Jump to ratings and reviews
Rate this book

กว่าเจ้จะเป็นหมอ

Rate this book
เรื่องเมาท์มอยสุดแซ่บ จากแวดวง เสื้อกาวน์ กับเรื่องราวอินไซด์ของนักศึกษาแพทย์ พร้อมแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตนักเรียนแพทย์ ตั้งแต่ตอนเตรียมตัวระหว่างเรียน จนกระทั่งกลายเป็นหมอเต็มตัว รวมไปถึงข้อคิดต่างๆที่(เจ้) หมอตุ๊ดจะแทรกแนวการคิดบวกให้คนอ่านสามารถนำไปใช้ต่อได้ตลอดเวลา โดยเน้นประสบการณ์การทำงานในปัจจุบัน/มุมมองเรื่องต่างๆเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เรื่องราวในกระแสสังคม ความรัก และ อื่นๆ ด้วยลีลาการเขียนสุดแซ่บในสไตล์ “หมอตุ๊ด”ที่อ่านสนุก ได้ความรู้ และเรื่องสุดมโน

256 pages, Paperback

First published August 1, 2015

2 people are currently reading
34 people want to read

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
14 (73%)
4 stars
3 (15%)
3 stars
1 (5%)
2 stars
0 (0%)
1 star
1 (5%)
Displaying 1 - 4 of 4 reviews
Profile Image for Polyj.
1,223 reviews96 followers
February 17, 2016
เล่มนี้เป็นเรื่องเล่าของ หมอตุ๊ด เจ้าของเพจที่เราติดตามอยู่ค่ะ
เขาเล่าเกี่ยวกับชีวิตนักศึกษาแพทย์ปี 6 หรือที่เรียกว่า extern จนกว่าจะได้จบมาเป็นแพทย์ มีข้อคิดเกี่ยวกับการทำงาน เกี่ยวกับการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ความผูกพันกันในกลุ่มเพื่อน
และยังมีเรื่องราวชีวิตรักของเขาที่ทำเอาเราต้องติดตามลุ้น ออกแนวร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันเลยทีเดียว คือจะบอกว่าเขียนดีอะ อ่านแล้วมันอินมาก

#แฟนคลับพี่ก้อง

http://www.bloggang.com/mainblog.php?...
Profile Image for Viwat Hemvarapornchai.
7 reviews8 followers
September 13, 2015
บันทึกของหมอตุ๊ด อ่านสนุกดี เนื้อเรื่องเล่าเกี่ยวกับชีวิตปีสุดท้ายของการเป็นนักศึกษาแพทย์ (Ex-tern) ลุ้นตามว่าหมอจะรอดกันไหม
Profile Image for RayOn Toxicology.
3 reviews
February 17, 2016
=> เนื้อเรื่อง /Feeling จากการอ่านทั้งหมด

ถ้าอ่านจากหนังสือเล่มนี้ ตอนอ่านครั้งแรก มันเป็นหนังสือของ "ประสบการณ์นักเรียนแพทย์" "เพศที่สาม" และ "ชีวิตวัยรุ่น"
.
แน่นอน ด้านความสนุก และนัว มันแซ่บมาก เหมือนส้มตำปูใส่ปลาร้า จิ้มกินกับข้าวเหนียวและไก่ย่างล่ะค่ะ
เวลากินแรกๆ ส้มตำมันไม่เผ็ดไม่ค่อยแซ่บ แต่มันจะอร่อยไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง ไล่โทนไปจน โอ๊ววว มันแซ่บมากพอบทหลังๆ คือ แซ่บเพราะเดือนท้ายๆ มันจะมีหลายๆอย่างประเดประดังเข้ามามากมาย จนพีค อาจจะแอบเผ็ดจนร้องไห้ เพราะความเผ็ด เจ็บจี๊ดที่ต้องเจอ แล้วก็แอบกรี๊ดกับความเปรี้ยวแรดแอบหวานของ "เจ๊หมอแอนท์เดอะแก๊ง "

ซึ่งแน่นอน เด็กแพทย์ก็เป็นวัยรุ่น แบบเดียวกันกับที่เด็กคณะอื่นมี "วัยรุ่น" เหมือนกัน (ถึงมันจะเป็นวัยที่มีทั้ง แรดและ รุ่น และวุ่น พ่วงๆไปกับความยุ่งเหยิงของการเรียนก็เหอะนะ)
และมันจะเป็นแบบนี้ ไปจนสรุปจบไปที่ ฟินาเล่ ให้ตัวละคร ไปสู่อีกช่วงนึงของชีวิตแพทย์
(คาดหวังว่าควรจะมีเล่มต่อนะคะ)
.
แน่นอน นางมีแถมทฤษฎีความรัก ที่มันตรงไปตรงมาซะจนแบบว่า
นางควรจะแยกไปเป็น
"How- To ตบหัวชะนีและเพศอื่นๆให้ได้สติ"
เพื่อจัดการกับปัญหาความรัก แบบเป็นเล่มๆ เลยก็ดีนะ (ฮาา)
.
หลังจากอ่านเสร็จ อีกรอบ หลายๆอย่างในหนังสือเล่มนี้ที่ไม่ใช่แค่เรื่องบันเทิงก็กระโดดมาให้เขียน วิจารณ์
.
ถ้าเราอ่านแล้วมองโลกจากตัวละคร "เจ๊หมอ" มอง หลายหนสิ่งที่แฝงอยู่ในการตั้งคำถามของสังคมกับ LGBT กับการประกอบอาชีพ "บางอาชีพ" ที่มีความคาดหวังต่อตัวอาชีพสูงอย่าง "แพทย์"
.
การกระทำของตัว "เจ๊หมอ" ต่อการใช้ชีวิตเป็น นักเรียนแพทย์ปีสุดท้าย ที่ต้องบอกว่า มันไม่ได้มีแค่อุปสรรค์ของ การนอนน้อย สอบกระจุยเยอะ ทำงานประดุจกรรมกร อกหัก รักคุด แอ๊วหนุ่มไม่ติด หน้าโทรมเละ ฯลฯ
การเป็นเพศทางเลือกในสังคม ที่ทำอาชีพที่ต้องเจอ "มนุษย์ในสังคม" มากเป็นลำดับต้นๆของทุกสายอาชีพ ( 1 วันตรวจคนป่วยหลักร้อย เดือนนึงเจอคนหลักพัน )
หลายครั้ง ก็ป่วยแค่ร่างกาย...
แต่หลายหน คนป่วยก็ป่วยไปถึงทัศนคติในจิตใจ...
.
เพศทางเลือกเป็นอีกหนึ่งทัศนคติที่ เพิ่งมายอมรับกันในเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้
แน่นอนว่าหลายครั้งในการทำงานในอาชีพระดับความเชื่อมั่นและการนับถือสูง ภาพพจน์ดี "เจ๊หมอ" ต้องเจอ "ทัศนคติลบ" ในด้าน "เพศสภาพ" ของสังคมด้วยเพิ่มอีกอย่าง
.
ที่น่าสนใจคือ นางผ่านมันมาด้วยใจกลางมาก ไม่ได้สะบัดบ๊อบใส่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ากรูต้อยต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่เป็นเพศที่สาม นางก็ทำหน้าที่ของ "นักศึกษาแพทย์" อย่างเต็มที่ วางกับอคติของคนไข้ที่มองแล้วตัดสิน ถูก / ผิด แค่ "เพศสภาพ" มากกว่า "ผลงานที่ทำ"
.
อีกประเด็นนึงที่คงจะไม่พูดก็คงไม่ได้ คือประเด็นของ "ครอบครัว" ที่ไม่ได้เป็นแค่ "ครอบครัวของคนๆนึงที่เป็นแพทย์" แต่ยังเป็นครอบครัว "ที่มีลูกเป็นเพศทางเลือก"

อ่านให้ดีๆ เราจะเห็นการเปรียบเทียบชัดเจนมาก ระหว่าง ครอบครัวที่อบอุ่นสองครอบครัว ของตัวละครทั้งสองตัว
กว่าเจ๊จะเป็นหมอ มองโลกผ่านตัวละครในอาชีพแพทย์ อาชีพที่โครตดูดีมีเกียรติ ครอบครัวภูมิใจ แต่เด็กคนนึงที่ทำความภูมิใจให้กับพ่อแม่
แต่กลับต้องรักษา "บทบาทในสายตาของครอบครัว" ที่ไม่เปิดรับความเป็นเพศที่สาม ของบางตัวละคร ที่ยังคงต้อง "รักษามาตรฐาน" ของครอบครัวให้คนที่บ้านมีความสุข มากกว่าความสุขส่วนตัวของตัวเองและคู่ของตัวเอง
.
มันเป็นสิ่งที่หลายครั้งเราต้องตั้งคำถามกลับ กับตัวเองและสังคมว่าอะไรกัน ที่ทำให้ครอบครัวของชีวิตนึง ตัดสินลูกจาก "เพศสภาพ" มากกว่า "คุณค่าของสิ่งที่มนุษย์คนนึงทำได้" กันแน่?
.
แต่ขณะที่ครอบครัวของ "เจ้" ครอบครัวของพ่อ แม่ ลูก ที่ใส่ใจกัน น่ารักแต่แอบเฮี้ยวกับลูกเป็นระยะๆ กับความเข้าใจลูกตัวเอง ความสนิทสนมในบ้าน ที่สามารถคุยกันได้เกือบทุกๆเรื่องของวัยรุ่น กับพ่อแม่ เป็นอีกประเด็นที่อยากให้ผู้ปกครองได้อ่าน ในวันที่วัยรุ่น อกหัก ช้ำรัก การเป็นเด็กแพทย์ก็ไม่ได้ช่วยได้เท่ากับ การเป็น "ลูกของครอบครัวที่อบอุ่น" ที่พร้อมจะมีที่ให้พักและบอกลูกด้วยคำที่เหมือนปลอบแต่ไม่ปลอบ สอนแต่ไม่สอนแบบนี้

ปล. กรูเป็น #ทีมพี่ก้อง ค่ะ

=================================
=> ปก / รูปแบบ
โดยส่วนตัว รู้สึกว่าหนังสือ ออกแนว "กว้าง" ไปนิด คือมันกว้างกว่า pocket book ตามปกติที่พิมพ์ในท้องตลาดนิดหน่อย ค่ะ ปกติย่อนชอบหนังสือแนวที่เป็นด้านยาวมากกว่านี้ไปหน่อย วางจัดชั้นแล้วมันสวย

=> Art และภาพประกอบ "ในตัวเล่ม" "เนื้อหา"
คือดีงามนะ สีสันโอเค คั่นตัวการ์ตูนในเล่มแต่ละบทพอ "รับได้ "

ประเด็นที่ขอสับ จวก คือ "หน้าปก" กับ "ปกหลัง"
=> อันดับแรก สีสายรุ้งบนหน้าปกนั่นมัน "อัลไล"
มันทำให้หนังสือดู "เด็กกริ๊วกร๊าว" ปานนิยายแจ่มใสก็ไม่ปาน

ถ้า art director ไม่สามารถสื่อนัยของหนังสือเล่มนี้ โดยไม่ต้องใส่สายรุ้ง และสีม่วง ก็แนะนำว่า ให้เปลี่ยน art director ใหม่เถอะค่ะ มันทำให้ ความรู้สึกอยากหยิบมาเปิดอ่านร่วงลงติดดินทันที ทั้งๆที่ ปกหน้าควรจะเร่งเร้าให้คนอ่านรู้สึก อยากเปิดหนังสือเล่มนี้มาดู

เพราะอะไรถึงจวกสีสันหน้าปกขนาดนี้เหรอคะ ?

สำหรับย่อน หนังสือเล่มนี้ "เหมาะกับคนทุกวัย" ให้ได้อ่าน
ไม่ใช่แค่ "เหมาะกับ LGBT" เด็กวัยรุ่น อย่างที่สีสันหน้าปกสื่อเลยแม้แต่น้อย

แต่สำหรับผู้ชาย (straight guy) รุ่นคุณพ่อ อาจจะรู้สึกเหวอๆ เหมือนหยิบหนังสือนิยายรักประโลมโลกมาหน่อยเล็กน้อย

แต่อ่านเถอะค่ะ มันได้อะไรมากกว่าที่คุณจะเห็นจากหน้าปกจริงๆ

=====================================

สรุปรวมทั้งเล่ม คือ ซื้อเถอะ อย่าสนใจปก เรื่องมันลึกและมองโลกได้หลายแง่มุม

โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีลูกสมัยนี้ แนะนำค่ะ ซื้อเพื่ออ่านเป็นแนวทางในการอยู่กับเด็กที่เขาเป็นเขา แบบพ่อแม่ที่โครตจะเข้าใจลูกตัวเอง
หลายหน พ่อแม่ แฮปปี้กับการที่เด็ก
"เติบโตมาเป็นอย่างที่มาตรฐานของสังคมควรจะเป็น จนชี้นำลูกหลายอย่างที่ตัวเองคิดว่าดีสำหรับลูก "

จนลืมไปว่า

"เขาควรจะมีหนทางของตัวเองในการเลือกชีวิตตัวเองเต็มที่ตามวิถีของตัวเอง"

"กว่าเจ๊จะเป็นหมอ " ให้มากกว่าที่คุณเห็นจากมันค่ะ
1 review
February 17, 2016
ถ้าคิดว่าจะอ่านเพื่อหาเทคนิคการสอบเข้าหรือการเป็นหมอ ขอให้ผ่านๆไป แต่ถ้าจะมาดูว่าในบางช่วงของชีวิตการเป็นนักเรียนแพทย์ปีสุดท้ายจะสุข เศร้าเคล้าน้ำตาแค่ไหน หยิบเลยครับ
Displaying 1 - 4 of 4 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.