Jump to ratings and reviews
Rate this book

หรือเป็นเราที่สูญหาย

Rate this book
ผึ้งตัวนั้นเกาะนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะบินขึ้นฟ้า โลมมองตามมันไปจนสุดระยะสายตา ตอนนั้นเขามองเลยไปเห็นยอดเขาพอดี ยอดเขาที่เสียดตัวขึ้นขวางเป็นกำแพงไกลๆ โลมชี้ไปที่ยอดสูงสุด แล้วออกเดินทางขึ้นไปหามัน…

432 pages

First published January 1, 2015

4 people are currently reading
32 people want to read

About the author

จเด็จ กำจรเดช เกิดที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี เมื่อมารดาได้ละทิ้งครอบครัวไปเมื่อเขาอายุเพียงสามขวบ บิดาจึงเป็นผู้เลี้ยงดูเขาและพี่ชาย ซึ่งต่อมาพี่ชายย้ายไปอยู่กับมารดา เขาจึงแทบเติบโตมาโดยลำพัง บิดาของจเด็จชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่มีโอกาสอ่านงานเขียนของลูกชายเพราะได้เสียชีวิตไปสิบปีก่อนที่เขาจะมีผลงานตีพิมพ์ จเด็จ สำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช และเขาได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช โดยได้รับอนุปริญญา จเด็จเป็นช่างเขียนรูปและเป็นนักแต่งเพลง เขาชอบร้องเพลงเล่นกีตาร์ พร้อม ๆ กับเขียนหนังสือ ในปี 2545 เรื่องสั้นเรื่องแรก “ฉัตรเก้าชั้น” ได้รับการตีพิมพืในนิตยสารชาวกรุง ต่อมา รวมเรื่องสั้น (ฉบับ) ทำมือ “หนุมานเหยียบเมือง” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ Thailand IndyBook Award ปี 2551 และรวมเรื่องสั้นเล่มแรก แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ” ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผจญภัยได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2554 เรื่องสั้นสองเรื่องในชุดนี้ได้รับการแปลและพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ปัจจุบันเขายังคงเขียนเรื่องสั้นบทกวี และนวนิยายออกมาอย่างสม่ำเสมอ
การศึกษา :

การศึกษาสูงสุด อนุปริญญาวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
รางวัลที่ได้รับ :

รางวัลรองชนะเลิศ Thailand IndyBook Award ปี 2551 จากเรื่อง “หนุมานเหยียบเมือง”
ได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2554 จากรวมเรื่องสั้นเล่มแรก แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ” ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผจญภัยเรื่องสั้นสองเรื่องในชุดนี้ได้รับการแปลและพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ปัจจุบันเขายังคงเขียนเรื่องสั้นบทกวี และนวนิยายออกมาอย่างสม่ำเสมอ

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
2 (13%)
4 stars
5 (33%)
3 stars
7 (46%)
2 stars
0 (0%)
1 star
1 (6%)
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 11 books108 followers
August 1, 2015
นวนิยายที่ยั่วล้อกับความทรงจำอย่างสนุกสนาน และท้าทายความคิดแบบประจักษ์นิยมที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

เหตุการณ์นั้นเคยเกิดขึ้นหรือไม่ ? คนเหล่านั้นเคยมีชีวิตอยู่หรือไม่ ? หากไม่มีใครจดจำ หรือความทรงจำนั้นถูกสร้างทับขึ้นมาใหม่

เรื่องราวเทียบเคียงไปบน 3 โลก โลกอุดมคติที่ทุกอย่างเป็นระเบียบ เย็นชา และปกครองโดยนายหัว โลกหลังกำแพง แหล่งชุมนุมของนักปฏิวัติ และโลกธรรมดา เต็มไปด้วยอารมณ์รัก + โลภ

อ่านค่อนข้างยาก และชวนงงไม่น้อยในหลายบทตอน แต่ก็อาจเกิดจากความตั้งใจของผู้เขียนที่ต้องการเล่นสนุกกับความทรงจำของผู้อ่าน
Profile Image for โตมร ศุขปรีชา.
Author 76 books410 followers
September 23, 2015
'หรือเป็นเราที่สูญหาย' เล่าเรื่องอย่างพร่าเลือน แกนเรื่องหลักถูกทำให้สูญหายเหมือนชื่อเรื่อง มันวูบไหวไปมา ถ้าไม่เหมือนเปลวเทียนที่อ่อนล้ากลางลมแรง ก็เหมือนเหมือนเหล้าเข้มๆที่ถูกผสมให้มึน ทั้งสูตร ความกลมกล่อม ส่วนผสม และสติสัมปชัญญะของผู้คนทั้งที่อยู่ข้างในและข้างนอกเล่ม มีกลิ่นอายของ Pop Culture อย่างหนัง Mocking Jay เพื่อประชดประเทียด ทว่าข้ามเส้น นำเรื่องเล่าเหล่านั้นที่มีกลิ่นอายไซไฟมาผสมกับสถานีรถไฟพุนพิน กระทั่งสถานที่ธรรมดาแห่งนั้นแลดูแปลกหน้าราวกับอยู่อีกโลกหนึ่ง เรื่องเล่าของการพลัดพราก การสูญหาย ความทรงจำ โลกอีกฝั่งที่มืดมิด ความตายหน้าร้านเซเว่น การคว้าจับ การผลักไสเพียงเบาบาง และความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครรู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่แม้กระทั่งผู้ที่ครอบครองความทรงจำนั้น เหล่านี้คล้ายสายน้ำปั่นป่วน เป็นคลื่นที่ซัดกระแทก ไม่ใช่ด้วยคำ ไม่ใช่ด้วยสำนวน แต่ด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่คงมั่นตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นนิยายความยาวหลายร้อยหน้าที่ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านเรื่องสั้นจบภายในพริบตาเดียว แต่ค้างคาเหมือนอาฟเตอร์เทสต์ของความรัก

ที่อาจรู้สึกว่าไม่จำเป็น น่าจะเป็นช่วงท้ายๆเล่ม ซึ่งผู้เขียนพยายามโอบอุ้มอธิบาย โดยส่วนตัวคิดว่าสามารถ 'ทำร้าย' ผู้อ่านได้มากกว่านี้อีก ด้วยการไม่ต้องเก็บความ ไม่ต้องปิดวงเล็บ แต่ปล่อยร้างทิ้งค้างเอาไว้ไม่ให้ต้องรับรู้ยินยล ตัดปิดเหมือนมีดกรีดทิ้งรอยแผลบาดลึกค้างคาเอาไว้ ก็จะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก (นี่เป็นความเห็นของมาโซคิสต์น่ะนะครับ)

สรุปว่าชอบมากครับ เป็นนิยายอีกเรื่องที่ทรงพลัง แปลกใหม่ พร่าเลือน เหนือจริง และเป็นมือสองที่ชูสามนิ้ว-เหมือนโลกที่เรากำลังอาศัยอยู่
Profile Image for Raviporn Wamanon.
4 reviews13 followers
June 19, 2018
ชอบในแบบที่คิดว่า ชีวิตนี้จะชอบนิยายไทยสักเล่มได้เท่าเล่มนี้อีกไหม
(และทำให้ได้ A วิชาวรรณคดีวิจารณ์ด้วย รักที่สุดเลยค่า)

ตัวตนของเราอยู่ที่ไหน อยู่ที่ตัวเรา หรืออยู่ที่ความทรงจำ ?
ถ้าวันหนึ่งเราจำอะไรไม่ได้ เราจะยังเป็นเราอยู่ไหม ?

ในความทรงจำของเรา สังคมเราเป็นแบบนี้ มีปัญหามาตลอดแบบนี้
ถ้าวันหนึ่งมันเปลี่ยนไป มันจะยังเป็นสังคมของเราอยู่ไหม ?
เรากลัวที่จะเห็นมันเปลี่ยนหรือเปล่า หรือเราชินชากับมันไปแล้ว?

เราขำกับมุก 'เดี๋ยวก็โดนเรียกไปปรับทัศนคติ' เพราะมันน่าขำจริง ๆ หรือเพราะเราชินว่ามันแตะไม่ได้ ?

ไม่รู้ว่าอ่านแล้วควรได้อะไร แต่ส่วนตัวมองเห็นอำนาจการควบคุม และความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงในใจคน

แต่สุดท้ายแล้ว ก็เป็นนิยายรักก็ได้นะ อ่านแล้วก็วูบโหวงหน่อย ๆ

ชอบภาษามาก ๆ ๆ ๆ ๆ การใช้คำไม่ธรรมดาเลย แต่ก็ไม่รู้สึกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง

เป็นนิยายเล่มแรก และเล่มเดียว ขึ้นหิ้งในใจ ทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง เป็นนิยายที่เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนชีวิตไปเลย
Profile Image for Klin กลินท์.
230 reviews15 followers
May 18, 2020
โปรดหลงลืมฉันในทุกวัน

ใครจะไปรู้ ใครจะไปจำ, น.429
คุณกลัวการถูกลืมไหม?

"ท่านผู้นำให้เสรีภาพแก่ทุกคน อย่าลืมบอกคนทั้งโลกแบบนั้นนะคะ", น.8 จากบทบางประเทศสีทึมเทา

"...ชั่วร้ายที่สุดความเสรีคือความคิดที่คนอื่นบอก อย่าว่าแต่เรื่องพฤติกรรม ความคิดเรามีเสรีที่จะคิดว่าเชื่อความคิดใหน เราล้วนมีความคิดมือสอง หยิบจากคนอื่นมาคนละนิดหน่อย ผสมรวมเป็นความคิดตัวเอง แนวคิดและทฤษฎีของนักปรัชญาทุกคน นักปฏิวัติทุกคน นักเขียนและศิลปินทุกคน เราเดินตามพวกเขา เปิดไปทีละหน้ากระดาษ เดินตามกันไป", น.388
ลืมไปแล้วว่า ไม่รู้ใครสักคน (?) เคยบอกว่า "คนเรากลัวการถูกลืม" "การถู กลืมนั้นเจ็บปวด" อะไรทำนองประมาณนี้ หรืออย่างประโยคสุดคลาสสิคที่ใหญ่ขึ้นมาที่ว่า "คนไทยลืมง่าย" แต่ "การถูกกระทำให้ลืม" หรือ "ถูกลบความทรงจำ" "การถูกสร้างความทรงจำชุดใหม่" นั้นดูน่าจะเจ็บปวดยิ่งกว่ามากเท่า

ใครสักคนสูญหายไปจากความทรงจำของเรา หรือเป็นเราที่สูญหายไปจากความทรงจำของคนอื่น หรือบางสิ่งบางอย่างแค่หายไป โลม โช ลัม จะบอกแก่เรา

งานเขียนเรื่อง "#หรือเป็นเราที่สูญหาย" ของ #จเด็จ กำจรเดช พาข้าพเจ้าผจญภัยไปกับการลืม การทรงจำ การปลูกสร้างความทรงจำ ดูจะเป็นแนวการเขียนนิยายที่ผสมวิทยาศาสตร์ อนาคต เข้ากับอารมณ์บ้านเมืองอย่างไทย ในประเทศมือสอง หลากหลายในอารมณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ การตัดต่อความทรงจำ การปลูกสร้างความทรงจำใหม่ จะเป็นไปได้หรือใหม่ในโลกอนาคตอันใกล้ หรือปัจจุบันเราเป็นอยู่ กำลังอยู่ในโลกแบบนี้กันอยู่

โปรดหลงลืมฉันในทุกวัน

ลองหาอ่านดูกันครับ ณ อ่าน The Reader- The Klin Library #ณอ่านTheReaderTheKlinLibrary :)
Profile Image for Yuu Suwapee.
104 reviews4 followers
August 21, 2016
เนื้อเรื่องน่าติดตาม เทคนิคการเขียนอยากทำให้กลับไปอ่านอีกรอบ
ว่าด้วยความทรงจำของตัวละครจำนวนหนึ่ง
Displaying 1 - 5 of 5 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.