Thanawat441 reviewsFollowFollowMarch 7, 2021ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็น “ญี่ปุ่น” ออกมาในภาษาไทย แบบที่ไม่ได้มาจากการแปลผ่านภาษาอังกฤษผมคิดว่าผู้เขียนเข้าใจความสลับซับซ้อนทางจิตวิญญาณ ความเชื่อ และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นดีมาก ที่สำคัญคือผู้เขียนสามารถถ่ายทอดออกมาให้คนต่างชาติ (คนไทย) อย่างเราเข้าใจได้ใกล้เคียงความหมายที่เจ้าของภาษาและวัฒนธรรมสื่อสารกันแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะไม่ได้พูดถึง pop culture จนอ่านแล้วหวือหวา สนุกสนาน แต่สิ่งที่ถ่ายทอดออกมาในหนังสือ ช่วยให้คนที่ชอบญี่ปุ่นเข้าใจคนญี่ปุ่นได้ดี หลายๆ เรื่องอธิบายแบบเห็นภาพจับต้องได้แนะนำเลย สำหรับคนที่หลงใหลใน “ญี่ปุ่น”japanology
Tiktok Thailand18 reviews2 followersFollowFollowJanuary 25, 2016หนังสือเล่มแรกที่อ่านจบในปี 2016เป็นหนังสือที่ต่อยอดมาจาก Cool Japan เล่มหนึ่ง ที่ว่าด้วยความเจ๋งมวลรวมของญี่ปุ่น (ร่วมสมัย) เล่มแรกจะดูป๊อปๆ แต่เล่ม Vol.2 นี้ต่างออกไป ด้วยการนำเสนอด้วยตัวอักษร "คันจิ" (ตัวจีนที่ถูกใช้ในภาษาญี่ปุ่น) ที่สะท้อนปรัชญาและตัวตนของญี่ปุ่น กลุ่มตัวอักษรคันจิที่ทีมนักเขียนเลือกหยิบมาบรรยายถึงความเป็นญี่ปุ่น เป็นได้ทั้งสิ่งดึงดูดให้คนอ่าน และอาจทำให้คนงุนงง จนลืมที่จะอ่านทั้งเล่มก็ได้สำหรับเรา ตอนแรกคิดว่าหนังสือเล่มนี้อาจจะน่าเบื่อ เพราะแค่เห็นคำอย่าง "ความนำสมัย" ประมาณนี้ เราก็คิดว่า คนเขียนดูจะโปรญี่ปุ่นมาก (แน่นอนว่า ถ้าไม่โปร ก็คงไม่เขียนถึง) และคงเล่าไปในแนวทางเดียวกันกับมนุษย์กลุ่มก้อนที่เชิดชูญี่ปุ่นมากๆ ชอบเล่าถึงญี่ปุ่นเป็นแน่ แต่พออ่านบทแรก ก็รู้สึกเหนือความคาดหมาย และที่ทำให้อ่านต่อได้ก็เพราะคนเขียนเลือกเล่าเรื่องผ่านภาพวาดของ "โฮะคุไซ" ศิลปินผู้วาดภาพแนวอุคิโยะ และเขาคือตำนานหน้าหนึ่งที่สำคัญมากของญี่ปุ่นที่ "โฮะคุไซ" ดึงดูดให้เราอ่านหนังสือนี้ต่อไปจนจบ เพราะว่า ตอนที่ไปญี่ปุ่นแรกๆ ทางคณะเคยจัดทริปพาเราไปนากาโนะและเมืองละแวกรอบๆ ทริปหนนั้น เราได้แวะพิพิธภัณฑ์และเมืองแห่งหนึ่งที่โฮะคุไซได้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้เมืองในครั้งอดีต ตอนการเดินชมพิพิธภัณฑ์ เราจะเจอคำว่า "โฮะคุไซ" บ่อยมาก และไกด์ทัวร์บนรถ ก็ยังพูดพล่ามถึงแต่ "โฮะคุไซ" ตอนนั้นเราสงสัยอย่างจริงจังว่าทำไมต้องพูดถึงอิตาคนนี้ขนาดนี้ เพราะสำหรับเรา เราไม่ได้ชื่นชมภาพอันโด่งดังของเขา อย่างภาพคลื่นลมทะเลที่มีฉากหลังลิบๆ เป็นภูเขาไฟฟูจิ นั่นเลย แต่เคยมีเพื่อนต่างชาติคนหนึ่งเขียนโปสการ์ดหาเราด้วยโปสการ์ดลายนี้ ในทริปหนนั้น ถึงเราจะไม่ได้ประทับใจ "โฮะคุไซ" เลย แต่แปลกที่เรายังจดจำชื่อของเขามาจนถึงทุกวันนี้จนกระทั่งมาเจอชื่อเขาอีกทีในหนังสือเล่ม Cool Japan Vol.2หลังจากทีมนักเขียนเล่าเรื่องผ่านศิลปะอุคิโยะ ของโฮะคุไซ ทีมนักเขียนก็พาเราไปรู้จักญี่ปุ่นในมุมต่างๆ ที่ทั้งขัดแย้งกันเอง เช่น ความบ้าความหรูหรา แต่ก็มีด้านที่นิยมความว่าง การให้ค่ากับความไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็มุ่งมั่นทำงานให้ดีที่สุดจริงๆ คิดว่า เราควรให้ดาวหนังสือสัก 3.5 แต่พอคิดไปคิดมา ก็ให้ 4 แล้วกัน เป็นหนังสือที่คนชอบญี่ปุ่นอยู่แล้วอาจจะชอบ แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบญี่ปุ่นเลย ก็ไม่แน่ใจนักแต่ชอบการค้นข้อมูลของหนังสือมากอ้อ มีติดเรื่องเดียว เรื่องข้อมูลของ "ไซนิจิโคเรียน" หรือคนเกาหลีในสังคมญี่ปุ่น ด้วยความที่เราสนใจประเด็นนี้อยู่ เราคิดว่า หนังสือให้ข้อมูลไม่อัพเดทนะ เพราะเท่าที่ทราบ ไซนิจิโคเรียน เลือกได้ว่าจะถือสัญชาติญี่ปุ่นและมีสิทธิเลือกตั้ง หรือถือสัญชาติเกาหลีตามบรรพบุรุษ เพราะเรารู้จักคนที่เขาเปลี่ยนสัญชาติมาเป็นญี่ปุ่น แต่ในหนังสือ ระบุว่า ไซนิจิโคเรียนไม่มีสิทธิเปลี่ยนสัญชาติและไม่มีสิทธิเลือกตั้ง อันทำให้กลายเป็นกลุ่มที่กำหนดนโยบายต่างๆ ในสังคมญี่ปุ่นที่ตนอาศัยอยู่ไม่ได้สำหรับใครที่อยากรู้จักญี่ปุ่นผ่านตัวอักษรคันจิ และอยากรู้ว่าโฮะคุไซ เกี่ยวพันอะไรกับกับชะตากรรมของญี่ปุ่นก็น่าจะลองหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านกัน
Kanin Nitiwong72 reviews44 followersFollowFollowOctober 12, 2015อ่านจบแล้ว โดยรวมพูดถึงของดีที่ญี่ปุ่นมี ปัญหาที่ญี่ปุ่นเผชิญ และการหาทางออกของปัญหาเหล่านั้น เมื่อเทียบกับเล่มหนึ่งแล้ว เล่มหนึ่งจะดูจับต้องได้มากกว่า เพราะหยิบเอากรณีศึกษาแต่ละเรื่องมาพูด แต่เล่มนี้จะเจาะไปที่แนวคิด ดูเป็นนามธรรมมากกว่า ส่วนที่เราชอบคือการพูดถึงความงาม 3 ประเภทของญี่ปุ่น ที่มีทั้งความงามแบบเลิศหรูของเกียวโต ความงามแบบมินิมอลสมบูรณ์แบบทันสมัยของโตเกียว และความงามแบบธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์แบบสำหรับเรา เราชอบเล่มแรกมากกว่า เพราะอ่านง่ายกว่า ส่วนเล่มนี้ต้องใคร่ครวญหลายๆ รอบ ซึ่งอาจจะดีเพราะคงต้องหยิบมาอ่านใหม่ :)
Pok Daynote30 reviewsFollowFollowFebruary 20, 2019เป็นหนังสือที่รวมเอาเกร็ดเล็กๆน้อยๆ มาปั่นรวมกัน แล้วแยกตามหัวข้อเท่ห์ๆข้อมูลดี สับสน และไม่ร้อยเรียงน่าจะใช้ความพยายามในการเขียนสูง และแน่ๆคือใช้ความพยายามในการอ่านแบบมโหฬาร ตอนจบเกือบจะเดินออกมาแบบตัวเปล่าสองดาวเล่มแรกที่พยายามอ่านจนจบ เพราะชื่อชั้นคนเขียนแท้ๆเลย
top.510 reviews116 followersFollowFollowMarch 8, 2017โดยรวมกล่าวถึงความล่องลอย ไม่มีการยึดจับประเด็นของป็อปคัลเจอร์เด่นๆ มาตีแผ่ลงลึกมากเท่าเล่มก่อน เนื้อหาเกือบทั้งหมดเน้นการใช้ปรัชญามาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ จะบอกว่าสะเปะสะปะ ไม่มีจุดดึงดูดที่ชัดเจนเท่าเดิมก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาผสมผสานกับแนวคิดเนื้อความที่มองกว้าง ช่างสังเกต กลับทำให้หนังสือเล่มนี้ลงตัว อ่านเพลิน และรู้สึกคล้อยตามได้โดยง่าย
Puengmintz98 reviews2 followersFollowFollowJanuary 6, 2016ชอบวลีที่ว่า "ไม่สำคัญว่าคุณทำอะไร แต่สำคัญที่คุณทำได้ดีแค่ไหน" ประมาณนี้จำไม่ค่อยได้แต่โดนใจ ชอบความเป็นญี่ปุ่นที่มีอัตลักษณ์ของตนเอง มันก็มีในหนังสือแหละว่าเค้าพิเศษยังไง ชาวญี่ปุ่นช่างเป็นนักสู้จริงๆ สู้ต่อไปนะ เราจะเอาใจช่วยคุณนะ JAPANThis entire review has been hidden because of spoilers.
Radaphat Chongthammakun6 reviews13 followersFollowFollowNovember 16, 2016Vague arguments with little supported or connected evidence. Not very convincing.