What do you think?


รักในรอยบาป
ลดานอนนิ่งเงียบ หล่อนรู้ว่าหมออัญชนะนอนไม่หลับ เขาตื่นเต้นเสียจนหล่อนจับกิริยาอาการได้ทั้งหมด เขาลอบถอนหายใจใหม่เป็นครั้งคราว
หล่อนรู้ว่าหัวใจของเขาเต้นแรง ขณะที่หัวใจของหล่อนหนักอึ้งและเต้นช้าลงราวกับมันจะหยุดเต้นเสียง่ายๆในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง หล่อนเฝ้าคิดว่าจะรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หล่อนกีดกันบุตรสาวมานาน ลดาหรือจะยอมทนเห็นพวกเขารักกันได้ด้วยหัวใจเป็นสุข ไม่มีวันอย่างแน่นอน หล่อนบอกตามตรงในขณะที่ลืมตาตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน…
Key Message : ด้วยหัวใจที่ตกอยู่กลางทะเลเพลิงแห่งความเกลียดชัง นำมาซึ่งความรักและริษยาอันร้อนไหม้เผาผลาญทุกอย่าง
หล่อนรู้ว่าหัวใจของเขาเต้นแรง ขณะที่หัวใจของหล่อนหนักอึ้งและเต้นช้าลงราวกับมันจะหยุดเต้นเสียง่ายๆในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง หล่อนเฝ้าคิดว่าจะรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หล่อนกีดกันบุตรสาวมานาน ลดาหรือจะยอมทนเห็นพวกเขารักกันได้ด้วยหัวใจเป็นสุข ไม่มีวันอย่างแน่นอน หล่อนบอกตามตรงในขณะที่ลืมตาตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน…
Key Message : ด้วยหัวใจที่ตกอยู่กลางทะเลเพลิงแห่งความเกลียดชัง นำมาซึ่งความรักและริษยาอันร้อนไหม้เผาผลาญทุกอย่าง
365 pages, Paperback
First published March 1, 2015
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
April 19, 2018
เรื่องราวของความสลดโศกในตัวละครนามว่าลดาที่ดูเหมือนตัวเองเป็นเหมือนถูกกระทำตั้งแต่เกิด เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้ที่วัดแต่ได้ยายเนียมแม่ครัวของวัดช่วยดูแลเลี้ยงดูแม้ว่ามันจะไม่ได้ดีเลิศแต่ก็กินอิ่มนอนหลับดี ได้การศึกษาพอสมควรเพราะเจ้าอาวาสท่านก็เมตตา แต่ถึงแม้ท้องจะอิ่มไม่อดอยากแต่ด้วยภายในใจลึกๆ เธอมีอะไรที่เหมือนกลวงโบ๋ทุกอย่างสำหรับลดาเลยเหมือนว่ามันจะเติมไม่เต็มสักที ประกอบกับช่วงชีวิตของเธอต้องมาพบเจอกับเรื่องราวความรักเหมือนที่เธออยากจะได้นักแต่เพราะความสวยของเธอมันเลยทำให้ผู้ชายบางคนกระทำย่ำยีในฉากหน้าของการเป็น “คนดี” และใน “สถานที่สีขาว” ความขาดของเธอมันเลยถูกเติมเต็มไปด้วยความสกปรกโสมม และนั่นคือประสบการณ์ที่เธอนำมาสอนตัวเองในความรักอื่นๆ ที่เธอได้พบเจอในภาคของความคิดที่หลายๆ คนก็ไม่เข้าใจรวมถึงคนอ่านด้วยเช่นกันว่าทำไมหนอความสวยงามของคนในฉากหน้าแต่ฉากหลังนั้นกลับดำมืด ตกต่ำ แล้วไม่มีทางเลยที่จะได้กลับคืนมาเจอกับความสดใสและบริสุทธิ์ได้อีก และสิ่งที่เลวร้ายคือมันทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อนกันทุกคน
ยอมรับเลยค่ะว่าเรืองนี้ทำเอาเราอ่านแล้วสบถกับพฤติกรรมของตัวเองอย่างลดามาก เรียกว่าแทบจะสบถคำว่า “อีบ้า” อยู่หลายฉาก ทั้งกับพฤติกรรมที่คนเขียนใส่เข้ามาให้เห็นถึงจิตใจที่บิดเบี้ยวของลดา ผลกระทบที่เธอทำและมันมีผลต่อคนอื่นโดยเฉพาะกับลูกทั้งสองคนซึ่งภายใต้สภาพจิตใจที่แตกแหลกเหลวของลดามันทำให้ความรู้สึกในแง่ความผูกพันกับลูกทั้งสองเป็นอะไรที่เหมือนถูกตีถูกเฆี่ยนอยู่ตลอดเวลารวมถึงความอิจฉาริษยาที่แผดเผาในใจมันยังมีให้กับลูกสาวคนโตของตัวเองชนิดที่จะมองหน้ายังไม่อยากมองเลยเพราะกลัวลูกมาแย่งความรักของเธอกับผู้ชายที่เธอรักจนเธอเองต้องผลักดันให้ลูกสาวไปอยู่ยังจุดที่เธอเคยตกต่ำมาก่อนก่อนโดยปราศจากจิตใจของคนที่เป็นแม่ ส่วนลูกอีกคนก็ต้องมาเจอในสิ่งเลวร้ายไม่หนีกันจนคนอ่านสารภาพว่า #ต้องวางหนังสือแล้วกรีดร้องเบาๆ กับความมืดมนที่ตัวละครต้องมาพบเจอ
ในแง่ของหนังสือที่เป็นแนวรางวัลซีไรต์แล้วอาจจะต้องบอกว่าเรื่องนี้เราอ่านด้วยความเข้าใจอย่างง่ายๆ ไม่ถึงกับต้องมาตีความอะไรลึกมากเพราะเอาเพียงแค่พฤติกรรมของตัวละครก็ต้องบอกว่าอ่านแล้วสุดๆ แห่งความซับซ้อนค่ะแล้วรู้ว่ามันยากแท้หยั่งถึงมาก ยิ่งกับลดาต้องบอกว่าตัวเอกของเรื่องที่ทำเอาเราทั้งสงสาร สมเพทรวมถึงเกลียดกลัวกับพฤติกรรมของหล่อนอย่างหาใดเปรียบไม่ได้จริงๆ ค่ะ อ่านแล้วจิตตกไป 1 วันเต็มๆ กับงานชิ้นนี้เพราะความหม่นของเรืองโดยเฉพาะตอนจบที่เล่นเอาเราส่ายหน้า เจ็บปวดค่ะ
November 24, 2015
1 ใน shortlist 9 เล่มที่เข้าชิงซีไรท์สายนวนิยายปีนี้
ถึงยังอ่านไม่ครบ 9 เล่มแต่เท่าที่อ่านมาทั้งหมด รวมถึงเล็งจากหน้าตาของเล่มที่ยังไม่ได้อ่านอย่างงานของอุทิศ วิภาส และจเด็จ
รักในรอยบาปน่าจะเป็นเล่มที่อ่านง่ายและมีพล็อตเรื่องอยู่ในขนบนิยายดราม่าชีวิตรันทดมากที่สุด
หนังสือเล่าเรื่องชะตากรรมของตัวละครที่สุดแสนจะโหดร้ายและถูกโบยตีอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ต้นจนปลายเรื่อง พล็อตเรื่องอ่านแล้วคล้ายกับเป็นเรื่องย้อนยุค. แต่ด้วยความที่ผู้เขียนพยายามสอดแทรกบริบทของสังคมปัจจุบันเข้ามาไว้เป็นช่วงๆ ทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่การเล่าถึงเรื่องในยุคก่อน แต่ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าอารมณ์เรื่องมันเหมือนเรื่องสัก 30-40 ปีมาแล้ว
ลีลาการเล่าเรื่องด้วยภาษาที่กระชับ ไม่มีพรรณารุ่มรวย อลังการอะไร มีตัดสลับเหตุการณ์ ปล่อยทิ้งค้าง ให้เป็นสีสันอยู่ตลอด
ช่วงครึ่งแรกจัดว่าสนุกชนิดวางไม่ลง แต่ครึ่งหลังดูคล้ายจะะอาไม่อยู่ พล็อตเริ่มมีเป๋ออกทะเลนิดหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่อ่านได้สนุกไปจนจบ
อย่างไรก็ดีด้วยความที่ไม่ได้อ่านนิยายมากนักโดยเฉพาะในยุคหลัง เลยไม่แน่ใจว่างานเขียนแนวนี้มีเยอะหรือไม่ หรือเล่มนี้มีความโดดเด่นเฉพาะตัวชัดเจน?
ถึงยังอ่านไม่ครบ 9 เล่มแต่เท่าที่อ่านมาทั้งหมด รวมถึงเล็งจากหน้าตาของเล่มที่ยังไม่ได้อ่านอย่างงานของอุทิศ วิภาส และจเด็จ
รักในรอยบาปน่าจะเป็นเล่มที่อ่านง่ายและมีพล็อตเรื่องอยู่ในขนบนิยายดราม่าชีวิตรันทดมากที่สุด
หนังสือเล่าเรื่องชะตากรรมของตัวละครที่สุดแสนจะโหดร้ายและถูกโบยตีอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ต้นจนปลายเรื่อง พล็อตเรื่องอ่านแล้วคล้ายกับเป็นเรื่องย้อนยุค. แต่ด้วยความที่ผู้เขียนพยายามสอดแทรกบริบทของสังคมปัจจุบันเข้ามาไว้เป็นช่วงๆ ทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่การเล่าถึงเรื่องในยุคก่อน แต่ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าอารมณ์เรื่องมันเหมือนเรื่องสัก 30-40 ปีมาแล้ว
ลีลาการเล่าเรื่องด้วยภาษาที่กระชับ ไม่มีพรรณารุ่มรวย อลังการอะไร มีตัดสลับเหตุการณ์ ปล่อยทิ้งค้าง ให้เป็นสีสันอยู่ตลอด
ช่วงครึ่งแรกจัดว่าสนุกชนิดวางไม่ลง แต่ครึ่งหลังดูคล้ายจะะอาไม่อยู่ พล็อตเริ่มมีเป๋ออกทะเลนิดหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่อ่านได้สนุกไปจนจบ
อย่างไรก็ดีด้วยความที่ไม่ได้อ่านนิยายมากนักโดยเฉพาะในยุคหลัง เลยไม่แน่ใจว่างานเขียนแนวนี้มีเยอะหรือไม่ หรือเล่มนี้มีความโดดเด่นเฉพาะตัวชัดเจน?
November 1, 2015
เปิดเรื่องได้ดึงดูดดีมาก อ่านแล้วยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ แต่นั่นแหละ อ่านไป 1/3 เล่มก็รู้สึกว่า โครงเรื่องออกจะธรรมดาไปซะหน่อย คนเลวที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากคนดีที่ผู้คนนับถือ เด็กหญิงอ่อนต่อโลกพร้อมใจที่ป่วยไข้ โชคชะตาที่โหดร้าย และชายดีแสนดีอีกคน...ให้พูดตรงๆก็ น้ำเน่าแหละ
แต่ชอบที่คนเขียนบรรยายสภาพจิตใจที่บอบช้ำและป่วยไข้ของลดาได้เห็นภาพและถึงแก่น อ่านแล้วขนลุก ทั้งสะเทือนใจและก็สาแกใจกับโชคชะตาของลดาจริงๆ
แต่เพราะองค์ประกอบมันค่อนข้างน้ำเน่าไปหน่อยสำหรับเรา (จริงๆก็ชอบอ่านนิยายน้ำเน่าพาฝันนะ) และมีความคาดหวังค่อนข้างสูง จากที่เคยอ่าน ปรารถนาแห่งแสงจันทร์...ทำให้พออ่านเรื่องนี้จบ เราค่อนข้างเฉยๆกับเรื่องนี้ ถึงอย่างนั้นก็อ่านรวดเดียวจบนะ...สนุกขนาดนั้นแหละ
สำหรับคนที่อ่านช่วงแรกแล้วคิดว่า เรื่องนี้น่าจะหนัก...ขอบอกว่า ไม่หนักนะ สะเทือนใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้บีบคั้นหัวใจเลย อ่านได้เพลินๆ
คำนึงที่คิดขึ้นขณะอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนแรกๆเลยคือ "We accept the love we think we deserve" จากเรื่อง The Perks of Being a Wallflower ของ Stephen Chbosky
ปล. อีกอย่างรู้สึก ตัวละครชายเรื่องนี้จะป่วยเป็น Pedeophilia ทุกคนนะ
แต่ชอบที่คนเขียนบรรยายสภาพจิตใจที่บอบช้ำและป่วยไข้ของลดาได้เห็นภาพและถึงแก่น อ่านแล้วขนลุก ทั้งสะเทือนใจและก็สาแกใจกับโชคชะตาของลดาจริงๆ
แต่เพราะองค์ประกอบมันค่อนข้างน้ำเน่าไปหน่อยสำหรับเรา (จริงๆก็ชอบอ่านนิยายน้ำเน่าพาฝันนะ) และมีความคาดหวังค่อนข้างสูง จากที่เคยอ่าน ปรารถนาแห่งแสงจันทร์...ทำให้พออ่านเรื่องนี้จบ เราค่อนข้างเฉยๆกับเรื่องนี้ ถึงอย่างนั้นก็อ่านรวดเดียวจบนะ...สนุกขนาดนั้นแหละ
สำหรับคนที่อ่านช่วงแรกแล้วคิดว่า เรื่องนี้น่าจะหนัก...ขอบอกว่า ไม่หนักนะ สะเทือนใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้บีบคั้นหัวใจเลย อ่านได้เพลินๆ
คำนึงที่คิดขึ้นขณะอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนแรกๆเลยคือ "We accept the love we think we deserve" จากเรื่อง The Perks of Being a Wallflower ของ Stephen Chbosky
ปล. อีกอย่างรู้สึก ตัวละครชายเรื่องนี้จะป่วยเป็น Pedeophilia ทุกคนนะ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Displaying 1 - 3 of 3 reviews




