What do you think?


แผ่นดินของเรา
ทุ่งวัวแล่น จังหวัดชุมพร สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยขึ้นชื่อว่าเป็นดั่ง "แผ่นดินของเรา" ระหว่างภัคคินีและธำรง หากแต่สวนสวยกลับต้องกลายเป็นเพียงความหลัง เมื่อภัคคินี สาวน้อยผู้มีหัวใจเสรีเลือกทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างทั้งครอบครัวและสามี ไปกับชายที่สุดท้ายก็ไม่ได้รักเธอมากไปกว่ารักตัวเอง
"ดอกจันทร์กะพ้อร่วงพรู แต่มิได้หล่นลงสู่พื้นดินทีเดียว กลีบสีขาวของมันน้อยๆ และอ่อนนุ่ม ปลิวกระจายตามลมเหมือนฝูงผึ้งแตกรัง ไปตกที่นั่นนิด ที่นี่หน่อย บนพื้นสีเขียวในลำคู เกลื่อนกลาดอยู่รอบโคนต้นอย่างที่เคยหล่นมาแล้วในชีวิตของมัน"
"ดอกจันทร์กะพ้อร่วงพรู แต่มิได้หล่นลงสู่พื้นดินทีเดียว กลีบสีขาวของมันน้อยๆ และอ่อนนุ่ม ปลิวกระจายตามลมเหมือนฝูงผึ้งแตกรัง ไปตกที่นั่นนิด ที่นี่หน่อย บนพื้นสีเขียวในลำคู เกลื่อนกลาดอยู่รอบโคนต้นอย่างที่เคยหล่นมาแล้วในชีวิตของมัน"
424 pages, Paperback
First published January 1, 1951
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
May 26, 2022
ชอบการใช้ภาษา แต่การเล่ามันตัด ๆ แปลก ๆ เข้าใจว่าเป็นเพราะเขียนเป็นตอน ๆ ลงในหนังสือพิมพ์ เนื้อเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไร ไม่แปลกใหม่ อาจเป็นเพราะมาอ่านในสมัยนี้เลยรู้สึกแบบนั้น เรื่องเดียวที่ชอบคือการใช้ภาษา
March 1, 2017
ภัคคินี จีระศักดิ์...ส่วนหนึ่งของความเป็นจิระเวสน์
ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความปรารถนาแห่งมนุษย์
ฉันไม่เคยเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเธอไม่ว่าเรื่องใดในหน้าหนังสือเล่มนี้เลย, แต่ฉันนับถือหัวใจอันไร้พันธนาการของเธอ หัวใจที่สะบัดสิ้นซึ่งขนบธรรมเนียมและศีลธรรมจรรยา หัวใจของเธอภักดีเพียงสิ่งเดียวที่เธอมองว่าสูงค่า "ความรัก"
[สปอยล์]
แก่นเรื่องเหมือนพยายามจะสอนใจว่าการมุ่งทำอะไรตามอารมณ์ของตนอย่างเดียวไม่สนใจกฏเกณฑ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีและศีลธรรม(เมื่อพิจารณาจากความสัมพันธ์ของตัวละครแล้ว) นั้นนำไปสู่ชีวิตที่พังพินาศ
แต่มาคิดอีกทีรู้สึกว่าอนุรักษ์นิยมมากๆๆ
เลยขอหักออก1ดาวค่ะ
ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความปรารถนาแห่งมนุษย์
ฉันไม่เคยเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเธอไม่ว่าเรื่องใดในหน้าหนังสือเล่มนี้เลย, แต่ฉันนับถือหัวใจอันไร้พันธนาการของเธอ หัวใจที่สะบัดสิ้นซึ่งขนบธรรมเนียมและศีลธรรมจรรยา หัวใจของเธอภักดีเพียงสิ่งเดียวที่เธอมองว่าสูงค่า "ความรัก"
[สปอยล์]
แก่นเรื่องเหมือนพยายามจะสอนใจว่าการมุ่งทำอะไรตามอารมณ์ของตนอย่างเดียวไม่สนใจกฏเกณฑ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีและศีลธรรม(เมื่อพิจารณาจากความสัมพันธ์ของตัวละครแล้ว) นั้นนำไปสู่ชีวิตที่พังพินาศ
แต่มาคิดอีกทีรู้สึกว่าอนุรักษ์นิยมมากๆๆ
เลยขอหักออก1ดาวค่ะ
October 7, 2015
ซื้อมาเพราะคำโปรยจริงๆ รู้สึกอยากจะสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ที่มีมนต์ขลังอย่างนั้น
สำนวนไพเราะแบบโบราณ มีบางอย่างที่เขาว่าผิดบ้างในสมัยนี้ เช่น ใหญ่โตรโหฐาน หรือว่าการใช้ประโยคยาวเกินด้วยคำเชื่อมแปลกๆ แต่ก็สวยงามดี การวางพล็อต ดำเนินเรื่อง บรรยาย ลื่นไหลแบบไม่ล้าสมัยเลย แม้ว่าสำนวนจะเก่า
แต่ค่านิยมความเชื่อของตัวละครหลายอย่าง กลับเก่ามาก ล้าสมัยมาก เช่น อายุพระเอกนางเอกห่างกันยี่สิบกว่าปี (พระเอกเป็นเพื่อนพ่อนางเอก) ชายหญิงไม่ควรไปไหนมาไหนกันตามลำพังแม้ว่าจะเป็นคู่หมั้นกันแล้ว หรือการบูชาความรักโดยไม่สนใจศีลธรรม
เริ่มต้นบทแรก ผู้เขียนก็สปอยล์ทุกอย่างแล้วด้วยการเปิดด้วยตัวพระเอกสองนายที่พากันแก่ลงไป มาเจอกันในการประมูลบ้าน จิระเวสน์ ต่างก็พูดถึงความหลังถึงผู้หญิงคนเดียวกัน ภัคคินี ที่ต่างรัก และต่างก็ไม่อาจทำให้เธอมีความสุขได้ เธอตายไปหลายปีมากแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังคงรักอยู่
เราเลยรู้หมดว่า นางจะต้องมีสองชาย แล้วก็ตาย เซ็งไปหน่อย เกือบหมดอารมณ์อ่าน ยังดีที่สำนวนและการดำเนินเรื่องดึงดูดให้อ่านต่อไปเรื่อยๆ นะคะ รู้ละว่าเป็นนิยายชีวิตผิดหวัง...เอ หรือว่าเป็นข้อดีที่บอกกันไว้เนิ่นๆ ก่อนจะได้เตรียมใจถูก ว่าจะอ่านเรื่องนี้ต่อไป หรือไม่อ่านไปเลย จะได้ไม่ไปผิดหวังโวยวายว่านางเอกตายเมื่ออ่านไปเกือบจบเรื่องแล้ว
ที่ให้สามดาว ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่ดีนะคะ เพียงแต่ไม่ใช่แนวที่ชอบ คือเป็นแนวคู่กรรม ไม่ใช่คู่บุญ ตัวละครทำเรื่องไม่ดีเอาไว้แล้วก็ได้รับผลร้ายต่อมา เป็นแนวหนึ่งหญิงสองชายแบบโบราณ แต่อ่านติดหนึบแบบอยากจะรู้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรต่อไป ขณะที่ความรู้สึกระหว่างอ่านกลับค่อนข้างอึมครึม มีดีสดใสอยู่ช่วงแรกๆ เท่านั้น
เราไม่ชอบตัวละครเลย ทั้งภัคคินีและนเรนทร์ แม้แต่อัจฉราก็เช่นกัน
ชะตากรรมของแต่ละคนใน จิระเวสน์ ใต้ร่มจันทน์กะพ้อนั้น มันโศกนาฏกรรมไปนิด
พออ่านจบแล้ว เราไม่อยากได้กลิ่นจันทน์กะพ้อเลย มันคล้ายจะเป็น กลิ่นแห่งความผิดหวัง รักไม่จริง ทรยศ โศกระทม และร่วงโรย
นอกจากนี้...
สำนวนไพเราะแบบโบราณ มีบางอย่างที่เขาว่าผิดบ้างในสมัยนี้ เช่น ใหญ่โตรโหฐาน หรือว่าการใช้ประโยคยาวเกินด้วยคำเชื่อมแปลกๆ แต่ก็สวยงามดี การวางพล็อต ดำเนินเรื่อง บรรยาย ลื่นไหลแบบไม่ล้าสมัยเลย แม้ว่าสำนวนจะเก่า
แต่ค่านิยมความเชื่อของตัวละครหลายอย่าง กลับเก่ามาก ล้าสมัยมาก เช่น อายุพระเอกนางเอกห่างกันยี่สิบกว่าปี (พระเอกเป็นเพื่อนพ่อนางเอก) ชายหญิงไม่ควรไปไหนมาไหนกันตามลำพังแม้ว่าจะเป็นคู่หมั้นกันแล้ว หรือการบูชาความรักโดยไม่สนใจศีลธรรม
เริ่มต้นบทแรก ผู้เขียนก็สปอยล์ทุกอย่างแล้วด้วยการเปิดด้วยตัวพระเอกสองนายที่พากันแก่ลงไป มาเจอกันในการประมูลบ้าน จิระเวสน์ ต่างก็พูดถึงความหลังถึงผู้หญิงคนเดียวกัน ภัคคินี ที่ต่างรัก และต่างก็ไม่อาจทำให้เธอมีความสุขได้ เธอตายไปหลายปีมากแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังคงรักอยู่
เราเลยรู้หมดว่า นางจะต้องมีสองชาย แล้วก็ตาย เซ็งไปหน่อย เกือบหมดอารมณ์อ่าน ยังดีที่สำนวนและการดำเนินเรื่องดึงดูดให้อ่านต่อไปเรื่อยๆ นะคะ รู้ละว่าเป็นนิยายชีวิตผิดหวัง...เอ หรือว่าเป็นข้อดีที่บอกกันไว้เนิ่นๆ ก่อนจะได้เตรียมใจถูก ว่าจะอ่านเรื่องนี้ต่อไป หรือไม่อ่านไปเลย จะได้ไม่ไปผิดหวังโวยวายว่านางเอกตายเมื่ออ่านไปเกือบจบเรื่องแล้ว
ที่ให้สามดาว ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่ดีนะคะ เพียงแต่ไม่ใช่แนวที่ชอบ คือเป็นแนวคู่กรรม ไม่ใช่คู่บุญ ตัวละครทำเรื่องไม่ดีเอาไว้แล้วก็ได้รับผลร้ายต่อมา เป็นแนวหนึ่งหญิงสองชายแบบโบราณ แต่อ่านติดหนึบแบบอยากจะรู้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรต่อไป ขณะที่ความรู้สึกระหว่างอ่านกลับค่อนข้างอึมครึม มีดีสดใสอยู่ช่วงแรกๆ เท่านั้น
เราไม่ชอบตัวละครเลย ทั้งภัคคินีและนเรนทร์ แม้แต่อัจฉราก็เช่นกัน
ชะตากรรมของแต่ละคนใน จิระเวสน์ ใต้ร่มจันทน์กะพ้อนั้น มันโศกนาฏกรรมไปนิด
พออ่านจบแล้ว เราไม่อยากได้กลิ่นจันทน์กะพ้อเลย มันคล้ายจะเป็น กลิ่นแห่งความผิดหวัง รักไม่จริง ทรยศ โศกระทม และร่วงโรย
นอกจากนี้...
Displaying 1 - 3 of 3 reviews




