What do you think?


噂[Uwasa]
「レインマンが出没して、女のコの足首を切っちゃうんだ。でもね、ミリエルをつけてると狙われないんだって」。香水の新ブランドを売り出すため、渋谷でモニターの女子高生がスカウトされた。口コミを利用し、噂を広めるのが狙いだった。販売戦略どおり、噂は都市伝説化し、香水は大ヒットするが、やがて噂は現実となり、足首のない少女の遺体が発見された。衝撃の結末を迎えるサイコ・サスペンス。
492 pages, Paperback
First published February 1, 2001
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 13 of 13 reviews
May 4, 2026
โหดแท้ แม่จ๋า คดีฆาตกรรมต่อเนื่องตัดเท้าศพ 😱😱
495 หน้าแต่ผู้เขียนเก่งจัง ทำให้อ่านไม่เบื่อเลย
การเล่าเรื่องเป็น pattern นิยายสืบสวนฆาตกรรมเป๊ะ เน้นเล่าจากมุมการสืบสวนคดีของตำรวจ
เนื่องจากนิยายเขียนตั้งแต่ยุคปี 2000
กว่าตำรวจจะได้ข้อมูลสำคัญช่างยากเย็นแสนเข็ญ
กล้องวงจรปิดยังไม่มี
โทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ก็ทำได้แค่โทรเข้า-ออก
ส่งข้อความ ส่งอีเมลล์ ถ่ายรูปไม่ได้
ข่าวลือเล่าต่อกันปากต่อปากโดยไม่มีหลักฐาน
หาที่มาของเจ้ากรมข่าวลือไม่เจอ
คนนั้นเล่าอย่าง คนนี้เล่าอย่าง จะหาพยาน หลักฐานที่เชื่อถือได้ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
ระหว่างหาข้อมูลเหยื่อก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ กดดัน ๆ
คนร้ายเดาไม่ยาก ถือว่ายังอยู่ในความคาดหมาย
495 หน้าแต่ผู้เขียนเก่งจัง ทำให้อ่านไม่เบื่อเลย
การเล่าเรื่องเป็น pattern นิยายสืบสวนฆาตกรรมเป๊ะ เน้นเล่าจากมุมการสืบสวนคดีของตำรวจ
เนื่องจากนิยายเขียนตั้งแต่ยุคปี 2000
กว่าตำรวจจะได้ข้อมูลสำคัญช่างยากเย็นแสนเข็ญ
กล้องวงจรปิดยังไม่มี
โทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ก็ทำได้แค่โทรเข้า-ออก
ส่งข้อความ ส่งอีเมลล์ ถ่ายรูปไม่ได้
ข่าวลือเล่าต่อกันปากต่อปากโดยไม่มีหลักฐาน
หาที่มาของเจ้ากรมข่าวลือไม่เจอ
คนนั้นเล่าอย่าง คนนี้เล่าอย่าง จะหาพยาน หลักฐานที่เชื่อถือได้ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
ระหว่างหาข้อมูลเหยื่อก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ กดดัน ๆ
คนร้ายเดาไม่ยาก ถือว่ายังอยู่ในความคาดหมาย
April 9, 2026
เมื่อ "ข่าวลือ" กลายเป็นเครื่องมือฆ่า ของนักล่าที่คาดเดาไม่ถึง
ใครจะเชื่อคะว่าแค่ "คำลือ" ของเด็กมัธยมย่านชิบุยะจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมนองเลือดได้ขนาดนี้ เรื่องมันเริ่มจากตำนานเมืองสุดหลอนเกี่ยวกับ "เรนแมน" ฆาตกรโรคจิตในชุดกันฝนสีดำสนิทที่ชอบออกล่าเหยื่อสาววัยใสไปตัดข้อเท้าทิ้ง แต่มีวิธีแก้เก๋ๆ (ที่ฟังดูแปลกๆ) ว่าถ้าใครฉีดน้ำหอมกลิ่นกุหลาบของแบรนด์ "มิริเอล" ไว้ เรนแมนจะไม่กล้าแตะต้องตัวเด็ดขาด! ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งหมดนี้มันคือแผนโปรโมทสินค้าสุดดาร์กของเอเจนซี่โฆษณาที่จ้างเด็กสาวมาช่วยปั่นกระแสป้ายยากันจนน้ำหอมขาดตลาดไปทั่วโตเกียว
แต่ความน่ากลัวระดับสิบกะโหลกมันเกิดขึ้นตอนที่มีคนพบศพเด็กสาวถูกฆ่าตัดข้อเท้าทิ้งไว้กลางสวนสาธารณะจริงๆ! จากข่าวลือที่ปั้นขึ้นมาเพื่อปั๊มยอดขาย กลายเป็นบัตรเชิญฆาตกรตัวจริงให้มาลงสนามซะอย่างนั้น
งานนี้ "โคงุเระ" ตำรวจสืบสวนรุ่นเก๋าที่กำลังเตรียมย้ายแผนกไปนั่งโต๊ะสบายๆ เลยต้องจำใจกลับมาลงสนามคดีสุดท้าย จับคู่กับ "นาจิมะ" รองสารวัตรสาวมือใหม่ที่เพิ่งจับงานฆาตกรรมเป็นครั้งแรก สองคู่หูต่างวัยต้องพยายามลากคอเรนแมนตัวจริงให้ได้ท่ามกลางความกดดันจากเบื้องบนที่จ้องจะเด้งลุงโคงุเระออกไปให้พ้นทางทุกเมื่อ
มวลรวมของเล่มนี้คืออ่านสนุกและไหลลื่น การดำเนินเรื่องกระชับฉับไว ชนิดที่ว่าหยิบมาอ่านตอนบ่าย รู้ตัวอีกทีก็จบเล่มแล้ว หนังสือทำให้เราเห็นว่าความกลัวของคนเรามันถูกสร้างและปั่นหัวได้ง่ายแค่ไหน
ใครที่ชอบแนวสืบสวนที่มีกลิ่นอายความลึกลับของตำนานเมือง ผสมกับการชิงไหวชิงพริบ และที่สำคัญคือ "ตอนจบ" ที่ลุ้นระทึก คาดเดาไม่ได้จนวางไม่ลง บอกเลยว่าห้ามพลาดเล่มนี้เด็ดขาด!
Goodreads ให้ 3.5 เราให้ 4.1
ใครจะเชื่อคะว่าแค่ "คำลือ" ของเด็กมัธยมย่านชิบุยะจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมนองเลือดได้ขนาดนี้ เรื่องมันเริ่มจากตำนานเมืองสุดหลอนเกี่ยวกับ "เรนแมน" ฆาตกรโรคจิตในชุดกันฝนสีดำสนิทที่ชอบออกล่าเหยื่อสาววัยใสไปตัดข้อเท้าทิ้ง แต่มีวิธีแก้เก๋ๆ (ที่ฟังดูแปลกๆ) ว่าถ้าใครฉีดน้ำหอมกลิ่นกุหลาบของแบรนด์ "มิริเอล" ไว้ เรนแมนจะไม่กล้าแตะต้องตัวเด็ดขาด! ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งหมดนี้มันคือแผนโปรโมทสินค้าสุดดาร์กของเอเจนซี่โฆษณาที่จ้างเด็กสาวมาช่วยปั่นกระแสป้ายยากันจนน้ำหอมขาดตลาดไปทั่วโตเกียว
แต่ความน่ากลัวระดับสิบกะโหลกมันเกิดขึ้นตอนที่มีคนพบศพเด็กสาวถูกฆ่าตัดข้อเท้าทิ้งไว้กลางสวนสาธารณะจริงๆ! จากข่าวลือที่ปั้นขึ้นมาเพื่อปั๊มยอดขาย กลายเป็นบัตรเชิญฆาตกรตัวจริงให้มาลงสนามซะอย่างนั้น
งานนี้ "โคงุเระ" ตำรวจสืบสวนรุ่นเก๋าที่กำลังเตรียมย้ายแผนกไปนั่งโต๊ะสบายๆ เลยต้องจำใจกลับมาลงสนามคดีสุดท้าย จับคู่กับ "นาจิมะ" รองสารวัตรสาวมือใหม่ที่เพิ่งจับงานฆาตกรรมเป็นครั้งแรก สองคู่หูต่างวัยต้องพยายามลากคอเรนแมนตัวจริงให้ได้ท่ามกลางความกดดันจากเบื้องบนที่จ้องจะเด้งลุงโคงุเระออกไปให้พ้นทางทุกเมื่อ
มวลรวมของเล่มนี้คืออ่านสนุกและไหลลื่น การดำเนินเรื่องกระชับฉับไว ชนิดที่ว่าหยิบมาอ่านตอนบ่าย รู้ตัวอีกทีก็จบเล่มแล้ว หนังสือทำให้เราเห็นว่าความกลัวของคนเรามันถูกสร้างและปั่นหัวได้ง่ายแค่ไหน
ใครที่ชอบแนวสืบสวนที่มีกลิ่นอายความลึกลับของตำนานเมือง ผสมกับการชิงไหวชิงพริบ และที่สำคัญคือ "ตอนจบ" ที่ลุ้นระทึก คาดเดาไม่ได้จนวางไม่ลง บอกเลยว่าห้ามพลาดเล่มนี้เด็ดขาด!
Goodreads ให้ 3.5 เราให้ 4.1
September 4, 2025
The story begins with a perfume company’s unusual marketing strategy: word of mouth (WOM), to launch a new fragrance alongside an eerie urban legend. The rumor tells of the “Rain Man,” a figure who slashes both ankles of his victims, sparing only those who wear the perfume. At first, it seems like nothing more than clever advertising among teenage girls — until real murders begin to occur in the city. Detective Kokure, facing his last murder case before transferring to a different department, takes on the investigation.
I went into this book with no expectations and was pleasantly surprised by how much I enjoyed it. Mystery has always been one of my favorite genres, and this story had me consistently wanting to come back to it — something I haven’t felt since reading Agatha Christie’s And Then There Were None.
What stood out most to me was how the detectives actually share their progress and thought processes step by step. Instead of hoarding information for a dramatic reveal at the end, they lay out their evidence and reasoning throughout the case. As a reader, it made me feel included, piecing the clues together alongside them. I couldn’t pinpoint the culprit until the very end, which kept me engaged.
The twist itself wasn’t earth-shattering — more of a small, unexpected surprise (what a plot twist should do). I can see why some readers were disappointed given the marketing hype in Korea, and ironically shows how the WOM strategy can be misleading or set the expectation too high. But without those expectations, I still found it effective enough. The book’s pacing and immersive investigation made it an overall fast, enjoyable read.
I went into this book with no expectations and was pleasantly surprised by how much I enjoyed it. Mystery has always been one of my favorite genres, and this story had me consistently wanting to come back to it — something I haven’t felt since reading Agatha Christie’s And Then There Were None.
What stood out most to me was how the detectives actually share their progress and thought processes step by step. Instead of hoarding information for a dramatic reveal at the end, they lay out their evidence and reasoning throughout the case. As a reader, it made me feel included, piecing the clues together alongside them. I couldn’t pinpoint the culprit until the very end, which kept me engaged.
The twist itself wasn’t earth-shattering — more of a small, unexpected surprise (what a plot twist should do). I can see why some readers were disappointed given the marketing hype in Korea, and ironically shows how the WOM strategy can be misleading or set the expectation too high. But without those expectations, I still found it effective enough. The book’s pacing and immersive investigation made it an overall fast, enjoyable read.
June 26, 2026
จากข่าวลือที่เล่ากันปากต่อปาก กลายเป็นดคีฆาตกรรมตัดเท้าสุดสยอง
ฆาตกรรมเฟกนิวส์ เล่นประเด็นอิทธิพลของสื่อ ผู้อยู่เบื้องหลัง การขับเคลื่อนของข้อมูลที่ส่งผลกระทบกับคน สื่อสารออกให้เข้าใจง่าย ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน show & tell อย่างชัดเจน
ด้วยความที่เรื่องนี้ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2001 ทำให้การสืบสวนหาคนร้ายดำเนินไปอย่างล่าช้า ไม่มีเทคโนโลยีทันสมัย กล้องวงจรปิดไม่ทั่วถึง ไม่มีหน่วยงานเฉพาะทางช่วยซัพพอร์ตให้คดีดำเนินได้ทันท่วงทีเหมือนปัจจุบัน จึงต้องอาศัยความละเอียด การสังเกตการณ์และประมวลจากตำรวจเป็นหลัก
เรื่องดำเนินช้า ไม่กระชับ ยืดเยื้อ มีการอธิบายระบบองค์กรของตำรวจ เช่น ลำดับขั้นความอาวุโส การสอบเลื่อนขั้น ฯลฯ ซึ่งมองว่าจุดนี้ไม่ค่อยสลักสำคัญอะไร แต่เข้าใจได้ว่าพยายามให้คนอ่านเห็นภาพในจุดนี้
ปูมหลังของ character ไม่ค่อยแน่น มีประเด็นที่สามารถต่อยอดได้แต่ไม่ทำ อีกทั้งไม่ได้สร้างความผูกพันธ์ให้กับคนอ่านเท่าไหร่
มีประเด็นสังคมมากมายที่สามารถยกมาเป็นมาขยายความได้ แต่กลับทิ้งไปดื้อ ๆ เหมือนแค่นำประเด็นนั้นมาอ้างอิงให้เรื่องครบองค์ประกอบ ทำให้เรารู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน
เดาคนร้ายง่าย ไม่ถึงครึ่งเรื่องก็พอจับจุดได้แล้ว แรงจูงใจไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เป็นการโกรธโลกและเติมเต็มความต้องการของตัวเอง จนสุดท้ายไปลงเอยที่การฆาตกรรม
มีความรู้สึกเบื่อระหว่างทาง หลัง ๆ เริ่ม scanning เพราะรู้สึกมีข้อมูลที่ไม่จำเป็นมากเกินไป ตรึงความสนใจไว้ไม่ค่อยอยู่
ฆาตกรรมเฟกนิวส์ เล่นประเด็นอิทธิพลของสื่อ ผู้อยู่เบื้องหลัง การขับเคลื่อนของข้อมูลที่ส่งผลกระทบกับคน สื่อสารออกให้เข้าใจง่าย ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน show & tell อย่างชัดเจน
ด้วยความที่เรื่องนี้ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2001 ทำให้การสืบสวนหาคนร้ายดำเนินไปอย่างล่าช้า ไม่มีเทคโนโลยีทันสมัย กล้องวงจรปิดไม่ทั่วถึง ไม่มีหน่วยงานเฉพาะทางช่วยซัพพอร์ตให้คดีดำเนินได้ทันท่วงทีเหมือนปัจจุบัน จึงต้องอาศัยความละเอียด การสังเกตการณ์และประมวลจากตำรวจเป็นหลัก
เรื่องดำเนินช้า ไม่กระชับ ยืดเยื้อ มีการอธิบายระบบองค์กรของตำรวจ เช่น ลำดับขั้นความอาวุโส การสอบเลื่อนขั้น ฯลฯ ซึ่งมองว่าจุดนี้ไม่ค่อยสลักสำคัญอะไร แต่เข้าใจได้ว่าพยายามให้คนอ่านเห็นภาพในจุดนี้
ปูมหลังของ character ไม่ค่อยแน่น มีประเด็นที่สามารถต่อยอดได้แต่ไม่ทำ อีกทั้งไม่ได้สร้างความผูกพันธ์ให้กับคนอ่านเท่าไหร่
มีประเด็นสังคมมากมายที่สามารถยกมาเป็นมาขยายความได้ แต่กลับทิ้งไปดื้อ ๆ เหมือนแค่นำประเด็นนั้นมาอ้างอิงให้เรื่องครบองค์ประกอบ ทำให้เรารู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน
เดาคนร้ายง่าย ไม่ถึงครึ่งเรื่องก็พอจับจุดได้แล้ว แรงจูงใจไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เป็นการโกรธโลกและเติมเต็มความต้องการของตัวเอง จนสุดท้ายไปลงเอยที่การฆาตกรรม
มีความรู้สึกเบื่อระหว่างทาง หลัง ๆ เริ่ม scanning เพราะรู้สึกมีข้อมูลที่ไม่จำเป็นมากเกินไป ตรึงความสนใจไว้ไม่ค่อยอยู่
April 11, 2026
#ShelfReview ฆาตกรรมเฟกนิวส์
เรนแมน บุคคลในชุดเสื้อกันฝนสีดำที่ออกล่าคนที่ไม่สวมน้ำหอมดัง
สนุกแบบเพลินชะมัด 500 หน้าแบบไม่มีเบื่อเลย แทบไม่มีเบรกกลางทาง
คดีไม่ได้ใหญ่โตซับซ้อน งานสืบสวนไม่เครียด มีติดตลกให้หัวเราะเรื่อย ๆ
ชอบการเล่นประเด็น ‘ข่าวลือ’ ที่ถ่ายทอดออกมาได้ค่อนข้างดีและหลากหลาย
ให้ได้เห็นผลกระทบของการเต้าข่าวและนั่งเทียนเขียนข่าวในหลายระดับ
และจุดประสงค์ในการขยายข่าวในหลายรูปแบบที่ทำออกมาได้น่าสนใจ
ตัวคดีไม่ยาก พอเดาได้ แต่บทสรุปเรื่องราวก็ถือว่าจบเหวอใช้ได้พอตัว
อ่านสนุกมาก เป็นเล่มที่อ่านแล้วยิ้มและส่ายหัวให้กับข่าวลือในเรื่อง
ชอบนะ เป็นโทนสืบสวนที่ห่างหายไปนาน โทนสืบสวนที่แอบติดตลก
8.5/10 .
เรนแมน บุคคลในชุดเสื้อกันฝนสีดำที่ออกล่าคนที่ไม่สวมน้ำหอมดัง
สนุกแบบเพลินชะมัด 500 หน้าแบบไม่มีเบื่อเลย แทบไม่มีเบรกกลางทาง
คดีไม่ได้ใหญ่โตซับซ้อน งานสืบสวนไม่เครียด มีติดตลกให้หัวเราะเรื่อย ๆ
ชอบการเล่นประเด็น ‘ข่าวลือ’ ที่ถ่ายทอดออกมาได้ค่อนข้างดีและหลากหลาย
ให้ได้เห็นผลกระทบของการเต้าข่าวและนั่งเทียนเขียนข่าวในหลายระดับ
และจุดประสงค์ในการขยายข่าวในหลายรูปแบบที่ทำออกมาได้น่าสนใจ
ตัวคดีไม่ยาก พอเดาได้ แต่บทสรุปเรื่องราวก็ถือว่าจบเหวอใช้ได้พอตัว
อ่านสนุกมาก เป็นเล่มที่อ่านแล้วยิ้มและส่ายหัวให้กับข่าวลือในเรื่อง
ชอบนะ เป็นโทนสืบสวนที่ห่างหายไปนาน โทนสืบสวนที่แอบติดตลก
8.5/10 .
June 28, 2026
ไม่แย่นะ อ่านเพลินๆรวดเดียวจบ สนุกดี ชอบที่ลงรายละเอียดเรื่องการทำงาน ระบบตำรวจ เป็นอะไรที่ไม่ค่อยได้รู้ดิ
พลอตก็น่าสนใจ เรื่องการตลาด เรื่องการเล่นกับความกลัวของคน ฉากหลังเป็นยุค y2k ชอบการเล่นกับแก๊งเด็กสาวเซี้ยวๆแถวชิบูยะด้วย รู้สึกถึงความร้ายกาจภายใต้ความเหมือนจะเป็นเด็กได้เลย แต่ก็อยากให้ขยายเรื่องประเด็นสังคมมากกว่านี้ เพราะยาวเกือบ 500 หน้า น่าจะมีอะไรให้เล่นได้มากกว่านี้ แต่รู้สึกจะให้ฟีลแบบ โห เด็กผู้หญิงนี่ก็ร้ายเหมือนกันนะ แค่นี้เลย
แต่ให้ 2 ดาวเพราะไม่ชอบตอนเฉลย มันแบบ ปมนี้อีกละ 5555555 แล้วก็ไม่ชอบตอนจบด้วย มันงงๆว่า ใส่มาเพื่ออะไร นอกจากเพื่อ shock value
พลอตก็น่าสนใจ เรื่องการตลาด เรื่องการเล่นกับความกลัวของคน ฉากหลังเป็นยุค y2k ชอบการเล่นกับแก๊งเด็กสาวเซี้ยวๆแถวชิบูยะด้วย รู้สึกถึงความร้ายกาจภายใต้ความเหมือนจะเป็นเด็กได้เลย แต่ก็อยากให้ขยายเรื่องประเด็นสังคมมากกว่านี้ เพราะยาวเกือบ 500 หน้า น่าจะมีอะไรให้เล่นได้มากกว่านี้ แต่รู้สึกจะให้ฟีลแบบ โห เด็กผู้หญิงนี่ก็ร้ายเหมือนกันนะ แค่นี้เลย
แต่ให้ 2 ดาวเพราะไม่ชอบตอนเฉลย มันแบบ ปมนี้อีกละ 5555555 แล้วก็ไม่ชอบตอนจบด้วย มันงงๆว่า ใส่มาเพื่ออะไร นอกจากเพื่อ shock value
May 6, 2026
เนิ้อเรื่องแอบจิกกัดสังคมเรื่องสื่อ การตลาดและพฤติกรรมของลูกค้า คำว่าเฟกนิวส์จากชื่อเรื่อง ก็สะท้อนสังคมสมัยนี้ได้ดีเลยนะ ที่ทุกอย่างถูกเล่ากันไปปากต่อปาก มีการบิดเบือนข้อมูลจนกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิดให้คนหลงเชื่อ สุดท้ายพอเกิดเรื่องขึ้นมาก็ไม่มีใครรับผิดชอบอะไรได้ ทำให้เห็นว่าจากแค่ข่าวลือธรรมดาก็สามารถทำลายชีวิตคนได้เลย
หนังสือเล่มหนา ดีเทลคดีเยอะมาก สำนวนการแปลอ่านแล้วไหลลื่นดี เข้าใจง่าย การดำเนินเรื่องเป็นการสืบสวนจากมุมมองของตำรวจ เนื้อหาเข้มข้นมาก แล้วการเล่าเรื่องไม่ได้มีแต่การสืบคดีนะ ยังสอดแทรกเรื่องความสัมพันธ์พ่อลูก (โคงุเระกับลูกสาว) เพื่อนร่วมงาน (โคงุเระและนาจิมะ) และมุมมองของวัยรุ่นในสังคมญี่ปุ่นยุคนี้ไว้อีกด้วย
แต่ส่วนตัวเราว่าพล็อตไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ แอบมีเนือย ๆ บางช่วงกลางเรื่อง คือสืบแบบเก็บทุกรายละเอียด มันเลยอาจจะไม่ได้กระชับฉับไวมากนัก ส่วนตอนเฉลยคนร้ายไม่ค่อยเกินความคาดหมายเท่าไหร่ แต่ 3 หน้าสุดท้ายนี่เหวอจัด ๆ เลย
หนังสือเล่มหนา ดีเทลคดีเยอะมาก สำนวนการแปลอ่านแล้วไหลลื่นดี เข้าใจง่าย การดำเนินเรื่องเป็นการสืบสวนจากมุมมองของตำรวจ เนื้อหาเข้มข้นมาก แล้วการเล่าเรื่องไม่ได้มีแต่การสืบคดีนะ ยังสอดแทรกเรื่องความสัมพันธ์พ่อลูก (โคงุเระกับลูกสาว) เพื่อนร่วมงาน (โคงุเระและนาจิมะ) และมุมมองของวัยรุ่นในสังคมญี่ปุ่นยุคนี้ไว้อีกด้วย
แต่ส่วนตัวเราว่าพล็อตไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ แอบมีเนือย ๆ บางช่วงกลางเรื่อง คือสืบแบบเก็บทุกรายละเอียด มันเลยอาจจะไม่ได้กระชับฉับไวมากนัก ส่วนตอนเฉลยคนร้ายไม่ค่อยเกินความคาดหมายเท่าไหร่ แต่ 3 หน้าสุดท้ายนี่เหวอจัด ๆ เลย
January 10, 2022
Love how the last sentence suprises me and makes me reread the previous parts.
Some aspects of the human society never changes, and sometimes, the negative side of it can be amplified by new technology.
It was great to think about how rumors can affect ongoing investigations, especially when the fabricated stories spread through social media and online platforms.
Some aspects of the human society never changes, and sometimes, the negative side of it can be amplified by new technology.
It was great to think about how rumors can affect ongoing investigations, especially when the fabricated stories spread through social media and online platforms.
July 23, 2026
สนุกมาก เล่มหนาแต่วางไม่ลง ตัวคดีค่อนข้างโหด คู่หูตำรวจแอบมีเคมีเบาๆ คนที่ชอบอ่านแนวตำรวจที่ความสัมพันธ์มีพิรุธต้องแอบจิ้นบ้างแหละ ชอบวิธีการเล่าที่เปิดเผยเบาะแสและกระบวนการคิดให้คนอ่านรับรู้ไปพร้อมกัน ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมสืบสวนด้วย
February 15, 2022
The twist was a bit weak and disappointing. But quite enjoyable.
February 11, 2024
Ending...the fuck 😭
March 24, 2024
名島の所作が可愛くて良かった。話としては、普通の刑事物。最後の一行はおまけとしてついているくらいで、物語に核心的な影響を与えているわけではない
July 30, 2026
ยาววววมากกกกก
ฆาตกรรมที่คล้ายกับเรื่องเล่าปากต่อปากที่หาข้อสรุปไม่ได้
ครึ่งแรกไม่มีความคืบหน้ามากนักแต่ก็ไม่น่าเบื่อ
พอถึงจุดหนึ่งก็พอจะเดาได้ แต่จะใช่หรือเปล่านะ
ฆาตกรรมที่คล้ายกับเรื่องเล่าปากต่อปากที่หาข้อสรุปไม่ได้
ครึ่งแรกไม่มีความคืบหน้ามากนักแต่ก็ไม่น่าเบื่อ
พอถึงจุดหนึ่งก็พอจะเดาได้ แต่จะใช่หรือเปล่านะ
Displaying 1 - 13 of 13 reviews











