลังจะเขียนอะไรถึงนิยายขนาดสั้นชิ้นใหม่ของพี่นวกานต์ เสียงในหัวก็ตบตีกันว่า ควรเขียนถึงหรือไม่เขียนถึงอะไรเลยดีกว่ากัน

การทะเลาะเบาะแว้งของเสียง ในที่สุดก็มีผู้ชนะ

และผู้ชนะก็บอกผมว่า เขียนสิ่งนี้ไปดีกว่า

โอเค กูเชื่อมึงละกัน งั้นเขียนตามที่มึงบอกละกันนะ

ซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่าซ่า

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ผมทำตามที่มันบอกแล้ว ทีนี้ผมจะได้กลับไปดูหนังซักที..
Profile Image for lostlessboy*.
132 reviews68 followers
September 19, 2026
นิยายขนาดสั้น เน้นแอคชั่นวันชอตลองเทคแบบเอามันส์ๆๆๆๆๆๆ

นิรมัย เล่าถึงจ่าเชที่ต้องมาเฝ้าศพในห้องที่ถูกเรียกว่านิรมัยที่โรงพยาบาลประจำอำเภอในต่างจังหวัด แต่ศพที่ว่าก็ไม่ใช่ศพธรรมดานี่ดิ จากงานง่ายๆ อย่างการนั่งเฝ้าเลยการเป็นความแอคชั่นผสมสยองขวัญ ที่จะนำพาผู้อ่านรู้สึกขมขื่นไปกับชะตากรรมของตัวเอก

ชอบที่เป็นนิยายสั้นที่อ่านสนุก อ่านเพลินมาก ขนาดติด reading slump อยู่แต่เผลอหยิบติดไปร้านข้าวใกล้บ้านนั่งอ่านระหว่างรอกินข้าวเผลอแป๊บเดียวหน้าสุดท้ายก็ถูกปิดไปพร้อมกับมื้ออาหาร เราชอบความกวนตีน ลูกเล่นที่ผู้เขียนสอดแทรกลงไปในเรื่องราวคิดว่าเป็นลายเซ็นไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นแนวไหน ชองไหน ผู้เขียนก็ยังเอาอยู่ในจุดนี้ เราเลยได้ทั้งอมยิ้มกับชื่อตัวละครในขณะที่สถานการณ์ก็ไม่ชอบมาพากลชวนให้สงสัย ได้ขำแห้งกับการจับพลัดจับผลูไปกับความซวยของตัวเอก และสิ่งที่อดชื่นชมไม่ได้เลยคือการใช้ภาษา เรารู้สึกว่ามันกำลังพอดีมีความกระชับแต่ก็สื่อให้เห็นภาพและบรรยากาศได้ชัดเจน พอผสมกับลูกเล่นทั้งการใช้ฟอนต์ การทำซาวด์เอฟเฟคประหนึ่งหนังโรง ไปถึงการเล่นล้อกับหน้าปก เราเลยรู้สึกว่าผู้เขียนช่างคิดและพยายามจะใช้ประโยชน์จากทุกองค์ประกอบของหนังสือเล่มหนึ่งเพื่อให้ผู้อ่านได้อรรถรสสูงสุด พูดง่ายๆ คือเป็นนิยายที่มีลูกล่อลูกชนประหนึ่งภาพยนตร์แบบ4DX

แต่ก็มีจุดที่เสียดายคือแก่นเสริมที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอให้เห็นความแตกต่างระหว่างการควบคุมและปกครอง เราว่ามันยังไม่เข้มข้นและเป็นเนื้อเดียวกับเรื่องราวมากพอ มันมีความเป็นก้อนเป็นเลเยอร์ที่มาแล้วก็ไป ตรงนี้มันเลยทำให้ผู้อ่านอย่างเราฉุกคิดตามได้แป๊บหนึ่งแล้วก็ อ่อ เออน่าคิดว่ะ แต่อืมๆ อ่านต่อก่อนแล้วกัน ก็กลับเข้าสู้เส้นเรื่องแอคชั่นมันส์หยดแล้วก็จบ กลายเป็นว่าประเด็นที่ผู้เขียนอยากให้เราตระหนักคิดทบทวนกระทั่งเขียนในคำตามเราเลยเผลอทิ้งไประหว่างทาง พอกลับมาย้อนคิดมันก็ไม่ได้อารมณ์ความสดอยากขบคิดต่อแบบตอนที่อ่านพบเมื่อหนแรกอีกแล้วด้วยดิ เออทำไงนี่

อีกอย่างที่รู้สึกพูดยากว่าชอบไหมก็คือการที่ผู้เขียนเขียนนิยายนี้ขึ้นมาเพื่อทรีบิวต์หนังสยองขวัญหลายเรื่องที่เขาชอบ แต่เรากลับเคยดูทุกเรื่อง เลยกลายเป็นว่าเราเดาเรื่องราวออกว่าจะเป็นยังไงและจบลงตรงไหน แต่อีกใจเราก็ชอบเพราะในแง่หนึ่งมันเป็นทั้งการคารวะ ความสร้างสรรค์ พาโรดี้ และการจับยำเศษเสี้ยวของหนังหลายต่อหลายเรื่องนั้นก็ทำให้เรื่องราวนั้นดีดใช่ย่อย...
September 20, 2026
นิรมัย นวนิยายสั้นของนวกานต์ ราชานาค คือการประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า กูเป็นคนรักและหลงใหลหนังเฮอเรอร์ที่ตัวเองโตมาด้วยอย่างหัวปักหัวปำ ทั้งกิมมิก ฉาก บรรยากาศ หรือแม้กระทั่งแก่นเรื่องจากสารพัดหนังเหล่านั้น ถูกหยิบมาร้อยเรียงเป็นผลงานใหม่ในสุ้มเสียงของนวกานต์เอง

ถ้าถามผมในฐานะนักอ่าน และคนที่มีส่วนคัดเลือกผลงานมาพิมพ์ ก็ต้องบอกว่าสอบผ่าน มันสนุกมาก ดังนั้น หากคิดคะแนนเต็มห้าดาว คุณเอาไปสามดาวก่อนเลย เอาไปตุนไว้ในกระเป๋า ให้เพราะมันสนุกอย่างที่บอกนั่นแหละ อ่านแล้วอยากอ่านต่อ เรื่องเดิน ภาษาไหลลื่น ผมไม่มีปัญหากับภาษาของนวกานต์ในแง่นี้แต่อย่างใด

ทีนี้มาดูส่วนอื่นๆ บ้าง เมื่อคุณเขียนหนังสือออกมาสักเล่ม มันก็ย่อมต้องถูกตรวจสอบด้วยสายตาของนักอ่าน ความสนุกอาจทำให้ผมยอมปล่อยผ่านบางอย่างระหว่างอ่าน แต่ถ้าถามว่ามีจุดที่ไม่ชอบใจ หรืออยากให้ปรับไหม มีแน่นอน

สิ่งแรกคือการเลือกว่าจะเล่าอะไร และปล่อยให้คนอ่านรู้สึกเอาเองตรงไหน บางช่วงนวกานต์รีบบอกความรู้สึกของตัวละคร จนผมยังไม่ทันได้รู้สึกไปกับมัน ขณะที่บางช่วงก็ย้ำอากัปกิริยาเสียละเอียดและถี่เกินจำเป็น อย่างการกลืนน้ำลาย ทำไมมันถึงถูกใช้พร่ำเพรื่อขนาดนั้น เข้าใจว่ามันช่วยแสดงความกังวลหรือความหวาดกลัวของตัวละครได้ แต่พอใช้บ่อยเข้า ผมก็เริ่มเห็นคนกลืนน้ำลายมากกว่าจะรู้สึกกลัวไปด้วย คุณยังมีวิธีอีกตั้งร้อยแปดที่จะทำให้ผมรู้สึกอย่างเดียวกันได้

อีกเรื่องคือการเลือกแนวทางดำเนินเรื่อง คุณจะเอาหลายแนวมาผสมกันก็ได้ หรือจะเลือกไปเลยว่าเป็นเฮอเรอร์ สืบสวนสอบสวน พาโรดี้ หรือเสียดสีการเมืองก็เอาเลย เพียงแต่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าจะให้แต่ละอย่างทำงานกับเรื่องแค่ไหน ผมไม่รู้ว่านวกานต์อยากให้นวนิยายสั้นเรื่องนี้จัดอยู่ในประเภทไหนกันแน่ แต่เท่าที่อ่าน ผมให้น้ำหนักไปทางงานพาโรดี้และเสียดสีการเมืองมากกว่า และถ้ามองอย่างนั้น ก็ต้องนับว่าเขากำลังเล่นท่ายากอยู่พอสมควร

ผมพูดเสมอว่าการเขียนที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งคือการเขียนให้คนอ่านรู้สึกตลก โดยเฉพาะความตลกที่มีชั้นเชิง อ่านแล้วไม่เห็นคนเขียนยืนรออยู่ข้างๆ ว่า เมื่อไหร่มึงจะขำสักทีวะ ยิ่งตั้งใจใส่การเมืองลงไปอย่างที่นวกานต์ทำ คุณก็ยิ่งต้องเค้นฝีมือออกมา เพราะลำพังมีเรื่องอยากด่า กับทำให้คนอ่านหัวเราะไปกับเรื่องที่คุณด่า มันใช้ความสามารถคนละอย่างกัน

บางคนอ่านแล้วรู้สึกเหมือนเกิดมาก็มีพรสวรรค์ทางนี้ ผมยกตัวอย่างกุ๊บ–จิรัฏฐ์ คนนี้ดูไม่ต้องประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำมาก เหมือนเจ้าตัวเกิดมาก็เป็นคนกวนตีนแบบนั้นเลย แน่นอนว่าเบื้องหลังอาจผ่านการคิดและแก้มาแทบตายก็ได้ แต่สิ่งที่มาถึงคนอ่านมันดูเป็นธรรมชาติ เหมือนแค่เจ้าตัวอ้าปากก็ออกมาเป็นประโยคแบบนั้นแล้ว

ส่วนใครที่ต้องนั่งคิด นั่งจัดวาง ก็คงต้องพึ่งพรแสวงกันไป ซึ่งในกรณีของนวกานต์ ผมมองว่าแม้เขาจะยังไม่เอกอุเรื่องถ้อยคำเสียดสีหรือปากจัด แต่เขามีฝีมือในการวางสถานการณ์ให้เกิดความตลก รู้จักผูกเรื่อง เก็บบางอย่างไว้ แล้วค่อยเอากลับมาตบในจังหวะที่เหมาะสม หลายมุกได้ผลเพราะมีเรื่องราวที่ปูมารองรับ และผมว่าถ้าขัดเกลาฝีมือด้านนี้ต่อไป เขาก็มีแววจะเป็นตัวเอ้ในทางนี้ได้เหมือนกัน

ดังนั้น สำหรับผม นิรมัยจึงเป็นนวนิยายเฮอเรอร์ตลกเสียดสีที่หยิบขนบของเรื่องสยองขวัญมาเล่น มากกว่าจะมุ่งเอาความสยองเป็นหลัก อ่านแล้วอดนึกถึงหนังอย่าง Shaun of the Dead หรือ Tucker & Dale vs. Evil ไม่ได้ ทั้งการคารวะ การหยอก และการพลิกแพลงสิ่งที่เราคิดว่ารู้ทันให้กลายเป็นมุก ผมไม่ได้บอกว่านิรมัยไปถึงระดับเดียวกับหนังเหล่านั้นนะ แต่เห็นทางที่นวกานต์จะพัฒนาต่อได้อย่างว่านั่นแหละฮะ

ที่อยากให้ขัดเกลาต่อก็คือวิธีเข้าทำในบางจังหวะ ซึ่งยังหยาบไปหน่อย อย่างการใช้ตัวอักษรซ้อนทับกัน ผมรู้สึกว่ามันโกงไปนิดหนึ่ง เอาเถอะ คุณอาจเถียงว่าหนังสือก็มีหน้ากระดาษ มีตัวพิมพ์ ทำไมจะเอามาเล่นไม่ได้ ซึ่งก็จริง มันทำได้ และถ้าถามว่าในเรื่องนี้ได้ผลไหม ผมตอบเลยว่าได้ผล เพียงแต่โดยรสนิยมส่วนตัว ผมอยากเห็นว่าคุณจะใช้ประโยค ใช้จังหวะเล่า หรือใช้เสียงของผู้เล่า ทำให้เกิดผลแบบเดียวกันได้อย่างไรบ้าง

ผมนึกถึงงานอย่าง The Art of Asking Your Boss for a Raise ของ Georges Perec ที่พาคนอ่านวนอยู่กับเงื่อนไข ทางเลือก และการเริ่มต้นใหม่ จนความยียวนเกิดขึ้นจากวิธีเล่าที่พาคนอ่านวกไปวนมา อ่านไปก็เหมือนมีใครคอยพาคุณออกนอกทาง แล้วจับกลับมาตั้งต้นใหม่อยู่เรื่อย แน่นอนว่าเล่มนั้นก็ทดลองกับรูปแบบ รวมถึงการละเครื่องหมายวรรคตอนด้วย จึงคงพูดไม่ได้ว่ามันไม่เล่นกับรูปแบบเลย แต่สิ่งที่ผมสนใจคือเขาทำให้โครงสร้างและจังหวะภาษาทำงานกับคนอ่านได้มากขนาดนั้น โดยไม่ต้องใช้ตัวอักษรซ้อนทับกัน

เรื่องการเขียนแทนเสียงก็คล้ายกัน โดยเฉพาะเสียงที่ไม่ได้เกิดจากคำพูด พอคุณถอดมันออกมาเป็นตัวอักษร คุณก็ต้องยอมรับว่าคนอ่านอาจไม่ได้ยินอย่างเดียวกับที่คุณได้ยินในหัว คำเลียนเสียงมีข้อตกลงของแต่ละภาษาอยู่ และแม้แต่คนอ่านภาษาเดียวกันก็ยังนึกถึงน้ำเสียง ความดัง หรือจังหวะต่างกันได้ ผมจึงชอบเวลาคนเขียนทำให้รับรู้เสียงนั้นผ่านบริบท ผ่านปฏิกิริยาของตัวละคร หรือผ่านสิ่งที่เสียงนั้นทำกับฉาก มากกว่าจะฝากผลทั้งหมดไว้กับชุดตัวอักษรที่ใช้แทนเสียง

แต่ก็นั่นแหละ นี่เป็นความชอบของผม คุณอาจชอบวิธีที่นวกานต์ทำมากกว่าก็ได้ และผมเองก็เพิ่งบอกไปว่ามันได้ผล

อีกเรื่องที่กังวลระหว่างอ่านคือเนื้อหาบางส่วนที่กระเดียดไปทางชายแท้ โดยเฉพาะเสียงในความคิดของพระเอก อ่านไปสักพักจะเริ่มรู้สึกว่าไอ้หมอนี่มันมีความ creepy อะไรบางอย่าง ชวนให้ระแวงและอึดอัดอยู่เหมือนกัน การมีตัวละครแบบนี้อยู่ในเรื่องไม่ใช่ปัญหาในตัวมันเองหรอก ผมสนใจมากกว่าว่าเรื่องจะทำอย่างไรกับมัน จะปล่อยผ่าน เออออไปด้วย หรือหาทางเล่นงานความคิดของมัน

พอเรื่องเดินไปถึงช่วงท้าย และสิ่งเหล่านั้นถูกเอากลับมาตบมุก ความอึดอัดของผมก็คลี่คลายลงระดับหนึ่ง อย่างน้อยสิ่งที่ชวนให้หงุดหงิดก่อนหน้านั้นก็มีหน้าที่ในเรื่อง แต่ก็นั่นแหละ มุกท้ายเรื่องจะย้อนกลับไปทำให้ทุกคนโอเคกับสิ่งที่อ่านมาได้แค่ไหน ผมไม่รู้ บางคนอาจหมดความอดทนไปก่อนถึงตรงนั้นด้วยซ้ำ

ถ้าคุณเป็นนักอ่านขี้หงุดหงิดกับเรื่องพรรค์นี้ ก็เป็นไปได้ว่าจะวางหนังสือลงก่อน แล้วจำมันในฐานะงานชายแทร่อีกเล่มหนึ่ง คนเขียนก็ต้องรับความเป็นไปได้นั้นให้ได้ จะหวังให้ทุกคนอดทนรอจนถึงจุดที่คุณเตรียมไว้ก็คงไม่ได้ ซึ่งถ้าเป็นผม ผมไม่แคร์นะ ถ้ายังเชื่อว่ามันจำเป็นกับเรื่องก็เขียนไป แต่คนอ่านจะด่า ก็เป็นเรื่องที่เขาทำได้เหมือนกัน

โดยรวม ผมให้อีกหนึ่งดาวกับการเล่นท่ายากของนวกานต์ รวมเป็นสี่ดาวจากห้า ให้ทั้งความกล้าและจังหวะที่เขาทำสำเร็จ แม้จะยังมีความประดักประเดิด เก้ๆ กังๆ หรือกล้าๆ กลัวๆ อยู่บ้าง แต่สุดท้ายผมก็สนุกกับมัน และเห็นว่าความหลงใหลในหนังของเขาถูกเอามาใช้จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวของตัวเอง

ผมเอนจอยกับการอ่านหนังสือเล่มนี้ในฐานะงานคารวะหนังโปรดที่หลายคนโตมาด้วย เป็นการคารวะอย่างจริงจังผ่านเรื่องเล่าที่กวนตีนเอาเรื่อง และผมก็อยากเห็นว่านวกานต์ ราชานาค จะเอาความกวนตีนนี้ไปทำอะไรต่อ
Profile Image for Weerawat Yodmun.
41 reviews1 follower
September 30, 2026
"นิรมัย"

เปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์บังคับ ให้ตัวละครต้องไปอยู่ในพื้นที่ชวนหลอน อันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเหมือนหนังสยองขวัญ บรรยากาศได้ มุกตลกมี

การเล่าเรื่องผสม Conceptual Art เป็นหนังสือที่ตอนอ่านเหมือนมีคลื่นเสียงรบกวน อ่านสนุกดีครับ เสียดายว่าอยากให้ยาวกว่านี้ หรือถ้าจะมีภาคต่อก็น่าสนใจครับ

แนะนำครับ

ปล.อ่านแล้วทำให้อยากกลับไปดูหนังหลายเรื่องเลยครับ
Profile Image for Somcat2010.
7 reviews
October 19, 2026
การใช้ตัวอักษรมารบกวนบรรยากาศแบบเรียลไทม์แบบนี้ ไม่เคยเห็นมาก่อน ถือว่าครีเอทมาก
การบรรยายเน้นให้เห็นภาพแบบกำลังดูหนัง อย่างการบรรยายตอนหนวดพุ่งขึ้นเพดาน หรือการต่อสู้ในห้องนี่เล่าเป็นช็อตเหมือนกำลังดูหนังเลย
เนื้อเรื่องเดาไม่ยาก แต่อ่านสนุก แบบไม่น่าเชื่อว่าจะอ่านรวดเดียวจบได้ แอบอยากให้ยาวกว่านี้อีกนิด
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,110 reviews183 followers
September 23, 2026
เมื่อเปิดอ่านหน้าแรก
ก็อ่านได้รวดเดียวไปจนจบ
สำนวนดี ลูกล่อลูกชนสมดุล
ผู้เขียนบริหารเนื้อหาสาระ มุกตลก (ที่ไม่โฉ่งฉ่าง) กลมกล่อม
อ่านสนุกดี และออกจะนอกเหนือความคาดหมายออกไปไกล
Displaying 1 - 6 of 6 reviews