Jump to ratings and reviews
Rate this book

หนีไปเสียจากบ้าน

Rate this book
เมื่อการเดินทางจากบ้านเกิดของ ‘โตมร ศุขปรีชา’ นักคิด นักเขียน และบรรณาธิการมากฝีมือ ได้ไปกระทุ้งให้เหตุการณ์ในวัยเด็กและความทรงจำในวัยเยาว์พรั่งพรูออกมาเป็น ‘หนีไปเสียจากบ้าน’ หนังสือเรื่องแต่งผสมการเดินทางที่อาจทำให้เราหวนคิดถึงวัยเด็กและบ้านที่เราเคยอยู่อาศัย

176 pages

Published January 1, 2015

17 people are currently reading
70 people want to read

About the author

12 เรื่อง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ โตมร ศุขปรีชา

1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย

2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี

3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’

4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย

5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน

6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย

7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น

8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล

9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม

10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...

11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง

12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
23 (23%)
4 stars
40 (40%)
3 stars
23 (23%)
2 stars
8 (8%)
1 star
5 (5%)
Displaying 1 - 19 of 19 reviews
Profile Image for Thanawat.
441 reviews
September 18, 2017
ช่างเป็นหนังสือที่อ่านเข้าใจได้ยาก
ไม่แน่ใจว่าผู้เขียน ต้องการจะดึงโยงประสบการณ์ภายนอกที่ได้ออกท่องโลกกว้าง กับประสบการณ์ภายในที่อธิบายผ่านบ้านในอดีตหรือไม่
ยังจับ Theme หลักของหนังสือไม่ได้จริงๆ
Profile Image for Kamolkant.
7 reviews1 follower
January 24, 2016
ก็เป็นไปได้ -- ที่การปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการแห่งอดีต เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ดินแดนแห่งเสรีภาพในอนาคตจะเป็นเรื่องเจ็บปวด บางทีก็เกือบเสมอไป และทำให้ใครบางคนไม่กล้าพอที่จะปลดเปลื้องมัน
Profile Image for PKG TRY TO READ.
67 reviews2 followers
April 6, 2018
พี่หนุ่ม โตมร ใช้ภาษาได้น่าฟังเสมอ ให้ความรู้สึกของการมองเห็นภาพที่เกิดขึ้นชัดเจน บางตอนนั้นเศร้าหมองเหลือเกิน
Profile Image for Petch Manopawitr.
121 reviews17 followers
September 25, 2016
บันทึกการเดินทางแนวทดลองที่ผสมผสานความทรงจำส่วนตัวในวัยเยาว์ บทสนทนากับผู้ร่วมเดินทางและ ประสบการณ์อันหลากหลายของผู้เขียน การหยิบ 'เรื่องราว'นำเสนอให้เข้ากับแต่ละเมืองทำได้อย่างแยบคายน่าสนใจ มีบรรยากาศและจังหวะเฉพาะตัวที่บางครั้งก็พาเราหลุดไปไกลทั้งแง่คิดและจินตนาการ

การอ้างอิงบางประโยคจากหนังสือเล่มอื่นมากลึงกับเนื้อเรื่องเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยเห็นในงานแนวนี้ บางช่วงบางตอนทำให้รู้สึกถึงกลิ่นอายของงานวรรณกรรมตะวันตก อาจจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม โดยเฉพาะรูปประโยคที่เหมือนพยายามจะนิวัติขึ้นมาใหม่

สิ่งที่ชอบที่สุดและคิดว่าผู้เขียนทำได้ดีที่สุดในการเล่าเรื่องอย่างทรงพลังของหนังสือเล่มนี้คือการเล่าถึงความทรงจำส่วนตัวเกี่ยวกับพ่อและแม่ และเพื่อนบางคนในวัยเด็ก

หากการเดินทางออกจากบ้านของบางคนคือการตามหาสิ่งที่ขาดหาย ความทรงจำที่ขาดวิ่น หรือเสรีภาพที่ถูกกดทับ หนังสือเล่มนี้คือการปลดปล่อยให้ความทรงจำ จินตนาการ และประสบการณ์บางห้วงบางตอนที่ฝังลึกออกมาร่ายรำในท่วงทำนองใหม่ "หนีไปเสียจากบ้าน"คือการค้นพบสิ่งที่แท้จริงแล้วติดตามเราไปทุกหนแห่ง
Profile Image for Panchaya.
379 reviews13 followers
January 28, 2016
ความพรั่งพรูของกระแสสำนึกยามไกลบ้าน | หนีไปสุดขอบฟ้า หาพ้นไม่
Profile Image for Parkpoom.
15 reviews1 follower
September 27, 2017
เรื่องเล่ากึ่งจริงกึ่งแต่งที่ถูกถ่ายทอดด้วยถ้อยคำที่เรียบง่ายแต่เรียงร้อยไว้อย่างสละสลวย การพรรณาของผู้เขียนนั้นเหมือนการ์ตูนสีน้ำโทนอ่อนที่มีวงออเคสต้าเล่นดนตรีเบาๆประกอบ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและหมองหม่นตลอดการอ่าน ด้านเนื้อหา นอกจากประสบการณ์ท่องเที่ยวแล้ว ผู้เขียนยังสอดแทรกประเด็นอื่นๆ เช่น การเมือง ความสัมพันธ์ ให้เราได้คบคิดทบทวนกันไปด้วย เป็นหนังสือที่คุ้มค่าแก่การอ่านครับ

ประสบการณ์การอ่านหนังสือเล่มนี้สำหรับผมมันเหมือนกับการฉายหนังฟิล์มย้อนยุคสองเรื่องพร้อมกัน เรื่องนึงเป็นของผู้เขียน อีกเรื่องเป็นของผม เนื้อเรื่องของหนังทั้งสองเริ่มต้นขึ้นจากบุคคลสถานะเดียวกัน แต่เราหลงทางไปกันคนละทิศ คนละกาลเวลา ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกของตัวเองไปกับเรื่องเล่าในหลายๆตอน การอ่านหนังสือนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่พิเศษส่วนตัว ขอบคุณพี่หนุ่มสำหรับเรื่องเล่ามากๆครับ
Profile Image for Nuttawat Kalapat.
686 reviews47 followers
September 24, 2021
คขอบสไตล์เขียนแบบนี้
เป็นหนังสือที่ละเมียดละไมและลึกซึ้งโรแมนติค

พรรณนาโวหารซะจนลืมไปว่านี่เขาเขียนจากการไปเที่ยวมานะ

รสนิยมการเสพและเล่าเรื่องสไตล์นี้ของผู้เขียน มันถูกใจเราดีแท้

(ส่วนตัวคิดว่ามันหายเพลินตอนอยู่ดีๆมีเรื่องสั้นเข้ามาขัดฟีล)
Profile Image for Pakawadee.
34 reviews2 followers
October 27, 2019
ด้วยความที่ไม่รักความนามธรรม ความรู้สึกที่ล่องลอย ความรู้สึกที่เข้ากันไม่ได้ เพราะเราเป็นคนหนักแน่นและจริงจังกับทุกอารมณ์ความรู้สึก เราเลยไม่เข้าใจอะไรสักอย่างกับความรู้ที่หนังสือเล่มนี้ส่งมาให้
Profile Image for Araya Pichitkul.
172 reviews18 followers
June 1, 2022
มีความฟุ้งๆ เพ้อๆ เข้าใจว่าเป็นความตั้งใจของผู้เขียนที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวให้ออกมาในลักษณะกึ่งจริงกึ่งแต่ง ยังไม่ค่อยถูกจริตเราเท่าไหร่
Profile Image for Suhaila Binyoh.
128 reviews4 followers
May 9, 2017
#หนีไปเสียจากบ้าน , คุณโตมร
เมื่อการเดินทาง คือ นิทานเรื่องหนึ่ง ~!

" เมื่อการเดินทางจบลง เราจะ ไม่รู้จักกันอีกต่อไปไหม ... "

เป็นเล่มที่ใช้เวลาอ่านร่วมๆ 3 เดือน 😅
ตั้งแต่หยิบเล่มนี้มาอ่าน ยังไม่มีสัปดาห์ไหนที่ไม่เล่านิทาน ^^ #Shlreadsbooks
Profile Image for Kubpam So.
88 reviews11 followers
November 1, 2015
หนังสือที่เต็มไปด้วยความทรงจำ บทเพลง กวี นิทาน เหตุการณ์ที่ผู้เขียนเคยพบพาน และผุดผ่านขึ้นมาระหว่างเดินทางถึงเมืองต่างๆ "เมื่อบางคนออกเดินทาง เพื่อตามหาสิ่งที่หายไปจากบ้าน" -- เสรีภาพ แต่การเดินทางนี้ทำให้ 'คุณ' เอาแต่นึกถึงบ้าน รำพึงรำพันถึงบ้านจริงๆ ที่เขาอยู่ และบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละบ้านกัน แต่เป็นบ้านที่เขาจำต้องหนีมาจริงๆ จนแทบไม่เหลือเค้าโครงของสถานที่ที่เขาไปเยือน // น่าเบื่อบ้างถึงมาก สนุกบ้าง ในเมื่อความทรงจำเป็นแบบนั้น
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 11 books109 followers
March 26, 2016
หนังสือเล่มนี้คือเรื่องเล่าที่อยู่บน 'ขอบ'

ขอบของเรื่องจริง ขอบของเรื่องแต่ง ขอบของประสบการณ์ ขอบของอดีต ขอบของปัจจุบัน

เรื่องราวร้อยเรียงไปแบบนั้น ไหลลื่นไปบนขอบ ตั้งแต่ต้นจนจบ

หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกเดินทาง แต่มันคือการเดินทางภายใน ที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับภายนอกสักเท่าไร

แม้ในฉากหลังจะเป็นเดนมาร์ก ปารีส หรืออัมสเตอร์ดัม เราก็สามารถแทนมันด้วยสงขลา ราชบุรี แม่ฮ่องสอนได้ไม่ยาก เพราะสิ่งที่เราอ่านคือประสบการณ์ที่ร้อยเรียงมาจากด้านใน

อ่านอร่อย เจ็บปวด และได้คุณค่าทางสารอาหาร
Profile Image for Dao Yamla-Or.
18 reviews2 followers
January 9, 2016
ชอบด้านมืดของหนังสือที่ทำให้เดาเรื่องไม่ได้ว่าแต่ละสถานที่ผู้เขียนจะพูดเรื่องอะไรหรือจะไปทางไหน​ต่อ​ ถึงแม้จุดตั้งต้นการเดินทาง​จะอยู่​ในยุโรปแต่ความอึดอัดไม่สบายตัวก็ยังตามหลอกหลอน​มาจากเมืองไทย​ การออกไปหาเสรีภาพกับสภาพจิตใจที่ไร้เสรีภาพดูจะสื่อออกมาอย่างชัดเจน
Profile Image for อา โปโป้.
4 reviews
January 17, 2016
ด้วยความเป็นเด็กที่ได้อ่านนวนิยายเยาวชนมือใหม่ ผมไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาของหนังสือ ไม่ใจจุดประสงค์ของคุณ โตมร ศุขปรีชา ว่าจะถ่ายทอดประสบการณ์ในอดีตของเขาหรือจะถ่ายทอดความคิดความฝันอันกว้างที่เขาได้มีให้กับการเดินทาง
Profile Image for Kanokkarn.
7 reviews
August 13, 2016
A gently touch of feelings and unexpected mood in a single piece story. ^ • ^*)
Profile Image for Suwitcha Chandhorn.
Author 15 books90 followers
April 23, 2016
เป็นหนังสือที่ต้องใช้เวลาค่อย ๆ อ่านและตีความ (ซึ่งก็เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง) มีความมืดมนและความกล้าหาญอยู่ในตัวอักษร
Profile Image for MAYSAH.
37 reviews4 followers
January 24, 2017
อ่านไม่รู้เรื่อง บ้าเอ้ย
เพื่อนในเอกให้ยืมมาอ้าน แล้วก็ดอย
Profile Image for sparksfly_8.
33 reviews2 followers
April 23, 2017
บทแรกๆมีความเป็นนามธรรมสูงมากจนบางครั้งต้องอ่านซ้ำๆ
พอบทกลางๆไปจนจบเร่ิมเล่าประสบการณ์การเดินทางมากขึ้นถึงรู้สึกว่าจับต้องได้ง่ายขึ้น
ในบางบริบทก็มีความคิดผุดขึ้นมาว่าผู้ร่วมเดินทางนั้นมีตัวตนจริงไหมหรือเป็นแค่ตัวตนสมมติความคิดด้านขั้วตรงข้ามของตัวผู้แต่งเอง
Displaying 1 - 19 of 19 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.